ตอนที่ 11 เปิดโปงผู้เฒ่าเถียน (1)
เวลานี้เป็่ว่างเว้นจากการทำเกษตร ในที่นาไม่มีงานอะไรให้ทำ พักผ่อนทั้งวันก็ไม่เป็อะไร เพราะเหตุนี้พวกชาวบ้านต่างก็มีเวลาว่างมาชมเื่สนุก ความจริงแล้วการชมเื่สนุกนั้นเป็เื่รอง การสนับสนุนแม่ลูกหลินซื่อต่างหากที่เป็เื่หลัก
ความจริงแล้วชื่อเสียงตระกูลเถียนในหมู่บ้านก็ไม่ได้ดีนัก ร่ำรวยแต่ไร้คุณธรรม ไม่ช่วยเหลือเพื่อนบ้านก็แล้วไป แต่นี่ยังมาซ้ำเติมอีก
มีอยู่ปีหนึ่ง ครอบครัวหนึ่งประสบภัยไฟไหม้บ้านครั้งใหญ่ หัวหน้าครอบครัวเองก็ป่วยหนัก คนในหมู่บ้านต่างยากจน คนที่มีเงินก็มอบเงิน มีของก็ให้ของ หากไม่มีอะไรเลยก็ออกแรงเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้โชคร้ายนั้นให้รอดพ้นจากวิกฤติ แต่ผู้เฒ่าเถียนกลับถือดีนัก ฉวยโอกาสที่ครอบครัวนั้นร้อนเงิน้าขายที่นา เขากลับกดราคาจนซื้อที่ดินได้ในราคาถูก ยามปกติคนในบ้านต่างก็อ้างชื่อเถียนจยาอันซึ่งเป็หัวหน้ามือปราบในที่ว่าการอำเภอมาทำตัวกร่างในหมู่บ้าน พวกชาวบ้านแม้แต่จะเอ่ยก็ยังไม่อยากเอ่ยถึง ครั้งนี้ทุกคนจึงหวังให้ผู้ใหญ่บ้านออกหน้ากำราบความอวดดีของตระกูลเถียน
รถม้าเรียบง่ายคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากบ้านตระกูลเถียน
แม่สื่อหวังพาสตรีวัยกลางคนสวมชุดผ้าไหม ผมเผ้าหวีเรียบร้อยไม่แตกแถว บนมวยผมปักปิ่นทองทรงแบนสะท้อนแสงสองด้าม ใบหูสวมตุ้มหูทองคู่หนึ่งลงมาจากรถม้า
สตรีวัยกลางคนนางนั้นโบกมือ รถม้าก็ถอยออกไปจากหมู่บ้าน
ขณะที่แม่สื่อหวังกับสตรีวัยกลางคนนางนั้นเดินมาถึงหมู่บ้านก็บังเอิญเห็นชาวบ้านมากมายกำลังมุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลเถียน แม่สื่อหวังก้าวไปข้างหน้าดึงชายเสื้อชาวบ้านคนหนึ่งไว้แล้วเอ่ยถาม “เอ้อร์โก่วจื่อ[1] เกิดเื่อะไรขึ้นหรือ”
บุรุษที่ถูกเรียกว่าเอ้อร์โก่วจื่ออายุประมาณสามสิบได้ หันไปพูดกับแม่สื่อหวังอย่างไม่พอใจ “นี่ท่านป้า ข้าเป็คนมีภรรยามีบุตรแล้ว ท่านยังเรียกข้าว่าเอ้อร์โก่วจื่ออีก เรียกข้าหลานชายไม่ได้หรือ”
แม่สื่อหวังตบหลังเขาอย่างหมดความอดทน “เอาเถอะน่า เป็บุรุษอกสามศอกคิดเล็กคิดน้อยเช่นนี้ได้อย่างไร รีบบอกข้ามาว่าตระกูลเถียนเกิดเื่อะไรขึ้น แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านก็มาด้วย”
เอ้อร์โก่วจื่อยิ้มขมขื่น พูดมาตั้งนานเขายังเป็ฝ่ายผิด เขาเบื่อจะทะเลาะแล้ว จึงยื่นคางชี้ไปทางตระกูลเถียนแล้วเอ่ย “บุตรสาวเว่ยซื่อขโมยไข่ไก่กิน โยนความผิดไปให้หลินซื่อสามแม่ลูกก็แล้วไป แต่นี่เว่ยซื่อกับลูกสะใภ้ทั้งสามคนยังทุบตีสะใภ้หลินสามแม่ลูกอีก เมื่อครู่สะใภ้หลินก็ถูกตีจนสลบไปแล้ว ตอนนี้ผู้ใหญ่บ้านจึงไปยังตระกูลเถียน เกรงว่าคงไปเอาผิดกับผู้เฒ่าเถียน”
แม่สื่อหวังได้ยินดังนั้นสีหน้าพลันแข็งทื่อ ยิ้มแล้วหันไปพูดกับสตรีวัยกลางคนที่แผ่รังสีบีบคั้นอยู่ข้างๆ “วันนี้พวกเราคงมาผิดเวลาเป็แน่ ไว้วันหลังค่อยมาใหม่เถอะนะเ้าคะ”
สตรีวัยกลางคนผู้นั้นกำลังเพ่งมองประตูบ้านตระกูลเถียน พอได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแล้วเอ่ย “ไม่เป็ไร วันนี้พวกเราแทรกตัวกับกลุ่มคนดูเื่สนุกก่อนค่อยว่ากัน” จากนั้นก็เดินตามหลังชาวบ้านเข้าไปในบ้านตระกูลเถียน
แม่สื่อหวังลังเลเล็กน้อย ทำได้เพียงยอมตามไป
ผู้เฒ่าเถียนเห็นผู้ใหญ่บ้านพาคนเข้ามาในบ้านก็ยิ้มกว้างต้อนรับ แสร้งทำเป็ไม่รู้เื่แล้วเอ่ย “เหตุใดผู้ใหญ่บ้านถึงมีเวลามานั่งเล่นที่บ้านข้าได้”
ผู้ใหญ่บ้านแค่นเสียงเ็า “เ้าคิดว่าข้ายินดีมาหรือ”
ผู้เฒ่าเถียนเหลือบมองหลินซื่อสามคนแม่ลูกแวบหนึ่ง หลินซื่อมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไฉ่เวยสองคนพี่น้องยังคงสะอึกสะอื้น จากนั้นก็เหลือบไปมองเว่ยซื่อแม่สามีลูกสะใภ้สามคนแวบหนึ่ง
หม่าซื่อกับจี้ซื่อยังดี มีเพียงเว่ยซื่อที่ทำหน้ากระฟัดกระเฟียด เมื่อเห็นเขาก็ร้องทุกข์ทันที “ตาเฒ่า บ้านเ้ารองตั้งครรภ์แล้วไม่เคยบอกข้าเลย แต่เด็กชั้นต่ำไฉ่เวยนั่นกลับเอาแต่พูดว่ามารดาของนางบอกข้าแล้ว นี่ไม่ใช่ตั้งใจใส่ร้ายข้าให้ผิดหรอกหรือ ตาเฒ่า ไม่ว่าอย่างไรเ้าก็ต้องให้ความเป็ธรรมกับข้า ตีเด็กชั้นต่ำไฉ่เวยสมควรตายนั่นแรงๆ สักรอบ”
เชิงอรรถ
^ คำเรียกบุรุษที่อายุน้อยกว่าอย่างสนิทสนม