กล่องไอเท็มแบบสุ่มรุ่นจำกัดจำนวน
ตามการตั้งค่าของ ‘สามวิธีรอด’ ไอเท็มชนิดนี้เคยเป็นไอเท็มเหรียญที่วางขายจำนวนจำกัดใน ‘ซีนาริโอ’ ในอดีต
[มะ...ไม่จริงน่า ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้]
กระทั่งบีรยูที่เพิ่งโผล่มาทีหลังยังร้องตะโกนด้วยความตกตะลึง
[มะ...มันถูกแบนห้ามวางจำหน่ายแล้วนี่!]
อ้างอิงจากเนื้อเรื่องต้นฉบับของ ‘สามวิธีรอด’ การตั้งค่าของไอเท็มชนิดนี้ซับซ้อนมาก
ไอเท็มเหรียญชนิดนี้วางจำหน่ายอยู่ช่วงหนึ่งก่อนที่ซีนาริโอของระบบดาวเคราะห์8612จะเริ่มต้นขึ้นมันเป็นสินค้าที่ถูกทางสำนักงานสตาร์สตรีมบังคับเรียกเก็บคืน
นั่นเป็นเพราะการตั้งค่าที่ว่าถ้าใส่ ‘ไอเท็มระดับล่าง’ ลงไปแล้วมันจะคาย‘ไอเท็มระดับสูง’ ออกมาซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบอันใหญ่หลวงมากพอที่จะเป็นอันตรายต่อสมดุลของซีนาริโอ
อีกอย่างกล่องไอเท็มกล่องเดียวนี่ยังมีราคาสูงถึงหนึ่งล้านเหรียญพวกกลุ่มดาวจึงโมโหกับนโยบายการค้ากำไรเกินควรที่ไม่สมเหตุสมผลส่วนโทแกบีที่คิดค้นไอเท็มชนิดนี้ก็ถูกไล่ออกจากสำนักงาน
[ทะ...ท่านกลุ่มดาว คือว่า...ข้าเองก็ไม่ทราบนะขอรับว่าเหตุใดมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้...ฮะฮ่า ๆ ๆ ๆ! ยุติการออกอากาศ!]
[ช่อง #BI-7623 ถูกยุติชั่วคราว]
พอบีรยูที่พร่ำเพ้ออะไรอยู่คนเดียวหายตัวไปเสียงของกลุ่มดาวที่เคยได้ยินก็หายไปด้วยน่าเสียดายที่ไม่อาจมองเห็นปฏิกิริยาของพวกกลุ่มดาวได้ แต่ก็ช่างเถอะ ช่วยไม่ได้
ครืนนนนน
ผมก้มลงมองกล่องที่กำลังสั่นดูเหมือนจะเริ่มการสุ่มอย่างเต็มรูปแบบแล้ว
[ไอเท็มประเภทเดียวกันกับไอเท็มดาบที่ได้ใส่ลงไปจะปรากฏขึ้นเป็นรางวัล!]
[เริ่มต้นการสุ่ม!]
กล่องไอเท็มแบบสุ่มรุ่นจำกัดจำนวนจะคายไอเท็มระดับสูงที่มีความเกี่ยวข้องกับไอเท็มที่ใส่ลงไปออกมาอย่างไร้แบบแผนดังนั้นย่อมหมายความว่ามีความเป็นไปได้เท่า ๆ กันที่จะได้ไอเท็มตั้งแต่ระดับ C ไปจนถึงระดับ SSS
ถึงอย่างไรสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับดวง
[ไอเท็มที่ทำการบูชาเป็นเครื่องสังเวยมีความสัมพันธ์กับกลุ่มดาวพิเศษ!]
[ความน่าจะเป็นที่ไอเท็มซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวดังกล่าวจะปรากฏเพิ่มสูงขึ้น]
...หืม?
นี่เป็นข้อความที่ผมไม่คาดคิดมาก่อนแต่ดูแล้วไม่ได้ทำให้ผมเสียประโยชน์อะไร มือที่กำแน่นชื้นไปด้วยเหงื่อ ตอนสุ่มไอเท็มในเกมออนไลน์เดือนละครั้งยังไม่ตื่นเต้นขนาดนี้เลยแท้ๆ ได้โปรดเถอะ ขอไอเท็มระดับ A ให้ผม
[ไอเท็มระดับสูงปรากฏโฉมแล้ว!]
[จำนวนการใช้งานของกล่องไอเท็มแบบสุ่มเป็น 0]
ในที่สุดกล่องก็หยุดสั่นแสงสว่างจ้าค่อย ๆ จางลง ผมหันไปมองยูซังอากับอีกิลยองที่นัยน์ตาเป็นประกาย
“ลองเปิดดูดีมั้ยครับ”
“ค่ะ!”
พวกเราเปิดกล่องออก
“วะ...ว้าว!”
ผมแปลกใจที่อีกิลยองอุทานเสียงดังลั่นแต่ในกล่องก็มีของที่สมควรจะตกใจขนาดนั้นอยู่จริง ๆ
ดาบสีขาวสว่างเปล่งประกายตัวด้ามเป็นสีเงินมุกดูหรูหรา...นี่มันดูคล้ายกับ ‘ศรัทธาที่แตกสลาย’ อยู่เหมือนกันนะ ผมตรวจสอบข้อมูลไอเท็มทันที
<ข้อมูลไอเท็ม>
ชื่อ : ศรัทธาไม่แตกสลาย
ระดับ : มรดกดวงดาว
รายละเอียด : ดาบประจำตัว ‘ไคเซนิกซ์’วีรบุรุษผู้นำกลุ่มครูเสดในยุคมืดในอดีต ดาบเล่มนี้มีความสามารถในการควบคุมพลังธาตุอันยิ่งใหญ่ของไคเซนิกซ์สถิตอยู่และสามารถสร้าง ‘คมดาบแห่งศรัทธา’ ซึ่งมีพลังศักดิ์สิทธิ์ ความมืด อัคคีแฝงอยู่ได้อีกด้วยหากใช้ออปชันเพิ่มเติมจะช่วยเพิ่มเลเวลพละกำลังกับความแข็งแกร่งได้อย่างละ 2ระดับ
ผมถึงกับลืมคำพูดไปครู่หนึ่งไม่สิ...นี่เป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ ไม่ใช่ระดับตัวอักษรอย่าง A B C หรือ S แต่เป็นไอเท็มระดับมรดกดวงดาวเลยเนี่ยนะ
“คะ...คุณดกจา! นี่น่าจะเป็นไอเท็มที่เจ๋งสุด ๆ เลยนะคะ”
ถูกต้องแล้วมันเป็นไอเท็มที่สุดยอดจริง ๆ
ในโลกของสามวิธีรอด ‘มรดกดวงดาว’ เป็นไอเท็มเพียงอย่างเดียวที่ได้รับการยกเว้นให้ไม่ต้องไปอยู่ในตารางการจัดอันดับไม่ใช่เพราะมันมีประสิทธิภาพแข็งแกร่ง แต่เป็นเพราะไอเท็มเหล่านี้มีความพิเศษมาก
มรดกดวงดาวทั้งหมดมีพลังของกลุ่มดาวเมื่อยามที่พวกเขายังมีชีวิตสถิตอยู่
ประสิทธิภาพของพวกมันแบ่งย่อยออกเป็นหลายรูปแบบจนนับไม่ถ้วนขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มดาวนั้น ๆ เคยเป็นวีรบุรุษในโลกใบไหนและอยู่ที่ว่ามีความมุ่งมั่นมากเพียงใด แต่แค่มีพลังของกลุ่มดาวสถิตอยู่มรดกดวงดาวพวกนี้ก็มีคุณค่ามากมายมหาศาลแล้ว
อีกอย่าง มันยังช่วยเพิ่มเลเวลความแข็งแกร่งกับพละกำลังให้ถึงสองระดับอีกด้วย
พอคิดถึงว่าไอเท็มระดับ A จะช่วยเพิ่มค่าสถานะโดยรวมแค่หนึ่งระดับแล้วละก็แค่ออปชันเสริมที่ติดมาด้วย อย่างน้อยไอเท็มนี่ก็เทียบเท่าระดับ Sเข้าไปแล้ว
ขนาดยูจุงฮยอกยังไม่อาจคว้าไอเท็มระดับนี้ไปไว้ในครอบครองได้เลย
ผมหันไปถามยูซังอากับอีกิลยองอย่างมีมารยาท
“...ผมเอามันไปได้ใช่มั้ยครับ”
“แน่นอนค่ะ มันเป็นของคุณดกจาอยู่แล้วค่ะ”
ยูซังอายืนกรานหนักแน่นอีกิลยองเองก็พยักหน้าหงึก ๆ อย่างแข็งขัน
ผมเหลือบไปมองฮันมยองโอแต่เขาเพียงแค่กัดแทะขาหนูกระชอนกินด้วยสีหน้าโง่เขลาเท่านั้นแถมยังพึมพำอะไรบางอย่างฟังไม่ได้ศัพท์อีกด้วยนึกว่าจะโวยวายเสียงดังว่าตัวเขาจะต้องเป็นฝ่ายได้มันไปเสียอีก...แปลกดี
[คุณได้รับมรดกดวงดาว]
[เจ้าของมรดกดวงดาวสงสัยในตัวคุณ]
ดูจากข้อความที่เด้งขึ้นมาแสดงว่าจะต้องเป็นกลุ่มดาวที่ยังมีตัวตนอยู่ที่ไหนสักแห่งเอาไว้คงต้องลองเปิด ‘สามวิธีรอด’ อ่านดูอีกสักรอบ
“เอาละ ถ้าอย่างนั้นก็กลับกันเถอะครับ ข้างนอกนั่นยังมีหนูกระชอนอยู่อีกมากเพราะฉะนั้นเอาแค่เตาพลังเวทกลับไปด้วยก็พอครับ”
“ว่าแต่พวกเราจะกลับกันยังไงล่ะคะ”
“ตอนมาพวกเรามาด้วยความสามารถของกิลยอง ตอนกลับออกไปก็ไม่น่ามีปัญหานะครับถ้าใช้ [สายใยการสื่อสารอันหลากหลาย] ละก็...”
แต่สีหน้าของอีกิลยองกลับไม่ดีนัก
“พี่ ผม...”
“หืม?”
“ใกล้ ๆ นี่ไม่มีแมลงเลยสักตัวครับ”
พอลองคิดดูแล้วตอนที่สู้กับผู้พิทักษ์ความมืดเมื่อครู่พวกแมลงในละแวกนี้โดนแรงกดดันจนหงายท้องระเบิดตายไปแล้วนี่เป็นปัญหาที่ผมไม่ได้คาดคิดมาก่อน
“ไม่มีเลยสักตัวจริง ๆ เหรอ น่าจะมีบางตัวรอดไปบ้างสิลองเดินไปด้วยแล้วใช้พลังดู...”
โลกนี้มีแมลงตั้งเยอะตายไปไม่กี่ตัวไม่มีทางที่จะไม่เหลือแมลงให้สื่อสารแต่อีกิลยองกลับยังคงมีสีหน้าหม่นหมอง
“เรื่องนั้น ที่จริงก็มีอยู่ตัวหนึ่งที่ผมเรียกได้...”
อีกิลยองพึมพำอะไรบางอย่างก่อนจะเริ่มตั้งสมาธิ
“คุณดกจา กิลยองดูแปลก ๆ ไปนะคะ”
นัยน์ตาของอีกิลยองเริ่มเหลือกขึ้นทีละน้อยและเลือดกำเดาก็ไหลออกมาจากจมูก
“กิลยองอา?”
จู่ๆเสียงครืนก็ดังขึ้นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนจากตำแหน่งเหนือศีรษะฝุ่นดินคลุ้งกระจายไปทั่วโพรงนี่มันแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินด้านบน...
ชั่วขณะนั้นขนทั่วแขนพลันลุกชันขึ้นมา
“กิลยองอา! อีกิลยอง! ตั้งสติไว้!”
“เห...พี่?”
นัยน์ตาที่เหลือกขึ้นของอีกิลยองกลับมาเป็นปกติแล้ว
“กิลยองอา! หยุดสกิล! เร็วเข้า!”
อีกิลยองสะดุ้งตกใจรีบยับยั้งสกิล หลังจากนั้นแรงสั่นสะเทือนจึงค่อยสงบลง ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก
พอลองนึกดูให้ดีแล้วเหนือขึ้นไปข้างบนนั่นยังมีพวกตัวอันตรายสุด ๆเดินว่อนไปทั่วพวกสัตว์ประหลาดระดับสูงจำนวนนับไม่ถ้วน รวมถึงแรดพิษซึ่งเป็นสัตว์ประหลาดระดับ 7
และในบรรดาสัตว์ประหลาดเหล่านั้นยังมีราชาแมลงที่ไม่อาจทราบระดับของมันปะปนอยู่ด้วยแค่ชื่อก็บ่งบอกสายพันธุ์แล้ว ไม่ว่าอย่างไรราชาแมลงก็ถือว่าเป็นแมลงชนิดหนึ่ง
“นายนี่จริง ๆ เลย...”
ผมวางมือลงบนหัวของอีกิลยองแทนที่จะพูดบ่นอะไร
ถึงกับเรียกราชาแมลงที่อยู่บนพื้นดินข้างบนนั่นมาได้...เป็นฟาเบรอ[1] หรือไงพวกเราเกือบจะถูกฝังอยู่ที่นี่กันทั้งเป็นแล้ว
“ผนึกสกิลไปสักพัก ห้ามใช้เด็ดขาดจนกว่าฉันจะบอก เข้าใจมั้ย”
“ครับ...”
อีกิลยองตอบเสียงหงอยในเมื่อเป็นแบบนี้พวกเราคงได้แต่เฝ้ารอกันอย่างเดียว
“เดินเข้าไปในความมืดมีแต่จะหลงทางกันเปล่า ๆ รออีกสักพัก ถ้ารอบๆมีแมลงโผล่มาค่อยเคลื่อนไหวกันดีกว่าครับ”
ตอนเข้ามาอาจจะดูง่ายแต่ที่จริงแล้ว [ชายขอบแห่งความมืด] เป็นสถานที่ที่อันตรายมาก เพราะหากเดินเลี้ยวผิดทางละก็อาจจะถูกกลืนหายไปได้ถึงวันสองวันเต็ม ๆ เลยทีเดียว
แต่ยูซังอากลับยกมือขึ้น
“เอ่อ ถ้าแค่กลับออกไปเฉย ๆ ฉันน่าจะทำแทนกิลยองได้นะคะ”
“...ยังไงครับ”
ผมเกือบจะพูดออกไปแล้วว่าคราวนี้จะลองคุยกับ[ชายขอบแห่งความมืด]หรือไงครับ แต่ดูจะเป็นการเหน็บแนมกันเกินไปหน่อยผมเลยยั้งปากเอาไว้ยูซังอาเอ่ยอย่างไม่ค่อยจะมั่นใจในตัวเองนัก
“ฉันก็มีสกิลคล้าย ๆ กันอยู่ค่ะ”
คิดๆ ดูแล้วผมยังไม่รู้กลุ่มดาวผู้สนับสนุนกับคุณลักษณะของยูซังอาเลย
“เป็นสกิลแบบไหนหรือครับ”
“เรื่องนั้น ถ้าจะให้อธิบายง่าย ๆ ละก็ ประมาณว่าเป็นสกิลที่ใช้หาเส้นทางโดยการใช้กลุ่มด้ายน่ะค่ะ...”
กลุ่มด้าย?
“...ขอโทษนะครับ ขอทราบคุณลักษณะของคุณยูซังอาได้หรือเปล่าครับ”
เพราะยูซังอาไม่ใช่ตัวละครในนิยายผมจึงไม่อาจอ่านความคิดในใจเธอได้เหมือนอย่างที่ไม่รู้ความคิดของอีกิลยองกับฮันมยองโอ
“คือเรื่องนั้น...”
[1] ฌอน อองรี ฟาเบรอ (JeanHenri Fabre) นักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส ผลงานที่โดดเด่นของเขาก็คือการศึกษาเกี่ยวกับแมลงที่ทำให้เขาได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งกีฏวิทยาสมัยใหม่