"...."เด็กคนนั้นเงียบลงทันทีมองสตรีตรงหน้าของเขา อะไรก็ได้หรือแล้วจะเอาอะไรเล่ามีตั้งหลายอย่าง
ไป๋เสี่ยวหรงมองเด็กชายคนนั้นที่ยืนเป็หินทำท่าลังเลนางจึงพูดขึ้นมาใหม่ด้วยใบหน้านิ่งสงบ
"เอ่อ..ข้าหมายถึงทั้งหมด..น่ะ"นางพูดเสียงตะกุกตะกักอย่างไม่มั่นใจ ลอบมองใบหน้าของอีกคน
"ขอรับ"เด็กชายคนนั้นยิ้มให้ไป๋เสี่ยวหรงหนึ่งครั้งก่อนจะละถอยออกไป ทว่าในใจกลับคิดไม่ตก นางตัวเล็กเช่นนั้นจะกินอาหารหมดหรือ อาหารของโรงเตี๊ยมมีตั้งหลายสิบอย่าง
ไป๋เสี่ยวหรงมองหลังของเด็กชายเมื่อครู่ที่เดินจากไปแล้ว และหันมาเดินดูรอบๆ โรงเตี๊ยมที่พักเพื่อหาที่นั่งที่ไม่เป็จุดสนใจ โต๊ะไม้ตั้งอยู่ในสุดของโรงเตี๊ยมและดูไม่เป็จุดสนใจนางไม่รอช้าเดินไปทางนั้นทันที ทว่าเท้ายังไม่ทันถึงโต๊ะร่างของบุรุษสี่คนเดินมาขว้างเสียก่อน
"แม่นางคนงาม เ้ากำลังหาโต๊ะนั่งอยู่หรือมานั่งกลับพวกข้าดีหรือไม่ รับลองจะดูแลอย่างดี"ชายในชุดสีเขียวราวกับใบไม้พูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและเ้าเล่ห์
"ใช่แม่นางมาเถอะ"บุรุษในชุดสีเขียวอ่อนพูดต่อ รอยยิ้มเ้าเล่ห์ไม่ต่างกัน
ไป๋เสี่ยวหรงหรี่ตาลงอย่างเ็าก่อนจะเอ่ยเสียงไม่เป็มิตรและเยือกเย็นราวูเาน้ำแข็ง
"หลีกไป! "
"แม่นางอย่าหยิ่งนักเลยน่ะ มาเถอะ"บุรุษในชุดสีเขียวราวใบไม้ไม่พูดเปล่าขยับร่างกายมาหาไป่เสี่ยวหรงอย่างจงใจไม่วายหวังใช้มืออบเอว ทว่ามือและร่างของเขายังไม่ทันถึงตัวของนางร่างของเขาก็ลอยละลิ่วออกไปแล้ว
จนชนเข้ากับกำแพงโรงเตี๊ยมอย่างจัง ทำให้เขาต้องกระอักเืออกมาไม่หยุดและฟันหลายซี่หล่นลงมาตามเืที่พุ่งออกมาจากปากของเขา
บุรุษอีกสามคนยืนตะลึงอยู่กับที่ไม่กล้าขยับมองไปอย่างสหายหนุ่มของพวกเขาด้วยใบหน้าซีดเผือดไร้สีเื ขาสั่นไม่หยุด ก่อนจะได้สติกลับมารีบถอยห่างจากไป๋เสี่ยงวหรงทันที
นางเพียงปรายตามองบุรุษเ่าั้วูบเดียวเท่านั้น เท้าเล็กรีบเดินมาอย่างโต๊ะไม้ที่นางหมายปองทันทีด้วยท่าทีที่สงบสุขุม
เหตุการณ์เมื่อครู่เกิดขึ้นเร็วมากทำให้คนในโรงเตี๊ยมมองของที่พังเสียงหายอย่างงุนงงและบุรุษชุดเขียวราวใบไม้สลับไปมาไม่หยุดสมองตามไม่ทันเหตุการณ์เมื่อครู่สักนิดเดียว
"ดะ..ได้อาหารตามที่แม่นางสั่งไว้แล้วขอรับ"เด็กชายเมื่อครู่เข้ามาเสริฟอาหารตามปกติทว่าน้ำเสียงของเขากลับสั่นด้วยความเกรงกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาของสตรีหน้าอ่อนหวานทว่ากลับเ็าตรงหน้า เขารีบวางอาหารลงรีบเดินออกไปอย่างเร่งรีบทันที
ไป๋เสี่ยวหรงมองอาหารหลายรูปแบบตรงหน้า ไม่แม้แต่จะขยับได้แต่มองอาหารหลายสิบจานที่แปลกตาด้วยสายตานิ่งสงบ ก่อนจะยกตะเกียบไม้ขึ้นคีบเนื้อปลาขึ้นมาชิมดู
มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มเบิกบานที่อาหารตรงหน้าไม่ได้แย่อย่างที่นางคิด ใช้ตะเกียบคีบอาหารทุกอย่างบนโต๊ะขึ้นชินอย่างมีความสุขทว่าใบหน้าของนางยังคงไม่เปลี่ยนแปลงคืนสีหน้าไร้อารมณ์มีเพียงรอยยิ้มเบาบางที่นางแสดงออกมา
…..
จวนสกุลไป๋ในห้องรับแขกร่างของชายวัยกลางคนนั่งหน้านิ่งด้วยความโกรธมองบ่าวรับใช้ที่คุกเข่าอยู่กับพื้นด้วยความฉุนเฉียว เขากลับมาจากธุระนอกเมืองไม่คิดว่าหลานสาวเพียงคนเดียวของเขาที่กลับมาถึงบ้านของนางในรอบหลายปี แต่นางกลับถูกผลักไสออกจากบ้านของนางไปมันน่านัก
"ส่งคนออกไปตามหานาง หากไม่พบพวกเ้าก็ออกจากจวนแห่งนี้ไปซะ! "ไป๋เซียวหมินที่เป็คนอ่อนโยนและใจดีมาตลอดพูดคำพูดที่แสนจะเ็าออกมาทำเอาคนหลายคนที่คุกเข่าอยู่กับพื้นถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความตื่นตระหนก
"เ้าค่ะ/ขอรับ"บ่าวรับใช้ทั้งชายและหญิงรับคำสั่งรีบถอยออกไปทันที กลัวว่าพายุความโกรธจะลงมาอีกครั้ง และครั้งนี้ไม่ก็อาจจะทำให้พวกถูกไล่ออกจากจวนเลยก็ได้
ทุกคนออกจากห้องรับแขกกันหมดแล้วเหลือเพียงไป๋เซียวหมินคนเดียวที่นั่งถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เขารู้สึกเหนื่อยล้าทั่วร่างกายคิดว่าหากมาถึงจวนจะได้พักผ่อนอย่างสบายใจและรอรับหลานสาวของเขาที่จะมาในเร็ววันไม่คาดคิดว่านางจะมาถึงก่อนทั้งยังถูกบ่าวไพร่พวกนั้นผลักไสออกไปอีกนางยังอยู่ในแคว้นหรือนางกลับไปอย่างเขาลูกนั้นแล้วเป็เื่ที่เขาวิตกกังวลที่สุดในตอนนี้
ป้ายหยกที่แกะสลักตัวอักษรไป๋และตัวอักษรย่อสองตัวที่อยู่ด้านหลังป้าย เสี่ยวหรง ชื่อหลานสาวของเขาที่จากไปนานหลายปีอยู่เด่นชัดตรงหน้าของเขายิ่งทำให้รู้สึกหดหู่ในใจพลางกลัวหลายสิบอย่างกลัวว่าจะไม่ได้พบหลานสาวของเขาต่างๆ นาๆ
"คาราวะท่านราชครู"เสียงบุรุษหนุ่มดังขึ้นขัดความคิดฟุ้งซ่านของเขาก่อน ไป๋เซียวหมินเงยหน้าขึ้นมองบุรุษหนุ่มมาใหม่ด้วยรอยยิ้ม
"นั่งก่อนๆ วันนี้ไม่ออกไปท่องตำราเช่นทุกวันแล้วหรือ"ไป๋เซียวหมินถามขึ้นด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
เมิ่งเยว่ฟาง คุณชายสกุลเมิ่งบุตรชายสหายเก่าของไป๋เซียวหมิน เขาเข้าแคว้นหยางมาเพื่อสอบเป็ขุนนางและพักอาศัยอยู่บ้านสกุลไป๋ชั่วคราวใน่ทดสอบ
"ขอรับ"เมิ่งเยว่ฟางใช้มือประสานกันคาราวะอีกหนึ่งครั้ง ก่อนจะนั่งลงพูดขึ้นตามความสงสัย"เหตุใดบ่าวรับใช้เ่าั้จึงแตกตื่นกันเช่นนั้นหรือขอรับ"
"เฮ้อ~ ไม่มีอะไรหรอกเพียงแต่หลานสาวเพียงคนเดียวของข้ากลับมาในรอบสิบปีที่ผ่านมาแต่คนพวกนั้นกลับไม่ตอนรับนาง"ไม่ว่าเปล่าระบายหายใจออกมาอย่างก่อจะกลบเกลื่อนความโกรธภายในใจ
"หลานสาวหรือขอรับ? "เมิ่งเยว่ฟางพูดขึ้นอย่างครุ่นคิดพลางนึกถึงใบหน้าของสตรีที่มีใบหน้างดงามคนเมื่อวันที่ยืนอยู่คนเดียวหน้าประตู"ที่แท้นางก็เป็หลานสาวของท่านราชครูนี่เอง"เขาพูดด้วยรอยยิ้ม
"หืม? .. คุณชายเมิ่งเคยพบนางด้วยหรือ"คิ้วเรียวของไป๋เซียวหมินขมวดกัน มองมาที่คนพูดเพื่อรอคำตอบ
"ขอรับ เมื่อคืนพบนางอยู่หน้าจวนขอรับ"
"งั้นเหรอ"
"ขอรับ เอ่อ..ให้ข้าน้อยช่วยตามหาอีกแรงมั้ยขอรับ"เมิ่งเยว่ฟางพูดขึ้น ดูใบหน้าเหนื่อยล้าของราชครูไป๋ที่เต็มไปด้วยความกังวลเขาจึงอาสาช่วยหาอีกแรง
"ไม่รบกวนเวลาอ่านตำราของคุณชายเมิ่งหรือ"
"ไม่หรอกขอรับ ตำราเ่าั้ข้าน้อยอ่านจนหมดแล้วรอเพียงเวลาเข้าสอบอย่างเดียวขอรับ"
"งั้นเหรอ ข้าขอรบกวนคุณชายด้วยอีกแรง"ไป๋เซียวหมินยิ้มให้เขาอีกหนึ่งครั้งก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป เขาชราลงทุกๆ วันร่างกายหนักขึ้นทำงานเสร็จทุกครั้งจะปวดเมื่อยทั่วร่างกายทำให้เขาต้องพักผ่อนให้เพียงพอและเขาก็วางใจมากขึ้นที่เมิ่งเยว่ฟางยื่นมือเข้ามาช่วยหาอีกแรง หากร่างกายไม่เหนื่อยล้าจนเกินไปเขาไม่ให้แขกของเขาทำหรอกเพียงแต่เขาเหนื่อยมากเกินไปเท่านั้น