หวงเยี่ยไม่รู้เลยว่าการกระทำของตนในครั้งก่อนหน้านี้ มันได้ไปสะกิดหนวดมังกรและอำนาจที่หยั่งรากลึกของตระกูลจินเข้าอย่างจัง ทว่าต่อให้จะล่วงรู้ถึงคลื่นอารมณ์ของชายวัยกลางคนที่มีนามว่าจินไห่ หรือเข้าใจว่าความโกรธแค้นกำลังก่อตัวเป็นพายุในเงามืด
ชายหนุ่มก็หาได้ใส่ใจเพียงเสี้ยวความคิด
เพราะสำหรับตนเองแล้ว โลกทั้งใบไม่เคยมีศูนย์กลางอื่นใด ทุกสิ่งล้วนหมุนรอบตัวเขาเอง
ความทะเยอทะยานและความเชื่อมั่นอันแรงกล้า มันได้ผสานกันจนกลายเป็นเจตจำนงที่ยากจะสั่นคลอน
ขณะนี้ สถานการณ์เบื้องหน้าของชายหนุ่มมันไม่ใช่เรื่องของตระกูลจิน แต่เป็นไฟสงครามที่กำลังลุกโชนอยู่กลางผืนป่าโบราณแห่งนึงซึ่งกว้างใหญ่สุดสายตา ต้นไม้สูงเสียดฟ้าแผ่กิ่งก้านทับซ้อนกันจนบดบังแสงอาทิตย์ เหลือเพียงเงาสลัวพร่าเลือนปกคลุมพื้นดิน
กลิ่นดินชื้นและคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในอากาศ
ท่ามกลางอาณาบริเวณที่เหมือนหลุดพ้นจากโลกภายนอก
หวงเยี่ยกำลังปะทะกับสัตว์อสูรมังกรนับหลายสิบตัว เกล็ดแข็งหนาเป็นชั้นสะท้อนแสงสีแดงคล้ำ ดวงตาแดงฉานสาดประกายดุร้าย
เบื้องหน้าของหวงเยี่ย สัตว์อสูรมังกรตนหนึ่งที่เป็นเหมือนผู้นำได้ก้าวออกมาอย่างองอาจ ร่างของมันสูงใหญ่กว่าสิบเมตร ลักษณะกล้ามเนื้อใต้เกล็ดเต้นกระเพื่อมในทุกย่างก้าว ลวดลายพาดกลอนสีชาดสลักอยู่ทั่วลำตัว ดูคล้ายอักขระโบราณที่บรรจุอำนาจไว้ภายใน
มันคือพยัคฆ์มังกรสีชาด สัตว์อสูรมังกรระดับที่สี่ขั้นกลาง สิ่งมีชีวิตที่เป็นดั่งผู้นำในผืนป่าแห่งนี้
“โฮกกกกกกกกกก!”
ตัวของมันกู่ร้องคำราม และใช้อุ้งเท้าใหญ่ระเบิดพลังอำนาจอย่างฉับพลัน
กระแทกพื้นจนเกิดรอยแตกเป็นแนวยาว ดินหินกระเด็นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
หวงเยี่ยไม่ถอยแม้ก้าวเดียว สายตาเย็นเฉียบและเต็มไปด้วยแรงกระหายในการต่อสู้ เส้นเลือดตามแขนปูดโปน พลังวิญญาณไหลทะลักผ่านเส้นชีพจรโลหิตอย่างรุนแรง ก่อนที่แขนมนุษย์ของเขาจะบิดเบี้ยว แปรสภาพกลายเป็นแขนแห่งมังกรในฉับพลัน
เกล็ดสีแดงเข้มปกคลุมแน่นหนา ปลายเล็บยาวแหลมวาววับ กล้ามเนื้อขยายตัวอย่างชัดเจน
“เข้ามา!”
คำท้าทายนั้นเป็นดั่งสัญญาณเริ่มการต่อสู้
พยัคฆ์มังกรสีชาดกระโจนเข้าใส่ด้วยความเร็วเหนือสามัญชน และหมายที่จะใช้กรงเล็บของตนเองบดขยี้ร่างที่กำลังยืนโอหังอยู่เบื้องหน้า
แต่หวงเยี่ยไม่หลบหลีก ก้าวเท้าไปข้างหน้าแทนที่จะถอย กำหมัดแน่นและต่อยหมัดมังกรออกไปปะทะโดยตรง
“ปัง!”
พลังอำนาจทั้งสองระเบิดเข้าใส่กัน ทว่าหมัดของหวงเยี่ยกลับเจาะทะลุเกล็ดแข็งของพยัคฆ์มังกรสีชาด พลังที่อัดแน่นอยู่ภายในแขนมังกรปะทุออกมาอย่างไร้ปรานี ร่างมหึมานั้นสั่นสะท้านก่อนจะระเบิดออกเป็นเศษซาก เลือดและเกล็ดปลิวกระจายกลางอากาศราวกับฝนสีแดง
【สังหารสัตว์อสูรมังกรระดับสี่ ได้รับแต้มวิญญาณ 20,000 แต้มค่ะ】
ความเงียบชั่วขณะปกคลุมป่าใหญ่ จากนั้นเสียงคำรามหลายสิบสายก็ดังขึ้นพร้อมกัน ทั้งเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
พยัคฆ์มังกรสีชาดที่เหลืออีกหลายสิบตนต่างแผ่รัศมีอำมหิต พวกมันไม่ได้ลังเล พุ่งกระโจนเข้าใส่พร้อมกัน อุ้งเท้าขนาดมหึมายกสูงขึ้น หมายบดขยี้มนุษย์ผู้บังอาจสังหารพวกพ้องและผู้นำกลุ่มของตนเอง
“เคลื่อนไหวเร็วมาก?!”
หวงเยี่ยสั่นสะท้านรีบตอบสนองอย่างฉับพลัน นัยน์ตาเบิกกว้างและขยับกายต่อความเร็วในการโจมตีที่พุ่งเข้ามาจากหลายทิศทาง
พุ่งก้าวย่างออกไปดั่งสายฟ้าฟาด เคลื่อนไหวหลบหลีกอย่างรวดเร็ว
และเมื่อถึงจังหวะนึง แขนขวาแห่งมังกรก็ได้ถูกต่อยออกไปอย่างไม่ลังเล ปะทะเข้ากับพยัคฆ์มังกรสีชาดที่กำลังพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง
“ปัง!”
ร่างมหึมาถูกซัดกระเด็นลอยละลิ่วก่อนจะตกกระแทกพื้นอย่างหมดสภาพ
【สังหารสัตว์อสูรมังกรระดับสี่ ได้รับแต้มวิญญาณ 20,000 แต้มค่ะ】
เขาไม่หยุดเพียงเท่านั้น ร่างสูงพุ่งฝ่าเงาเกล็ดสีชาดที่รายล้อม การเคลื่อนไหวเฉียบขาดทรงพลัง แขนมังกรถูกฟาดออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกครั้งอัดแน่นด้วยพละกำลังมหาศาล ร่างของพยัคฆ์มังกรสีชาดทยอยปลิวกระเด็น บ้างแตกกระจาย บ้างนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นดินที่แตกร้าว
【สังหารสัตว์อสูรมังกรระดับสี่ ได้รับแต้มวิญญาณ 20,000 แต้มค่ะ】
【สังหารสัตว์อสูรมังกรระดับสี่ ได้รับแต้มวิญญาณ 20,000 แต้มค่ะ】
ชายหนุ่มกวาดสายตามองรอบด้าน ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาอยู่ไม่น้อย
แขนที่เคยแปรสภาพเป็นแขนแห่งมังกรบัดนี้กลับคืนสู่รูปลักษณ์มนุษย์ตามเดิมอย่างรวดเร็ว
ความเงียบที่ปกคลุมอยู่เพียงชั่วขณะก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงใสกังวาน
【ทำไมไม่ใช่เจตจำนงแห่งพลังของตนเองละคะโฮสต์?】
【ถ้าเป็นพลังของจักรพรรดิพงไพรพิฆาตบัญญติดาราละก็.. โฮสต์น่าจะจัดการพวกมันได้ด้วยรากไม้สีม่วงทองในพริบตาเดียว!】
【ไม่จำเป็นต้องมาออกแรงอย่างยากลำบากเช่นนี้เลยซักนิด!】
น้ำเสียงของระบบกลืนกินมังกรฟังดูงุนงงปะปนไปกับความอยากรู้อยากเห็น
นางไม่เข้าใจว่าทำไมโฮสต์ของตนจึงเลือกใช้วิธีตรงไปตรงมา ทั้งที่มีพลังอำนาจเหนือชั้นกว่านั้นอยู่ในครอบครอง
หวงเยี่ยก้มมองฝ่ามือของตนเอง พลางคลายกำปั้นขยับไปมาและเผยรอยยิ้ม มุมปากยกขึ้นอย่างพึงพอใจ
“แค่อยากจะทดสอบประสิทธิภาพในร่างกายที่แปรเปลี่ยนไปหน่อยน่ะคนสวย”
“เพราะพยัคฆ์มังกรสีชาดพวกนี้น่ะ มีทั้งความแข็งแกร่งของร่างกาย ทั้งความทนทาน รวมถึงความเร็วที่มากมายมหาศาล อันที่จริงพวกมันไม่ได้มีพลังพิเศษอะไรเลย มีเพียงแค่ร่างกายที่แข็งแกร่งและความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวเท่านั้น!”
สายตาของเขากวาดมองซากร่างรอบด้าน คล้ายกำลังประเมินผลลัพธ์ด้วยความละเอียดถี่ถ้วน
“การที่พวกมันถูกข้าสังหารด้วยแขนแห่งมังกรในครั้งเดียว มันก็หมายความว่าการโจมตีของข้าที่ไม่ใช่เจตจำนงแห่งพลังอย่างจักรพรรดิพงไพรพิฆาตบัญญติดารา อาจเทียบได้กับนักล่ามังกรระดับสี่ขั้นสูงหรือขั้นสูงสุดแล้ว!”
คำกล่าวนั้นเต็มไปด้วยความพอใจ ระบบที่รับฟังก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับด้วยโทนเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย
【โฮสต์คิดรอบคอบกว่าที่ระบบคนสวยคาดเอาไว้เสียอีก】
หวงเยี่ยเพียงแค่นหัวเราะออกมา ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธโดยตรง
ทว่าในขณะเดียวกัน กลิ่นอายเลือดสดจากร่างพยัคฆ์มังกรสีชาดก็เริ่มแผ่ขยายไปไกลกว่าที่ตาเห็น
มันซึมซาบเข้าไปในดิน ชอนไชผ่านลำธารและลอยล่องไปตามสายลม เหมือนคำเชื้อเชิญอันเย้ายวนสำหรับนักล่าอื่นในผืนป่าแห่งนี้
ไม่นานนัก เสียงคำรามก็ดังขึ้นจากหลายทิศทาง
พุ่มไม้ไหวสั่นอย่างผิดปกติ เงาร่างจำนวนมากเคลื่อนไหวอยู่หลังแนวต้นไม้ ดวงตาหลายคู่สะท้อนแสงอย่างกระหาย
สัตว์อสูรมังกรหลากหลายชนิดทยอยปรากฏตัว บางตนมีเกล็ดสีหม่น บางตนมีเขาโค้งยาว
บางตนตัวเตี้ยล่ำแต่แฝงพละกำลังมหาศาล พวกมันต่างส่งเสียงคำรามหมายจะกลืนกินซากพยัคฆ์มังกรสีชาดที่นอนแน่นิ่ง
ทว่าก่อนที่พวกมันจะทันได้เข้าใกล้ หวงเยี่ยก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย พลังวิญญาณภายในร่างของเขาเริ่มไหลเวียนอีกครั้ง
“ครืนนนนนนนนน!”
ทันใดนั้นรากไม้สีทองม่วงนับไม่ถ้วนก็ผุดทะลุพื้นดินขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ดินแตกกระจายเป็นวงกว้าง รากเหล่านั้นหนาแน่นและแหลมคม ปลายรากเปล่งประกายราวกับถูกหล่อหลอมด้วยแสงดารา
พวกมันได้แทงทะลุร่างสัตว์อสูรมังกรที่กำลังกรูกันเข้ามาอย่างไร้ปรานี
รากไม้เหล่านั้นเคลื่อนไหวดุจสิ่งมีชีวิต มีจังหวะและทิศทางที่สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์
สังหารทุกสิ่งที่ก้าวล้ำเข้ามาในรัศมีโดยไม่เหลือโอกาสให้ดิ้นรน ครอบคลุมทุกทิศทางโดยไม่เว้นช่องว่าง บางเส้นบิดตัวรัดร่างเหยื่อแน่น บางเส้นเจาะทะลุจากพื้นขึ้นสู่ท้องฟ้า เลือดไหลอาบเกล็ดและลำต้น กลายเป็นภาพแห่งหายนะที่โหดเหี้ยมและงดงามในคราวเดียว
【สังหารสัตว์อสูรมังกรระดับสอง ได้รับแต้มวิญญาณ 500 แต้มค่ะ】
【สังหารสัตว์อสูรมังกรระดับสาม ได้รับแต้มวิญญาณ 3,000 แต้มค่ะ】
【สังหารสัตว์อสูรมังกรระดับสี่ ได้รับแต้มวิญญาณ 20,000 แต้มค่ะ】
【สังหารสัตว์อสูรมังกรระดับหนึ่ง ได้รับแต้มวิญญาณ 100 แต้มค่ะ】
เสียงคำรามแปรเปลี่ยนเป็นเสียงโหยหวน ก่อนจะค่อยๆเงียบลง เหลือเพียงภาพรากสีทองม่วงที่ชูชันอยู่ท่ามกลางซากร่างนับไม่ถ้วน
หวงเยี่ยยืนอยู่กลางศูนย์กลางของอาณาเขต พร้อมกับมุมปากที่แสยะยิ้มขึ้น
“เห็นไหมละคนสวย!”
“ถ้าเจ้าชายเอาจริงขึ้นมา..”
“อสูรมังกรพวกนี้ก็ไร้ค่า!”
ท่าทางของเขาเจือความหยอกเย้าและแฝงความมั่นใจอย่างชัดเจน
【เข้าใจแล้วค่ะโฮสต์】
【เจ้าชายของระบบแข็งแกร่ง จนดิฉันผิดไปแล้วละค่ะ】
【ได้โปรดลงโทษระบบคนสวยผู้นี้ด้วยเถอะน่า คิกคิก】