บทที่ 65
จะไม่แกล้งอีกแล้ว
“นายหญิงน้อย หากมีประสงค์ใดที่ต้องการ กรุณาอย่าได้ลังเลที่จะบอกกระผม ท่านเย่เฉินได้บอกให้กระผมให้ทำตามความต้องการของนายหญิงอย่างเต็มที่ไว้แล้ว”
ก่อนที่จะอายุ 30 นี้ หลี่จุนพยายามอย่างมากเพื่อไต่เต้าขึ้นมาจากชนชั้นกลางของกองกำลังตระกูลเย่ เขาทั้งซื่อสัตย์มากๆรวมถึงแข็งแกร่งสุดๆ
อย่างไรก็ตาม การที่เขาให้ความเคารพซูหลี่เหยานั้นก็เพราะว่าเขารู้ว่าเธอคนนี้มีความหมายกับตระกูลเย่ในตอนนี้ขนาดไหน
“พี่จุน ฉันบอกไปแล้วไงว่าอยู่ในที่ส่วนตัวแบบนี้เรียกเหยาเหยาก็ได้”
ซูหลี่เหยาเม้มปากราวกับจะงอนเขาเสียอย่างงั้น แววตาคู่สวยฉายแววประจบประแจง เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่น่าพิศวง
ตัวเธอนั้นมีสิ่งที่เรียกว่าความน่าหลงใหลและเสน่ห์ของหญิงสาวที่เปรียบเสมือนเบ็ดที่เอาไว้ตกหนุ่มๆให้เขามาหาเธอ และถ้ามันได้ผลแล้วล่ะก็ ไม่มีหนุ่มคนไหนรอดสักราย
แต่กระนั้นแล้วหลี่จุนก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะมีสีหน้าเปลี่ยนไปเลย
เขาถอยออกไปนิดหน่อยและพูดต่อด้วยความเคารพอีกด้วย “นายหญิงน้อย ได้โปรดบอกกระผมมาเถิดว่าต้องการอะไร”
เธอมองไปยังหลี่จุนที่ถอยออกไป ซึ่งนั่นทำให้เธอขมวดคิ้วและบ่นพึมพำ ‘น่าเบื่อ’
จากนั้นเธอก็พูดไปแบบไม่ลังเล “โอเค ฉันไม่แกล้งพี่แล้ว ฉันอยากจะให้พี่ช่วยไปตรวจสอบคนคนหนึ่งให้หน่อย แม่นี่เป็นคนที่ทำให้อู๋ตี้ตัดสินใจทำร้ายนายน้อยเย่เหลียง แล้วก็ถ้าพี่ตามหาการเคลื่อนไหวของเธอเจอ บางทีพี่อาจจะหาตัวอู๋ตี้เจอด้วย”
แววตาของหลี่จุนดูเป็นประกายขึ้นมาแล้วถามต่ออย่างจริงจัง “ใครหรือครับ?”
ในตอนนี้ ทั่วทั้งตระกูลเย่ ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาหรือพันธมิตรต่างๆ ไม่ว่าจะใครหน้าไหนต่างก็กำลังตามหาชายที่ชื่ออู๋ตี้อยู่ทั้งนั้น
นั่นก็เพราะว่าตระกูลเย่ ไม่เคยเจอใครที่มีระดับความต้องการตัวสูงถึงระดับ 1 แบบนี้มาหลายปีแล้ว หากใครก็ตามที่จับตัวอู๋ตี้ได้ บางทีมันอาจจะเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่เลยก็ได้
เพราะแบบนั้น แม้แต่หลี่จุนเองเมื่อได้ยินเรื่องของอู๋ตี้ เขาก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลย
ซูหลี่เหยาแลบลิ้นและเลียริมฝีปากตนเองก่อนจะผลิยิ้มที่ดูมีความหมายลึกๆซ่อนอยู่ออกมา เธอไม่ได้พูดมันออกมาในทันทีราวกับว่าพยายามจะแสดงออกถึงความจริงเสียก่อน เธอเข้ากอดหลี่จุนที่กำลังโหยกระหาย
“พี่จุน นี่มันเป็นงานใหญ่ ฉันจะให้พี่รู้เรื่องมากกว่านี้ก็ได้ แต่พี่มีอะไรที่จะตอบแทนน้องสาวคนนี้หรือเปล่าล่ะ?”
อย่างที่รู้ๆกันว่าซูหลี่เหยานั้นเป็นนักศึกษาสาวที่ชาญฉลาด ซึ่งคำว่านักศึกษานี้ก็หมายถึงเธอยังไม่จบมหาวิทยาลัยเลยด้วยซ้ำ
หลี่จุนขมวดคิ้ว ชัดเจนเลยว่าเขานั้นไม่ชอบอะไรแบบนี้นัก แต่เขาก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร
“กระผมเป็นเพียงข้ารับใช้ ไม่สามารถตอบสนองเรื่องนี้ให้นายหญิงน้อยได้หรอกครับ”
“เฮ้อ ฉันจะพูดตรงๆเลยนะ” เมื่อเห็นว่าหลี่จุนนั้นแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ซูหลี่เหยาจึงหมดความอดทนที่จะหยอกเย้ากับเขาต่อ “ตระกูลเย่นับเป็น 1 ในตระกูลใหญ่ภายในเมืองตงหลิงแห่งนี้ เพราะงั้นก็น่าจะต้องมีอสังหาริมทรัพย์อยู่มากมายไปหมด ถึงแม้ว่าที่นี่จะอยู่สบายก็จริง แต่คนมันเยอะไป จะเรียกสะดวกสบายก็ไม่เต็มปาก เพราะงั้น พี่ช่วยหาที่อยู่ใหม่ให้ฉันได้ไหม? แบบที่ที่สามารถไปซ่อนตัวได้”
หลี่จุนประหลาดใจมากๆ จริงๆมันก็ไม่ได้หายากอะไร หากแต่มันเป็นเรื่องไม่คาดคิดเสียมากกว่า นี่น่ะแทบจะเรื่องเล็กน้อยเลยด้วยมั้ง?
ราคาบ้านในตงหลิงวันนี้ ถึงแม้ว่ามันจะเกินเอื้อมสำหรับคนธรรมดา แต่สำหรับตระกูลเย่ มันก็ไม่ต่างอะไรกับหญ้าบนท้องถนน
“ไม่มีปัญหาครับ ดูเหมือนว่าเราจะมีตึก 2 ชั้นอยู่ย่านใจกลางเมืองพอดี ถ้าหากนายหญิงน้อยอยากจะไปอยู่อาศัย ก็สามารถไปได้ตลอดเวลาเลย”
ซูหลี่เหยารู้สึกพอใจมากๆ จากนั้นเธอก็พราวเสน่ห์หลี่จุนด้วยดวงตาที่อ่อนไหวราวเส้นไหมของเธอ “แล้วพี่จุนสนใจอยากจะไปอยู่กับฉันด้วยหรือเปล่านะ~?”
หลี่จุนรีบถอยกลับและพูดอย่างจริงจัง “นายหญิง กระผมคิดว่ามันจะดีกว่าถ้านายหญิงจะบอกมาว่าจะให้ผมสังเกตการณ์ใคร?”
เมื่อเห็นว่าหลี่จุนนั้นพยายามหนีห่างเธอแบบนี้ เธอก็เบ้ปากแล้วพูดต่อ “ไม่แกล้งแล้วๆ พี่จะกลัวฉันไปถึงไหนเนี่ย? ฮ่าๆๆ”
“ถ้างั้น เดี๋ยวฉันบอกไว้เลยละกัน คนที่อยากจะให้พี่ไปตรวจสอบน่ะ คือ เอ้อซีซี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยตงหลิงเหมือนกัน แต่รู้สึกว่าเธอจะเพิ่งกลับบ้านเกิดไปนะ ยัยนั่นน่ะเป็นคนที่อู๋ตี้แคร์มากๆ ถ้าเกิดพี่หาหล่อนเจอ พี่ก็อาจจะได้ข้อมูลของอู๋ตี้ด้วย อ้อ แล้วก็ฉันจะบอกพี่ไว้เป็นของแถมนะ หล่อนน่ะสวยไม่หยอกเลยล่ะ เป็นยัยตัวเล็กที่สวยน่าดูเลย ฮ่ะๆๆ”
หลี่จุนออกไปหลังฟังเสร็จ ซูหลี่เหยาก็บอกให้คนรับใช้คนอื่นๆออกไปด้วย ส่วนเธอตัวก็ไปยังระเบียงตัวคนเดียว สองมือวางพาดไปบนราวระเบียงและสายตามองทอดไกล
ทันใดนั้นเธอก็ยิ้มกับตัวเอง “ไม่มีสิ่งที่เรียกว่ารักบนโลกใบนี้หรอกนะ อู๋ตี้ อีกไม่นานนายจะได้เข้าใจว่าโลกนี้น่ะมันโหดร้าย ต่อหน้าอำนาจแล้ว ทุกๆอย่างก็อ่อนแอกันหมด! จากนั้นแล้วนายก็จะต้องคุกเข่าและเลียเท้าฉันอีกครั้ง! ฮ่ะๆๆ”
ในตอนนั้นเอง อู๋ตี้ก็อยู่บนแท็กซี่ระหว่างทางไปเมืองแห่งเฟอร์นิเจอร์ ฮั้วเชียง
อู๋ตี้นั้นเกือบจะถูกฆ่าแล้วเมื่อวาน ถึงว่าท้ายสุดแล้วเขาจะไม่ได้เป็นอันตรายอะไรก็จริง แต่เขาไม่สามารถลืมความชั่วร้ายของผู้หญิงคนนั้นได้เลย เซลล์สาวคนนั้นช่างร้ายกาจเหลือเกิน เพราะงั้นแล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะไปพบกับเซลล์สาวคนนั้นอีกครั้ง และคราวนี้เขาไม่พลาดที่จะพกความชั่วร้ายในใจไปด้วย สำหรับเธอน่ะ เขามีไอเดียแล้วว่าจะทำอะไรดี
แต่เมื่อมาถึงที่เมืองแห่งเฟอร์นิเจอร์ฮั้วเชียง เขาก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านั้น
นั่นก็เพราะว่าในตอนนี้ จุดที่เป็นทางเข้าของห้างสรรพสินค้า ที่นั่นมีรถเมอร์ซิเดสเบนซ์สีดำหลายคันจอดเรียงยาวกันอยู่ แถมยังมีชายชุดดำมากมายกำลังยืนขวางทางเข้าห้างอยู่ด้วย ยืนขวางชนิดที่ว่าคนในไม่ให้ออก และคนนอกไม่ให้เข้าเลย
หลังจากที่ออกมาจากรถแท็กซี่แล้ว อู๋ตี้ก็เข้าไปปะปนกับผู้คนแออัดด้านนอกประตูพวกนั้น จากนั้นก็กระซิบถามกับเหล่าผู้คนรอบๆ
“อ่า เกิดอะไรขึ้นที่นี่เหรอครับ? ทำไมคนพวกนั้นถึงมีสิทธิ์ที่จะมาปิดกั้นทางเข้าออกของคนทั้งห้างล่ะ?”
“ดูเหมือนคนพวกนั้นจะไม่ใช่คนทั่วๆไปน่ะ พวกเขามาตามหาใครสักคนที่ไปยั่วยุคนของพวกเขาไว้ เพื่อแก้แค้น”
“แล้วดูสิ ชายชุดดำพวกนี้ ทั้งสูงแล้วก็ตัวใหญ่ แค่เห็นก็กลัวแล้ว อย่าหวังว่าจะมีใครเข้าไปขัดเลย พวกเรามันบอบบางจะตาย”
“ฉันไม่สู้เด็ดขาด นึกว่าจะได้เห็นแค่ในทีวีซะแล้ว จริงสิ! อัดวิดีโอเก็บไว้หน่อยดีกว่านี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ฉันทำได้”
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง หลายๆคนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูและกดถ่ายวิดีโอเอาไว้
ในตอนนี้ โทรศัพท์มากมายถูกหยิบขึ้นมาถ่ายวิดีโอไว้ พวกเขาไม่ได้คำนึงถึงเหตุการณ์ตอนนี้เลยว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นอยู่ ดูพวกเขาจะดีใจที่ได้ถ่ายวิดีโอเก็บไว้ซะเหลือเกินนะ
แต่อู๋ตี้ไม่ได้คิดแบบนั้น เขายังคงรู้สึกว่านี่มันดูน่าสงสัยซึ่งมันทำให้เขาเองรู้สึกว่าไม่น่าจะจบลงง่ายๆแล้วเรื่องนี้
เมื่อประตูห้างเฟอร์นิเจอร์เปิดขึ้น ทุกๆคนต่างมองไปทางนั้น และภายในนั้นก็มีเซลล์สาวในชุดยูนิฟอร์มกำลังถูกลากออกมาโดยชายชุดดำ
“พวกนายเป็นใครน่ะ! แล้วพวกนายจะทำอะไร!? ปล่อยเธอนะ!”
ด้านหลังนั้นยังมีชายหนุ่มในชุดยูนิฟอร์มแบบเดียวกัน ดูเหมือนว่าเขาคนนั้นจะมาเพื่อปกป้องเธอคนนี้ด้วย แม้จะต้องเผชิญหน้ากับชายชุดดำหลายคน เขาเองก็ยังพุ่งเข้ามาแบบไม่คิดชีวิต
*ผั้วะ*
อย่างไรก็ตาม แขนและขาที่บอบบางของเขานั้นก็ไม่สามารถพุ่งผ่านร่างที่หนาและแน่นของชายชุดดำทั้งสามได้ และกลายเป็นเขาเองที่ถูกซัดเสียจนสลบจากชายชุดดำที่อยู่หน้าประตูรวมถึงโดนรุมกระทืบอีก
หญิงสาวที่ถูกกระชากผมนั้นโดนพาตัวไปขึ้นรถเบนซ์สีดำ จากนั้นชายชุดดำคนอื่นๆต่างก็พากันขึ้นรถอย่างรวดเร็วและออกไปจากที่แห่งนั้น
“จ้าวจ้าว!”
ชายหนุ่มที่นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นยืดมือไปสุดแขนยังทิศทางที่เสียงเครื่องยนต์ค่อยๆทิ้งห่างไป น้ำตาแห่งความเศร้าช่วยอะไรไม่ได้มันหยดลงบนพื้นจนดูน่าสงสาร
ภาพนี้ทำให้ทุกคนล้วนงุนงงไปหมด เกิดอะไรขึ้นน่ะ? ทั้งๆที่ยังกลางวันแสกๆแบบนี้ ก็ยังเกิดเหตุการณ์ลักพาตัวผู้หญิงได้งั้นเหรอ?
ไม่นานนักผู้คนก็เริ่มคุยกันมากขึ้นเรื่อยๆอีกครั้ง
“ผู้หญิงคนนั้นที่ถูกพาตัวไปเป็นใครกันนะ? ”
“ฉันไม่รู้ แต่เห็นว่าสวมชุดของห้างนี้นะ เธอไปมีเรื่องกับคนพวกนี้มาหรือไง?”
“อืม ให้ฉันเดานะ เธออาจจะไปกู้ยืมออนไลน์มา แล้วไม่มีเงินจ่าย ฉันเห็นมาจากข่าวน่ะว่ามีคนเป็นหนี้พวกนี้เยอะแยะไปหมด แถมบางคนก็ยังเป็นแค่นักศึกษาเองด้วยนะ”
“นั่นสินะ น่าจะเป็นแบบนั้นแหละ ช่างน่าสงสาร เธอยังสาวยังสวยแท้ๆไม่น่าไปยุ่งกับเงินกู้ออนไลน์เลย ในสมัยนี้ กู้เงินออนไลน์มันน่าเชื่อถือตรงไหนน่ะ”
ทุกๆคนต่างพูดถึงเรื่องนี้ พวกเขาคิดว่าเซลล์สาวคนดังกล่าวคงจะไปยืมเงินจากแหล่งเงินกู้ออนไลน์มา พอไม่มีจ่ายเลยเป็นแบบนี้
อย่างไรก็ตาม อู๋ตี้ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ยังคงงุนงงอยู่
เขานั้นอยู่ใกล้กับรถที่หญิงสาวคนนั้นขึ้นมาไปมากๆ และมันทำให้เขาเห็นเธอได้อย่างชัดเจน ผู้หญิงคนนั้นที่ถูกพาตัวไป ก็คือคนที่เกือบจะฆ่าเขาไปแล้วเมื่อวานนั่นแหละ!