แม็คของส้ม [จบแล้ว]

    แม็คของส้ม : 10

    แม็คของส้ม ตอนที่ 10
    วันที่ส้มถามผมว่าถ้าน้องยอมให้ผมจะหยุดได้ไหม ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปและวันนั้นส้มก็ร้องไห้อยู่นานเราไม่ได้ทะเลาะกัน...แต่หลังจากนั้นส้มก็เปลี่ยนไปมาก น้องทำทุกอย่างเพื่อให้ผมพอใจ ส้มตามใจผมทุกอย่าง จากที่เคยตอบแชทช้าหรือบางครั้งก็ไม่ตอบเดี๋ยวนี้ตอบเร็วและตอบทุกครั้งบอกให้มาหาที่ผับก็ยอมมา ผมรั้งให้อยู่ด้วยจนดึกน้องก็ยอมอยู่ทั้งๆที่วันรุ่งขึ้นมีเรียนเช้าส้มไม่กินน้ำปั่นร้านโปรดเพราะผมบ่นว่าคนเยอะแล้วรอนานไม่ดูหนังเรื่องที่รอมานานเพราะผมบ่นว่าเนื้อเรื่องไม่น่าสนใจไม่ใช้เคสโทรศัพท์สีชมพูเพราะผมแกล้งบ่นว่ามันขัดหูขัดตาแล้วปกติเวลาผมแตะเนื้อต้องตัวน้องในแบบที่มากเกินไปส้มจะห้าม ผมก็จะหน้าด้านทำต่อเพราะอยากแกล้ง แต่ตอนนี้ส้มไม่ว่าสักคำแม้บางอย่างผมจะทำเกินไปผมไม่ได้ชอบเลยที่น้องทำแบบนี้ ออกจะโมโหด้วยซ้ำไป หลายครั้งผมก็เผลอหงุดหงิดใส่แต่ส้มก็ยังไม่เถียงสักคำแม่งเอ้ย...ผมว่าสถานการณ์นี้มันแย่กว่าทะเลาะกันสะอีกผมไม่ชอบที่น้องทำตัวเหมือนผู้หญิงที่ยอมทำทุกอย่างให้ผู้ชายคนนึงยอมอยู่ข้างๆ ถึงส้มไม่เปลี่ยนแปลงอะไรผมก็ไม่ไปไหนอยู่แล้วไงแน่นอนว่าผมดีใจที่น้องแสดงออกว่าชอบผม หรืออาจจะถึงขึ้นรัก แต่มันไม่ได้หมายความว่าจะต้องเอาตัวเข้าแลกให้เพื่อให้อีกฝ่ายรักตอบ จริงอยู่ว่าผมรู้สึกดีกับส้มมากๆ แต่ถ้าต้องมีเซ็กส์กันเพราะน้องยอมความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันคงจะเทียบกันไม่ได้กับวันที่น้องพร้อมให้เรามีความสุขด้วยกันคิดมาถึงตรงนี้ผมก็พ่นลมหายใจระบายความหงุดหงิด เดินไปเปิดตู้เย็นจะหยิบเหยือกน้ำออกมาแต่ก็พบว่าน้ำหมด แล้วเข้าใจอารมณ์คนหงุดหงิดป่ะ พอมีอะไรไม่ได้ดั่งใจก็พาลไปหมดผมปิดตู้เย็นเสียงดังจนคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆสะดุ้ง ส้มไม่ได้หันมามองผมแต่ไหล่เล็กนั้นลู่ลงเหมือนกลัวและทำตัวไม่ถูกน้องมาหาผมตั้งแต่เลิกเรียนแล้วไง“สองทุ่มแล้ว พี่ต้องไปร้าน ส้มเก็บของเดี๋ยวพี่ไปส่งที่หอ” พยายามแล้วนะที่จะพูดกับน้องปกติ แต่สุดท้ายเสียงที่เปล่งออกมาก็ดูแข็งกระด้างอยู่ดี“ไปด้วยได้ไหมคะ” ส้มถามเสียงสั่นแววตาน้องดูประหม่ากล้าๆกลัวๆกลัวว่าจะขัดใจผมน่ะสิ!“ไปทำไม”“ส้มแค่อยากอยู่ด้วย”“หรืออยากจับผิดพี่กันแน่?” น้ำเสียงผมคงเอาเรื่องพอตัวเพราะส้มก้มหน้าหลบสายตาและกัดเม้มปากจนเป็นเส้นตรงการที่น้องไม่ไว้ใจมันทำให้ผมอารมณ์เสียขึ้นกว่าเดิม ยิ่งท่าทีที่น้องแสดงออกแทนคำตอบว่าต้องการจับผิดผมนั่นยิ่งยั่วโมโหได้เป็นอย่างดี“...” ส้มไม่พูดอะไรแต่เดินหนีไปหยิบของที่โซฟา“ทำไมไม่ตอบ” ผมเดินตามไปแล้วจับข้อศอกส้มไว้ หมุนตัวน้องให้หันมามองผม“จะกลับแล้วค่ะ ไม่ต้องไปส่งก็ได้” คนตัวเล็กตอบพร้อมกับพยายามเบี่ยงตัวหนี“แล้วจะกลับยังไง”“...”“พี่ถามว่าจะกลับยังไง” สองทุ่มกว่าแล้วและหอน้องก็ไกล กว่าจะถึงหอก็ดึก ผมเป็นห่วงเธอ“พี่แม็คไม่ต้องสนใจหรอก”“ส้ม!” คำตอบของน้องทำให้ผมตะคอกชื่อเธอเสียงดัง ตาแดงๆและต้นคอเครียดเกร็งนั่นทำให้รู้ว่าน้องกลั้นน้ำตาอยู่“...”“อย่าประชดพี่! พูดดีๆ!”“...” แต่รอหลายวินาทีน้องก็ยังเงียบ สุดท้ายความอดกลั้นของผมก็พังทลายลง“เออ! ดี! งั้นก็เงียบไปให้ได้ตลอดแล้วกัน!”พูดจบผมก็กระชากแขนน้อง ผลักให้เธอล้มลงบนโซฟาแล้วบังคับให้ส้มนอนอยู่ใต้ร่างของผม ส้มมองมาอย่างตกใจเมื่อผมเริ่มปลดกระดุมเสื้อตัวเอง เธอเอียงหน้าหนีแล้วปิดเปลือกตาแน่นเหมือนไม่อยากเห็นว่าผมจะทำอะไรเมื่อถอดเสื้อตัวเองเสร็จผมก็ดึงเสื้อนักศึกษาของส้มออกจากขอบกระโปรงทรงเอสีดำที่สั้นกว่าปกติส้มเคยพูดว่าถ้าขี้เกียจซักผ้าแล้วกระโปรงหมดก็ต้องใส่ตัวนี้ ทีเรื่องอื่นบ่นนิดบ่นหน่อยทำตามดีจัง แต่เรื่องไอ้กระโปรงเส็งเคร็งที่พูดย้ำแล้วย้ำอีกทำไมโยนทิ้งไม่ได้วะ!ผมละสายตาจากไอ้เศษผ้าเฮงซวยมามองคนที่สวมใส่มัน ลำคอขาวเนียนเกร็งจนเห็นเส้นเลือด มือบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อผมมองอย่าเฉยชาแล้วถอดเข็มขัดตัวเองแล้วโยนมันลงพื้นจงใจให้เกิดเสียงดังนั่นส่งผลให้คนใต้ล่างสะดุ้งด้วยความตกใจ จากนั้นผมก็ปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของเธออย่างไม่นุ่มนวลเท่าไหร่ ดึงได้ก็ดึง ดึงไม่ออกก็กระชากแม่ง...เมื่อกระดุมหลุดครบทุกเม็ดผมก็แหวกสาปเสื้อออกจากกัน ส้มเป็นคนขาว ยิ่งพอได้เห็นบราสีเนื้อที่ห่อหุ้มก้อนเนื้อเต่งตึงผมยิ่งอยากรู้ว่าข้างในจะขาวขนาดไหนส้มไม่ได้หน้าอกใหญ่จนล้นแต่ผมก็พอใจในขนาดของมันผมไล้ข้อนิ้วแข็งไปตามสายเสื้อชั้นในของเธอแล้วสังเกตได้ว่าน้องเริ่มหายใจแรงขึ้น หน้าท้องเนียนหดเกร็ง เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นตามกรอบหน้าสีหน้าของส้มแสดงหลากหลายอารมณ์ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือน้องกำลังกลัวแต่ก็ยังปิดปากเงียบ...ยิ่งน้องทำเหมือนยอมทุกอย่าง ยิ่งน้องไม่ห้ามผมยิ่งโมโหผมสอดมือเข้าไปใต้บราแล้วบีบก้อนเนื้อนุ่มอย่างแรง“อึก!” ส้มคงจะเจ็บมาก น้องกัดปากตัวเองแน่นเพื่อนกลั้นเสียงไม่ให้ร้องออกมา เห็นแบบนั้นผมยิ่งเหมือนคนบ้าผมบีบหน้าอกเธออีกครั้งด้วยแรงที่มากกว่าเดิม มืออีกข้างเลื่อนไปจับใบหน้าจิ้มลิ้มให้หันมาตรงๆก่อนจะกระแทกริมฝีปากลงไปอย่างแรง!จูบนี้รุนแรงและดุดัน ส้มเม้มปากสนิทแต่ผมก็ใช้ฟันขบกัดจนสามารถแทรกลิ้นเข้าไปได้ มือที่วางอยู่บนอกของเธอก็ยังทำหน้าที่ต่อไปเรื่อยๆด้วยแรงที่มากกว่าเดิมทุกครั้งที่ขย้ำ...ในที่สุดส้มก็เริ่มต่อต้าน น้องดิ้นและพยายามผลักผมออก แต่ผมไม่ยอมแล้วตรึงแขนเล็กสองข้างไว้เหนือศรีษะด้วยมือเพียงข้างเดียวผมจูบน้องอยู่นานจนส้มเริ่มไม่ไหวถึงได้ถอนจูบออก ร่างบางสบตากับผมแล้วร้องไห้ออกมาทันที...“คนอวดเก่งเมื่อกี้หายไปไหนแล้วล่ะ”ผมถามแล้วปล่อยมือทั้งสองข้างให้ส้มเป็นอิสระ จากนั้นก็ท้าวแขนลงกับโซฟาเพื่อยันตัวมองน้องคนตัวเล็กเอามือปิดหน้าร้องไห้สะอึกอื้น ส้มส่ายหัวจนเส้นผมกระจายเต็มหมอนที่ผมเอารองหัวเธอเอาไว้“มองหน้าพี่” พูดแล้วดึงมือน้องออก กดแขนส้มลงข้างลำตัวของเธอผมค่อยๆผ่อนลมหายใจที่อัดอั้น กดจูบลงบนแก้มที่เย็นชืดด้วยน้ำตานั่นแล้วกระซิบ“น้อง... มองหน้าพี่หน่อยครับ”“...”“ต้องการแบบนี้ไม่ใช่หรอ แล้วร้องไห้ทำไม” พูดพร้อมกับจับปอยผมให้พ้นใบหน้าแล้วใช้นิ้วโป้งไล่หยาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนส้มร้องไห้จนหน้าแดงไปหมด...“อึก ฮึก! ส้มไม่ได้อยากได้แบบนี้” พูดปนสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร“แล้วทำแบบนี้ทำไม ทำตัวเหมือนผู้หญิงที่ยอมผู้ชายทุกอย่างแบบนี้ทำไม”“ฮือๆๆๆ”“ทำไมทำเหมือนตัวเองไร้ค่า”ผมคงใช้คำแรงไปหน่อย แต่ส้มก็ยอมลืมตา น้องจ้องมาเข้ามาในตาของผมแล้วตอบ“ส้มแค่ไม่อยากให้พี่แม็คไปทำกับคนอื่น”“..”“ส้มไม่พร้อมแต่ก็ไม่อยากให้พี่ไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น ส้มเห็นแก่ตัว” พูดจบก็ร้องอีก...ผมเปลี่ยนท่าเป็นนอนตะแคงแล้วดึงน้องมาซบอก ...ส้มกอดผมแน่นมาก“ส้มไม่ได้เห็นแก่ตัวหรอก พี่ออกจะดีใจที่ส้มหวงพี่”“จริงหรอคะ ฮึก!”“จริงสิ พี่เองก็ผิด พี่บอกว่าจริงจังกับเราแต่ก็ไปนอนกับคนอื่น เห็นไหมว่าเรื่องนี้พี่ผิดเต็มๆเลย”“นั่นเพราะส้มไม่ยอมให้”“นั่นเพราะพี่ปล่อยตัวให้ทำตามใจโดยไม่นึกถึงใจส้มต่างหาก”“ส้มให้ได้ แต่...”“พี่รอไหว” ผมพูดแทรกก่อนน้องจะพูดจบเพราะคนตัวเล็กเบ้หน้าเหมือนเตรียมจะปล่อยโฮอีกรอบน้อง ‘ให้’ ได้... แต่ถ้าส้มต้องรู้สึกแย่หลังจากนั้นผมก็ยังไม่อยากได้หรอก“แต่ครั้งที่แล้วพี่แม็คก็พูดว่ารอไหว”ไอ้เหี้ย... น้องความจำดีด้วยว่ะ!“โอเค แต่มันจะเป็นครั้งเดียวที่ส้มเห็นพี่ทำแบบนี้”“...”“เชื่อใจพี่นะ” พอผมบอกไปน้องก็เงียบไปสักพักเหมือนใช้ความคิดแล้วตอบออกมา...“ค่ะ...”“พี่จะรอจนกว่าส้มจะเรียนจบ พี่ไม่อยากให้ส้มคิดว่าพี่จ้องจะฟันเราอย่างเดียว”“สองปีกว่าเลยนะพี่แม็ค”“พี่ทนได้” มั้ง... ไม่ค่อยแน่ใจแล้วว่ะ“แล้วถ้า เอ่อ ถ้าพี่แม็คอยากมากๆจะทำยังไง” ถามแบบนี้คงกลัวผมหาคนมาช่วยปลดปล่อยบอกตรงๆว่าผมก็ยังไม่แน่ใจหรอกว่าจะทำได้ตามที่รับปาก ที่พูดไปนั่นเพื่อความสบายใจของส้มผมไม่อยากบังคับให้น้องยอม ถ้ามันมีครั้งหน้าเกิดขึ้นจริงๆผมก็ต้องระวังตัวไง ดูไม่ให้มีร่องรอยหลงเหลือ แค่ไม่ทิ้งหลักฐานไว้ให้ส้มเห็นก็เป็นพอแค่ปิดไม่ให้น้องรู้ ปิดบังไม่ให้น้องเห็น....ก็นานๆครั้งไง ตั้งสองปีผมทนไม่ไหวหรอกจริงอยู่ว่าก่อนหน้านี้เคยทน แต่คนมันเคยมักมากมาก่อน สันดานคนมันไม่ได้เปลี่ยนกันง่ายๆหรอกน่าน้องพูดเองว่าเรายังไม่ใช่แฟนกัน ผมจะ ‘นอกกาย’ ไปกับใครมันก็ไม่ผิด งั้นถ้ารอน้องเรียนจบค่อยขอคบก็ได้มั้ง...“ว่าไงคะ” ส้มถามซ้ำเมื่อเห็นผมไม่ตอบ“ก็ช่วยตัวเอง หรือถ้าส้มสงสารจะช่วยพี่ พี่ก็จะดีใจมาก” ลองบอกก่อน ถ้าน้องไม่โอเคก็ไม่เป็นไร แต่ส้มก็ทำให้ผมได้ใจด้วยการเงยหน้าจากอกมามองตาแล้วบอก“งั้นถ้ามันทนไม่ไหวก็บอกส้มนะคะ” พอได้ยินคนน่ารักพูดความสนใจทั้งหมดของผมตอนนี้ก็พุ่งตรงมาที่เธอ“ครับ” ผมตอบรับน้องตอนนี้ส้มหยุดร้องไห้ไปแล้ว แต่หน้ายังแดงอยู่ ผมอดไม่ได้ที่จะปัดผมหน้าม้าออกแล้วจุ๊บหน้าผากน้องหลายๆทีทำไมน่ารักขนาดนี้วะ!!“สรุปว่าตอนนี้เราดีกันแล้วนะ”“ส้มไม่ได้ทะเลาะกับพี่สักหน่อย ไม่ได้ประชดด้วย”“นั่นแหละ ยังไงก็ช่าง พี่ชอบส้มที่เป็นส้มมากกว่า ขัดใจพี่บ้าง ด่าพี่บ้าง ไม่เอาแบบอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้วนะ”“ไม่ทำแล้วค่ะ”“ไม่ทำตัวใจง่ายด้วย”“หมายถึงต้องไม่ยอมให้พี่แม็คถูกเนื้อต้องตัวใช่ไหม” ต่อล้อต่อเถียงแบบนี้ค่อยสมกับเป็นส้มคนเดิมหน่อย“นั่นก็มากไป สมยอมพี่บ้าง แต่ไม่ใช่พยายามมากเกินไปเหมือนก่อนหน้านี้”“เข้าใจแล้วค่ะ! ไม่ต้องย้ำมากก็ได้ว่าส้มใจง่าย!” พูดเองงอนเองเฉยเลยว่ะ“โอเคๆ ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว” พูดจบก็ขยับตัวจัดท่านอนใหม่ให้นอนได้สบายๆ ตอนนี้บ่ายสาม ผมว่าจะงีบสักหน่อยแล้วค่อยตื่นหาข้าวกินก่อนไปร้าน“พี่จะนอนแปบนึง ส้มนอนไหม”“อยากนอนกอดได้ไหม...” ทีงี้ล่ะอ้อนเก่ง...“พี่มันพวกหวังกำไรแล้วเรื่องอะไรพี่จะปฏิเสธ” พอได้ยินคำตอบส้มก็ยิ้มแล้วนอนหนุนแขนผมอย่างสบายใจแต่อย่าลืมว่าน้องยังไม่ได้ติดกระดุมเสื้อหรืออะไรทั้งนั้น เดี๋ยวรอส้มหลับผมค่อยหาโอกาสหอมบ้างดมบ้างผมนี่มีแต่ได้กำไรเห็นๆเลยนะ...[ Mac’s talk : END ]

    ................................................................................