ตอนที่ 11 ข่าวลือ
“อยู่ให้ห่างจากเขาหน่อย เขาอันตรายมาก!” กู้ชวนจับมือเจียงฉือไม่ปล่อย และมองเขาอย่างจริงจัง
เจียงฉือประหลาดใจกับคำพูดของเขาจึงเอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่า “นายเป็ห่วงฉันเหรอ”
“อืม” เด็กหนุ่มก้มหน้า เอ่ยตอบด้วยสายตาคลุมเครือไม่ชัดเจน
เจียงฉือได้ยินคำตอบของเด็กหนุ่มก็ยิ้มกว้างทันที “ฉันรู้แล้ว ขอบใจนะ กู้ชวน”
เด็กหนุ่มยิ้มจนคิ้วและตาโค้งมนเหมือนกับเป็แสงอาทิตย์หลังฝนตก มันช่างดูสดชื่นสวยงาม ดวงตาระยิบระยับของเขาราวกับทะเลดวงดาวอย่างไรอย่างนั้น
กู้ชวนมองเขาเงียบๆ และหลงเข้าไปในวังวนรอยยิ้มของเด็กหนุ่มแสงอาทิตย์อันนุ่มนวลตกกระทบบนร่างของทั้งคู่ ช่างเป็่เวลาที่สงบสุข
…
เวลานี้ ในชั้นเรียนต่างพากันฮือฮาเมื่อครู่ที่กู้ชวนดึงเจียงฉือออกไปอย่างโจ่งแจ้งนั้น มีคนเห็นเหตุการณ์เยอะพอสมควรตอนนี้ทุกคนในชั้นเรียนล้วนแล้วแต่กำลังถกกันถึงเื่นี้
ทว่าเจียงฉือซึ่งเป็ผู้เกี่ยวข้องนั้นไม่รู้เื่เลยพอกลับมาถึงชั้นเรียนก็เห็นภาพความวุ่นวาย และในบางครั้งก็เหมือนจะมีคนมองมาทางเขาด้วยสายตาแปลกๆด้วย
เจียงฉือกลับมาถึงที่นั่งก็เอ่ยปากถามหวังฉิง“ในชั้นเรียนเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ”
่เวลานั้นหวังฉิงกำลังแก้ต่างให้น้องชายของเธออย่างสุดชีวิต
เมื่อเห็นเจียงฉือส่งเสียงเรียกเธอก็เงยหน้าขึ้นมาพูดว่า “เสี่ยวฉือ นะ…นายคงไม่ได้คะ…คบกับกู้ชวนอยู่หรอกใช่ไหม” หวังฉิงพูดตะกุกตะกักอย่างตื่นใ
“เปล่านะ!”เจียงฉือปฏิเสธ ตอบด้วยสีหน้างงงวย เจียงฉือไม่มีโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นพออยู่ๆหวังฉิงพูดขึ้นมาแบบนี้ เขาก็ประหลาดใจมาก
เห็นเพียงหวังฉิงจิ้มเปิดภาพในมือถือก่อนจะยื่นมาตรงหน้า เขาถึงได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ข่าวลือไม่น่าเชื่อถือ” เจียงฉือตบไหล่หวังฉิงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่งสอน หวังฉิงเองก็รู้สึกสับสน เธอมองเด็กหนุ่มที่ทำแบบฝึกหัดต่อด้วยสีหน้าไม่สะทกสะท้านอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
เดิมทีเื่นี้ก็ไม่มีอะไรมากแต่ผลสุดท้ายก็ถูกใส่สีตีไข่แพร่ไปในหมู่นักเรียนจนทำให้ครูตกอกใกันมากจริงๆ กลัวว่านักเรียนของตนจะมีความผิดปกติทางจิตใจเพราะได้รับแรงกดดันมากเกินไปหลังเลิกเรียนตอนบ่าย เจียงฉือก็ถูกครูประจำชั้นบอกให้อยู่ก่อน และเริ่มอบรมสั่งสอนจนปากเปียกปากแฉะแม้เจียงฉือจะยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางว่าง่ายเหมือนเด็ก แต่ความรู้สึกนึกคิดกลับวิ่งไปไหนตั้งนานแล้วก็ไม่รู้…
…
“พี่สวี่” ด้านนอกโรงเรียน สวี่กู้ถูกสาวผมแดงคนหนึ่งดักทางไว้บนใบหน้าของหญิงสาวแต่งแต้มเครื่องสำอางหนาเตอะไม่สมกับอายุ เธอบิดเอวเล็กบางพลางแอบอิงไปทางสวี่กู้
“ไสหัวไป” สวี่กู้ผลักหญิงสาวตรงหน้าออกอย่างรังเกียจ ก่อนจะใช้มือปัดเสื้อเชิ้ตขาวสะอาดของตัวเอง
“พี่สวี่ ทำไมล่ะ คราวก่อนพี่ยังชมว่าฉันสวยอยู่เลยไม่ใช่เหรอ”สาวผมแดงเอ่ยด้วยน้ำเสียงน่ารักอ่อนหวาน
สวี่กู้มองไปทางอื่นด้วยสีหน้ารำคาญใจตอนนั้นเองหวังฉิงก็ออกมาจากประตูโรงเรียนพอดี
ดวงตาสวี่กู้เป็ประกาย ดึงหวังฉิงเข้ามาในอ้อมแขนและมองไปทางผู้หญิงผมแดงด้วยสายตาเหยียดหยาม “ทำไมน่ะเหรอก็เพราะฉันชอบแบบนี้ไง”
หญิงสาวได้แต่จ้องมองผู้ชายที่ไม่กี่วันก่อนยังแสดงออกว่ารักตนอย่างลึกซึ้งหวานแหววแต่เวลานี้กลับโอบกอดผู้หญิงอีกคนตาปริบๆ ก่อนที่สีหน้าท่าทางจะแปรเปลี่ยนเป็ดุร้าย
“มัวมองอะไร ยังไม่รีบไสหัวไปอีก” สวี่กู้ตวาด
หญิงสาวถลึงตามองหวังฉิงอย่างโเี้ก่อนจะเดินจากไปด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ
เมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นเดินไปไกลแล้วสวี่กู้ถึงได้ปล่อยหญิงสาวในอ้อมแขน
หวังฉิงยังคงหลงอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของสวี่กู้เธอเอ่ยถามอย่างอายๆ ว่า “นาย…ที่พูดเมื่อกี้น่ะ…จริงเหรอ”
เดิมทีสวี่กู้คิดจะอธิบายแต่ฉับพลันก็คล้ายกับคิดอะไรขึ้นมาได้ เขายิ้มเ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างคลุมเครือว่า“ใช่” ลมหายใจอุ่นๆ รินรดบริเวณข้างหูของเด็กสาว ใบหน้าของหวังฉิงแดงก่ำทันทีเธอผลักสวี่กู้ออกเบาๆ ก่อนจะวิ่งหนีไปอย่างเขินอาย
…
ตกเย็น เจียงฉือเพิ่งจะกลับถึงบ้านก็พบว่าโจวลี่ผู้เป็แม่เลี้ยงนั่งอยู่ในลานบ้าน และกำลังแคะฟันด้วยไม้จิ้มฟันอยู่“โอ้โห ทำไมแกกลับมาดึกขนาดนี้เนี่ย ปู่แกกับผู้ใหญ่บ้านไปทำธุระในหมู่บ้านพรุ่งนี้ถึงจะกลับ พวกฉันรอแกอยู่ตั้งนานก็ไม่เห็นกลับมา ก็เลยกินข้าวกันก่อนแล้ว ข้าวที่เหลือก็เย็นเกินไปซึ่งฉันคิดว่าแกคงจะไม่ชายตาแลแน่ๆ ก็เลยเอาให้หมากินไปแล้ว”สีหน้าของผู้หญิงคนนั้นดูเสียดาย แต่น้ำเสียงกลับแหลมคมเป็อย่างยิ่ง
เจียงฉือมอง ‘ข้าวเย็น’ ที่ยังมีไอร้อนในชามข้าวสุนัขก็แค่นหัวเราะเสียงเย็น “ครั้งหน้าคุณจะพูดอะไรก็ช่วยใช้สมองด้วยได้หรือเปล่า”เขาพูดจบก็เดินตรงเข้าไปในห้องและล็อกประตู
“ไอ้เด็กเวร แกออกมานี่เลยนะ ดูซิว่าฉันจะไม่ฉีกปากแกให้เละที่แกบังอาจกล้ามาว่าฉันว่าไม่มีสมองน่ะ”ผู้หญิงที่อยู่ข้างนอกด่าทอและทุบประตู ทว่าเนื่องจากเป็ห้องในบ้านของตัวเองหากทุบจนพังเธอก็ต้องเป็คนควักเงินจ่ายค่าซ่อมเอง โจวลี่จึงไม่กล้าออกแรงกระทำมากเกินไปนัก
เจียงฉือไม่เก็บมาใส่ใจ ใช้กระดาษทิชชูอุดหูแล้วหยิบการบ้านขึ้นมาทำอย่างตั้งอกตั้งใจ
‘ก๊อกๆๆ’
กลางดึก อยู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูเบามากดังขึ้นทำให้เจียงฉือตื่นขึ้นมา เขาลูบท้องแบนๆ ที่หิวโหย ก่อนจะลุกไปเปิดประตู
“พี่ครับ ผมให้” ที่หน้าประตูมีเด็กน้อยน่ารักอยู่คนหนึ่งมือข้างหนึ่งของเขาถือขวดนม ส่วนมืออีกข้างหนึ่งถือบิสกิตสองห่อยื่นส่งมาให้เขา
เจียงฉือย่อตัวลงพลางถามอย่างอ่อนโยน“อันนี้ให้พี่เหรอ”
“อื้ม ก็พี่ไม่ได้กินข้าวนี่นา” เ้าตัวเล็กเอ่ยด้วยเสียงหวานออดอ้อนท่าทางน่ารักสุดๆ
“ฉีฉี ฉี่เสร็จเรียบร้อยหรือยัง” เสียงของโจวลี่แม่เลี้ยงดังมาจากในห้อง
“พี่ ผมไปแล้วนะ” เจียงฉีพูดเสียงเบา
“โอเค~ ขอบใจนะเ้าตัวเล็กรีบกลับไปเถอะ” เจียงฉือพูดพลางลูบหัวเด็กน้อยด้วยรอยยิ้ม
เจียงฉีได้รับชมก็รีบก้าวขาสั้นป้อมเดินดุ๊กดิ๊กจากไป
เด็กหนุ่มมองตามเ้าตัวเล็กที่เดินจากไปก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าห้องด้วยรอยยิ้ม…
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/2950e7d742c903d7a687d9b0ce2dfde8