มาตาย
สู่กังชะงักไป เมื่อได้ยินคำพูด ‘ฆ่าคนให้ฉัน’ ของมู่ฉางอัน แต่ในไม่ช้า เขาก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่โหดเหี้ยม “เรื่องนี้ง่าย ว่าแต่จ่ายเท่าไหร่?”
มู่ฉางอันกางห้านิ้วออกมา “ห้าล้าน”
ดวงตาของสู่กังเป็นประกาย อย่างไรก็ดี เขาก็ขมวดคิ้วขึ้นในทันที เนื่องจากการที่มู่ฉางอันจ่ายราคาสูงขนาดนี้ เป้าหมายที่จะให้เขาไปฆ่า ไม่ได้ง่ายดายอย่างแน่นอน
“จะให้ไปฆ่าใคร?” เขาถามออกมา ถ้าหากว่าเป้าหมายที่จะให้เขาไปฆ่ามีความเสี่ยงสูงเกินไป ต่อให้จ่ายเขามากกว่านี้ เขาก็ไม่มีทางที่จะทำโดยเด็ดขาด
มันคงจะไม่คุ้มอย่างแน่นอน หากเขาต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อเงิน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเขาจำเป็นที่จะต้องระวังคนจากหอคุมกฎด้วย
หากหอคุมกฎจับได้ว่าเขาไปลงมือฆ่าคนธรรมดา โดยที่ไม่มีเหตุผลอันสมควรรองรับ เขาได้จบเห่แน่
หอคุมกฎน่ากลัวมากเพียงไหน เขาล้วนรู้ดีแก่ใจ และไม่เพียงแค่เขาที่รู้ ผู้ฝึกตนทุกคนในประเทศจีนก็รู้เช่นเดียวกัน
เรียกได้ว่าหอคุมกฎเปรียบดังอำนาจสูงสุดของโลกผู้ฝึกตนก็ไม่ผิดนัก มีน้อยคนมากที่หาญกล้าต่อต้านขัดขืนหอคุมกฎ และส่วนมากก็มักจะลงเอยด้วยความตาย!
“เย่กู่เฉิน นายน้อยคนโตของตระกูลเย่!” มู่ฉางอันบอกออกมาอย่างไม่ลังเล
“อะไร?” สู่กังตกใจ เขาคิดไม่ถึงว่าคนที่มู่ฉางอันจะให้เขาไปฆ่าก็คือนายน้อยคนโตของตระกูลเย่ เย่กู่เฉิน
“ลุงสู่ คุณทำได้ไหม ถ้าไม่ได้ ฉันจะหาคนอื่น” มู่ฉางอันเห็นว่าสู่กังตกใจ ก็พูดออกมา แต่ภายในใจของเขานั้น เขาหวังว่าสู่กังจะรับงานนี้
เพราะประสิทธิภาพการลงมือของผู้ฝึกตนนั้นมากกว่าคนธรรมดาหลายเท่า ถ้าสู่กังลงมือ เขาก็วางใจ
ปรากฏความลังเลขึ้นมาบนใบหน้าของสู่กัง เรื่องนี้เขาไหนเลยสามารถตัดสินใจได้ในเวลาสั้นๆ เพราะมันไม่ใช่เรื่องเล็ก เป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียว
แต่อาจจะเป็นเพราะความโลภในเงินตรา สุดท้ายสู่กังก็ตัดสินใจได้ในที่สุด เขาพยักหน้า “ตกลง ฉันจะทำ!”
“ขอบคุณลุงสู่” มู่ฉางอันมีความสุขมาก จนยิ้มออกมา “ผมจะให้คนส่งข้อมูลของเย่กู่เฉินให้คุณพร้อมกับเงิน ผมหวังว่าลุงสู่ จะลงมือในวันนี้เลย”
สู่กังพยักหน้า “ไม่มีปัญหา ถ้าเงินมาเร็ว ฉันจะลงมือวันนี้แน่นอน”
มู่ฉางอันไม่ได้พูดอะไรอีก เขาขอตัวกลับเข้าไปในห้องวีไอพี พร้อมทั้งทำการโทรไปบอกเลขาให้ส่งข้อมูลทั้งหมดของเย่กู่เฉินให้กับสู่กัง รวมไปถึงเงินห้าล้านด้วย
...
สามชั่วโมงต่อมา เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ คฤหาสน์ตระกูลเย่ ท่ามกลางความมืดของเวลากลางคืน มีคนแอบเข้ามา
คนที่แอบเข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหน เขาก็คือสู่กัง สู่กังในตอนนี้สวมใส่ชุดสีดำทั้งตัว เขากระทั่งปกปิดใบหน้า เผยเพียงดวงตาเท่านั้น
สู่กังยืนอยู่ที่ข้างคฤหาสน์ตระกูลเย่ เขากำลังหาจังหวะที่จะแอบเข้าไปในตัวคฤหาสน์ เพื่อลอบฆ่าเย่กู่เฉิน แม้ว่างานนี้จะมีความเสี่ยงสูง แต่ค่าจ้างก็คุ้มค่ามาก
“พวกมดปลวกพวกนี้ น่ารำคาญเสียจริง!” สู่กังอดสบถออกมาอย่างหงุดหงิดไม่ได้ เนื่องจากหน่วยรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์ตระกูลเย่นั้น เดินไปเดินมาตลอด
และมีอยู่ด้วยกันหลายคน จนทำให้เขายากที่จะแอบเข้าไปในตัวคฤหาสน์ได้
จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าสู่กังไม่สามารถใช้พลังปราณ เพื่อปกปิดตัวตนได้ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขาใช้พลังปราณได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ถ้าเขาอยากที่จะใช้พลังปกปิดตัวตน เกรงว่าเขาคงต้องไปให้ถึงระดับปราณปฐพีให้ได้เสียก่อน
“จะแอบเข้าไปยังไงดี?” สู่กังพึมพำกับตัวเอง เรื่องนี้ทำให้เขาคิดหนักไม่น้อยเลย เขาไม่รู้ว่าจะแอบเข้าไปยังไงดี
เขาใช้เวลาคิดอยู่สักพัก ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมา ชัดเจนว่าเขาคิดออกแล้วว่าจะแอบเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเย่ยังไงดี
ซึ่งสิ่งที่เขาคิดออกมาได้ก็คือต้องจัดการหน่วยรักษาความปลอดภัยที่เฝ้าอยู่ทางเข้าคฤหาสน์ที่มีอยู่ประมาณห้าคนอย่างเร็วที่สุด
จากนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปฆ่าเย่กู่เฉิน ต่อจากนั้นเขาแน่นอนว่าต้องหนีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในเรื่องที่ว่าห้องของเย่กู่เฉินอยู่ที่ไหนในคฤหาสน์นั้น เขารู้จากข้อมูลที่มู่ฉางอันส่งมาให้เขาแล้ว จึงไม่มีปัญหาใดๆ ในส่วนนี้
“ลงมือ!” สู่กังพลันตัดสินใจที่จะลงมือ เพราะเขาเองก็ไม่อยากที่จะเสียเวลาอยู่ที่นี่นานนัก เขาเตรียมที่จะค่อยๆ ย่องไปจัดการหน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งห้าคน
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะได้ทำนั้น มือข้างหนึ่งก็วางที่ไหล่ของเขา
“อะไร?!” สู่กังตกใจในทันทีทันใด เมื่ออยู่ๆ ก็รู้สึกได้ว่ามีคนเอามือมาวางบนไหล่ของเขา เขารีบหันหน้ามอง
พริบตาต่อมา ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างจนแทบจะถลน เมื่อได้เห็นว่าคนที่วางมือบนไหล่ของเขาก็คือเย่กู่เฉิน เป้าหมายที่เขาต้องฆ่าในวันนี้
“กะ...แก!” ถึงแม้ว่ามันจะค่อนข้างมืด แต่สู่กังสามารถมองเห็นใบหน้าของเย่กู่เฉินได้อย่างชัดเจน เนื่องจากเขาเป็นผู้ฝึกตน ผู้ฝึกตนล้วนมีสายตาที่ดีกว่าคนธรรมดาหลายเท่าอยู่แล้ว
“ว่ามาเถอะ ใครส่งแกมา?” เย่กู่เฉินหาวพลางถามสู่กัง เขาไหนเลยจะรับรู้ไม่ได้ว่ามีคนแอบเข้ามาภายในเขตคฤหาสน์ของตระกูลเขา
ยิ่งไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงว่าคนๆ นี้มาด้วยความต้องการฆ่า เขาเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับไหน ความต้องการฆ่าเพียงแค่นี้ เขาจะไม่รู้ตัวได้อย่างไร?
สู่กังไหนเลยโง่พอบอกออกมาว่า ‘คนที่สั่งให้ฉันมาฆ่านายก็คือมู่ฉางอัน’
สู่กังรีบสะกดข่มความตกใจลง จากนั้นก็รวบมือเป็นหมัด ชกไปที่ใบหน้าของเย่กู่เฉินอย่างไม่ลังเล
เพียงแค่หมัดนี้ของเขา สู่กังเชื่อว่าศีรษะของเย่กู่เฉินจะถูกบดขยี้จนแหลกเละชวนอาเจียนอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่อาจทำความเข้าใจได้ก็เถอะ ว่าทำไมเย่กู่เฉินถึงได้มาปรากฏตัวข้างหลังเขา รวมถึงวางมือบนไหล่ของเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัวได้
แต่แบบนี้แน่นอนว่ามันเป็นผลดีต่อเขาอย่างมาก เพราะเขาไม่จำเป็นที่จะต้องแอบเข้าไปในคฤหาสน์อีกต่อไป เขาจะฆ่าอีกฝ่ายที่นี่ จากนั้นก็รีบกลับไปอย่างรวดเร็ว
เย่กู่เฉินไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะหลบหมัดของสู่กัง หมัดของสู่กังทำอะไรเขาไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะปล่อยให้สู่กังชก
ก่อนที่หมัดของสู่กังจะถึงใบหน้าของเขา เขาก็ส่งเปลวเพลิงออกไปผ่านมือที่วางอยู่บนไหล่ของสู่กัง
ฟูม!
เพียงชั่วเวลากระพริบตาผ่านเท่านั้น ร่างของสู่กังก็ถูกแผดเผาเป็นเถ้าถ่านในพริบตา!
คาดว่ากระทั่งตอนตาย สู่กังอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายอย่างไร!
อย่างไรก็ดี มันมีสิ่งหนึ่งที่แน่นอนเป็นอย่างมาก ซึ่งสิ่งนี้ก็คือหากว่าสู่กังรู้ว่าการมาฆ่าเย่กู่เฉินครั้งนี้ จะทำให้เขาตาย เขาคงจะไม่มีทางมาอย่างแน่นอน
“มู่ฉางอัน” เย่กู่เฉินพึมพำออกมา ชื่อนี้ก็คือคนที่สั่งให้สู่กังมาฆ่าเขา ก่อนที่เขาจะลงมือฆ่าสู่สัง เขาได้ดูความทรงจำของสู่กังแล้ว ทำให้รู้ได้ไม่ยากว่าใครส่งสู่กังมา
เรียกได้ว่าถึงสู่กังไม่บอกออกมา มันก็มีค่าเท่าเดิม หาได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไม่
จบบทที่ 45