บทที่5ไม่มีหวัง
ซูซู่ยืนคุยอยู่อีกสักพักก่อนจะเดินคอตกกลับมาหาไป่หลินที่กำลังรอคอยจนแทบจะไม่สามารถอยู่นิ่งๆ ได้
“คุณหนูเ้าขา”
“เป็อย่างไรบ้างซูซู่”ใจของไป่หลินแทบจะะเิออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ไม่มีเลยเ้าค่ะคุณหนู”
“แม่นมสุ่ยผิงไม่ได้บอกอะไรเลยหรือซูซู่”ไป่หลินถามอย่างแปลกใจแล้วจับแขนซูซู่เขย่าอย่างคาดคั้น
“ไม่มีหวังเลยต่างหากเ้าค่ะ”พอพูดจบซูซู่ก็เดินคอตกนำกลับจวน แม้ว่าระหว่างทางไป่หลินจะถามเท่าไหร่ก็ไม่ยอมบอกว่าแม่นมสุ่ยผิงพูดอะไรกับนาง
อาหารคาวหวานที่จัดพิเศษสำหรับอาจารย์กู่วางอยู่เต็มโต๊ะวันนี้ดูจะคึกคักเป็พิเศษ ระหว่างมื้อมีแต่เสียงหัวเราะและพูดคุยของท่านพ่อท่านแม่และอาจารย์กู่ไม่หยุดผิดกับฝั่งไป่หลินที่ไม่ร่าเริงและเอาแต่เขี่ยผักในจานไปมา
“จะว่าไปก็คิดถึงไป่หลิงไป่หลิงเนี่ยชอบหมูผัดเปรี้ยวหวานที่สุดเลย”เป็ปกติของฮูหยินไป่ที่ยังคงพูดถึงลูกชายคนโตทุกวันในเวลาอาหารเย็น
“นี้ก็หลายสัปดาห์แล้วเ้าลูกชายก็ยังไม่ส่งจดหมายมา” แล้วก็มักจะตามหลังมาด้วยเสียงบ่นของท่านพ่อเสมอ“ว่าแต่ฮูหยินจัดการเื่เครื่องประดับของไทเฮาแล้วใช่หรือไม่”
“เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะท่านพี่ใส่หีบเตรียมสำหรับพรุ่งนี้แล้วเ้าค่ะ” ฮูหยินไป่ที่สังเกตเห็นกิริยาท่าทางซึม ๆของลูกสาวก็เกิดนึกแปลกใจปกติ่อาหารเย็นของทุกวันลูกสาวจะพูดเป็ต่อยหอยจนต้องห้ามอยู่บ่อยครั้งแต่วันนี้เงียบไปจนผิดถนัด“ไป่หลิน วันพรุ่งนี้แม่และท่านพ่อจะเข้าวังไปถวายเครื่องประดับให้กับไทเฮาลูกจะไปด้วยหรือไม่”
“เอ่อไม่ดีกว่าเ้าค่ะท่านแม่ วันนี้ลูกรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่”ไป่หลินพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อย ๆ เสียงแบบนั้นยิ่งทำให้ผู้เป็แม่ร้อนใจยิ่งนัก
“หรือวันนี้จะเป็ไข้แดดแม่ว่าวันนี้ลูกเดินเล่นในสวนนานไปหน่อยั้แ่บ่ายจนเย็นก็ยังไม่ยอมกลับเรือนใหญ่”ฮูหยินไป่แตะดูหน้าผากและลูบคล่ำตัวของไป่หลินไปมาอย่างห่วงใย
“ถ้าอย่างนั้นไปนอนพักหน่อยดีไหม” ท่าทางเหนื่อย ๆ เซ็ง ๆของไป่หลินยังทำให้ประมุขไป่อดเป็ห่วงด้วยไม่ได้ ลูกสาวไม่เคยมีท่าทีแบบนี้เลยเห็นั้แ่เด็กจนโตมีนิสัยร่าเริงและสดใสกว่าใคร
“ลูกก็ว่าอย่างนั้นเ้าค่ะท่านพ่อต้องขออนุญาตอาจารย์กู่แล้วเ้าค่ะ”ไป่หลินพยักหน้ารับข้อเสนอแล้วลุกขึ้นคารวะอาจารย์กู่ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมก่อนจะเดินออกไปยังเรือนนอน
ภายในเรือนนอนของไป่หลินถูกจุดเทียนขึ้นจนสว่างไสวร่างบางแช่น้ำอุ่นอยู่ในอ่างไม้ใบใหญ่ยังคงหน้ามุ่ยและบึ้งตึงใส่ซูซู่ไม่หาย
“คุณหนูเ้าขาอย่าโกรธบ่าวไปเลยเ้าค่ะ หากบ่าวบอกคุณหนูไป ตำลึงทองยังจะได้อยู่ไหมเ้าคะ”ซูซู่บีบนวดอย่างเอาอกเอาใจ
“ถึงเ้าไม่บอกข้าก็ไม่ให้” ไป่หลินปัดมือซูซู่ออกอย่างเง้างอน“เ้ายืนคุยกับแม่นมสุ่ยผิงตั้งนานสองนาน ไยจะไม่ได้อะไรกลับมา”
“ถ้างั้นบ่าวจะเล่าให้ฟังเ้าค่ะคุณหนู”ซูซู่พูดอย่างถอดใจ แต่ไป่หลินกลับยิ้มกว้างแล้วหันมาฟังซูซู่อย่างตั้งใจ
ยิ่งซูซู่เล่าแทนที่ไป่หลินจะยิ้มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ แต่กลายเป็ว่ารอยยิ้มที่มีอยู่ในตอนแรกค่อย ๆ หุบไปทีละนิดทีละนิดจนกลายเป็เบะปากเหมือนจะร้องไห้ราวกับเด็ก
“หากข้าเป็แบบนี้ฉู่ซิวิคงไม่มีทางชอบข้า” เป็ไป่หลินที่พูดอย่างถอดใจ
“หากเป็ไปตามที่แม่นมสุ่ยผิงพูดก็คงจะใช่เ้าค่ะ”ซูซู่ตอบรับ “แต่ก่อนอื่น คุณหนูไม่ควรลงไปนอนกับพื้นนะเ้าคะบ่าวพึ่งพูดไปอยู่หยก ๆ ”
เรือนนอนของไป่หลินดังระงมไปด้วยเสียงโอดครวญด้วยความท้อแท้และสิ้นหวังหญิงสาวทั้งคู่ร่วมใจกันลงไปนอนแผ่กับพื้นอย่างหมดหนทางกับความฝันที่อยากจะเป็ฮูหยินจวนแม่ทัพ!