บทที่ 70 อ้อมกอดที่คุ้นเคย
วิหคเพลิงชิงชิงจ้องมองชายตรงหน้าเขารู้ดีว่าคนผู้นี้สามารถดูแลนางได้ และคงไม่ยอมให้เขาเป็นคนพาเยว่เอ๋อร์ลงเขาไปรักษาแน่นอนอาการของเยว่เอ๋อร์เองก็ไม่สามารถจะรั้งรอได้แม้มิเต็มใจแต่วิหคเพลิงชิงชิงก็ยอมส่งร่างในอ้อมแขนให้
“มิใช่ว่าข้าเกรงกลัวเจ้าแต่ข้ามิอยากเสียเวลามาทะเลาะกับเจ้า”
พริบตาร่างของเยว่เอ๋อร์ก็ถูกโอบไว้แนบชุดสีแดงเลือดนกสองบุรุษทะยานลงจากเขาสูงหลิวหนิงเจี้ยนเห็นร่างบางที่นอนหลับใหลในอ้อมกอดของบุรุษ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างวิตกกังวล
“ถวายพระพรท่านอ๋อง”
ทั้งสี่คนย่อกายเคารพหยวนหรงหย่งหมิงเขาเพียงพยักหน้ารับอย่างเย็นชาสายตาจดจ้องไปที่บุรุษอีกคน
“รักษานาง”
หลิวหนิงเจี้ยนพยักหน้าแล้วรีบเดินเข้าไปดูเยว่เอ๋อร์หยวนหรงหย่งหมิงประคองนางลงบนพื้นโดยมิยอมให้ห่างจากอกแม้สักนิดลมหายใจที่รวยรินทำให้เขาทั้งกังวลและวิตกจนแทบควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้
“อวัยวะภายในของนางบาดเจ็บหนักกระหม่อมคาดว่านางคงจะฝืนร่างกายตนเองใช้พลังจึงทำให้เวลานี้ธาตุไฟเข้าแทรก”
ใบหน้าของหยวนหรงหย่งหมิงซีดลงกว่าเดิมแววตาของเขาทั้งกังวลและรู้สึกผิดต่อนาง เขาอยากฆ่าเจ้างูเจ้าเล่ห์นั่นซ้ำยิ่งนัก
“เราต้องใช้ดอกตี้ชาง”
หม่าซูซินเอ่ยเสียงกังวลเวลานี้นางเองก็ทั้งห่วงและหวาดกลัวมิน้อยทุกสายตาหันไปจดจ้องที่วิหคเพลิงชิงชิง
“แม้ข้าและนางจะหาดอกตี้ชางมาได้ แต่มิสามารถมอบให้ได้”
“ข้ารู้ว่าภารกิจครั้งนี้สำคัญ... แต่เวลานี้ความปลอดภัยของนางสำคัญที่สุด”
ต้าเจี้ยนเว่ยเอ่ยเสียงเข้มจดจ้องไปที่วิหคเพลิงชิงชิงโดยมีสายตาสนับสนุนจากทุกคน วิหคเพลิงชิงชิงถอนหายใจยาวเขามิใช่ไม่อยากมอบให้แต่เขามอบให้มิได้มากกว่ามิติแห่งเวลามีแต่เจ้าของเท่านั้นที่เข้าไปได้ แม้เขาเป็นสัตว์คู่พันธสัญญาแต่ก็มิสามารถเข้าไปได้
“สิ่งนี้สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”
วิหคเพลิงส่งผลึกธาตุสีม่วงไปตรงหน้าทุกสายตาจดจ้องไปที่หลิวหนิงเจี้ยนด้วยความคาดหวัง แน่นอนว่าการเลื่อนขั้นในแต่ละครั้งสามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายของผู้เลื่อนขั้นได้แต่เวลานี้เยว่เอ๋อร์หมดสติไปนางไม่มีทางหลอมปราณเพื่อเลื่อนขั้นได้แน่นอนนั่นหมายความว่า...
สีหน้าที่วิตกกังวลของหลิวหนิงเจี้ยนทำให้ความหวังของทุกคนพังทลายลงไปในทันที
“ข้าจะเดินปราณให้นางเอง”
ทุกสายตาหันไปจดจ้องที่หยวนหรงหย่งหมิงการเดินปราณให้กันนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เช่นนั้นโอกาสที่จะล้มเหลวจึงมีสูงแน่นอนว่าพวกเขาไม่เสียดายผลึกธาตุขั้นแปดตรงหน้า แต่นี่เป็นความหวังเดียว พวกเขาจึงอดกังวลใจไม่ได้
“ข้าจะพานางกลับไปก่อนส่วนเจ้าพาท่านหมอหลิวตามมาก็แล้วกัน”
หยวนหรงหย่งหมิงหันไปเอ่ยกับวิหคเพลิงชิงชิงทั้งสองส่งสายตากันเพียงพริบตาก็เข้าใจหยวนหรงหย่งหมิงรวบร่างบางแนบอกทะยานออกไปในทันทีวิหคเพลิงชิงชิงจับแขนของหลิวหนิงเจี้ยนแล้วทะยานออกไปเช่นกันหลิวหนิงเจี้ยนใบหน้าซีดเผือด เสร็จสิ้นจากภารกิจนี้เขาจะไปฝึกวิชาตัวเบานี่แบบจริงๆ จัง ๆ เสียทีจะได้ไม่ถูกใครหิ้วไปหิ้วมาเช่นนี้อีก
เพียงหนึ่งชั่วยามทั้งสี่คนก็มาถึงที่พักรับรองของกลุ่มเยว่เอ๋อร์ในเมืองลี้หยวนหรงหย่งหมิงอุ้มร่างที่ไร้สติของเยว่เอ๋อร์ไปที่ห้องนอนของนางวางร่างบอบบางบนเตียงเล็กของนางอย่างอ่อนโยน
“ผูกตาของเจ้าเสีย”
หลิวหนิงเจี้ยนหยิบผ้ามาผูกตาตนเองก่อนเดินไปนั่งที่เตียงของเยว่เอ๋อร์โดยมีวิหคเพลิงพยุงไป
“รักษานาง”
น้ำเสียงเรียบนิ่งของเขาทั้งเย็นชาและเด็ดขาดจนหลิวหนิงเจี้ยนยังขนลุกเขาวางมือเหนือร่างของนาง ปราการสีเขียวโอบล้อมทั้งสามคน วิหคเพลิงชิงชิงยืนนิ่งที่หน้าเตียงหันหน้าออกด้านนอกจดจ้องเฝ้าระวังอันตรายให้ทุกคนใบหน้าซีดเซียวของเยว่เอ๋อร์ค่อย ๆ มีสีเลือดมากขึ้นลมหายใจที่ติดขัดและอ่อนแรงเริ่มสม่ำเสมอ แต่ร่างกายของนางยังคงร้อนราวกับไฟ
หยวนหรงหย่งหมิงปลดอาภรณ์ชุดนอกของนางออกเหลือเพียงชุดชั้นในสีขาวบางที่แทบจะมิสามารถปกปิดร่างกายของนางได้เลยหยวนหรงหย่งหมิงข่มใจตนเองค่อย ๆ เดินพลังปราณเข้าไปในร่างกายของนางบนอกของนางมีผลึกธาตุระดับแปดของเจ้ากระทิงป่าวางอยู่หยวนหรงหหย่งหมิงใช้พลังปราณของตนขับเคลื่อนพลังปราณของเยว่เอ๋อร์เขารู้ดีว่าวิธีนี้ค่อนข้างจะเสี่ยงและมีโอกาสสำเร็จเพียงหนึ่งส่วนแต่สำหรับเขาต่อให้มีเพียงครึ่งส่วนเขาก็ยินดีจะช่วยนาง ใบหน้าของหยวนหรงหย่งหมิงซีดลงการใช้พลังปราณในระดับสูงเช่นนี้ทำให้เขาสูญเสียพลังเป็นจำนวนมาก ร่างกายของเขาเริ่มอ่อนล้าแสงสีชมพูอาบไล้ทั่วตัวเยว่เอ๋อร์ ผลึกธาตุบนอกส่องประกายแสงสีม่วง ค่อย ๆ ประสานกับแสงสีชมพูนวลตาของเยว่เอ๋อร์ หยวนหรงหย่งหมิงมองแสงสีชมพูและม่วงที่ค่อย ๆ ประสานกันมือหนาที่วางด้านข้างมือของหลิวหนิงเจี้ยนสั่นอย่างเห็นได้ชัดดวงหน้าเขาซีดเซียวสายตาเริ่มพร่าเลือน
แม้ต้องตายข้าก็ต้องช่วยเจ้าให้ได้
หยวนหรงหย่งหมิงกลั้นใจเดินพลังปราณเข้าสู่ตัวนางจวบจนแสงสีชมพูค่อย ๆ จางหายเหลือเพียงแสงสีม่วงแทนที เขายกยิ้มพอใจก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไป