ตอนที่ 45 ตัวตนของความตายอยู่ตรงหน้าของเฟรอกินและเมด
ออร่าสีดำถูกดูดไปรวมยังจุดๆหนึ่ง
เฟรอกิน ซีโร่ และกอน...พวกเขาไม่รอช้ารีบเดินทางไปยังจุดนั้นอย่างรวดเร็ว...มันคือจุดที่รวมออร่าแห่งความตายไว้ต้องเป็นที่ตั้งของเดดโซลปริซึมอย่างแน่นอน
และเมื่อเฟรอกินไปถึงเขาก็พบกับบอนโน่ในสภาพที่ขี้เรื้อนหนักยิ่งกว่าเก่า...
สภาพของบอนโน่ในตอนนี้ขนร่วงเกือบหมดตัวและแผลเน่าตามร่างกายจำนวนมาก
ลิ้นห้อยยาวออกมาด้านข้างพร้อมกับน้ำลายที่ไหลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อนนัยน์ตาข้างขวาที่ขาวสนิทเหมือนกับจะบอดไปแล้ว
แขนข้างหนึ่งของบอนโน่กอดบางสิ่งรูปทรงปริซึมไว้แน่น
เฟรอกินรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่บอนโน่กอดไว้อยู่มันคืออะไรรูปร่างและรูปทรงแบบนี้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น...มันจะแตกต่างกันก็แค่สีและออร่าที่มันแผ่ออกมาก...
มีผู้คนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถสัมผัสสิ่งที่เรียกว่า‘อินฟินิตี้ปริซึม’แล้วมีชีวิตรอดได้
...ไม่น่าเชื่อว่าบอนโน่จะเป้นหนึ่งในนั้น
‘หากเขาสามารถกอดจับได้ถึงขั้นนี้...บางที่เขาอาจจะได้รับพลังของมันมาแล้วก็ได้’เฟรอกินคิดหนัก
...บอนโน่ที่ยืนนิ่งไม่ขยับไปไหนมานาน ในที่สุดเขาก็เริ่มขยับตัวโดยพยายามก้าวเดินไปข้างหน้า
แต่ทว่าขาของเขาในตอนนี้นั้นมันไร้ซึ่งเรี่ยวแรงขาซ้ายของเขาเหมือนใช้การไม่ได้แล้ว...เขาใช้เพียงแค่ขาขวาข้างเดียวเท่านั้นคอยพาร่างกายให้ขยับเขยื้อนไปที่ละนิดอย่างกระเผลกและทุลักทุเล...
เฟรอกินที่เห็นสภาพที่ทุเรศเกินทนของบอนโน่ในก็อยากจะออกจากสถานะไร้ตัวตนไปช่วยบอนโน่อยู่
เพียงแต่เขารู้ดีว่าตอนนี้มันมีอะไรบางอย่างหรืออาจจะด้วยสัญชาตญาณมันบอกเขาว่าห้ามออกจากสถานะไร้ตัวตนเป็นอันขาด
…แม้แต่ซีโร่เองที่ตอนนี้ยังพูดห้ามเขาเลย
“ชั้นว่าในตอนนี้เราดูอยู่นิ่งๆไปก่อนดีกว่าค่ะ...”
“ชั้นรู้น่า!!...ดูเหมือนว่าตอนนี้เราน่าจะทำได้แค่มองจริงๆนั่นแหละ”
เฟรอกินพูดออกมาด้วยไปหน้าที่เคร่งเครียด
.
.
.
---ไม่นานหลังจากนั้นเสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ตรงเข้ามา
“พ-พวกมันมาได้ยังไงกัน!!”
เฟรอกินมองไปที่ทางเสียงฝีเท้าจำนวนมากด้วยความประหลาดใจ
...พวกมันคือนายพลเสือโคร่งและทหารอีกจำนวนมากของเขา
และสายตาของพวกมันจ้องไปที่บอนโน่
“มาแอบอยู่ที่นี่เองเหรอบอนโน่.....เสียใจด้วยนะคงจะไม่มีที่ให้แกหนีแล้ว”
นายพลเสือโคร่งพูดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับกำเล็บมือโดยเอากรงเล็บทั้งห้ามาชนกันเล่นๆจนเกิดเสียง
“เคร้ง! เคร้ง!”
เกิดสะเก็ดไฟแวบๆขึ้นหลังจากที่กรงเล็บกระทบกัน...
“ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอบอนโน่...ช่วยปากดีแบบก่อนหน้านี้หน่อยสิไอเจ้าหมาหัวเน่าไร้ค่า”
นายพลเสือโคร่งยังคงพูดต่อ...ตอนนี้เขาอยากจะขย้ำร่างของสุนัขตรงหน้าให้เละคามือแล้ว
...
“ไอหมาขี้เรื้อนแกไม่ตายดีแน่”
“…อย่าหวังเลยว่าแกจะได้ตายอย่างสบาย”
“ฮ่าฮาๆๆๆๆ”
เหล่าทหารต่างส่งเสียงเห็นด้วยและเสียงหัวเราะชอบใจออกมา
...และในตอนนั้นเองบอนโน่ก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แห้งแหบ และเต็มไปด้วยความเย็นยะเยียบ
“ใช้แล้วล่ะ...ผมคือบอนโน่ผู้มีความฝันที่จะเป็นหมอยาในการรักษาชีวิตแต่ตอนนี้ผมคือบอนโน่หมาขี้เรื้อนผู้ที่จะมาเอาชีวิตของพวกคุณทุกคน...เพราะงั้นผมไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกับซากศพอย่างพวกคุณอีกต่อไป”
บอนโน่พูดจบเหล่าทหารก็ขำออกมาดังลั่นอีกครั้ง...
“ว่า!!!ฮ่าฮาๆๆๆๆ”
“โคตรขำเลยว่ะ...พวกแกได้ยินเหมือนกันไหม”
“ฮาๆ..จะมาเอาชีวิตชองพวกเราด้วย”
“อุ๊ยตาย...น่ากลัวจังเลย”
…นายพลเสือโคร่งก็เผลอขำดังลั่นออกมาเช่นกัน...และเมื่อเขาขำจนเสร็จสายตาของเขาก็จ้องไปที่บอนโน่ด้วยความอาฆาต
“พูดพร่ามอะไรของแกไอหมาหัวเน่า...ไปตายซะ!!!”
สิ้นเสียงคำพูดของนายพลเสือโคร่ง เขาก็พุ่งตัวเข้าหาบอนโน่อย่างรวดเร็ว
“เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!”
มือทั้งสองข้างจีบกรงเล็บเข้าหากันแล้วหมุนซ้ายขวาด้วยความเร็วสูงจนเหมือนสว่าน
ท่าที่เขาใช้อยู่นั้นมีชื่อว่า ‘หัวสว่านแห่งความตาย’...เพราะไม่เคยมีใครที่โดนท่านี้แล้วจะมีชีวิตรอดมาได้เลย
...ทางฝั่งของบอนโน่นั้นก็พยายามยกแขนอีกข้างที่สั่นเทิ้มขึ้นมาแล้วชี้ไปทางนายพลเสือโคร่งที่พุ่งตัวมาทางเขาด้วยออร่าที่เต็มไปด้วยความอาฆาต
ในทันทีที่นายพลเสือโคร่งเห็นท่าทางของบอนโน่เขาก็เผยรอยยิ้มที่ฉีกกว้างออกมา...
“ขาของแกน่ะ...ตายไปซะ”
สิ้นเสียงคำพูดที่แหบแห้งและเย็นยะเยียบของบอนโน่
...นายพลเสือโคร่งก็ล้มหน้าทิ่มกระแทกพื้นเข้าอย่างรุนแรง
‘มันเกิดอะไรขึ้นกัน...ชั้นคนนี้เนี่ยนะหกล้ม’ นายพลเสือโคร่งคิดอย่างแปลกใจ
ก่อนที่จะพยายามลุกขึ้นอีกครั้งแต่มันก็ไม่สำเร็จ...ขาของเขาในตอนนี้สังการอะไรไม่ได้เลย
‘ไม่สินี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกัน ชั้นสัมผัสความรู้สึกขาของตัวเองไม่ได้เลย’ ...นายพลเสือโคร่งที่นอนคว่ำอยู่หันไปมองขาตัวเองก็พบว่ามันยังคงมีอยู่แต่ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกถึงมันเลยล่ะ
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!!!”
นายพลเสือโคร่งส่งเสียงคำรามออกมาอย่างหงุดหงิด
...พวกทหารเองก็มองไปที่ท่านนายพลของพวกเขาด้วยความแปลกใจทำไมถึงไปนอนอยู่กับพื้นอย่างลุกลี้ลุกลน แล้วไม่ยอมลุกขึ้นมายืนสักที
“แก!!! ไอหมาหัวเน่า...แกทำอะไรชั้น!!”
สายตาของนายพลเสือโคร่งจ้องไปที่บอนโน่...แต่บอนโน่นั้นเงียบกริบไม่พูดตอบโต้อะไร
“ขาใช้ไม่ได้...งั้นก็ใช่แขน!!”
นายพลเสือโคร่งใช้กรงเล็บและพลังแขนที่มหาศาลตะกุยดินดันร่างกายพุ่งตัวไปด้านหน้าด้วยความเร็วที่เกือบเท่าวิ่งด้วยขา
“อย่าคิดว่าแกจะรอด...ตาย!!!!”
อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นเขาก็จะเข้าถึงร่างกายของบอนโน่ได้แล้วพร้อมที่จะขย้ำร่างกายของมันให้เละ
...เพียงแต่ว่า
“งั้นแขนของแกตายไปด้วยเลยแล้วกัน”
สิ้นคำพูดนั้นใบหน้าของนายพลเสือโคร่งก็ล้มลงกระแทกพื้นในทันที
“ปัค!!”
“อ๊ากกก!!!!!!!!!!!...มันเกิดอะไรขึ้นกับชั้น!!!!”
นายพลเสือโคร่งคำรามออกมาอย่างเจ็บปวด
...เขาไม่อาจรู้สึกหรือสัมผัสได้ถึงแขนขาของตัวเองแล้ว
เหล่าทหารมองภาพตรงหน้าอย่างตะลึง
“มันเกิดอะไรขึ้นกับท่านนานพลกัน!”
มันเป็นความรู้สึกที่ประหลาดจนพวกเขาทำอะไรไม่ถูก...
“มัวเหม่ออะไรอยู่เจ้าพวกโง่...รีบมาฆ่ามันซะ”
นายพลเสือโคร่งตะโกนคำสั่งออกมาอย่างสุดเสียง
...แต่แล้วบอนโน่ก็พูดออกมาด้วยเสียงที่แหบแห้งและเย็นยะเยียบอีกครั้ง
และครั้งนี้มันเต็มไปด้วยออร่าสีดำที่แผ่พุ่งออกมามันเป็นออร่าที่เหมือนกับพื้นที่แห่งความตายก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก...
“พวกแกตรงนั้นทั้งหมดหากขยับขาแม้เพียงนิดเดียว....ก็ตายไปซะ!!!”
.
.
.
ฝากติดตามผลงาน เพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic