“เช่นนั้นเจ้าก็จงถูกพวกเขาขืนใจจนตายเถอะ”เต๋อผิงบอกอย่างเย็นชาพลางพยักหน้ากับทหารที่กำลังทิ่มแทงนางอยู่ทหารคนนั้นจึงทิ่มแทงสุดแรงจนเนื้อกระทบเนื้อดังตับๆๆๆ
“อ้า เจ็บๆ หยุดเถอะข้าไม่ไหวแล้วจริงๆ นะ ฮือๆๆ...ข้าบอกสิ่งที่ข้ารู้กับพวกเจ้าไปหมดแล้วเจ้ายังจะให้ข้าบอกอะไรอีก! เจ้าอยากรู้อะไรก็ถามมาซิข้าจะบอกเจ้าเท่าที่ข้ารู้ให้หมดเลย ขอแค่พวกเจ้าหยุดแทงข้าเสียที!” ลี่อินตวาดด้วยเสียงแหบแห้ง เต๋อผิงจึงสั่งทหารว่า “เจ้าหยุดก่อน”
ทหารจึงหยุดทิ่มแทงแม้ว่าเขาจะยังอยากทิ่มแทงนางจนกว่าจะถึงสวรรค์ชั้นฟ้าแต่ว่าเขาก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของพี่ใหญ่เต๋อหรอกนะ หากว่าเขากล้าขัดคำสั่งคงถูกพี่ใหญ่เต๋อจับมัดห้อยหัวแน่นอน! เขาได้แต่ปลอบใจทวนตัวเองในใจ‘ทนไว้ๆ ทนไว้ก่อนไอ้ลูกชาย’
“เจ้าบอกว่าเจ้าบอกพวกข้าหมดแล้วแต่ว่าอุโมงค์ลับอยู่ตรงไหน เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยนี่นา แล้วกำลังทหารในเมืองอี้มีเท่าไหร่เจ้าก็ยังไม่ได้บอกข้า” เต๋อผิงเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ลี่อินรีบตอบทันที “ข้าบอกๆอุโมงค์ลับอยู่ทางทิศเหนือ กำลังทหารในเมืองมีทั้งหมด 10,000 คน ข้าบอกเจ้าแล้วเจ้าให้มันหยุดเสียที ข้าเจ็บจะตายแล้ว ฮือๆๆๆ...”
“มีแค่ 10,000 รึ?”เสียงนี้ไม่ใช่เต๋อผิงเป็นคนถามแต่เป็นหยางซีถิงที่เดินมาดูเชลยสาวที่ถูกจับตัวได้เขาปล่อยให้พวกเต๋อผิงทรมานเชลยก่อนแล้วค่อยมาเก็บข้อมูลที่นางรู้เต๋อผิงกับทหารคนอื่นๆ เห็นท่านแม่ทัพใหญ่เดินเข้ามา พวกเขาจึงกุมมือคารวะพึ่บพั่บ“ท่านแม่ทัพใหญ่”
ลี่อินตะลึงมองแม่ทัพใหญ่แคว้นเซี่ยแม่ทัพใหญ่หยางคนนี้มีรูปร่างบึกบึนสมส่วน หน้าตาเขาก็ดูดียิ่ง! นี่คือบุรุษที่ทำให้สตรีใฝ่ฝันหาโดยแท้ หากว่าได้เสพสมกับเขาสักคืนคงมีสตรีเกินครึ่งแคว้นยินยอมต่อแถวตั้งแต่เมืองอี้ไปจนถึงเมืองหลวงแคว้นซางเลยกระมังสามีนางนั้นมีรูปร่างอ้วนท้วม หน้าตาก็สู้แม่ทัพใหญ่หยางคนนี้ไม่ได้เลยหากนำคนทั้งสองมายืนเทียบกัน นางย่อมยินยอมอ้าขาให้แม่ทัพใหญ่หยางแล้วหมางเมินสามีตัวเองแน่แท้!
“นี่แม่นางท่านแม่ทัพข้าถามเจ้า ไยเจ้าจึงไม่ตอบ” เต๋อผิงเอ่ยเสียงดังทำให้ลี่อินสะดุ้งตั้งสติ “อ่า...”
ทหารที่อยู่ตรงหว่างขาเชลยสาวพอเห็นท่านแม่ทัพใหญ่เข้ามาเขาจึงรู้สึกกลัวจนทวนหดตัวคอพับคออ่อนทันที ทำให้ทวนหลุดจากรูอ่อนนุ่มแต่เขาก็ไม่กล้าขยับตัวออก ได้แต่นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น
“เอ้า! ยังไม่ตอบอีก เช่นนั้นเจ้าก็ถูกแทงให้ตายไปเลยเถอะ”เต๋อผิงตะคอกแล้วส่งสายตาสั่งลูกน้องทหารคนนั้นสบตากับพี่ใหญ่เต๋อแล้วจึงทำหน้าเจื่อนๆ แล้วบอกอย่างอับอายว่า“เอ่อ...พี่ใหญ่เต๋อ ทวนข้ามันไม่แข็งเสียแล้ว”
“ไม่ได้เรื่อง”เต๋อผิงด่าแล้วโบกมือไล่ ทหารคนนั้นรีบขยับลุกออกไปทันทีเขารีบคว้ากางเกงขึ้นมาสวมโดยเร็ว ไม่กล้าให้ท่านแม่ทัพใหญ่เห็นทวนของเขาหรอกเต๋อผิงจึงหันไปส่งสายตาสั่งลูกน้องคนอื่น คนอื่นๆ ล้วนทำหน้าเจื่อนๆ กันหมดเพราะว่าทวนของพวกเขาก็อ่อนตัวกันหมดเช่นกันนี่เป็นเพราะพวกเขาตกใจที่เห็นท่านแม่ทัพใหญ่เมื่อกี้เลยทำให้ทวนอันน่าภาคภูมิใจของตัวเองล้วนหดตัวอ่อนยวบไปหมดคล้ายกับว่าพวกเขาไม่กล้าแข็งขึงต่อหน้าท่านแม่ทัพใหญ่อย่างไรอย่างนั้นเต๋อผิงเห็นพวกทหารทำหน้าเจื่อนๆ จ๋อยๆ เขามองดูตรงกลางกายของพวกนั้นที่ไม่ตั้งเด่แล้วจึงด่าว่า“ไม่ได้เรื่อง! พวกเจ้าล้วนไม่ได้เรื่อง ไปๆ ไสหัวออกไป”
พวกทหารจึงรีบคว้ากางเกงมาสวมใส่อย่างรีบร้อนแล้วพากันเดินเร็วๆออกจากกระโจมไป ต่อหน้าพี่ใหญ่เต๋อ พวกเขาไม่อาย แต่พออยู่ต่อหน้าท่านแม่ทัพใหญ่พวกเขาอายและกริ่นเกรงบารมีของท่านแม่ทัพใหญ่กันหมดจนทวนพวกเขาไม่กล้าแข็งต่อหน้าท่านแม่ทัพเลย
ชนิดว่าต่อให้ใช้ยาปลุกกำหนัดก็ไม่แน่ว่าจะทำให้ทวนของพวกเขาตั้งเด่ขึ้นมาได้ความกริ่นเกรงชนิดนี้เกาะกุมหัวใจพวกเขาจนฝังแน่นในจิตใจไปแล้ว
ลี่อินโล่งอกขึ้นมาหน่อยดอกไม้ของนางได้พักเสียที นางเจ็บไปหมดแล้ว นางขยับตัวหุบขา นอนตะแคงตัวคุดคู้แต่สายตากลับจ้องมองแม่ทัพใหญ่หยางอย่างไม่ละสายตาเลย นางแอบคิดฝันอยู่ในใจหากว่านางไม่เจ็บ นางคงพุ่งเข้าไปยั่วยวนเขาสักหน ขอร้องให้เขาทิ่มแทงนางสักทีเขาช่างเป็นบุรุษที่มีรูปร่างและหน้าตาที่ทำให้สตรีใจสั่นโดยแท้ยิ่งเขาสวมเกราะเช่นนี้ยิ่งทำให้นางรู้สึกว่าเขาช่างเป็นชายชาติทหารอย่างแท้จริงดูองอาจผึ่งผาย ทำให้นางใจสั่นนึกฝันอยากมีค่ำคืนวสันต์กับเขาสักครั้งในชีวิต
“แม่นางเจ้าบอกว่าในเมืองมีทหารประมาณ 10,000 คนรึ?” หยางซีถิงถามน้ำเสียงราบเรียบลี่อินพยักหน้าตอบ “ใช่ มีอยู่ประมาณนี้แหละ”
“แปลก”หยางซีถิงเอ่ยพลางกอดอก ยกมือข้างหนึ่งลูบคางตัวเองอย่างครุ่นคิดเต๋อผิงเองก็คิดเช่นกัน “อืม แปลกจริงๆ นั่นแหละ”
เขาหันไปมองท่านแม่ทัพใหญ่แล้วเอ่ยว่า“ข้าได้ข่าวว่าพวกซางยกทัพมาไพร่พลมากกว่าแสนไม่ใช่รึขอรับ แล้วไยจึงมีทหารแค่10,000 คนล่ะขอรับ?”
“แย่แล้ว!” หยางซีถิงอุทานแล้วรีบหมุนตัวออกจากกระโจมทันที เต๋อผิงรีบเดินตามไปยังไม่ทันที่ทั้งสองจะเดินออกจากกระโจมพลันได้ยินเสียงดังว่า “ข้าศึกบุกมาแล้ว!”
“ศัตรูบุก!”
เสียงกลองเสียงฆ้องดังรัวๆขึ้นมา ทำให้ทหารในค่ายรีบลุกขึ้นคว้าอาวุธของตัวเองขึ้นมาทันทีหยางซีถิงรีบขึ้นขี่ม้าแล้วควบไปที่ริมค่ายพักทันที เต๋อผิงรีบวิ่งตามไป“ท่านแม่ทัพใหญ่”
เมื่อไปถึงริมค่ายพักหยางซีถิงก็เห็นทหารฝ่ายซางโอบล้อมเป็นทิวแถวกำลังดาหน้าเข้ามาทางค่ายพักจนฝุ่นคลุ้งตลบไปหมดกลายเป็นว่าพวกเขาถูกศัตรูล้อมเอาไว้เสียแล้ว!
“ท่านแม่ทัพใหญ่!” พวกทหารเรียกพลางมองท่านแม่ทัพใหญ่หยางซีถิงยังไม่ทันได้เอ่ยปากออกคำสั่ง รองแม่ทัพก็ขี่ม้าพุ่งมาหา “ท่านแม่ทัพใหญ่!พวกซางยกทัพมาจากทางทิศใต้แล้วขอรับ”
“ท่านพ่อ!” หยางถิงเฟิงก็ขี่ม้าตามหลังรองแม่ทัพมาเขามองดูกองทัพศัตรูที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆรองแม่ทัพมองท่านแม่ทัพใหญ่แล้วถามว่า “จะทำเช่นไรดีขอรับ?”
“ท่านแม่ทัพใหญ่ข้าศึกยกทัพมาจากทางเหนือแล้วขอรับ” นายกองคนหนึ่งพุ่งมารายงานแล้วนายกองอีกคนก็พุ่งมารายงานว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่ข้าศึกยกทัพมาทางทิศตะวันออกแล้วขอรับ”
“ท่านแม่ทัพใหญ่ศัตรูบุกมาทางทิศตะวันตกแล้วขอรับ”
“ไอหยา! พวกมันมาทุกทางแล้วรึ!?”กุนซือของกองทัพฟังแล้วก็ตกใจ เขามาพร้อมกับนายกองคนหนึ่งรองแม่ทัพฟังแล้วประเมินสถานการณ์ว่า “พวกมันล้อมเราไว้ทุกทางแล้ว! จะทำอย่างไรดีขอรับ? แล้วพวกมันออกจากเมืองมาได้อย่างไร!? ก็ในเมื่อพวกเราล้อมเมืองเอาไว้แล้วนี่นาพวกมันไม่น่าจะฝ่าออกมาโดยที่พวกเราไม่รู้ไม่เห็นแบบนี้ซิ ไอหยา! จะทำอย่างไรดี!? จะทำอย่างไรดีขอรับท่านแม่ทัพใหญ่!?”
หยางซีถิงมองออกไปยังกองทัพศัตรูที่กำลังเคลื่อนพลเข้ามาใกล้สถานการณ์กลับกลายเป็นว่าพวกเขาถูกล้อมแทนนี่จะแก้สถานการณ์อย่างไรให้ไพร่พลล้มตายน้อยที่สุด!?
“ท่านพ่อ ข้ามีแผน”หยางถิงเฟิงเอ่ยแล้วกระโดดลงจากหลังม้า เขาชักกระบี่ออกมาขีดวาดบนพื้น “นี่คือเมืองอี้นี่คือทัพของพวกเรา ส่วนนี่คือทัพของศัตรู ข้าคิดว่าหากพวกเรานำทัพม้าพุ่งไปเรียงเป็น2 แถวแบบนี้ ก็จะฝ่าทัพข้าศึกออกไปได้แล้ววกกลับมาโอบล้อมพวกมันน่าจะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้ขอรับ”
“โอ...แผนนี้ช่างดียิ่ง”คนที่เอ่ยประโยคนี้ออกมาคือกุนซือประจำกองทัพเขามองดูภาพวาดบนพื้นแล้วเงยหน้ามองท่านแม่ทัพใหญ่ เอ่ยว่า“ซื่อจื่อช่างหลักแหลมนัก หากว่าทำตามแผนของซื่อจื่อย่อมแก้สถานการณ์ทำให้พวกเราพลิกกลับมาเป็นฝ่ายล้อมพวกมันแทนขอรับ”
“ดีๆลูกชายข้าช่างฉลาดเสียจริง ทัพม้าฟังคำสั่ง!พวกเจ้าจงเร่งบุกฝ่าออกไปทำตามแผนการของซื่อจื่อ” หยางซีถิงสั่งพวกทหารม้ารับคำสั่ง “ขอรับ”
“รองแม่ทัพ”หยางซีถิงเรียก รองแม่ทัพขานรับ “ขอรับ”
หยางซีถิงลงจากหลังม้าแล้วชักกระบี่ออกมา ขีดวาดบนพื้น “เจ้านำคนบุกตามทัพม้าไป โอบล้อมพวกมันจากทางด้านนี้และด้านนี้ ส่วนเจ้า”
เขามองนายกองคนหนึ่งแล้วสั่งว่า“เจ้านำคนบุกตามทัพม้าออกไป แล้วโอบตีทางทิศตะวันออก”
“ขอรับ”นายกองรับคำสั่ง หยางซีถิงจึงสั่งนายกองอีกคนว่า“เจ้านำคนบุกตามทัพม้าออกไปทางทิศตะวันตก แล้วโอบล้อมทางด้านนี้เอาไว้”
เขาวาดๆ ขีดๆ บนพื้นนายกองรับคำสั่ง “ขอรับ”
“ส่วนทางด้านนี้ให้เฟิงเอ๋อร์กับเต๋อผิงนำคนตามทัพม้าบุกฝ่าออกไปแล้วตีโอบล้อมทางทิศเหนือ”หยางซีถิงสั่ง หยางถิงเฟิงและเต๋อผิงรับคำสั่ง “ขอรับ”
“ส่วนในค่ายข้าจะคุมคนคอยต้านพวกมันเอาไว้ไปๆ รีบไปทำตามแผนนี้” หยางซีถิงบอกแล้วโบกๆ มือ ทุกคนจึงเร่งแยกย้ายออกไปจัดเตรียมกำลังพลตามคำสั่ง หยางถิงเฟิงเดินไปกับเต๋อผิงแล้วสั่งว่า“เจ้าไปเอาตัวเชลยนั่นมา เมื่อเราตีฝ่าออกไปแล้ว เจ้าจงนำกำลังครึ่งหนึ่งไปทางอุโมงค์ลับบุกเข้าไปในเมืองเปิดประตูเมืองให้ได้”
“ขอรับซื่อจื่อ”เต๋อผิงรับคำสั่งแล้วรีบกลับไปที่กระโจมซึ่งล่ามเชลยสาวเอาไว้เขาให้ทหารง้างโซ่ที่ล่ามขานางออกแล้วจัดแจงจับนางมัดมือไพล่หลังจากนั้นก็อุ้มนางขึ้นขี่ม้าพานางไปด้วยกัน เพื่อให้นางบอกตำแหน่งของอุโมงค์ลับเขารู้ดีว่าเหตุใดซื่อจื่อจึงมอบงานนี้ให้เขาทำนั่นเป็นเพราะว่าเขาและลูกน้องล้วนเป็นกลุ่มที่ฝีมือดีเยี่ยมในกองทัพอย่างไรล่ะ
เมื่อจัดคนเสร็จแล้ว กองทัพม้า 8 แถว ก็พุ่งออกจากค่ายจากทั้ง 4 ทิศ พวกเขาเรียงแถวพุ่งออกไปทหารเดินเท้าวิ่งตามอยู่ข้างหลัง พวกเขาถือทวนยาววิ่งตามทัพม้าออกไปเป็นทิวแถวหยางซีถิงก็นั่งอยู่บนหลังม้า มองดูทัพม้าพุ่งออกไปกุนซือก็ขึ้นไปนั่งบนหลังม้ามองดูอยู่ข้างๆ ท่านแม่ทัพใหญ่ แล้วเอ่ยว่า“ข้าศึกต้องซ่อนตัวอยู่นอกเมืองแน่พวกมันรอคอยโอกาสที่พวกเราไม่ทันตั้งตัวแล้วล้อมพวกเราเอาไว้พวกมันช่างเจ้าเล่ห์จริง ดูท่าคราวนี้ไอ้แม่ทัพกังน่าจะได้กุนซือฝีมือดีมากระมังมันจึงวางแผนการรบดีกว่าแต่ก่อน”
“ต่อให้มันได้กุนซือฝีมือดีมาแล้วอย่างไรข้ายังมีเจ้าอยู่ อีกทั้งกองทัพพวกเราก็แข็งแกร่งไม่น้อย ย่อมไม่แพ้พวกมันง่ายๆหรอก” หยางซีถิงเอ่ย ตาก็มองดูทัพม้าที่พุ่งนำไปค่อยๆ เข้าใกล้ศัตรูไปเรื่อยๆ แล้ว
จนกระทั่งทัพม้าปะทะกับข้าศึก ก็ทำให้ข้าศึกล้มตายลงไปทันทีแน่นอนว่าคนที่นำหัวแถวของทัพม้าย่อมคัดคนที่ฝีมือดีที่สุดเพื่อบุกตะลุยฝ่าออกไปให้ได้ทหารเดินเท้าก็วิ่งตามทัพม้าไปสุดฝีเท้าพวกเขาวิ่งตามไปพลางปะทะกับศัตรูจนสู้รบกันชุลมุนไปหมดอาวุธปะทะกันเสียงดังเคร้งคร้างๆ ทหารทั้งสองฝ่ายมีตกตายล้มลงกับพื้นเลือดไหลอาบพื้น เสียงต่อสู้ดังลั่นไปหมด
หยางซีถิงพยายามมองฝ่าฝุ่นที่ฟุ้งกระจายจากการสู้รบออกไปแต่ฝุ่นก็หนาเกินไปทำให้เขามองฝ่าออกไปไม่ได้เขาจึงได้แต่มองดูทหารของตัวเองสู้รบกับศัตรูในระยะที่พอมองเห็นได้
กองทัพซางพยายามฆ่าทุกคนที่บุกฝ่าออกไปพวกเขาคิดว่าคนพวกนี้คิดจะฝ่าออกไปเพื่อหนีเอาตัวรอดกระมังนี่ทำให้แม่ทัพใหญ่กังห้าวยิ้มอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องเขาให้กองทัพบุกเข้าเมืองไปแค่หมื่นคนส่วนคนที่เหลืออีกแสนกว่าคนเขาก็ให้ซุ่มซ่อนอยู่รอบนอกรอคอยโอกาสที่ทัพเซี่ยบุกมาล้อมเมือง เขาก็จะโอบล้อมพวกเซี่ยแล้วฆ่ามันให้หมดเลย!
แล้วพวกมันก็ล้อมเมืองเอาไว้เหมือนเมื่อครั้งก่อนจริงๆเขาจึงรอให้พวกมันหลงกลดีๆกองทัพของพวกมันกระจายกันออกล้อมเมืองแล้วเขาจึงนำกำลังโอบล้อมพวกมันเอาไว้ส่วนกองทัพในเมืองก็เตรียมพุ่งออกมาช่วยกันฆ่าศัตรูทำให้กองทัพเซี่ยกลายเป็นวงแหวนที่อยู่ตรงกลาง มีพวกเขาล้อมอยู่ชั้นนอกและมีทหารในเมืองพร้อมที่จะพุ่งออกมาช่วยกันเข่นฆ่าพวกมันทำให้พวกมันกลายเป็นต้องรับศึก 2 ด้านไปโดยปริยาย
ทางด้านหยางถิงเฟิง พอทหารม้าตีฝ่าออกไปได้เขาก็นำทหารเดินเท้าวิ่งไล่ตามทหารม้าฝ่าออกไปอย่างรวดเร็วยิ่งเต๋อผิงกับลูกน้องขนาบซ้ายขวาของซื่อจื่อเอาไว้ พวกเขาต้องปกป้องซื่อจื่อให้ดีๆในอ้อมแขนของเต๋อผิงก็กอดเชลยสาวเอาไว้ ลี่อินนั่งคร่อมอยู่บนหลังม้าไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้ามีเพียงผ้าคลุมกันลมของทหารห่อตัวนางเอาไว้นางนั่งคร่อมอานม้าจนเจ็บตรงกลางกายยิ่งนักนางจึงพยายามขยับก้นเพื่อให้รู้สึกสบายขึ้นเต๋อผิงเห็นนางขยับขยุกขยิกไม่เลิกราเสียที เขาจึงดุว่า “หากเจ้ายังไม่นั่งนิ่งๆข้าจะโยนเจ้าลงไปซะ!”
ลี่อินหยุดขยับทันทีหากนางถูกโยนลงไปจริงๆ คงถูกม้าที่ตามหลังมาเหยียบเอาและก็จะถูกทหารเดินเท้าเหยียบซ้ำอีก นางต้องตายแน่นอนซ้ำยังตายอย่างอเนจอนาถเหลือทน นางจึงไม่อยากถูกโยนลงไป ได้แต่หันไปบอกเขาว่า“ก็ข้าเจ็บนี่”
“ทนหน่อย” เต๋อผิงบอก ลี่อินได้แต่หันหน้ากลับมามองตรงไปข้างหน้านางได้เห็นฝีมือการต่อสู้ของผู้ชายที่อยู่ข้างหลังนางแล้วจึงอึ้งงันไป ไอ้คนๆนี้ช่างเก่งกาจนัก ฝีมือมันเทียบชั้นกับท่านพี่ได้เลย!
เต๋อผิงแทงทวนออกไปด้วยมือขวามือซ้ายก็กุมบังเหียนและโอบเอวเชลยสาวเอาไว้เขาแทงทวนใส่ศัตรูที่อยู่ทางขวารวดเร็วยิ่งนักทุกทวนที่แทงออกไปล้วนแทงถูกศัตรูจนคนล้มไปหรือไม่ก็ผงะถอยไปทหารที่อยู่ทางฝั่งซ้ายของซื่อจื่อก็ถือทวนไว้ในมือซ้าย แล้วแทงทวนใส่ศัตรูที่อยู่ทางฝั่งซ้ายพวกเขาขนาบซ้ายขวาทำให้ซื่อจื่อที่อยู่ตรงกลางปลอดภัยดีหยางถิงเฟิงก็ไม่ขี่ม้าไปเปล่าๆ เขาใช้ธนูยิงใส่ศัตรูไปด้วยลูกธนูทุกดอกของเขาล้วนพุ่งปักศัตรูทุกดอกเขายิงจนลูกธนูที่อยู่ข้างม้าหมดเกลี้ยงจึงเปลี่ยนมาถือทวนยาวแทน
ลี่อินได้เห็นฝีมือยิงธนูของไอ้เด็กแซ่หยางแล้วได้แต่อึ้งอยู่ในใจมันเป็นเทพสงครามมาเกิดหรือไร จึงได้ยิงธนูแม่นนัก!
หากหยางถิงเฟิงได้ยินสิ่งที่เชลยสาวคิดเขาคงตอบนางว่า ‘ข้ายิงธนูมาตั้งแต่อายุขวบกว่า พอ 2ขวบข้าก็ยิงธนูแม่นทุกดอกแล้ว’
นี่เขาไม่ได้คุยโม้นะตอน 2 ขวบเขาก็ยิงเข้าเป้าแดงทุกดอกแล้วจริงๆ นะเขายิงธนูได้ดีจนได้รับคำชมจากท่านพ่อเลยนะ
ปกติท่านพ่อเข้มงวดเรื่องฝึกปรือฝีมือจะตายไม่ค่อยชมใครง่ายๆ ดังนั้นคำชมของท่านพ่อจึงมีค่ายิ่งนัก
พอตีฝ่ากองทัพซางออกไปได้แล้ว เต๋อผิงก็ขี่ม้าพุ่งแยกออกไปเขาจะต้องบุกเข้าไปในอุโมงค์ลับที่ไม่รู้ว่ามีทหารดักเฝ้าอยู่มากน้อยเท่าไหร่
นี่มันช่างเป็นงานที่เสี่ยงจริงๆแต่แม้จะเสี่ยงมากขนาดไหน เต๋อผิงก็ต้องทำตามคำสั่งของซื่อจื่อเพราะหากบุกเข้าไปในเมืองได้ พวกเขาก็จะสามารถช่วยท่านแม่ทัพได้อีกทางหนึ่งพวกมันคิดโอบล้อมพวกเขาไว้ตรงกลางเช่นนั้นก็ให้พวกมันรู้รสของการถูกเจาะไข่แดงเสียเลย เหอะๆๆๆ
แค่คิดถึงสีหน้าตกใจของไอ้แม่ทัพใหญ่กังห้าวนั่นก็ทำให้พวกเต๋อผิงเลือดลมพลุ่งพล่านแล้ว
“ทางเข้าอุโมงค์ลับที่เจ้าบอกอยู่ที่ใดรึ?”เต๋อผิงถามเชลยสาว ลี่อินจึงตอบ“อยู่อีกฟากหนึ่งในป่าที่พวกเจ้าจับตัวข้ามาได้นั่นแหละ”
“โอ้” เต๋อผิงอุทานเขาคิดไม่ถึงเลยว่าอุโมงค์ที่ว่านี้จะมีทางเข้าออกอยู่ตรงนั้นนั่นเอง“เช่นนั้นเจ้าก็นำทางพวกข้าไป ถ้าเจ้าทำให้พวกข้าได้ชัยชนะข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ให้ใครรังแกเจ้าอีก”
“จริงรึ!?” ลี่อินถาม เต๋อผิงพยักหน้า “จริง ข้าเป็นคนสนิทของท่านแม่ทัพใหญ่แค่ข้าขอท่านแม่ทัพใหญ่ เขาย่อมให้ข้า”
“แล้วจะให้ข้าได้อยู่ดีกินดีได้หรือไม่?ข้าไม่อยากเป็นทาสที่ถูกใช้แรงงานจนตาย” ลี่อินถาม นางถูกจับตัวได้อนาคตย่อมเป็นทาสที่ถูกกดขี่ข่มเหง นางไม่อยากลงเอยเช่นนั้นจะหวังพึ่งสามีให้มาช่วยนางก็เหมือนหวังให้ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกอย่างไรอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยสักนิด ในเมื่อนางกลายเป็นเชลยแล้วนางย่อมคิดหาหนทางเอาตัวรอดเอง
“หากเจ้าร่วมมือกับข้าดีๆข้าย่อมดีกับเจ้า ข้าจะเลี้ยงดูเจ้าให้อยู่สุขสบาย มีสาวใช้คอยรับใช้เจ้าอีกด้วย”เต๋อผิงบอก ลี่อินหันไปมองหน้าเขา “คำพูดเจ้าเชื่อถือได้รึ? ตอนนี้ก็พูดได้แต่ว่าหลังจากนี้หากเจ้าผิดคำพูดล่ะ?”
“คำพูดข้าเชื่อถือได้ข้าเป็นชายชาติทหาร หาใช่โจรถ่อยที่พลิกลิ้นไปมาหากเจ้าไม่เชื่อคำพูดข้าก็แล้วไปเถอะรอกลับไปแล้วเจ้าก็กลายเป็นนางโลมประจำกองทัพเท่านั้นเอง”เต๋อผิงบอกน้ำเสียงราบเรียบ เขาไม่ได้สัญญากับนางเพราะถือว่าคำพูดตัวเองคือคำสัตย์ เมื่อพูดอะไรไปแล้วเขาจะรักษาคำพูดเท่าชีวิตและที่เขาคิดเช่นนี้ก็เป็นเพราะอยู่รับใช้ใกล้ชิดกับท่านแม่ทัพใหญ่ทำให้เขาได้ยินได้ฟังคำพูดของฮ่องเต้มาบ่อยๆซึ่งฮ่องเต้นั้นเป็นคนที่รักษาคำพูดเท่าชีวิตแนวคิดนี้จึงปลูกฝังอยู่ในจิตใจเขามาโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน
“ไม่ๆข้าไม่อยากเป็นนางโลม!” ลี่อินส่ายๆ หน้า มองเขาอย่างขอร้องนางยังเจ็บตรงกลางกายอยู่เลย เจ็บจนนางแทบไม่อยากขยับตัวด้วยซ้ำและยิ่งนางนั่งคร่อมม้าอยู่แบบนี้นางก็ยิ่งเจ็บจนแทบอยากจะลงจากหลังม้าเต็มที
“ไม่อยากก็ช่วยข้าให้ได้ชัยชนะ แล้วเจ้าจะไม่ต้องกลายเป็นนางโลมของกองทัพซ้ำข้ายังจะเลี้ยงดูเจ้าให้อยู่สุขสบาย เจ้าเลือกเอาเองจะช่วยข้าหรือไม่ช่วย?”เต๋อผิงถาม ลี่อินไม่คิดอะไรแล้วนางตอบตกลงทันที “ได้ๆ ข้าจะช่วยเจ้าเจ้าอย่าให้ข้าเป็นนางโลมเลย ข้าไม่อยากเป็น ข้าเจ็บ”
“หึ”เต๋อผิงส่งเสียงในลำคอคำหนึ่งแล้วถามว่า“ที่ทางเข้าอุโมงค์มีทหารเฝ้าอยู่มากน้อยเท่าไหร่?”
“ข้าไม่แน่ใจนักตอนที่ข้าออกมา ข้าเห็นทหารเฝ้าอยู่สิบกว่าคน แต่ว่าเมื่อข้าถูกจับตัวได้ไม่แน่ว่าอุโมงค์นี่อาจจะถูกปิดไปแล้วก็ได้” ลี่อินตอบ เต๋อผิงจึงบอก“เช่นนั้นไปดูก่อน หากว่ามันถูกปิดไปจริงๆ ข้าค่อยคิดอีกที”
เขาหันไปบอกเพื่อนๆทหารว่า “พวกเจ้าตามข้ามา”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readclub.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ