หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

ข้อเสนอ

ลั่วอู่หลินใช้จิตสำนึกแห่งพระเจ้าตรวจสอบร่างกายของเสี่ยวเยว่ในทันทีเมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้วนางคือปีศาจจันทรา สิ่งที่เขาสัมผัสได้ก็คือพลังมิติอันแก่กล้ากำลังผนึกและปิดกั้นพลังของนางเอาไว้

 

"พลังมิติอย่างนั้นหรือ? ตลอดมาข้านึกว่าเจ้าบาดเจ็บเพราะข้าก็เลยไม่ได้ตรวจดูให้ถี่ถ้วนและให้สมุนไพรเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บภายนอกและภายในเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าจะมีพลังมิติเช่นนี้อยู่ในร่างกายของเจ้าด้วย"ลั่วอู่หลินกล่าว จากนั้นร่างกายของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นปีศาจจันทราโดยพลัน

 

'ไม่จริงกลิ่นอายเช่นนี้มัน!!'ร่างวิญญาณของตงฟางเซียร์เอ่อร์อุทานขึ้นด้วยความตกใจ ชายคนนี้กลายเป็นปีศาจจันทราได้อย่างไรกันแถมเมื่อเขากลายร่างแล้วก็ทำให้ร่างกายและพลังของนางปั่นป่วนขึ้นมาในทันที

 

"ทักษะประจำสายเลือดมีอยู่เยอะมากเลยทีเดียว เอาเป็นทักษะนี้แล้วกันเจ้าจะได้ไม่บาดเจ็บด้วย"ลั่วอู่หลินกล่าวจบภายในมิติก็มืดมิดลง อยู่ดีๆดวงจันทร์เต็มดวงก็ปรากฏขึ้นมาบนฟากฟ้าก่อนที่มันจะราวกับถูกวัตถุบางอย่างบดบังจนมีลักษณะคล้ายกับวงแหวน

 

"จันทรคราส"

 

ลั่วอู่หลินกล่าวและวางมือไปที่กระต่ายน้อยอย่างแผ่วเบา จากนั้นด้วยพลังของทักษะสิ่งแปลกปลอมในร่างกายของกระต่ายน้อยอย่างพลังมิติก็ถูกดูดออกมาจนกลายเป็นกระแสพลังพุ่งไปยังจันทรคราสที่ประดับอยู่บนท้องฟ้า

 

ตงฟางหลงที่ได้เห็นทักษะนี้ดวงตาก็ทอประกายและมีน้ำตาไหลเล็กน้อยเมื่อมองไปยังลั่วอู่หลินผู้ใช้ทักษะ เนื่องจากมันมีภาพของเทพธิดาแห่งจันทราในอดีตทักซ้อนกับชายหนุ่ม แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาคิดถึงนายหญิงคนก่อนได้อย่างไร

 

'พระจันทร์เต็มดวง นี่มันพลังของบรรพบุรุษจันทรา'ร่างวิญญาณของตงฟางเซี่ยเอ่อร์ตอนนี้ก็ตกใจจนแทบบ้า คนในเผ่าปีศาจจันทราจะใช้ได้เพียงพลังจันทร์เสี้ยวเท่านั้นไม่เว้นแม้แต่นางที่เป็นประมุขของเผ่าพันธุ์ แม้จะจำแลงพระจันทร์เต็มดวงเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของผู้นำเผ่าได้ แต่สุดท้ายนางก็ใช้ได้แค่พระจันทร์เสี้ยวอยู่ดี

 

การที่ชายหนุ่มคนนี้ปลดปล่อยพลังของพระจันทร์เต็มดวงได้หมายความว่าเขามีพลังแห่งบรรพบุรุษอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นางอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นและระแวงไปพร้อมๆกัน เพราะมันเท่ากันว่าชายคนนี้สามารถควบคุมเผ่าปีศาจจันทราได้อย่างอิสระแม้แต่นางที่อยู่ขั้นมหาเทพก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นแต่อย่างใด

 

ในขณะที่นางกำลังอยู่ในภวังค์แห่งการครุ่นคิด ร่างกระต่ายน้อยก็เปล่งแสงเจิดจ้าและกลับกลายมาเป็นร่างมนุษย์ของตงฟางเซี่ยเอ่อร์อีกครั้ง ทว่าในตอนนี้ตัวนางกลับนั่งอยู่บนตักของชายหนุ่มเมื่อทั้งสองข้างคล้องคอเขาเอาไว้

 

"งดงามยิ่ง"เหล่าภรรยาทั้งสิบคนที่เฝ้าดูสถานการณ์ต่างอุทานออกมาพร้อมกัน แววตาทอประกายไปด้วยความหลงไหล ความงดงามของตงฟางเซียร์เอ่อร์แม้แต่หญิงสาวด้วยกันยังคลั่งไคล้ ช่างสมกับเป็นยอดหญิงผู้งดงามที่สุดแห่งดินแดนปีศาจอย่างแท้จริง

 

"สะ เสี่ยวเยว่ จะ เจ้า!"ลั่วอู่หลินถึงกับตกตะลึงในความงดงามของนางเชียวเดียวกัน ทว่ากว่าที่เขาจะพูดอะไรไปมากกว่านั้นด้านหลังของหญิงสาวก็มีดวงจันทร์เสี้ยวเล็กๆเจ็ดดวงปรากฏขึ้นมา ทำให้ลั่วอู่หลินถึงกับผงะไป

 

"ผนึก!"เมื่อตั้งสติได้ ลั่วอู่หลินก็ผนึกปราณจันทราของอีกฝ่ายทันที ทำให้ใบหน้าที่งดงามของหญิงสาวถึงกับบูดบึ้งโดยพลัน

 

"พอกลับคืนร่างก็จะทำร้ายเจ้านายตัวเองเสียแล้ว เจ้าช่างเป็นกระต่ายน้อยที่ใช้ไม่ได้จริงๆ"ลั่วอู่หลินกล่าว ทว่าตงฟางเซียเอ่อร์กลับมิได้ยอมแพ้ ในเมื่อนางใช้ลปราณสั่งสอนผู้ชายคนนี้ไม่ได้จึงตัดสินใจก้มลงกัดแขนของชายหนุ่มให้ได้สักแผล อย่าน้อยก็ถือว่านางได้ล้างความอับอายที่เขาได้ทำเอาไว้กับนาง

 

"เปล่าประโยชน์น่า เอาเป็นว่าข้าขอโทษก็ได้ที่ล่วงเกินเจ้าตอนเป็นประต่าย เพียงเท่านี้พอจะให้ข้าอภัยข้าได้หรือยัง ข้าว่าความดีความชอบกับความผิดข้าเมื่อนำมาหักล้างกันแล้ว ความดีของข้าก็มากกว่าอยู่นะ"ลั่วอู่หลินกล่าวขณะที่ตัวเองกำลังโดนกัดอยู่

 

ตงฟางเซี่ยเอ่อร์ที่ได้ยินก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาทำให้เห็นใบหน้าที่ดูงดงามของนางที่ดูไม่ค่อยพอใจนัก

 

"เจ้าชื่ออะไร?"เป็นลั่วอู่หลินที่เปิดประเด็นกล่าวถาม

 

"ตงฟางเซี่ยเอ่อร์"นางเองก็กล่าวตอบออกมา ทำให้ลั่วอู่หลินถึงกับผงะไป ตงฟางเซี่ยเอ่อร์ชื่อนี้เขาย่อมรู้จัก นางคือผู้นำเผ่าปีศาจจันทราทั้งยังขึ้นชื่อว่าเก่งกล้าและงดงามที่สุดในดินแดนปีศาจแห่งนี้ แต่ทว่าข่าวล่าสุดคือนางหายไปในห้วงมิติจากการต่อสู้กับปีศาจวาฬมิติโกลาหลและไม่มีใครพบเจอนางอีกเลย

 

'คิดไม่ถึงว่าจะเป็นถึงคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนปีศาจ เช่นนั้นข้าเองก็ควรปล่อยนางออกไปสินะ'ลั่วอู่หลินคิด หากเขายังคงเก็บนางเอาไว้ที่นี่สมดุลแห่งอำนาจของตระกูลทั้งสิบปีศาจจะสั่นคลอนได้ เพราะถึงอย่างไรตงฟางเซี่ยเอ่อร์ก็เป็นถึงผู้นำของปีศาจจันทราเมื่อนางหายไปเผ่าพันธุ์นี้ก็ย่อมอ่อนแอลง ดังนั้นมันจึงไม่แปลกเลยที่จะมีใครคิดยึดอำนาจ

 

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ลั่วอู่หลินก็เปิดประตูมิติทันทีและผายมือออกไป "ถ้าเจ้าเป็นตงฟางเซี่ยจริงๆก็เชิญกลับเผ่าของเจ้าเถอะ"

 

"นี่! เจ้าไล่ข้า?"ตงฟางเซี่ยเอ่อร์กล่าวใบหน้าของนางยิ่งเต็มไปด้วยความหงุดหงิดไปกันใหญ่

 

"เอ่อ.......เปล่าๆหากเจ้าอยากจะอยู่ก็สามารถอยู่ได้ แต่ข้าก็ไม่เห็นว่าที่นี่จะมีประโยชน์อันใดกับเจ้า อีกทั้งเมื่อคิดไปถึงเผ่าปีศาจจันทราที่อ่อนแอลงเพราะขาดเจ้าไป ข้าก็เลยคิดว่าเจ้าน่าจะอยากกลับเผ่าพันธุ์โดยเร็ว"ลั่วอู่หลินกล่าวอธิบาย ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมจะต้องอธิบายอย่างละเอียดเช่นนี้

 

ตงฟางเซี่ยเอ่อร์ยังคงนั่งนิ่งเฉยอยู่บนตักของชายหนุ่มเช่นเดิมจากนั้นก็รวบรวมความกล้าแล้วกล่าวออกมาอย่างเด็ดขาด "หากจะให้ข้าไปเจ้าต้องไปกับข้า พลังบรรพบุรุษจันทราในกายเจ้าไม่ใช่อะไรที่ข้าจะปล่อยไปได้"

 

"หืม ที่แท้เจ้าก็เล็งพลังบรรพบุรุษจันทรานี้เอาไว้นี่เอง...อืม.......เอาแบบนี้เป็นอย่างไร หากยอมมาเป็นภรรยาของข้า ข้าจะส่งต่อมันให้โดยไม่ลังเลเลยล่ะ เพราะถึงอย่างไรก็เป็นคนในครอบครัว ใช่ไหมตงฟางหลง"ลั่วอู่หลินกล่าวข้อเสนอที่สุดแสนจะเจ้าเล่ห์ ตงฟางหลงที่ได้ยินก็ตอบรับอย่างว่าง่าย

 

ตงฟางเซี่ยเอ่อร์เมื่อได้ยินเช่นนั้นหน้าของนางก็ถึงกับแดงระเรื้อในทันใด หากเป็นคนอื่นมากล่าวแบบนี้กับนางคงได้ตายไปตั้งแต่เอ่ยประโยคแรกแล้ว แต่ชายคนนี้นั้นแตกต่างออกไป แม้นางจะเก่งกล้าสักเพียงใดเขาก็สยบนางได้อยู่ดี เวลานี้นางจึงพูดไม่ออกว่าจะกล่าวตอบอย่างไร

 

"เห้อ ให้เวลาท่านคิดหนึ่งปีแล้วกัน ถึงเวลาที่ข้าต้องปิดด่านแล้ว แถมครั้งนี้ยังต้องรับทัณฑ์เซียนด้วยไม่รู้จะโดนสายฟ้ากี่สาย"ลั่วอู่หลินถอนหายใจ เขาอุ้มตงฟางเซี่ยเอ่อร์และลุกขึ้นก่อนจะวางนางเอาไว้ยังที่นั่งเดิมของเขา

 

หันกลับไปหอมแก้มบอกลาภรรยากับลูกและเดินออกจากมิติไป ทั้งๆที่ผนึกพลังปราณของตงฟางเซี่ยเอ่อร์เอาไว้อย่างนั้น เนื่องจากเขากลัวว่านางอาจจะคิดพิเรนทร์อะไรในตอนที่เขาบ่มเพาะพลัง ดังนั้นจึงผนึกเอาไว้ก่อนถือว่ากันไว้ดีกว่าแก้

 

เมื่อออกมายังโลกภายนอกแล้วลั่วอู่หลินต่อยภูเขาที่อยู่ใจกลางม่านพลังจนเกิดถ้ำขึ้นมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปและใช้หินปิดปากถ้ำทันที จากนั้นก็นั่งลงที่ใจกลางของถ้ำ เมื่อเตรียมสถานที่เสร็จก็ไม่รอช้าอีกต่อไป เขาเอาสิ่งที่คล้ายผนึกแก้วสีขาวมาวางไว้ตรงหน้า นี่คือแก่นวิญญาณเทพที่ทั้งเทียนหลินและตงฟางหลงมอบให้กับเขา

 

ลั่วอู่หลินชักนำพวกมันเข้าสู่ตันเถียนไปและเริ่มกระบวนการบ่มเพาะตามลำดับอย่างช้าๆและไม่ประมาท เพราะถ้าหากพลาดขึ้นมาร่างกายของเขาได้แหลกสลายแน่ และถ้าเป็นแบบนั้นแม้ดวงวิญญาณของเขาจะมีจิตแห่งพระเจ้าคุ้มครองก็ตามมันก็อยากนักที่จะฟื้นคืน

คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน