เมื่อกลับมาบ้านชิงเถาจึงได้แจ้งเรื่องให้ทุกคนได้ทราบทราบแล้วอย่างไรต่อนะหรือพวกนางก็ต้องจัดเตรียมชุดแต่งกายที่เหมาะสมสำหรับงานเลี้ยงนะสิแต่งตัวเช่นไรถึงจะเหมาะสมนะหรือ ผ้าที่ใช้ก็ต้องเป็นผ้าเนื้อดีสีที่ใช้ก็ต้องเหมาะสมอีกทั้งลวดลายและรูปทรงต่างๆอีกมากมายทุกอย่างล้วนแล้วแต่เร่งด่วนจนต้องจ้างช่างจากข้างนอกมาอีกแรงเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกอย่างรูปร่างหน้าผมก็สำคัญแต่เรื่องมารยาทการวางตัวก็สำคัญไม่แพ้กันนัก ชิงเถาจึงต้องสอนเข้มให้แก่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นการเดิน การนั่ง การจับของหรือแม้แต่การจะอ้าปากกินอะไรสักอย่างนั้นก็ยังต้องมีพิธีรีตองไปหมดอย่างไรเสียครอบครัวนางจะทำขายหน้าไม่ได้ ไม่ใช่ว่านางกลัวจะอับอายแต่อย่างไรแต่ว่านั่นอาจจะเป็นจุดอ่อนให้คนมารังแกก็ได้ถึงแม้จะเป็นเรื่องเพียงนี้ก็ตาม
ช่วงหัวค่ำในห้องโถงของตำหนักจัดเลี้ยงในวังหลวงต่างคราคร่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาที่ผู้คนก็ต่างคุ้นหน้าคุ้นตาเพราะพวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นขุนนางและครอบครัวของขุนนางทั้งนั้นที่ได้รับอนุญาตให้ร่วมงานวันนี้นอกจากขุนนางที่ออกทำภารกิจช่วยเหลือผู้เสี่ยงภัยแล้วที่ได้รับอนุญาตให้พาครอบครัวมาร่วมงานได้เหล่าขุนนางในสำนักคนอื่นๆก็ยังได้รับสิทธินั้นด้วยเช่นนั้น นอกจากสกุลเจี้ยนเฉิงที่เป็นพ่อค้าแล้วนอกนั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นตระกูลของเชื้อพระวงศ์และขุนนางทั้งสิ้น(ไม่รวมสกุลมี่นะ)
“งานใหญ่มากเลยนะขอรับผู้คนเยอะมากๆเลยด้วย”หมิงเลี่ยนอดจะเอ่ยออกมาอย่างชื่นชมไม่ได้เมื่อลอบมองไปทั่วงานพวกเขาไม่ถือว่ามาช้าหรือเร็วจนเกินไปนัก ตอนนี้จึงมีคนมาเกินครึ่งแล้ว
“นั่นสิขอรับอาหารวังหลวงจะรสชาติเช่นไรกันนะ”หมิงลู่อดจะนึกไปถึงอาหารที่มีในงานเลี้ยงวันนี้ไม่ได้
“สำรวมหน่อยเถิด”ลี่ถิงเอ่ยดุน้องชายทั้งสองออกมาเบาๆพอให้ได้ยินเพียงพวกนางเอง
“พาพวกเราไปที่นั่งเถอะ”ชิงเถาเอ่ยกับนางกำนัลที่นำพวกนางเข้ามายังตำหนักที่จัดงานเลี้ยงนางกำนัลที่ยิ้มขำเล็กน้อยอย่างเอ็นดูสองแฝดจึงต้องค่อมหัวรับคำสั่งชิงเถาแล้วรีบเดินนำไปยังโต๊ะที่จัดไว้ให้ทันที
“ไปกันเถอะเจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยชวนแล้วเดินตามนางกำนัลเข้าไปเป็นคนแรก นางเดินผ่านเหล่าคุณหนูคุณชายที่ยืนจับกลุ่มกับพูดคุยเกี้ยวพากันมารวมถึงเหล่าฮูหยินทั้งหลายที่จับกลุ่มกันอวดความร่ำรวยกันหลายกลุ่มจนกระทั่งนางกำนัลผายมือให้ชิงเถายังโต๊ะอาหารที่จัดไว้ให้ครอบครัวของนางด้วยสกุลเจี้ยนเฉิงไม่ได้เป็นขุนนางหรือมียศศักดิ์อันใดทางวังหลวงจึงจัดโต๊ะให้ถัดจากขุนนางสกุลใหญ่ทั้งหลายมาแต่นั่นก็ถือว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่เลวทีเดียวเพราะดูเหมือนมันจะเป็นกึ่งกลางของที่นั่งทั้งหมดทีเดียวเหล่าขุนนางที่ถูดจัดให้นั่งถัดจากพวกนางออกไปได้แต่นึกอิจฉาที่พวกนางมีความสำคัญกว่า
“ท่านพ่อท่านแม่เชิญนั่งเจ้าค่ะ” ชิงเถาเอ่ยเชิญให้ทั้งสองนั่งก่อนส่วนพวกนางสี่พี่น้องค่อยนั่งถัดมา จริงๆแล้วลำดับการนั่งจะต้องนั่งตามศักดิ์เพียงแต่ว่านั่นจะไม่ดีเท่าไหร่กับครอบครัวที่มีเด็กมาด้วยโดยเฉพาะเด็กซนอย่างครอบครัวพวกนาง เช่นนั้นแล้วสองแฝดจึงนั่งต่อจากมารดาตามด้วยลี่ถิงและปิดท้ายด้วยชิงเถานั่นเอง
“ของพวกนี้กินได้หรือไม่ขอรับ”เพียงนั่งลงบนพื้นที่มีเบาะอย่างดีรองรับหมิงลู่ก็เอ่ยถามขึ้นมาทันทีด้วยเสียงเบาอย่างระมัดระวังยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นจานขนมและน้ำชาวางอยู่ตรงหน้า
“ค่อยๆกินนะลูก”นางลี่จูเพียงเอ่ยตอบยิ้มๆ
“เจ้าไม่ไปทักทายใครหรือ”จิ้นสิงถามขึ้นหยอกเย้าผู้เป็นภรรยาเมื่อเห็นว่านางเคยร่วมงานเลี้ยงน้ำชากับเหล่าฮูหยินทั้งหลายไหนจะตอนเดินเข้ามาก็มีหลายคนที่เข้ามาทักทายนางตัวเขานั้นไม่ได้คบค้ากับใครเท่าไหร่ถ้าไม่ใช่เรื่องกิจการหรือไปไหนทั้งครอบครัวแล้วคงไม่ได้ออกไปไหนเลยต่างจากผู้เป็นภรรยาที่เคยออกงานบ้าง
“ไม่หละเจ้าค่ะข้าไม่มีอะไรจะอวด” นางลี่จูเพียงตอบผู้เป็นสามีออกมาขำๆเช่นกันก็ดูเหล่าพวกนางทั้งหลายสิที่แต่งตัวและประดับด้วยเครื่องประดับมาหลากหลายชิ้นไม่ว่าจะเป็นต่างหูสร้อยคอ หรือแม้แต่ปิ่นก็ปักมาตั้งหลายอันถ้านางไปร่วมก็ต้องชมให้ครอบทุกอย่างกระมัง
“แต่ที่เจ้าแต่งมาก็ไม่น้อยนะ”จิ้นสิงยังเอ่ยเล่นกับภรรยาต่อ วันนี้นางลี่จูก็ใส่เครื่องประดับมาหลายชิ้นเช่นกันด้วยเพราะคนมันมีเป็นชุดจะใส่ไม่ครอบก็กระไรอยู่แต่นั่นก็ไม่ได้ชุดใหญ่เหมือนใครอีกหลายๆคน
“ท่านพี่ก็”
สองสาวพี่น้องนอกจากจะนั่งมองไปรอบๆงานก็นั่งฟังพ่อกับแม่หยอกล้อกันนี่หละไม่บ่อยที่ทั้งสองที่มีประโยคชวนให้ลูกๆอยากขยับก้นหนีแบบนี้ทำอย่างกับว่าพวกนางไม่ได้ยิน ถึงสองแฝดจะไม่ได้จนใจแต่ว่าพวกนางสนใจนะ
“อ่ะนั่นสกุลเจียงนี่เจ้าค่ะสงสัยพึ่งจะมาถึง” ชิงเถาที่มองดูผู้คนไปเรื่อยๆนางทำเช่นนี้เป็นการเก็บข้อมูลไปด้วย ไม่ใช่เพียงข้อมูลของบุคคลเข้านั้นแต่ว่ายังได้ข้อมูลชุดอื่นๆอีกด้วย อย่างเช่น รสนิยมของผู้คนเป็นเช่นไรแต่ละกลุ่มมีใครบ้างหรือกลุ่มไหนดูจะไม่ค่อยถูกกันบ้าง แต่ที่นางสังเกตดูถ้ากลุ่มฮูหยินหรือผู้ใหญ่กลุ่มไหนอยู่ด้วยกันพวกเด็กหนุ่มเด็กสาวก็จะคบคนจากสกุลนั่นๆด้วยเช่นกัน
“ลี่ถิง”จากที่ชิงเถาเอ่ยขึ้นว่าเห็นครอบครัวของสกุลเจียงเข้ามายังไม่มีใครเอ่ยอันใดตอบกลับนางเจียงลู่เหวินก็เดินนำคนอื่นๆมาทักทายคู่หมั่นเขาก่อนแล้ว
“คุณชายเจียง”ลี่ถิงลุกขึ้นยืนและคำนับอีกฝ่ายเล็กน้อยเป็นการทักทาย
“แหมพี่ชายเจียงสายตาท่านเห็นคนเดียวหรือเจ้าค่ะ ข้านั่งบังอยู่แท้ๆ” ชิงเถาอดจะเอ่ยออกมาไม่ได้แต่ก่อนก็มาหานางดีอยู่หรอกแต่พอตอนนี้ได้ตามที่ตนหวังแล้วไม่ค่อยจะเห็นหัวนางเลยนะ
“คารวะเถ้าแก่เจี้ยนเฉิงและฮูหยินขอรับ”ไม่เพียงเจียงลู่เหวินจะไม่สนใจชิงเถาเขายังหันหนีนางเพื่อทักทายบิดากับมารดานางแทน
“ตามสบายเถิดคุณชายเจียง”จิ้นสิงเพียงเอ่ยบอกอีกคนออกมาพร้อมยิ้มเท่านั้น
“ขอรับ”เจียงลู่เหวินยิ้มรับคำของว่าที่พ่อตาแม่ยายอีกเล็กน้อยก่อนจะมาทักทายสองแฝดต่อ
“ว่าไงเถ้าแก่น้อยทั้งสอง กิจการดีหรือไม่”
“คารวะพี่ชายเจียงร้านลู่ลู่ของข้าขายดีมากๆเลยขอรับ แต่ไม่เห็นพี่ชายเจียงจะไปอุดหนุนบ้างเลย”หมิงลู่เมื่อก้มหัวคารวะผู้ที่อายุมากกว่าแล้วจึงถามอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจอีกฝ่ายทันที
“ฮ่าๆๆวันพรุ่งนี้ข้าจะไปอุดหนุนร้านเจ้าแต่เช้าเลยดีไหม”เจียงลู่เหวินรีบเอ่ยเอาใจเด็กน้อยทันทีเมื่อเจอคาดโทษจากอีกฝ่าย
“ดีขอรับขนมร้านข้าอร่อยทุกอย่างเลย ท่านต้องชอบแน่ๆข้ารับรอง”เมื่อได้ยินว่ามีคนจะไปซื้อของร้านตนหมิงลู่จึงอารมณ์ยิ่งกว่าเดิมอีก
“ว่าแต่หมิงเลี่ยนล่ะเป็นเช่นไรบ้าง” เมื่อถามไถ่คนน้องแล้วเจียงลู่เหวินจะข้ามแฝดคนพี่ได้เช่นไร
“ก็ดีขอรับแต่ข้าไม่รบกวนให้ท่านต้องไปอุดหนุนหรอกขอรับ”คำพูดของหมิงเลี่ยนทำให้เจียงลู่เหวินที่กำลังยิ้มแย้มอยู่นั่นต้องทำหน้าอึ้งตกใจทันทีนี่เขาทำอะไรให้แฝดคนพี่ไม่พอใจไปแล้วหรือนี่
“ฮ่าๆๆสมกับเป็นน้องชายข้าจริงๆ”ชิงเถาที่ได้ยินและเห็นสีหน้าของชายตรงหน้าอดจะหัวเราะร่าออกมาไม่ได้
“หมิงเลี่ยนทำไมพูดเช่นนั้นหละ” ลี่ถิงที่เห็นว่าคู่หมั้นไปต่อไม่ถูกจึงรีบเข้ามาช่วยด้วยอีกแรง
“ก็ร้านข้าขายเครื่องดนตีแล้วก็อาวุธสำหรับเด็กหนิขอรับจะให้พี่ชายเจียงมาซื้อไปทำไม” คำตอบของแฝดคนโตก็ถูกเขาไม่ได้ประชดหรือปฏิเสธว่าที่พี่เขยแต่อย่างใด เขาเพียงพูดไปตามที่คิด
“โอ้เป็นเช่นนั้นเองพี่ชายคนนี้ก็ลืมนึกไป ไม่เป็นไรที่จวนข้ามีเด็กอยู่ไว้ข้าจะไปอุดหนุนก็แล้วกัน”เมื่อทราบความคิดอีกคนเจียงลู่เหวินจึงกลับมายิ้มและตอบอีกฝ่ายกลับไปได้อย่างอารมณ์ดีเช่นเดิม
“ขอบคุณขอรับ”ได้ยินเช่นนั้นหมิงเลี่ยนก็ขอบคุณล่วงหน้าทันที
“พี่ชายเจียงครอบครัวท่านมองหาใหญ่แล้วเจ้าค่ะ ข้าว่ากลับไปนั่งที่ได้แล้วกระมัง” ชิงเถาเอ่ยขึ้นขัดไปเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะหันมาพูดคุยกับพี่สาวตนต่อ
“นั่นสิเข้าคะท่านหายมาครู่หนึ่งแล้ว” ลี่ถิงกลับเห็นด้วยกับผู้เป็นน้องสาวเสียอย่างนั้น
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าไปคารวะพวกท่านกับข้าก่อนไหม”เจียงหลู่เหวินคิดหาทางให้ได้อยู่กับคู่หมั้นกับเขาอีกสักหน่อยและอีกหนึ่งเหตุผลเขาต้องการเอาชนะชิงเถานั่นเองชอบขัดเขานัก
“ใช่แล้วลูกไปทักทายพวกท่านสักหน่อยเถิด” นางลี่จูเห็นด้วยกับความคิดว่าที่ลูกเขย
“เอ่อเอาตามที่ท่านแม่ว่าก็ได้เจ้าค่ะ” ลี่ถิงเอ่ยเช่นนั้นก่อนที่เจียงลู่เหวินจะเดินพานางไปตรงที่นั่งของครอบครัวตนเองที่อยู่ถัดเข้าไปใกล้กับบัลลังก์ของฮ่องเต้มากกว่าตรงที่สกุลเจี้ยนเฉิงนั่ง