...ปฏิเสธ...
.....ยังไม่เปิดรับสมัคร....
....ผู้สมัครงานต้องมีอายุไม่เกิน 30 ปี....
......ขออภัยที่ไม่สามารถรับคุณเข้าทำงานได้....
กิ๊ฟไล่ตรวจอีเมลที่เธอส่งเอกสารไปขอสมัครงานตามบริษัทต่างๆ ไม่มีบริษัทไหนเลยที่ตอบรับให้เธอเข้าทำงาน
1เดือนผ่านมาแล้วเธอยังหางานใหม่ไม่ได้ เหตุผลที่บริษัทส่วนใหญ่ปฏิเสธเธอก็เพราะอายุที่เข้าเลข3 ของเธอ
“แค่30 ปี กับอีก 15 วันเองนะคะ”
กิ๊ฟเคยโทรศัพท์ไปคุยกับฝ่ายบุคคลของบริษัทแห่งหนึ่งเพื่อขอเข้าทำงาน
“ไม่ได้จริงๆ ค่ะ ตามคุณสมบัติที่เราเปิดรับสมัคร คือ อายุไม่เกิน 30 ปี”
ปลายเสียงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เกินมาแค่15 วัน ก็ไม่หรือคะ”
กิ๊ฟพยายามต่อรองในใจก็พลันนึกโกรธโชคชะตาชีวิตตัวเองไปด้วย ทำไมต้องมาตกงานตอนอายุ 30 !
“ไม่ได้ค่ะ”
เมื่ออีกฝ่ายยืนยันเช่นนั้นกิ๊ฟจึงทำได้แค่ยอมตัดใจ แล้วนั่งหางานในอินเทอร์เน็ตต่อไป
ในยุคหลังการระบาดของโรคโควิค19 อีกทั้ง ยังไม่มีการเลือกตั้งผู้นำประเทศใหม่ ทำให้เศรษฐกิจไม่ดี เงินก็เฟ้อหลายบริษัทก็ปิดตัวลง
่สองสามเดือนที่ผ่านมาเธอมักจะได้ยินข่าวไฟไหม้โรงงานอยู่บ่อย ๆ ซึ่งสาเหตุหนึ่งอาจมาจากบริษัทล้มละลาย จึงต้องใช้วิธีการทำให้เกิดไฟไหม้แล้วเรียกเงินจากประกันก็เป็ได้
ส่วนเธอ... นางสาวกนกพิชญ์ เรืองระวียื่นหนังสือขอลาออกเอง ดังนั้น จึงไม่ได้รับเงินชดเชยจากบริษัทแม้แต่บาทเดียว !
เงินที่คอยประทังชีวิตของเธอตอนนี้ได้มาจากเงินประกันสังคมที่ชดเชยให้เธอ 6,000 บาท เพียงแค่ 3 เดือน
หกพันบาทกับการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯมันจะไปพออะไร ! แค่ค่าก๋วยเตี๋ยวก็ปาไปแล้วชามละ60 บาท น้ำเปล่าขวดละ 20 บาท น้ำมันลิตรละเกือบ 50 บาท
ถ้าคิดรวมกัน3 มื้อ แต่ละวันแค่ค่าครองชีพก็ต้องจ่ายไปถึง 300 บาท เดือนหนึ่งก็ต้อง 9,000 บาท เป็ขั้นต่ำถึงจะอยู่รอดได้แต่เธอมีเงินที่เหลืออยู่ตอนนี้มีไม่ถึงเก้าพันด้วยซ้ำ
ดังนั้นกิ๊ฟจำใจต้องให้บริษัทไฟแนนซ์มายึดรถมินิคูเปอร์ที่เธอเพิ่งจะถอยออกมาเมื่อต้นปีที่แล้วเพราะไม่มีเงินผ่อนงวดต่อไป
เธอจำเป็ต้องขายกระเป๋าCHANEL CLASSIC Maxi สุดที่รักที่เธออุตส่าห์เก็บเงินซื้อตั้งหลายปีกว่าจะได้เพื่อผ่อนคอนโด หาไม่แล้ว แม้แต่ที่ซุกหัวนอนเธอก็ไม่มี
จากที่เคยจ้างแม่บ้านทำความสะอาดรวมถึงซักรีดเสื้อผ้าเดือนละ 5,000 บาท ตอนนี้เธอต้องทำเองทั้งหมด
กิ๊ฟขยับแว่นขึ้นแล้วใช้นิ้วมือนวดที่หว่างคิ้วตัวเองเบา ๆ เพื่อคลายความเครียดที่เกิดขึ้น
เธอขยับออกจากหน้าจอโน๊ตบุ๊คเมื่อรู้สึกว่าสายตาของตนล้าเต็มทนจากนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะ
เธอมองกาแฟที่ลดลงไปครึ่งถ้วยแล้วก็ต้องยิ้มอ่อนให้กับชีวิตของตนเอง จากที่เคยกินกาแฟสตาร์บัคแก้วละ 200 อัพแต่วันนี้เธอต้องมาพึ่งกาแฟซอง 3 in Oneในราคาหลักไม่ถึงสิบบาท
กิ๊ฟจิบกาแฟเพียงนิดแล้วลุกขึ้นเดินออกไปที่ระเบียงหลังห้องจึงทำให้รู้ว่าดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าของอีกวันแล้ว หากเธอยังหางานไม่ได้เงินที่ได้จากการขายกระเป๋าก็คงจะหมดแม้แต่คอนโดห้องนี้เธอก็จะไม่สามารถรักษาไว้ได้แน่ ๆ
อยู่ๆ เธอก็รู้สึกว่ามีก้อนแข็ง ๆ ไหลขึ้นมาจุกที่ลำคอทำไมเธอถึงรู้ว่าการใช้ชีวิตเพื่ออยู่ต่อไปทำไมมันแสนลำบากแบบนี้
เธอสู้มานานแล้วสู้จนรู้สึกท้อ ไม่รู้ว่า์จะให้เธอสู้จนถึงเมื่อไหร่จึงจะยอมให้เธอได้มีโอกาสชนะบ้าง
ตอนเด็กๆ ผู้ใหญ่มักจะพูดกรอกหูทุกวันว่า....
‘ตั้งใจเรียนให้เก่ง ๆ แล้วจะมีงานดี ๆ ทำ’
‘ขยันทำงานมาก ๆ แล้วจะเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน’
และฉันก็เชื่ออย่างนั้นตั้งใจเรียน และขยันทำงานแทบตาย... สุดท้าย ก็ไม่มีค่าอะไรเลย
...ไหนล่ะงานดี ๆ ....
...ไหนล่ะความเจริญรุ่งเรือง....
เสียงหนึ่งร่ำร้องะโขึ้นซ้ำไปซ้ำมาในหัวในขณะที่น้ำตาเอ่อล้นออกมารินไหลอาบสองแก้ม ทำเอาดวงตาฉันพร่ามัวไปหมด
หญิงสาวก้มมองดูเบื้องล่างจากห้องของเธอที่ชั้น 25 ระดับความสูง เกือบ 30 เมตร ทำให้มองเห็นภาพเบื้องล่างเพียงจุดเล็กๆ เมื่อหยดน้ำตาร่วงลงมันก็ปลิวหายไปอย่างรวดเร็ว
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจเธอ
.........ถ้าฉันร่วงลงไปทุกสิ่งทุกอย่างก็คงสลายหายไปเหมือนน้ำตาสินะ.....
ร่างของหญิงสาวค่อยๆ โน้มเลื่อนลงที่ราวระเบียง สองแขนทิ้งลงอย่างสิ้นแรง สายลมพัดหวีดหวิวราวกับจะกระชากร่างให้ร่วงหล่นลงไปไม่วินาทีใดก็วินาทีหนึ่ง
“อีกิ๊ฟ! อย่าะโลงไป !”