ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบสาม Darkest Dungeon 9
เนโครแมนเชอร์นั้นคือการต่อต้านกฎเกณฑ์ของธรรมชาติอย่างถึงที่สุดการไม่ยอมรับจุดสิ้นสุดของชีวิตและผลลัพธ์ก็คืออย่างที่เห็น
มือที่เป็นกึ่งเป็นกึ่งตายพายายามรินน้ำชาที่อาจจะมีอยู่มานานแล้วไปบนโต๊ะที่น่าจะมีขนมอยู่เมื่อนานมาแล้ว
เป็นแค่ถ้วยชาและโต๊ะที่เก่าแก่
ทำให้คนอาจจะจินตนาการได้ว่ามันคงสวยงามเมื่อนานมาแล้ว
ดยุกอูลริกถอนหายใจกับการเยาะเย้ยของชะตาชีวิตนี้
เขาที่ต้องการมีชีวิตอยู่นานๆโดยศิลานักปราชญ์คงไม่สามารถหัวเราะเยาะเนโครแมนเชอร์ผู้นี้ได้มากนักเช่นกัน
เขาถึงไม่ได้หาวิชาเนโครแมนเชอร์เพราะมองว่ามันไม่ตอบสนองความต้องการของเขาได้แม้จะเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีก็ตามในการศึกษาค้นคว้าเวทย์
แต่ตอนนี้เขามีมาเรียให้ศึกษาเวทย์ศักดิ์สิทธิ์และเก็นบุเวทย์น้ำอยู่แล้ว
เขาจึงไม่คิดจะไปหาวิชาเนโครแมนเชอร์ที่จะทำให้อย่าว่าแต่โบสถ์แม้แต่โจรที่ไร้คุณธรรมก็ยังรังเกียจเนโครแมนเชอร์
ดังนั้นเขาถึงได้มาที่นี่เพื่อปราบปีศาจเท่านั้น
การค้นคว้าที่อันตรายน่ะมีไว้หลังจากที่เราค้นคว้าเวทย์พื้นฐานแน่นอนทั้งหมดแล้ว
แต่อย่างว่าล่ะ สำหรับคนธรรมดาไม่ได้มีเงินที่สามารถมาผลาญเล่นสร้างหน่วยวิจัยของตนเองได้อย่างดยุกอูลริก
คนธรรมดาที่ได้มีโอกาสสัมผัสตำราเวทย์ก็คิดว่าตนเองโชคดีแล้วนั่นเอง
และตามหลักนิยายกำลังภายใน เมื่อฝึกไปเส้นทางหนึ่งก็ไม่อยากจะไปเส้นทางอื่นที่ตนเองไม่ถนัด
หากเนโครแมนเชอร์คนนี้ไปทางสายนักวิจัยของเรื่องที่มีการสร้างร่างโคลนนิ่งได้ก็อาจจะโคลนร่างภริยาของตนเองที่เสียไปได้ไปแล้ว แค่เอาวิญญาณมาใส่ในร่างโคลนก็จบ(ตามเนื้อเรื่องวิญญาณนักรบที่มาอยู่ในร่างโคลนก็เกิดการอาละวาดบ้างแต่ร่างโคลนก็มีความสามารถแบบเดียวกับร่างจริง สำหรับคนทั่วไปอาจจะมองว่าล้มเหลวสำหรับนักวิทยาศาสตร์มองว่ามาถูกทางแล้วขอเพียงแค่แก้ข้อเสียรายละเอียดเล็กน้อยก็พอ)
อนิจจา
เขามาสายเนโครแมนเชอร์ไม่ใช่สายนักวิทยาศาสตร์
ผมเชื่อว่าเขาคือคนที่ฉลาดที่สุดคนหนึ่งถึงได้สามารถสร้างหรืออย่างน้อยก็ปรับปรุงดันเจี้ยนแห่งนี้ได้
“เสียใจด้วยนะข้าไม่ชอบน้ำชาถูกๆ”
ผมกล่าวต่อเนโครแมนเชอร์
“ข้าคงต้องขอให้เจ้าออกไปและขึ้นศาลตัดสินหากเจ้ายอมรับการจับกุมแต่โดยดี ข้ารับประกันว่าเจ้าอาจจะสามารถรับโทษเนรเทศไปอยู่อาณานิคมไกลโพ้นได้”
ผมกล่าวตามความจริง
ทางเทคนิคคนที่มีเชื้อสายขุนนางจะมองว่า การโดนเนรเทศไปไกลนั้นแขวนคอเขาให้ตายไปเลยจะดีกว่าเสียศักดิ์ศรีแต่คนที่รักชีวิตหรือคนที่มาจากชนชั้นต่ำกว่านั้น จะมองว่ายังเป็นโอกาสรอดแม้อาณานิคมจะห่างไกลความเจริญก็ตาม
“หึหึหึหึ ฮา ฮา ฮา”
กระดูกที่กึ่งเป็นกึ่งตายก็สามารถหัวเราะได้เช่นกัน
เป็นความหมายว่าสภาพกึ่งเป็นตายไม่ได้ทำให้เราไร้อารมณ์ขัน
เพียงแค่คนที่อยู่กับคนตายมามากคงไม่มีเวลาเล่นมุกตลกนักหรอก
“วันนี้ช่างโชคดีจริงๆว่าไหมเบียทริซที่มีแขกมาเล่าเรื่องตลกให้เราฟังในวันที่น่ายินดีเช่นนี้”
เนโครแมนเชอร์มองไปที่โลงแก้วอย่างอาลัย
ผมอยากจะปล่อยมุกว่าที่มืดอย่างนี้เอ็งรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเวลากลางวันซึ่งตอนนี้มันเวลากลางคืนโว๊ย
แต่ผมเงียบไว้เพื่อไม่ทำให้เสียบรรยากาศ
เนโครแมนเชอร์นั้นไม่น่าจะต้องใช้อากาศในการหายใจแล้วแต่พวกเขาก็พยายามจะเลียนแบบการหายใจของมนุษย์เวลาหัวเราะ
นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในความสามารถของเนโครแมนเชอร์ก็ได้
การหลอกตนเองว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่
โดยทำท่าเหมือนการหัวเราะแบบมนุษย์แม้เขาจะทำท่าหัวเราะแต่ไอเวทย์แห่งความตายก็เริ่มรุนแรงมากขึ้นจากตัวเขาและโลงศพของเบียทริซ
“เสียใจด้วยนะ มันไม่ใช่เรื่องตลกเจ้าไม่มีทางได้อยู่คู่กับเบียทริซหรอกเพราะต่อให้นางไม่ตายนางก็จะกลายเป็นทาสอุ่นเตียงของข้าอยู่ดี บุฮิ บุฮิ บุฮิ”
ดยุกอูลริกแก้ปัญหาทุกอย่างที่เขาเจอในชีวิตด้วยวิธีเดียวที่ได้ผลเสมอ
เจ้าต้องมาเป็นทาสอุ่นเตียงของข้า!!!
หากมันได้ผลเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้วิธีอื่นไปทำไม