[จบ] เด็กหญิงผู้เป็นที่รักของเหล่าวายร้าย

    บทที่ 60 ตบหน้าเสียงดัง

    บทที่ 60 ตบหน้าเสียงดัง


    จินเหยียนกอดเหมียนเหมียนไว้ในอ้อมแขนแล้วยิ้มให้ประธานอิน


    “คุณกำลังทำให้เด็กกลัวนะคะ”


    “มานี่มา เหมียนเหมียนไม่ต้องกลัว บอกอาอินไปว่าซิงซิงผลักหนูจริงหรือเปล่า”


    เหมียนเหมียนไม่กล้าแม้แต่จะสบตาอินเสิน เธอก้มหน้างุด สะอื้นไห้พลางกัดริมฝีปากล่าง ก่อนจะเอ่ยเสียงดังฟังชัด 


    “ใช่ค่ะ ซิงซิงโหดร้ายมาก เธอรังแกหนู…”


    ทันทีที่พูดจบ มู่จือก็หัวเราะขึ้นมาก่อน


    “โอ้ เป็นอย่างนั้นจริงเหรอ ซิงซิงของเราเก่งขนาดนั้นเชียว” น้ำเสียงร่าเริงแลดูผ่อนคลาย


    จินเหยียนหายใจเข้าลึก ๆ “มู่จือ เธอควรสั่งสอนเด็ก ๆ ให้ดี ไม่ใช่ปล่อยไปตามใจแบบนี้นะ”

    “เธอควรให้ซิงซิงมาขอโทษเหมียนเหมียน”


    อินเสินลุกขึ้นยืนทันที “ขอโทษเหรอ?”


    ทันทีที่เขาเปิดปากพูดก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรมีเพียงมู่จือเท่านั้นที่เลิกคิ้วและมองเหมียนเหมียนด้วยรอยยิ้มเย็นชา


    ผู้กำกับเจิ้งเป็นคนแรกที่ยืนขึ้นและรีบจัดการเรื่องนี้


    “อ่า เป็นเรื่องปกติที่เด็ก ๆ จะทะเลาะกัน”


    อินเสินไม่แม้แต่จะแยแสอีกฝ่าย และเหลือบมองโทรศัพท์ จุดเล็ก ๆ บนแผนที่หยุดนิ่งไม่ไหวติง เขาสังเกตตำแหน่งของซิงซิง และเห็นว่าเด็กน้อยของเขาอยู่ตำแหน่งนั้นมานานแล้ว


    เดิมคิดว่าเด็กสองคนหาที่นั่งเล่นได้แล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แบบนั้น


    อินเสินเงยหน้าขึ้นมองเหมียนเหมียน จากนั้นก้าวเท้าแล้วเดินออกไป โดยมู่จือเองก็ลุกขึ้นและตามหลังไปติด ๆ 


    ทุกคนต่างตกตะลึงและสงสัยว่านี่เป็นละครฉากใดกัน


    ผู้กำกับเจิ้งตะโกน “ประธานอิน คุณจะไปไหนน่ะ”


    อินเสิน “ไปหาเด็กของฉัน”


    ทุกคนเบิกตากว้างและตามไปด้วยความประหลาดใจ

    เช่นเดียวกับจินเหยียน


    มีเพียงเหมียนเหมียนเท่านั้นที่คว้ามือของจินเหยียนไว้แน่นและตะเบ็งเสียงร้องไห้


    “พวกคุณจะไปไหน! หนูไม่รู้ว่าซิงซิงอยู่ที่ไหน…ฮือ ๆ พี่จินเหยียนอย่าไปเลย”


    เมื่อมู่จือได้ยินเสียงของเหมียนเหมียน เธอก็หันไปคลี่ยิ้มให้เด็กน้อย 


    “เหมียนเหมียน หนูจะกลัวอะไร ถ้าหนูถูกกระทำก็ตามไปพร้อมกันสิ”


    เหมียนเหมียนตื่นตระหนกจนแทบอยากจะวิ่งหนี แต่เธอกลับถูกจินเหยียนลากออกไปด้วย


    เมื่อกลุ่มคนยกโขยงกันออกมา ผู้จัดการล็อบบี้ที่สังเกตเห็นจึงรีบตามพวกเขาไป


    เขารู้จักประธานอินจึงพยักหน้าและโค้งคำนับ “ประธานอิน ต้องการอะไรหรือเปล่าครับ”


    อินเสินไม่เอ่ยคำใด แต่เดินไปที่ห้องเก็บของบนชั้นสองด้วยสีหน้าราบเรียบไร้ความรู้สึก 

    เหมียนเหมียนถูกจินเหยียนลากไปอยู่ข้างหลัง เด็กน้อยตื่นตระหนกมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะล้มลงกับพื้นทันที


    “ฮือ ๆ ๆ หนูปวดท้อง พี่คะหนูปวดท้อง...”

      

    จินเหยียนอุ้มเหมียนเหมียนขึ้นมา ในใจเธอโกรธและรู้สึกวุ่นวายมาก เธอสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่เป็นลางไม่ดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆ


    ในที่สุดอินเสินก็มาถึงหน้าประตูห้องแห่งหนึ่ง

    เขาเอื้อมมือออกไป และก่อนที่มือจะแตะกลอนประตู ก็ได้ยินเสียงแผ่วเบาดังมาจากข้างใน


    “พี่ใหญ่เหรอคะ”


    ทันใดนั้นสีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไป


    อินเสินปลดล็อกประตูและเปิดออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นยื่นมือลงไปอุ้มซิงซิงขึ้น


    นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนเห็นประธานอินอุ้มเด็กกับตาของตัวเอง การเคลื่อนไหวดูเชี่ยวชาญและอ่อนโยนมาก


    ซิงซิงดีใจมาก!


    เธอรู้ว่าพี่ใหญ่คือซูเปอร์แมนที่จะมาหาเธอ!


    เนื่องจากต้องเผชิญกับแสงสว่างอย่างกะทันหัน ทำให้ดวงตาของเธอปรับตัวไม่ทัน 


    ซิงซิงหรี่ตาของเธอ กอดคออินเสินแน่นอย่างมีความสุข และเอ่ยเสียงออดอ้อน


    “คิดถึงพี่ใหญ่มากเลยค่ะ”


    อินเสินถอนหายใจเฮือกใหญ่


    สวรรค์ย่อมรู้ดีว่าเมื่อเขายืนอยู่ที่หน้าประตู ในหัวของเขานึกถึงบางสิ่งที่น่ากลัวขึ้นในใจ


    อุบัติเหตุที่เกี่ยวกับซิงซิงนั้นแทบจะทำให้เขาไม่กล้าเปิดประตู


    โชคดีที่ซิงซิงปลอดภัย


    มือใหญ่ของเขาลูบหลังซิงซิงสองครั้ง ก่อนจะตวัดสายตาไปที่จินเหยียนและเหมียนเหมียน ซึ่งอยู่ท้ายฝูงชน สายตาของเขาเย็นชาสะท้านไปถึงกระดูก 


    “ซิงซิง ใครขังเธอเอาไว้ในนี้”


    ซิงซิงไม่ได้ฟ้อง แต่เธอก็ไม่ได้ปิดบังเช่นกัน เอ่ยเสียงกระท่อนกระแท่น “พี่…เหมียนเหมียนค่ะ”


    แม้น้ำเสียงของเด็กน้อยจะแผ่วเบา แต่ทุกคนกลับได้ยินอย่างชัดเจน


    การแสดงออกทางสีหน้าของจินเหยียนเปลี่ยนไปทันที แม้แต่เหมียนเหมียนก็สูญเสียการควบคุมและกรีดร้องหนักกว่าเดิม “ไม่ใช่! หนูไม่ได้ทำ! ซิงซิงต่างหากที่รังแกหนู!”


    วินาทีต่อมา มู่จือก็เดินไปตรงหน้าเหมียนเหมียน ยอบตัวลง นิ้วเรียวขาวแนบลงปิดปากของเหมียนเหมียน


    “อย่าร้องไห้สิจ๊ะ” การเคลื่อนไหวของมู่จือดูหยาบกระด้าง แต่น้ำเสียงกลับนุ่มนวล


    ทุกคนในที่นั้นไม่เคยเห็นมู่จือเป็นแบบนี้มาก่อน...


    ความเย็นชาแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง มีความคล้ายกับประธานอินเล็กน้อย


    เหมียนเหมียนกลัวมากจนเธอหยุดร้องไห้ และเริ่มสะอื้นไห้


    “อายุยังน้อยแบบนี้แต่รู้จักโกหกแล้ว หืม?” มู่จือยิ้มและมองไปที่เหมียนเหมียนพร้อมกับเลิกคิ้ว


    ร่างกายของเหมียนเหมียนสั่นเทาอย่างรุนแรง ใบหน้าของเธอซีดเผือด ไม่ว่าเด็กน้อยอายุห้าขวบจะรอบคอบแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถทนการกดดันของมู่จือได้ เพราะตอนนี้เธอดูเหมือนปีศาจจิ้งจอกพันปี


    สมองของเด็กน้อยขาวโพลนไปหมด


    ในขณะที่อินเสินอุ้มซิงซิงและมองไปที่ผู้จัดการล็อบบี้


    “ไปพาคนที่ดูแลกล้องวงจรปิดของที่นี่มาเดี๋ยวนี้” 


    เหงื่อผุดซึมออกมาบนหน้าผากของผู้จัดการ เขาตอบรับอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งเอ่ยเชิญทุกคนไปที่ห้องประชุมชั้นสอง


    ในเวลาไม่ถึงสิบนาที ภาพจากกล้องวงจรปิดถูกนำออกมา ทุกคนมองที่จอฉายด้วยดวงตาเบิกกว้าง เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเหมียนเหมียนผลักซิงซิงเข้าไปในห้องเก็บของ


    ทุกการเคลื่อนไหวมองเห็นได้ชัดเจน 


    บรรยากาศภายในห้องประชุมเงียบลบ เหลือเพียงเสียงนิ้วของอินเสินที่เคาะลงบนโต๊ะ ทำเหมือนไม่ได้ใส่ใจแต่กลับทำให้ใจของทุกคนสั่นสะท้าน


    รอยยิ้มบนใบหน้าของมู่จือไปไม่ถึงดวงตา ก่อนจะเหลือบมองไปที่ซิงซิง


    “เมื่อครู่นี้พี่จินเหยียนพูดว่าอะไรนะคะ ไม่ควรปล่อยให้เด็ก ๆ ทำตามใจตัวเองงั้นเหรอ?”


    จินเหยียนโกรธมากจนหัวหมุน แต่เธอยังคงต่อต้านความอัปยศอดสู และยิ้มสู้


    “ใช่แล้ว เหมียนเหมียนหนูโกหกแบบนี้ได้ยังไง! ขอโทษซิงซิงเร็วเข้า”


    ฟางเส้นสุดท้ายในหัวเธอขาดผึง


    เดิมทีเธอคิดว่าพี่จินเหยียนคือคนที่จะปกป้องเธอ แต่ทำไมพี่จินเหยียนถึงขอให้เธอขอโทษล่ะ


    เด็กหญิงยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน แต่จู่ ๆ ก็ถูกจินเหยียนดันออกไป


    “มัวเหม่ออะไรอยู่!”


    เหมียนเหมียนคุกเข่าลงและร้องไห้ “ขอโทษซิงซิงนะ ฉันขอโทษ!”


    เธอไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่เธอทำมันผิด แต่เธอแค่กลัว


    อินเสินขมวดคิ้ว “มู่จือบอกให้เธอหุบปากที”


    มู่จือก้าวไปข้างหน้าและปิดกั้นเสียงที่ค้างอยู่ในปากของเธออย่างไร้ความปรานี


    อินเสินยืนขึ้นอุ้มซิงซิงและมองไปที่ผู้กำกับเจิ้ง


    “หาเด็กมาแทนที่เด็กคนนี้ด้วย”


    แผ่นหลังของผู้กำกับเจิ้งชาวาบ ก่อนพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว “ได้ครับ”


    สายตาของเหมียนเหมียนเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว เธอไม่สามารถเข้าร่วมรายการนี้ได้แล้วใช่ไหม! แบบนี้แม่ต้องตีเธอแน่เลย!


    เธอพุ่งไปข้างหน้าและคุกเข่าลง

    “อย่าหาใครมาแทนที่หนูเลยนะ ฮือ ๆ ๆ...หนูขอโทษซิงซิง หนูจะเชื่อฟังทุกอย่าง ซิงซิงเพียงแค่เล่นกับหนูเท่านั้น” 


    เด็กอายุห้าขวบคุกเข่าลงกับพื้นและร้องไห้ฟูมฟายจนแทบหายใจไม่ออก ซึ่งทำให้ทุกคนรู้สึกใจอ่อน


    จินเหยียนมองดูเด็กคนนี้และอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น


    “นี่เป็นเพียงการเล่นระหว่างเด็ก ๆ เท่านั้น ซิงซิงเองก็ไม่ได้รับบาดเจ็บ ทำไมต้อง…”


    คนอื่น ๆ ไม่ได้พูดอะไร แต่พวกเขาทั้งหมดพยักหน้าเงียบ ๆ เพราะรู้สึกว่าประธานอินทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่


    ความสัมพันธ์ระหว่างซิงซิงกับประธานอินคืออะไรกันแน่...มันคุ้มกับประธานอินอย่างนั้นหรือ 

    มีเพียงมู่จือเท่านั้นที่หัวเราะ


    เธอยิ้มและเดินอย่างสง่างามไปตรงหน้าจินเหยียน


    หัวใจของจินเหยียนเต้นรัว รู้สึกอยู่เสมอว่าในดวงตาของมู่จือมันเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง


     “มู่จือเธอจะทำอะไร...”


    เพียะ!

    เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อทำให้ทุกคนตกใจ


    ใบหน้าของจินเหยียนถูกตบหันไปด้านข้างอย่างแรง 


    มู่จือสะบัดข้อมือเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงไพเราะ


    “พี่จินเหยียน พวกเราแค่ล้อเล่นน่ะ พี่ก็ดูไม่ได้เจ็บปวดอะไร ดังนั้นพี่อย่าตำหนิฉันเลยนะ”

    ……………………………………………………………………………………………………………

    พิเศษ อ่านที่ www.bookfet.com คุ้มกว่าแค่ 99.- 

    อ่านเหมาได้เกือบทุกเรื่องของ Onlybook

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] เด็กหญิงผู้เป็นที่รักของเหล่าวายร้าย ที่คุณอ่าน