ธานันต์ได้เคลื่อนทัพมาถึงชายแดนแคว้นอินนะ แต่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ เลยะโถามว่า “ท่านทำอะไรน่ะ ท่านมินธะ เหตุใดท่านถึงอยู่ด้วยกันกับทหารแคว้นอินนะล่ะ หรือว่าท่านสวามิภักดิ์ให้กับแคว้นอินนะไปแล้ว”
มินธะเดินเข้าไปหาธานันต์ แต่ธานันต์กลับเดินถอยหนี “ฟังเราก่อนนะ ธานันต์ มันไม่ใช่อย่างที่เ้าคิด” มินธะมองเห็นว่าทหารที่มาพร้อมกับธานันต์พร้อมที่จะสู้ตาย เลยรีบะโว่า “พ่อหลวงอินทะราชสิ้นพระชนม์แล้ว และนี่คือพ่อหลวงอินนะทัตแห่งแคว้นอินนะ พร้อมทั้งกองทหารแคว้นอินนะที่ร่วมกันจับกุมพ่อหลวงอินทะราช”
ธานันต์ใเพราะไม่คิดว่าธนอินทร์จะเป็พ่อหลวงอินนะทัตซึ่งเป็พระคู่หมั้นของตน เลยรีบกลบเกลื่อนทันที “เอาล่ะ ข้ายอมเชื่อเ้าแล้ว ในเมื่อเหตุการณ์สงบแล้ว ข้าก็ขอเดินทางกลับไปที่พระราชวังแคว้นซาตีก่อนนะ และนี่ข้านำทหารแคว้นอินนะมาส่งคืนให้ด้วย ลาล่ะ” ธานันต์รีบพาทัพของแคว้นพันธุมุ่งหน้ากลับสู่วัง
แต่แล้วก็มีเสียงของพ่อหลวงอินนะทัตตรัสว่า “ช้าก่อน เ้าหญิงธาระตีแห่งแคว้นธารัต ในเมื่อท่านเป็พระคู่หมั้นของเรา ท่านก็ต้องเดินทางกลับไปแคว้นอินนะเพื่ออภิเษกสิ”
ธานันต์ทำเป็ไม่รู้เื่ “ใคร คือ เ้าหญิงธาระตีหรือเพคะ”
“อย่าตีหน้าซื่อเลย เ้าหญิง ยอมกลับไปแต่โดยดีเถิด” “นายพลเอกาจับตัวเ้าหญิงไปเดี๋ยวนี้”
“พะย่ะค่ะ”
ธานันต์พยายามวิ่งหนี แต่นายพลเอกาเคลื่อนตัวได้ไวมาก ในชั่วพริบตาเดียวก็สามารถจับกุมธานันต์ไว้ได้พร้อมกับมัดมือและมัดปากของธานันต์หรือเ้าหญิงธาระตี
พ่อหลวงอินนะทัตมีรับสั่งว่า “เรา คือ พ่อหลวงอินนะทัต ผู้เคยปกครองแคว้นอินนะมาก่อน บัดนี้ เราสามารถกลับมาแคว้นอินนะได้ตามเดิมแล้ว ดังนั้นพวกทหารแคว้นพันธุ จงไปรายงานกับเ้าชายพันธุพัฒน์ ว่า เราจะยึดสัญญาสงบศึกระหว่างแคว้น และแจ้งข่าวกับเ้าชายด้วยว่าเราขอรับตัวเ้าหญิงธาระตีไป เพราะพระนางเป็คู่หมั้นของเรา ซึ่งจะเข้าพิธีอภิเษกในอนาคต ส่วนมินธะหรือนายธามินทร์แห่งแคว้นธารัตก็จะไปกับเราด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อไปช่วยปกครองดูแลแคว้นธารัตซึ่งบัดนี้กลายเป็แคว้นของเราไปแล้ว”
จากนั้นพ่อหลวงก็อุ้มเ้าหญิงธาระตีขึ้นม้าและพระองค์ก็ขึ้นตาม กลายเป็ว่าสองพระองค์ทรงม้าตัวเดียวกัน โดยมีนายพลเอกา ธามินทร์และทาจี (ซึ่งเพิ่งถูกแก้มัดพ้นจากการเป็เชลย) คอยติดตามองค์พ่อหลวงอินนะทัตกลับไปยังแคว้นอินนะ ส่วนทหารแคว้นพันธุก็เดินทางกลับพระราชวังแคว้นซาตีเพื่อนำความทุกอย่างไปรายงานให้กับเ้าชายพันธุพัฒน์รับทราบ
*****************************************
ระหว่างที่ทรงม้าด้วยกันนั้น พ่อหลวงทรงแกะผ้าปิดปากออกให้ ทำให้เ้าหญิงพยายามตรัสเจรจา
“องค์พ่อหลวงเพคะ ในตอนนี้หม่อมฉันเป็เพียงสามัญชนไปแล้ว พระองค์ทรงปล่อยหม่อมฉันไปเถิดเพคะ รึหากพระองค์ทรงติดพระทัยั้แ่สมัยที่พระองค์เป็ธนอินทร์ หม่อมฉันก็ขอประทานอภัยด้วยเพคะ”
“หุบปากเถิดเ้าหญิง ท่านก็รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์” บุคลิกขององค์พ่อหลวงอินนะทัตกับธนอินทร์แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง องค์พ่อหลวงมีความเด็ดขาดและน่าเกรงขาม ในขณะที่ธนอินทร์ยังพอโอนอ่อนผ่อนตามได้บ้าง
หลังจากนั้นเ้าหญิงธาระตีจึงไม่ยอมตรัสอะไรออกมาอีกเลย และในตอนนี้เ้าหญิงทรงเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาก เลยเผลอหลับแล้วทำให้หลังไปพิงกับพระอุระขององค์พ่อหลวงอย่างไม่ได้เจตนา
จนกระทั่งกองทัพอินนะหยุดพักเพื่อพักแรมก่อนแล้วค่อยเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น องค์พ่อหลวงทรงปลุกเ้าหญิง "ถึงแล้ว เ้าหญิง หลับสบายมั้ย”
เ้าหญิงทรงตื่น พอตั้งสติได้ก็รีบขืนตัวออกมาจากพระอุระขององค์พ่อหลวง “ขอประทานอภัยเพคะ”
องค์พ่อหลวงทรงยิ้มมุมปาก แล้วเรียกทหารมารับตัวเ้าหญิงทันที และตรัสอีกว่า “ท่านจงพักอยู่ที่กระโจมนั่นก่อน แต่ต้องขออภัยที่ต้องมัดท่านติดกับเสา เรายังคงไม่ไว้ใจท่าน ท่านคงคิดหนีอีกแน่”
เ้าหญิงกำลังจะตรัสแต่องค์พ่อหลวงหันหลังเสด็จหนีไปทันที