ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    เหล่าจักรพรรดิผู้โลภมาก

            ร่างเงาของหญิงสาวค่อยๆหายไปทำให้ใบหน้าของต้าหมิงถึงกับบิดเบี้ยวเพราะเขายังไม่ได้รับรู้เลยว่าเจ้าหอยนี้ใช้อย่างไร แต่ในตอนนั้นเองที่ต้าหมิงเห็นว่ามีหนังสือเล่มใหญ่วางอยู่ ต้าหมิงไม่รอช้าเก็บหนังสือจำนวนมากเข้ามาไว้ในแหวนมิติของตนพร้อมกับเม็ดยาจำนวนมาก

            “ตัวข้าในตอนนี้ยังไม่สามารถนำหอคอยแห่งนี้ไปได้เพราะถ้าข้านำมันออกไปมีหวังได้ถูกจักรพรรดิทั้ง 4 ไล่ล่าแน่ ไม่เป็นไรอย่างน้อยรางวัลที่มีค่าทั้งหมดข้าก็นำมันมาแล้วที่เหลือก็ให้เจ้าพวกหน้าโง่นั้นมันดีใจไปก็แล้วกัน” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าสงบ

            ต้าหมิงไม่รอช้ารีบหลอมรวมกับประตูปิดผนึกทันที ประตูปิดผนึกนั้นเป็นอุปกรณ์สีแดงซึ่งมันจำเป็นต้องหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเจ้าของ ต้าหมิงนำตำรามากมายและเริ่มศึกษาก่อนจะเจอกับวิธีการหลอมรวมกับอุปกรณ์สีแดงเพราะงั้นทำให้ต้าหมิงตอนนี้เริ่มเชื่อมต่อกับประตูปิดผนึกทันที

            “หลังจากข้าออกไปมันจะต้องเกิดเรื่องอย่างแน่นอนข้าจำเป็นต้องหาข้ออ้างเอาไว้เพื่อไม่ให้ตนเองถูกเล่นงาน” ต้าหมิงคิด

            เวลานี้ด้านนอกผ่านไปแล้วเกือบสองเดือนซึ่งนี่ทำให้ผู้คนในเมืองอสูรราตรีมากขึ้นกว่าเดิมจนแออัด และยิ่งเห็นรายชื่อของต้าหมิงไปถึงยังชั้นที่ 9 ความโลภของทุกคนก็ยิ่งปะทุออกมา

            “ตอนแรกข้าก็แปลกใจแต่ตอนนี้ชั่งจะยุ่งแล้วสิ หวังว่าพวกจักรพรรดิทั้งสามนั่นจะไม่มาด้วยตัวเองไม่อย่างงั้นก็ยุ่งแน่” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าวพร้อมกับแอบติดต่อไปยังราชินีเหมันต์อย่างลับๆนางเองไม่แน่ใจว่าจะควบคุมสถานการณ์ตอนนี้ได้หรือไม่

            ในขณะที่ข้างนอกกำลังโกลาหลอยู่ในตอนนั้นเองประตูของหอคอยอสูรก็เปิดออกพร้อมกับร่างของต้าหมิงค่อยๆก้าวออกมา ออร่าของต้าหมิงในตอนนี้คือระดับขุนพลขั้นสูงสุดแล้วอีกก้าวเดียวก็ไปถึงระดับจอมพลแล้ว

            “นั่นคืออสูรคลั่งงั้นเหรอ เขาได้รับอะไรมาจากชั้นที่ 6 และ 9 กัน”

            “ดูนั่นมีจอมพลไม่สามารถอยู่เฉยได้แล้ว”

            ขณะที่ต้าหมิงกำลังเดินออกมามีร่างเงาหนึ่งพุ่งเข้าหาต้าหมิงหมายจะจับตัวต้าหมิงไปทันที ต้าหมิงขมวดคิ้วก่อนที่ความเร็วของต้าหมิงจะปะทุขึ้นและหลบการโจมตีของร่างเงานั้นได้อย่างง่ายดาย

            “หลบได้งั้นเหรอ” จอมพลคนหนึ่งเป็นครึ่งอสูรคนหนึ่ง

            “เจ้าคิดจะทำอะไรเจ้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร” ต้าหมิงกล่าว

            “เจ้าจะเป็นใครไม่สำคัญแต่จงนำของที่เจ้าได้มาจากหอคอยอสูรส่งมาให้ข้าเดี๋ยวนี้” จอมพลคนนั้นคำรามออกมาทันที

            “ผู้อาวุโส รางวัลที่ได้รับจากหอคอยอสูรจำเป็นต้องมอบออกไปเช่นนั้นหรือ” ต้าหมิงหันไปทางผู้ดูแลหอคอยอสูรที่เป็นถึงระดับจักรพรรดิ

            “รางวัลที่ได้เป็นของเจ้า ส่วนจะรักษาได้หรือไม่นั้นไม่เกี่ยวกับข้า” จักรพรดิคนนั้นกล่าวออกมาทันที ตามจริงเขาเองก็สนใจว่าต้าหมิงได้รับอะไรจากหอคอยอสูรนั่น

            “อย่างงี้นี่เอง แต่ว่าเสียใจด้วยรางวัลพวกนั้นข้ากินไปหมดแล้ว” ต้าหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            “กินไปแล้ว” จอมพลคนนั้นกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา

            “ถูกต้องสิ่งที่ข้าได้รับมาคือเม็ดยาล้ำค่า หรือว่าเจ้าไม่สังเกตุถึงการเปลี่ยนแปลงของข้าหรือยังไง” ต้าหมิงกล่าว

            “จริงด้วย ตอนเข้าไปอสูรคลั่งเป็นเพียงแค่ขุนพลขั้นสูงแต่ตอนี้กลับเป็นขุนพลขั้นสูงสุดแล้ว”

            “เม็ดยาบ้าอะไรกันที่ทำให้อสูรคลั่งยกระดับได้กัน”

            “อย่างที่คิดรางวัลในชั้นที่ 6 ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ” ผู้คนพากันกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าอิจฉา

            “คิดว่าข้าจะเชื่องั้นเหรอ รางวัลในชั้นที่ 6 จะต้องล้ำค่ามากกว่านี้แน่แต่ถ้าเจ้าไม่มอบมาก็ไม่เป็นอะไรขอแค่สังหารเจ้าได้ข้าก็จะได้ของของเจ้าแล้ว” จอมพลคนนั้นกล่าวและเตรียมพุ่งเข้าสังหารต้าหมิงทันที

            แต่ในตอนนั้นเองมีร่างเงาหนึ่งพุ่งเข้ามาและใช้ฝ่ามือทะลวงหัวใจของจอมพลคนนั้นทันที ผู้ที่ปรากฏสวมหน้ากากและผ้าคลุ่มสีดำแต่กลิ่นอายสังหารกลับรุ่นแรกยิ่ง

            “ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องอสูรคลั่งจะต้องตาย” เสียงที่เย็นชาดังขึ้นจากอสูรสังหารทั้ง 5

            “ระดับจักรพรรดิถึง 5 คนเลยงั้นเหรอ” เหล่าระดับจักรพรรดิที่ซ่อนอยู่ถึงกับขมวดคิ้ว

            “ถึงพวกเจ้าจะค่อนข้างแข็งแกร่งแต่เกรงว่าถ้าต้องการจะหยุดพวกข้าแค่นี้มันยังไม่พอ” ระดับจักรพรรดิคนหนึ่งปรากฏตัวออกมาแล้วกล่าวขึ้น

            สิ้นเสียงระดับจักรพรรดิจากสามดินแดนต่างปรากฏตัวออกมาเช่นกัน ระดับจักรพรรดิเกือบ 10 คนปรากฎตัวพร้อมกันทำให้ระดับขุนพลและจอมพลต้องถอยหนีทันที

            “ถ้าพวกเจ้าไม่กลัวตายก็เข้ามา” อสูรสังหารกล่าวขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว

            ใบหน้าของต้าหมิงมืดมนเขาไม่คิดว่าเรื่องราวนี้มันจะใหญ่โตขนาดนี้ ซึ่งถ้าปล่อยเอาไว้มันอาจจะไม่เป็นผลดีต่อตัวเขา

            “พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องสู้กันหรอกเพราะข้าไม่ได้หลอกพวกเจ้าจริงๆ รางวัลชั้นที่ 6 นั้นเป็นเม็ดยาจริงๆ ส่วนชั้นที่ 9 นั้นจะว่าล้ำค่าก็ไม่เชิงแต่มันก็ไม่ไร้ค่าเช่นกันเพราะสำหรับคนบางคนที่มีความทะเยอทะยานมันล้ำค่าอย่างมาก แต่สำหรับคนที่ไร้ความทะเยอทะยานมันกลับไม่มีค่าอะไรมากนัก” ต้าหมิงกล่าวขึ้น

            เหล่าจักรพรรดิที่กำลังจะเปิดศึกถึงกับหยุดและมองไปยังต้าหมิง ต้าหมิงแสดงสีหน้าจริงจังก่อนจะนำหนังสือเล่มหนึ่งออกมา หนังสือเล่มนี้ค่อนข้างบางเล้กน้อยเห็นได้ชัดว่าไม่มีข้อมูลอะไรมากนัก

            “นี่คือรางวัลที่ข้าได้รับในชั้นที่ 9 ซึ่งมันมีข้อมูลของระดับที่สูงกว่าระดับจักรพรรดิและข้อมูลของโลกภายนอกที่ไม่ได้อยุ่ในทวีปของพวกเรา” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “เจ้าหมายถึง โลกด้านนอกนั่นมีระดับที่สูงกว่าพวกเราและระดับจักรพรรดิไม่ใช่จุดสูงสุดเช่นนั้นเหรอ” มีระดับจักรพรรดิคนหนึ่งสนใจทันที

            “แน่นอน ในทวีปของพวกเราระดับจักรพรรดิคือตัวตนสูงสุดแต่สำหรับโลกด้านนอกนั้นระดับจักรพรรดิไม่ต่างอะไรจากขยะเลย เพราะเหนือกว่าระดับจักรพรรดิคือ นักบุญ เหนือกว่านักบุญคือ สวรรค์ เหนือกว่าสวรรค์คือ เซียน ซึ่งตัวตนของเซียนจอมเวทย์ต่างหากที่แข็งแกร่งและเป็นที่เกรงกลัวของผู้คน” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

            “แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าที่เจ้ากล่าวออกมานั้นจริง” จักรพรรดิคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าสงสัย

            “ใช่แล้ว แต่ถ้าเจ้ายอมถอนแหวนมิติและส่งให้พวกเราตรวจสอบพวกเราถึงจะเชื่อ” ระดับจักรพรรดิพากันกล่าวขึ้น

            “เจ้าคิดว่าข้าโง่งั้นเหรอ ของล้ำค่าที่ข้าเก็บสะสมก็มากถ้าข้ามอบแหวนมิติให้กับพวกเจ้ามีหรือที่พวกเจ้าจะคืน น่าขัน” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            “ถ้าไม่ยอมส่งมอบแหวนมิติมาก็อย่าหวังว่าจะออกไปได้เลย” จักรพรรดิขั้นกลางคนหนึ่งไม่รอช้าเตรียมเข้าไปจับตัวต้าหมิงทันที

            “ใครมันกล้าแตะต้องผู้ชายของข้ากัน” ในตอนนั้นเองเสียงที่เย้ายวนก็ดังขึ้น รางเงาของจักรพรรดิจิ้งจอกค่อยๆก้าวเท้าเดินบนอากาศอย่างช้าๆ เท้าที่เปลือยของนางเดินตรงไปยังต้าหมิงทันที แรงกดดันที่ทรงพลังทำให้พวกระดับจักรพรรดิถึงหน้าถอดสี พวกเขาไม่คิดเลยว่าจักรพรรดิจิ้งจอกที่ได้ชื่อว่าอ่อนแอที่สุดจะเก็บซ่อนพลังไว้ถึงขนาดนี้

             

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา ที่คุณอ่าน