สองสาวงามเห็นเป็นหลิวอี้พวกนางก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะว่าต่อให้นางไล่เขาไปเขาก็คงจะไม่ยอมไป จือเหยาเอาอุปกรณ์ออกมาจากเเหวนมิติจากนั้นก็เริ่มชงชาให้กับหลิวอี้และลี่เซียน
หลิวอี้ได้ดื่มชาที่นางชงเขาต้องยอมรับเลยว่าฝีมือของนางเป็นอันดับหนึ่งในทวีป เพราะในชาติก่อนเขาก็ยังไม่เคยได้จิบชาที่มีรสชาติดีแบบนี้มาก่อน
“ท่านไม่กลัวว่าข้าจะเอายาพิษใส่ไปในถ้วยชาของท่านหรือไง”จือเหยาพูดขึ้นมา
“ยาพิษในโลกนี้ไม่สามารถทำอะไรข้าได้”
พวงนางทั้งสองต่างก็ไม่รู้ว่าจะพูดกับชายที่ชอบอวดอ้างแบบนี้เช่นไร ในระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งจิบชาอยู่ๆก็มีคนเปิดประตูเข้ามา เป็นชายหนุมที่หลิวอี้เคยพบเห็นที่สำนักหมื่นโอสถ เขาก็คือชายชู้ของเย่เอ๋อ องค์ชายลำดับที่หนึ่งของทวีปอี
“คาระวะอาจารย์หญิงทั้งสอง ข้าไม่คิดว่าจะพบเจอพวกท่านยังสถานที่แห่งนี้”
จือเหยากับลี่เซียนลุกขึ้นทำความเคารพองค์ชายลำดับที่หนึ่ง
“ข้าก็ไม่คิดว่าจะพบเจอองค์ชายอยู่ที่นี่เหมือนกัน องค์ชายเรียกชื่อของพวกเราก็ได้ ไม่ต้องเรียกอาจารย์หญิง”
“งั้นข้าเรียกพวกท่านว่าแม่นางจือเหยากับแม่นางลี่เซียนก็แล้วกัน ข้าขอร่วมนั่งกับพวกท่านจะได้หรือไม่”
“เชิญองค์ชาย”
หลิวอี้เขารู้สึกว่าโชคชะตาของเขากับองค์ชายลำดับที่หนึ่งช่างพบเจอกันบ่อยยิ่งนัก
องค์ชายหกถือวิสาสะมานั่งลงข้างๆจือเหยา ใครจะไม่อยากนั่งใกล้สตรีที่งดงามเช่นนี้ ความจริงเขาก็อยากจะนั่งใกล้กับลี่เซียนเช่นกันแต่เขารู้ว่านางมีนิสัยที่รุนแรงแต่กับจือเหยานางมีนิสัยที่อ่อนโยนเขาจึงเลือกที่จะนั่งลงข้างๆจือเหยา
จือเหยาเห็นองค์ชายมานั่งใกล้ๆกับนาง นางก็ขยับถอยห่างออกจากเขา
หลิวอี้เห็นเขาจึงหลุดหัวเราะขึ้นมา
องค์ชายหกตอนแรกเขาก็ไม่ได้ให้ค่ากับหลิวอี้อยู่แล้ว แต่ตอนนี้เขากับถูกชายคนนี้หัวเราะเยาะมีหรือที่เขาจะทนได้
“ชายคนนี้เขาคือใคร”
“เขาคือ”จือเหยากำลังจะตอบแต่ถูกหลิวอี้พูดแทรกขึ้นมาก่อน
“ข้าคือหลิวอี้เป็นสามีของแม่นางเย่เอ๋อ”
องค์ชายถึงกับตกตลึงเล็กน้อยเขาไม่คิดว่าชายคนนี้จะเป็นสามีของหญิงงามของเขา ความจริงเขาก็พอจะรู้เรื่องนี้ แต่สิ่งที่เขาแปลกใจก็คือชายคนนี้มาอยู่ห้องเดียวกับอาจารย์หญิงของเขาทั้งสองคนได้ยังไง
“จือเหยา”หลิวอี้พูดขึ้นพร้อมกับยกถ้วยชาของเขาที่หมดลงขึ้นมาให้นางดู
จือเหยาลุกขึ้นไปรินชาให้กับหลิวอี้จากนั้นนางก็นั่งลงข้างๆเขา นางไม่อยากจะไปนั่งใกล้กับองค์ชาย
องค์ชายรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมากเขาจึงลุกขึ้นและเดินออกไปจากห้องทันที
หลิวอี้รู้สึกสะใจยิ่งนัก
จือเหยาเห็นองค์ชายจากไปนางกำลังจะลุกไปนั่งข้างๆลี่เซียนแต่ถูกหลิวอี้ดึงมือเอาไว้จากนั้นเขาก็นอนลงที่ตักของนาง
“นวดให้ข้าหน่อยข้ารู้สึกปวดหัวขึ้นมา”
จือเหยาได้แต่จำใจทำตามคำสั่งของเขา นางช่วยนวดให้กับเขา
“จือเหยาดูสิ่งที่เจ้าทำให้กับเขาตอนนี้เหมือนกับว่าเจ้าเป็นภรรยาของเขา”
จือเหยานางไม่ได้พูดอะไรนางยังคงนั่งนวดให้กับหลิวอี้
ที่ลานกว้างด้านล่าง ได้มีหญิงสาวหนึ่งนางเดินออกมาหยุดอยู่ตรงใจกลางของลานจากนั้นนางก็พูดขึ้นมา
“ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่มาเข้าร่วมการประมูลที่หอหงอี้ของเราในวันนี้ ต่อไปข้าจะนำของชิ้นแรกออกมาเริ่มต้นประมูล”
ของชิ้นแรกที่ถูกนำออกมาประมูลคืออาวุทธระดับต่างๆ ส่วนมากเป็นอาวุทธระดับธรรมดาไปจนถึงอาวุทธระดับเวหา ส่วนมากจะเป็นคนที่ยื่นอยู่รอบๆประมูลไป
“ของชิ้นต่อไปมันมีชื่อเรียกว่าเรือนสิบทิศ เชิญพวกท่านรับชมด้วยตาตัวเอง”
มีพนักงานนำของบางอย่างมาว่างไว้ที่กลางลานประมูล มันเป็นเหมือนจวนขนาดเล็กๆเท่ากับฝ่ามือเหมือนกับโมเดล ภายในจวนมีเรือนที่พักแต่สิ่งที่สดุดตาเป็นอย่างมากก็คือหอคอยที่สูงเป็นอย่างมาก
หลิวอี้ได้ยินการอธิบายของพนักงานเขาจึงลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ลุกออกจากตักของจือเหยาและมองผ่านหน้าต่างลงไปยังของสิ่งนั้นจากนั้นเขาก็พูดขึ้นมาเบาๆ
“มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
ของสิ่งนี้คือสิ่งที่หลิวอี้เคยเห็นมาก่อนในชาติที่แล้ว ของสิ่งนี้เรียกว่าเรือนสิบทิศ มันสามารถขยายให้ใหญ่กลายเป็นเรือนเอาไว้อยู่อาศัยได้และยังสามารถย่อขนาดส่วนให้เล็กลงนำเข้าไปเก็บไว้ในแหวนมิติได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของเรือนคือมันสามารถป้องกันพลังโจมตีของเซียนขั้นที่ 3 ได้ หากใครอาศัยอยู่ข้างในหากถูกเซียนที่ต่ำกว่าระดับ 4 ลงไปโจมตี จะไม่สามารถทำอะไรกับเรือนหลังนี้ได้ และข้างในยังมีหอคอยลึกลับจำนวน 99 ชั้นอยู่ด้วย หลิวอี้จึงแปลกใจที่ของสิ่งนี้มาอยู่ในที่แห่งนี้แถมยังไม่มีใครรู้จักกับมัน