ในเมืองหลวงของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง ตอนนี้ตัวเมืองดูวุ่นวายมากกว่าที่เคยเป็น มีนักรบสวมเกราะหนักเดินลาดตระเวนอยู่ทั่วเมืองไปหมด จากการได้รับข่าวสารบางอย่างจากสองผู้วิเศษอย่าง 'หยางจื่อถง' ผู้วิเศษอ้วนแก่ และ 'เซ่าเหวิน' ผู้วิเศษชราอีกคนที่ได้รับสมญานามว่าผู้วิเศษแห่งความหลอกหลอน
เซี่ยซีหานรับรู้ว่า สถานการณ์ตอนนี้ของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งไม่สู้ดี ดูท่านักรบแปดดาบที่ชื่อ 'หวงเหวิน' นั้น จะเก่งจริงๆ
เซี่ยซีหานแม้ไม่ตั้งใจจะฟัง แต่เขาก็ได้ยินหยางจื่อถงมักบ่นเสียงดังกับเซ่าเหวินผู้วิเศษเฒ่าเสมอว่า ไอ้เจ้า 'หวงเหวิน' ผู้นี้ มันคือปีศาจไม่ก็อสูรร้ายในร่างมนุษย์ นอกจากนั้นจิตใจของมันยังโหดเหี้ยมอย่างสุดๆ ในสงคราม มันเกณฑ์นักรบและผู้วิเศษมากมายร่วมต่อสู้ มีบางคนคิดหลบหนี หรือมีจิตคิดหวาดกลัวการต่อสู้ ถ้าไอ้ปีศาจ'หวงเหวิน' นักรบแปดดาบผู้นี้รู้ มันจะสังหารทันทีโดยไม่ไต่ถามแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะในสงคราม คนนับหมื่นเข่นฆ่ากัน แต่ 'หวงเหวิน' ยังพุ่งตัวไปฆ่าพวกเดียวกันเองที่คิดหลบหนี ทำเอาบรรยากาศการรบราวกับแดนนรก กองทัพของอาณาจักรศิลาดำแทบจะกลายเป็นปีศาจกันหมด เพราะมีแต่ต้องมุ่งไปด้านหน้า ไม่งั้นก็ต้องตายทันทีที่หันหลังกลับ ไม่รู้ทำไม 'หวงเหวิน' ถึงได้เป็นบ้าขนาดนี้
พูดแบบนี้จบประโยคแบบนี้ หยางจื่อถงผู้วิเศษอ้วนแก่มันก็สำทับอีกประโยคหนึ่งซ้ำเสมอ "ข้าจะไม่ไปและไม่มีทางไปร่วมสงครามด้วยเด็ดขาด" สิ่งนี้ทำให้เซี่ยซีหานมีรอยยิ้มและรู้สึกตลกต่อหยางจื่อถง
...
เซี่ยซีหานทอดสายตามองออกไปนอกเกี๊ยวรถม้า ใบหน้าผู้คนเศร้าหมองมากมาย สงครามก็เป็นแบบนี้ ไม่มีใครชอบมัน
"ถึงที่พักของเจ้าแล้ว" เสียงท่านชายเหวินชูดังอบอุ่น เซี่ยซีหานหันมองท่านชายเหวินชูและยิ้ม เขาพูดขอบคุณและรีบเดินลงจากเกี๊ยวรถม้าทันที
และเมื่อเซี่ยซีหานเดินลง และเดินไปได้สักพัก
"ซีหาน..." น้ำเสียงของท่านชายเหวินชูดังเบาๆ
เซี่ยซีหานหันหลังกลับ เขาพบว่าสีหน้าของท่านชายเหวินชู เมื่อกลับมาเมืองหลวงครั้งนี้ดูไม่ดีเลย น้ำเสียงของท่านเหวินชูดูแฝงความเป็นห่วงเซี่ยซีหาน แต่เขาก็พูดสั้นๆ เพียงแค่ชื่อของเซี่ยซีหานออกมา และบอกว่าขอให้เซี่ยซีหานเที่ยวให้สนุก
เซี่ยซีหานมองท่านชายเหวินชูจากไป สำหรับเซี่ยซีหาน หลายเดือนมานี้ความสัมพันธ์กับท่านชายผู้นี้นับว่าดีขึ้นเรื่อยๆ อาจจะเพราะมีนิสัยเข้ากับคนง่ายและชอบทำตัวสบายๆ เหมือนๆ กัน
แน่นอนเซี่ยซีหานรับรู้ว่า ตอนนี้ท่านชายผู้นี้ คงมีเรื่องลำบากใจบางอย่างที่ยากจะพูด แต่ตัวเซี่ยซีหานก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะถามถึงมันได้เช่นกัน
...
"ทำไมจะต้องนัดพบกันแต่ในที่แบบนี้ จะหาที่นั่งคุยกันสงบสงบบ้างไม่ได้เหรอ นัดที่ห้องพี่เซี่ยซีหานคนนี้ก็ได้" เซี่ยซีหานบ่นเบาๆ เขาเดินก้าวเท้าเข้าสู่โรงสุราอันเป็นสถานเริงรมย์ที่คุ้นเคย ที่นี่เขาเคยนัดพบกับเคอซวนแล้วครั้งหนึ่ง
หญิงงามหน้าตาบาดใจ สัดส่วนที่ทำให้สุภาพบุรุษเช่นเซี่ยซีหาน อยากกลายร่างเป็นปีศาจแล้วขย้ำพวกนาง เซี่ยซีหานได้แต่ส่ายหัวและเดินผ่านหญิงสาวรินสุราคนแล้วคนเล่า พร้อมอยากบอกพวกนางเหลือเกินว่า พี่ไม่ดื่มสุรา พี่ดื่มได้แต่น้ำชากับนม
น่าเสียดาย... นี่คือข้อเสียที่สุดของเซี่ยซีหาน ตั้งแต่โลกที่แล้วจนถึงตอนนี้ เขาไม่ชอบสุราจริงๆ
"ซีหาน" เสียงถางเทียนเจี๋ยดังมาแต่ไกล
เมื่อเซี่ยซีหานมองไปตามทิศทางของเสียง เขาก็มองเห็นถางเทียนเจี๋ยที่กำลังยกมือ เคอซวนเอี้ยวตัวกลับมาและยกมือให้เซี่ยซีหานเช่นกัน
เซี่ยซีหานรีบเดินไปที่โต๊ะและเขาก็ต้องประหลาดใจ
"ทำไมมีแก้วสุราเยอะแบบนี้" คำถามของเซี่ยซีหานยังไม่ทันมีใครตอบ แต่เซี่ยซีหานก็รู้คำตอบได้อย่างรวดเร็ว
หญิงสาวนางหนึ่งหุ่นทรมานใจสุภาพบุรุษ หน้าอกราวกับไม่ได้มาจากแม่เพียงคนเดียว แต่ท่านย่ายายมอบมาให้นางพร้อมๆ กัน ใบหน้านางราวกับเป็นนางปีศาจยั่วสวาท นางเดินมาที่โต๊ะที่ถางเทียนเจี๋ยและเคอซวนนั่ง
นางบิดไหล่ก้มโค้งเอียงตัวเล็กน้อย เจ้าสิ่งบักลักกั๊กนั้นนอนแนบไปกับโต๊ะ นางปีศาจยั่วสวาทจูบแก้วสุราที่นางถือมา จากนั้นก็วางไว้ที่โต๊ะ "พ่อหนุ่ม พี่สาวชื่อเม่ยเม่ย สุราแก้วนี้พี่สาวเลี้ยงเจ้า หลังปิดร้านอยากไปหาอะไรอร่อยอร่อยกินกับพี่สาวตามลำพังไหม แต่ถ้าน้องชายไม่ชอบกินตามลำพังก็..." งาาาว นางอ้าปากและทำราวกับแม่เสือสาวคำรามอย่างไร้เสียง จากนั้นนางจึงพูดต่อ "พ่อหนุ่มชอบกินแบบเป็นคู่ หรือสามรุมหนึ่งก็ได้นะ พี่สาวแค่ชอบพ่อหนุ่มเหลือเกิน"
เซี่ยซีหานกำหมัด ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดกับพระเอกสุดเท่แห่งยุคสมัยเช่นตัวมันบ้าง หรือพวกนางตาไม่ถึง!!!
ถางเทียนเจี๋ยยิ้มและส่ายหน้าปฏิเสธนางไป ก่อนจะหยิบแก้วสุราที่ได้รับ เอาไปเรียงแทบจะเป็นภูเขาเล็กๆ แล้ว
เซี่ยซีหานเอามือชี้ไปที่กองภูเขาแก้วสุรา เคอซวนตอบด้วยน้ำเสียงหน่ายใจ
"ที่โรงสุราแห่งนี้มีนางรินสุราราวราว 475 คน ช่วงเวลานี้น่าจะมีนางรินสุรามาทำงานพร้อมๆ กันราว 128 จากที่ข้าเห็น โดยใน 128 คนนี้ มี 109 คนแล้วที่ถือแก้วสุราให้ไอ้หนุ่มถางเทียนเจี๋ย เห้อ... สตรีสมัยนี้เหตุใดเป็นแบบนี้ เจ้าหนุ่มนี่มันก็แค่หน้าตาดีนิดหน่อย"
เซี่ยซีหานได้ยินเคอซวนพูดมาแบบนี้ นอกจากชื่นชมในความรอบคอบและการหาข้อมูลของเคอซวน เขาก็ยังแผดเสียงดังๆ ในใจเช่นกันว่า 'ถางเทียนเจี๋ยเขาก็แค่หน้าตาดีกว่าข้านิดเดียว ทำไมไม่มีสาวคนไหนถือสุรามาเลี้ยงบิดาบ้างเลย' เซี่ยซีหานไม่เข้าใจจริงๆ
ตอนนี้ชายหนุ่มที่มีดวงตาราวกับลูกหมาพันธุ์ชิสุ ได้นั่งลงบนเก้าอี้แล้ว
แต่ในระหว่างนั่งลง เซี่ยซีหานก็อดไม่ได้ มองจ้องใบหน้าถางเทียนเจี๋ย ในใจของเซี่ยซีหานเอาแต่แผดเสียงว่า เขาหล่อกว่าข้าแค่นิดเดียว นิดเดียวจริงๆ
...
เคอซวนเป็นผู้เปิดประเด็นใหม่
"ไอ้เจ้าตัวแสบ ข้าและถางเทียนเจี๋ยจัดการปัญหาต่างๆ ให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว พวกเราได้สัญญาทาสทั้งหมดของเหล่าคนแคระมากแล้ว..." เคอซวนยื่นหนังสือเล่มหนาใหญ่ให้เซี่ยซีหาน ในนั้นมันเต็มไปด้วยหน้ากระดาษที่เป็นหนังสือสัญญาทาสของเหล่าคนแคระ
โชคดีแม้เซี่ยซีหานจะไม่รู้จักชื่อของเหล่าคนแคระทั้งหมด แต่หนังสือสัญญาของโลกใบนี้จะแฝงพลังวิเศษบางส่วนเอาไว้ เพียงแค่เราเอามือไปทาบและส่งสำนึกลงไป เราก็จะเห็นใบหน้าและสภาพของผู้ทำสัญญาทาสคนนั้นๆ ได้ทันที
เซี่ยซีหานลองเอามือทาบลงไป และเขาก็เห็นภาพคนแคระที่ดูกักขฬะ ด้วยความที่ชายคนนี้มีสภาพที่โดดเด่น ทำให้เซี่ยซีหานจำคนแคระเพศชายคนนี้ได้
"นี่คือสัญญาทาสของคนแคระที่ชื่อฉวน เขาอายุ 145 ปีแล้วงั้นเหรอ ยังดูเหมือนอายุไม่ถึงเลย" เซี่ยซีหานไม่รู้เรื่องราวที่คนแคระนั้นได้รับพรจากเทพโบราณ พวกเขามีอายุมากกว่ามนุษย์หลายเท่า
"เหล่าคนแคระมีอายุขัยราว 250 ปี อย่างต่ำ ไม่แปลก ที่อายุ 145 ปีจะยังไม่ดูชรา"
เซี่ยซีหานพยักหน้าเมื่อได้ยินเคอซวนพูด
หลังจากตรวจนับสัญญาทาส เซี่ยซีหานก็พบว่า สัญญาทาสที่หนังสือเล่มนี้จัดรวบรวมไว้ มีจำนวนมากกว่าคนแคระที่ถูกขังอยู่ที่เหมือง
"ทำไมมันถึงมีเยอะแบบนี้ คนแคระในเหมืองที่ข้าอยู่น่าจะมีราวห้าร้อยคนเท่านั้น"
เคอซวนเบ้ปากราวกับคำถามของเซี่ยซีหานโง่มาก เขายกสุราดื่มก่อนจะอธิบาย "มันจะไปแปลกอะไร นี่ก็ดีเท่าไหร่แล้วที่ข้าคัดสัญญาทาสมาให้เจ้าเฉพาะที่เป็นพวกผู้มุดอยู่ในดิน หากนับสัญญาทาสสามัญที่ทำกับมนุษย์และเผ่าพันธุ์อื่นๆ ด้วย แค่ผู้วิเศษแท้จริงสามคนนี้ก็มีทาสรวมกันเกินสามสี่พันแล้ว"
เซี่ยซีหานเข้าใจโดยพันและเขาก็เห็นด้วยกับที่เคอซวนพูด เซี่ยซีหานยกมือเกาหัวของตัวเอง
"เอาล่ะมาพูดเรื่องอื่นกันเถอะ เจ้าตัวแสบ แม้เจ้าจะอยู่ที่นั่น เจ้าก็น่าจะรู้ถึงสถานการณ์ของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งตอนนี้ดี ตอนนี้ควรเป็นเวลาที่เจ้าจะพาคนของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวกลับมาได้แล้ว และนอกจากนั้นข้าอยากรู้ว่า 'ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' เสร็จไปถึงไหนแล้ว"
เซี่ยซีหานเริ่มอธิบายให้เคอซวนฟัง ด้วยทักษะการหลอมของเซี่ยซีหานในปัจจุบัน งานหลอมสร้างต่างๆ ได้เสร็จไปแล้วเกือบ 99% มันเหลือเพียงงานหลอมสร้างบางอย่างที่ต้องใช้ความประณีต หลังจากนี้งานทั้งหมดในส่วนของช่างหลอมต่อการสร้าง 'ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงคราม' ก็จะเสร็จสมบูรณ์
"เช่นนั้นในเวลานี้คนของอาณาจักรทำอะไรแปลกๆ บ้างรึเปล่า"
เมื่อเซี่ยซีหานได้ยินคำถามของเคอซวน เขารีบเกาคาง และก็พบว่ามีจริงๆ เซี่ยซีหานเริ่มอธิบายถึงความผิดปกติของท่านชายเหวินชู นอกจากนั้นเมื่อเร็วๆ นี้ สองผู้วิเศษที่ทำหน้าที่เขียนวงจรเวทมนตร์ให้กับยุทโธปกรณ์เวทมนตร์สงครามพวกเข้าก็ร้อนรนแปลกๆ
"ไอ้ผู้วิเศษสองคนนั้นไม่มีปัญหาอะไรมากหลอก อย่างมากก็แค่หงุดหงิด จากการที่บ้านโดนข้ากับไอ้หนุ่มถางเทียนเจี๋ยปล้นบ้านจนแทบหมดตัว โชคดีที่ข้าพาเจ้าตงตงไปด้วย จึงหาสมบัติที่พวกมันซ่อนไว้ใต้ดินพบจนเกือบหมด"
ดวงตาเซี่ยซีหานกลมโตแทบจะปรากฏเป็นเหรียญทอง
"ไม่มีส่วนของเจ้า..."
เมื่อได้ยินคำว่าไม่มีส่วนของเจ้าจากเคอซวน ใบหน้าเซี่ยซีหานดำมืดทันที