เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

เล่มที่ 8 ตอนที่ 228 : แน่นอนว่าไม่

        ในห้องโถง แสงสีขาวจากหลอดไฟส่องสว่างบนโซฟาพาสเทลอ่อนนุ่มและเงียบสงบ หยางเฉินค่อยๆ เดินเข้ามาในบ้านอย่างระมัดระวัง แล้วเขาก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า

        หลินรั่วซีในชุดนอนผ้าฝ้ายกำลังนอนขดตัวเช่นเดียวกับลูกแมว ใบหน้าหันไปยังทิศทางของประตู ถึงแม้ว่าภายในห้องจะมีระบบควบคุมความร้อนแบบอัตโนมัติ แต่ร่างกายอยู่ในสภาวะนอนหลับแล้วอุณหภูมินี้ยังไม่เพียงพอ

        หลินรั่วซีที่นอนขดตัวบนโซฟาเพราะรู้สึกหนาว ริมฝีปากสีชมพูบางเม้มเล็กน้อย

        หยางเฉินรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ แต่ก็รู้สึกขบขันเช่นกัน ความคิดของผู้หญิงคนนี้ยากที่จะเข้าใจอยู่เช่นเคย

        เขานั่งลงบนโซฟาอย่างเงียบเชียบ ครุ่นคิดว่าจะอุ้มเธอขึ้นไปนอนบนห้องหรือว่าจะนำผ้าห่มมาห่มให้ดี

        แต่ในขณะนั้นเอง ดูเหมือนหลินรั่วซีจะสัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือนข้างกาย เธอลืมตาขึ้นมาหยางเฉินด้วยใบหน้าที่นุ่มนวล

        หลินรั่วซีนิ่งอึ้ง เธอใช้ดวงตาที่ยังตื่นไม่เต็มที่จ้องมองหยางเฉินอยู่เช่นนั้นเนิ่นนาน เมื่อยืนยันได้แล้วว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่ความฝันเธอก็ลุกขึ้นนั่งทันที

        "ผมทำคุณตื่นหรือเปล่า?" หยางเฉินถามด้วยรอยยิ้ม

        ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสองคนเป็นระยะเวลาอันยาวนาน เธอมองไปยังนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังที่ตอนนี้เป็นเวลาตีสอง

        "ฉันดูโทรทัศน์แล้วเผลอหลับไป" หลินรั่วซีพิจารณาหยางเฉินตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่เป็นอะไร จากนั้นจึงลุกขึ้นเตรียมตัวเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องของตนเอง

        แต่เนื่องจากการนอนผิดท่าเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ขาข้างหนึ่งของเธอก็ชาขึ้นมา

        "อะ..."

        ก่อนที่หลินรั่วซีจะล้มลงไปกระแทกพื้น หยางเฉินรีบเอื้อมมือไปคว้าแขนข้างหนึ่งของหญิงสาวดึงเข้าหาตัวเอาไว้ได้ทันท่วงที

        "ผมเห็นคุณหลับสนิทอยู่บนโซฟา ผ้าห่มสักผืนก็ไม่มี ไม่รู้สึกหนาวบ้างหรือไง" หยางเฉินกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

        จากการใกล้ชิดหยางเฉินอย่างฉับพลันทำให้ใบหน้าของเธอแดงขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นหลินรั่วซีก็ได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงจากตัวเขา เพราะการใกล้ชิดกับเฉียงเวยเป็นเวลานาน ทำให้กลิ่นน้ำหอมของเธอติดตัวหยางเฉินด้วยเช่นกัน

        ทันใดนั้นความอ่อนหวานของหลินรั่วซีเมื่อครู่พลันหายไปทันที เธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ กัดริมฝีปากล่างแน่นด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคู่งามเริ่มสั่นระริก...

        เธออดนอนรอเขากลับบ้านตลอดทั้งคืน ทั้งยังกังวลว่าเขาจะเกิดอันตราย แต่ชายคนนี้กลับออกไปเที่ยวกับผู้หญิงคนอื่น!

        "ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่ได้อยากให้นายมาดูแลนะ!" หลินรั่วซีกล่าวอย่างเย็นชา

        หยางเฉินยังไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ทำไมหลินรั่วซีถึงโกรธขึ้นมาได้? และสีหน้าน้ำเสียงยังเย็นชามาอีกด้วย        

        เมื่อเห็นปฏิกิริยาดังกล่าวของภรรยาตนเองที่อยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนไปดังนั้นแล้ว หยางเฉินจำต้องยอมปล่อยร่างอันหอมหวานไป และเฝ้ามองเธอขึ้นบันไดไปทีละขั้นๆ ด้วยสายตาอ้างว้าง

        "คราวหลังถ้าผมกลับมาช้า ไม่ต้องรอผมนะ ถ้าคุณเหนื่อยก็ไปพักผ่อนเถอะ" หยางเฉินกล่าวด้วยความทุกข์ใจ

        หลินรั่วซีหยุดลงฝีเท้าชั่วขณะ แต่ก็ไม่ได้หันกลับมามองหยางเฉินแต่อย่างใด

        "อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ฉันดูทีวีแล้วเผลอหลับไปต่างหาก ไม่ได้รอนายสักหน่อย"

        "ดูทีวีแล้วเผลอหลับงั้นเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นคุณคงนึกขึ้นได้แล้วตื่นมาปิดสินะ" รอยยิ้มของหยางเฉินปรากฏขึ้นมา ข้ออ้างนี้ไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด

        หลินรั่วซีหันศีรษะกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเธอแดงก่ำ พร้อมหัวเราะในลำคอคล้ายกำลังประชดตัวเอง

        "ใช่สิ! ฉันมันโง่เอง! ฉันอยู่ที่นี่เป็นของตาย นายจะออกไปกับผู้หญิงที่ไหนก็ได้! นายอยากไปก็ไป อยากมาก็มา ไม่บอกกล่าวอะไรกันสักคำ แม้แต่โทรศัพท์ยังไม่โทรหา ทำไมฉันต้องรอคนอย่างนายด้วย ในสายตานายฉันคงไม่สามารถตอบสนองความต้องการของนายได้ล่ะสิ... ไม่เหมือนผู้หญิง ผู้หญิงที่รอนายเหมือนคนโง่อย่างคืนนี้!”

        พูดจบหลินรั่วซีก็สาวเท้าเดินขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว

        หยางเฉินยืนอยู่ที่เดิมอย่างโง่งม คำพูดของหลินรั่วซีทำให้เขานิ่งอึ้งไปในทันที        

        อยากมาก็มา อยากไปก็ไป!?

        เมื่อมองเงาร่างเล็กที่ขึ้นบันไดไปทีละขั้นๆ หยางเฉินพลันรู้สึกถึงความกลัวและวิตกกังวลคล้ายกับนี่ไม่ใช่แค่เป็นการเดินขึ้นไปชั้นสอง แต่อาจเป็นการเดินทางบนเส้นคู่ขนานที่ไม่เคยบรรจบกัน!

        "เดี๋ยวก่อน หลินรั่วซี อย่าเพิ่งไป!" หยางเฉินตะโกนขึ้นในทันที

        หลินรั่วซีไม่ได้หันกลับมา เธอเพียงแค่หยุดนิ่ง

        ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา นี่เป็นครั้งแรกที่หยางเฉินเรียกชื่อเต็มของเธออย่างจริงจังขนาดนี้

        "หลินรั่วซี ถ้าหากครั้งหน้าผมกลับบ้านช้าอีกล่ะก็ ผมจะต้องโทรหาคุณอย่างแน่นอน มันยากสำหรับผมที่จะอธิบายว่าทำไม เพราะตลอดยี่สิบปีมานี้ ไม่เคยมีใครรอผมกลับบ้านมาก่อน ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจ ต่อไปนี้ผมจะโทรหาคุณ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม”

        หลินรั่วซีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเธอก็เร่งฝีเท้าขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองและปิดประตูเพื่อตัดขาดจากโลกภายนอกไปในทันที

        หยางเฉินแย้มยิ้มด้วยความขมขื่นเล็กน้อย ในขณะที่ปิดไฟบนเพดานก่อนเขาจะขึ้นไปพักผ่อน

        เช้าวันรุ่งขึ้นหยางเฉินหยิบโทรศัพท์ที่สั่นสะเทือนขึ้นมา และหยิบหูฟังมาเชื่อมต่อเข้ากับโทรศัพท์

        "อรุณสวัสดิ์ค่ะที่รัก นี่ฉันทำให้คุณตื่นหรือเปล่า" เป็นเสียงของเฉียงเวยพูดขึ้นจากปลายสาย

        หยางเฉินปิดตายิ้มกล่าวว่า "ยังจะถามอีก สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?"

        "เลขาฟางและสารวัตรไช่ร่วมมือกันจู่โจมแก๊งตงซิ่งได้อย่างอยู่หมัด แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์แปลกๆ ขึ้น"

        "แปลกยังไง?" หยางเฉินถามอย่างเฉื่อยชา

        เฉียงเวยกล่าวว่า "ฉันไปบ้านของโจวกวางเหนียนกับสารวัตรไช่ แต่กลับเห็นเขาถูกสังหารไปเสียก่อนก่อนที่เราจะไปถึง กระสุนพุ่งเจาะเข้าที่หัว และเสียชีวิตในท่าที่กำลังนั่งคุกเข่า"

        "แล้วอย่างไงต่อ?" หยางเฉินถามอย่างไม่สนใจ

        "โจวตงเฉิงและพรรคพวกบางส่วนหนีไปได้ แต่เพราะการปิดล้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ทางเราตามตัวเขาได้ยากขึ้นค่ะ" เฉียงเวยกล่าวด้วยเสียงเศร้า

        "ไม่เป็นไร เขาเป็นคนที่ไม่มีความทะเยอทะยาน แน่นอนว่าตราบใดที่เรามีมาตรการป้องกันที่นี่ ทุกอย่างก็จะไม่เป็นอะไร" หยางเฉินกล่าว

        "ฉันก็คิดเช่นเดียวกัน" เฉียงเวยกล่าวต่อว่า "ที่รักคะ ตอนนี้คุณนอนพักผ่อนก่อนเถอะ ฉันขอตัวไปทำธุระต่อก่อนนะคะ"

        "ไม่ต้องหักโหมมากก็ได้ แบ่งงานให้เสี่ยวจ้าวกับหรงหรงบ้าง พวกเขาจะได้มีประสบการณ์มากขึ้น"

        หลังจากวางสายไปแล้ว หยางเฉินก็ไม่มีกะจิตกะใจจะนอนต่อ วันหยุดสุดสัปดาห์นี้เขาตั้งใจจะทานอาหารเช้าแล้วตรงไปยังโรงพยาบาลเพื่อไปเยี่ยมหยวนเย่ เขาเดินลงไปที่ด้านล่างของบ้าน ป้าหวังจัดวางอาหารบนโต๊ะอย่างสวยงาม ทั้งหอมหวนและน่าทานเป็นอย่างมาก

        หยางเฉินเห็นหลินรั่วซียังไม่ลงมาก็รู้สึกสงสัย แต่ก็ยังไม่ต้องการผลีผลามบุกเข้าไปในห้องของเธอ

        "เมื่อคืนคุณชายกลับบ้านดึก ทั้งยังไม่โทรมาบอกล่วงหน้า นั่นทำให้ป้าและคุณหนูเป็นห่วงคุณชายมาก" ป้าหวังยิ้มกล่าวอย่างโล่งใจ

        หยางเฉินถามอย่างงงงวย "หมายความว่ายังไงหรือครับ?"

        "เมื่อวานนี้หลังจากอาหารเย็น คุณหนูไช่เอี๋ยนโทรมาบอกว่าทั้งจงไห่กำลังเกิดความวุ่นวายขึ้น แถมเธอกำชับไว้ว่าไม่ให้พวกเราออกจากบ้าน ตอนนั้นคุณชายยังไม่กลับด้วย พวกเราจึงกังวลว่าคุณชายอาจเกิดอันตรายน่ะค่ะ" ป้าหวังกล่าว

        คิดหยางคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่หลินรั่วซีนอนขดตัวอยู่บนโซฟา หัวใจของเขาระเบิดออกด้วยความอัปยศ

        "คุณชาย ดูสิคะอาหารยังร้อนๆ เลย ทานให้อิ่มเลยนะคะ" ป้าหวังกล่าวอย่างกระตือรือร้น

        "เมื่อคืน คุณหนูลงมือทำอาหารเป็นครั้งแรก แต่เธอกลับบอกว่ามันดูไม่อร่อยเลย”

        หยางเฉินสงสัยว่าเขาฟังผิดไปถึงกล่าวขึ้นทันทีว่า "รั่วซี ทำอาหารงั้นหรือครับ?"

        "ใช่ อ่า... ผักกาดหอมจานนี้ไงคะ" ป้าหวังชี้ไปที่ผัดผักกาดหอมสีเหลืองเพราะมีน้ำมันงาที่ใส่ไปค่อนข้างเยอะ "คุณชายลองชิมดูสิคะ"

        หยางเฉินพยักหน้ายิ้ม เมื่อนึกถึงใบหน้าอึดอัดของหญิงสาวที่ในยามปกติจะเป็นคนเย็นชา กำลังขะมักเขม้นทำอาหารอยู่ในครัว เขาก็อดหัวเราะออกมาดังๆ ไม่ได้

        เขาใช้ตะเกียบคีบข้าวคำใหญ่เข้าปาก แต่ก็ยังให้ความสำคัญกับวิธีการลิ้มรสชาติของอาหารอย่างช้าๆ หยางเฉินขณะนี้ทานอาหารไปหัวเราะไปเหมือนคนบ้า

        "รสชาติเป็นยังไงบ้างคะคุณชาย คุณหนูพอมีแววบ้างไหม?" ป้าหวังถามอย่างยิ้มแย้ม        

        หยางเฉินเคี้ยวข้าวคำใหญ่เกินไปจนพูดไม่ได้ ได้แต่พยักหน้าแรงไม่นานข้าวสองชามใหญ่ก็หมดไป หยางเฉินเกือบอิ่มเต็มที เมื่อเห็นหลินรั่วซียังไม่ลงมา เขาก็บอกกับป้าหวังว่าจะไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาลก่อน จากนั้นก็เดินออกจากบ้านไปทันที

        หลังจากหยางเฉินไปไม่นาน หลินรั่วซีก็เดินลงบันไดมาอย่างเงียบๆ เธอกวาดสายตาไปที่โต๊ะอาหาร เห็นจานผัดผักกาดของเธอที่เกลี้ยงจนเหลือเศษแค่เล็กน้อย เธอก็ขมวดคิ้วขึ้นมา

        ป้าหวังเห็นดังนั้นก็หัวเราะขึ้นมาทันที "คุณหนูคะ ดูเหมือนคุณชายจะพอใจกับอาหารที่คุณหนูปรุงเป็นอย่างมากเลยนะคะ”

        หลินรั่วซีหน้าแดงขึ้นมาอย่างผิดธรรมชาติ เธอรีบหยิบตะเกียบขึ้นมาอย่างกระวนกระวายใจ และคีบผักกาดหอมชิ้นเล็กเข้าปากอย่างระมัดระวัง...

        "อะ... อื้ม! แค่กๆๆ... แหวะ..."

        หลินรั่วซีขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างแข็งขัน ใบหน้าปรากฏรูปลักษณ์ของความไม่พอใจที่แท้จริง

        "เค็มมาก เจ้าคนใจร้ายนั่นกินเกลือเป็นอาหารหรือยังไงกัน?"

        ป้าหวังเห็นใบหน้าที่ทั้งดีใจและไม่พอใจของหลินรั่วซี ก็ไม่อาจทำอย่างไรได้ ได้แต่หัวเราะออกมาเสียงดัง

คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน

ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

นิยาย รัก
1.05M 604
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

นิยาย รัก
862K 774
[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
94K 1199
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
85K 247
เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

นิยาย รัก
623K 530