“ หาที่ตาย” เซียนว่านหลี่คำรามออกมาในลำคอ แล้วพลิกมือมีกระบี่สีขาวปรากฏขึ้นมา เทียนหายวับมาอยู่ด้านหน้าเซียนว่านหลี่แล้วฟันด้วยดาบมาร อย่างแรง
ดาบกระบี่ปะทะกัน ส่งเสียงดังก้องกังวาน พลังรัศมีของอาวุธทั้งสอง ทำให้สิ่งของในงานเลี้ยงระเบิดกระจาย คนที่อยู่ระยะใกล้ ก็ถูกพลังทั้งสองกระแทกกระเด็นไปไกล ทั้งสองถอยหลังไปคนละ สามสีเก้า
“ขั้นเซียนระดับ 14หรือ ก็ไม่เท่าไรนี่” เทียนเอ่ยขึ้นมาบ้าง
“ ขั้นเซียนระดับ 10 คิดจะสู้ข้าหรือ ยังห่างชั้นกันอีกเยอะ” เซียนว่านหลี่เอ่ยคำสบประมาทออกมาเช่นกัน เทียนเก็บดาบมาร แล้วปล่อยพลังฝ่ามือยูไลปราบเซียนออกไป
ฝ่ามือนับร้อยนับพันพุ่งออกมา ตรงกลางฝ่ามือยังมีเครื่องหมายสวัสดิกะเพลิง เซียนว่านหลี่เห็นแล้วตกใจยิ่งนัก รีบใช้พลังเซียนทั้งหมดเข้าต้านทาน แต่ไม่สามารถต้านทานได้ ถูกฝ่ามือกระแทกไปหลายฝ่ามือกระเด็นทะลุฝาห้องออกไปนอกวังหลวง เทียนพุ่งร่างตามไป หวังจะซ้ำ แต่ว่าร่างของเซียนว่านหลีหายไป
เทียนใช้เนตรสวรรค์มอง ไปรอบ ๆ เห็นเงาสีดำเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้ามาตามพื้นดิน เทียนใช้หมัดดาวนพเก้าต่อยไปที่พื้น ตูม ! ร่างของเซียนว่านหลี่กระเด็นออกจากพื้นดินลอยไปบนฟ้า เทียนหายตัวไปตั้งท่ารออยู่แล้ว จึงต่อยเข้าที่แผ่นหลังอย่างจัง ตูม ! พลังเซียนคุ้มกันแตกกระจาย ร่างเซียนว่านหลี่ระเบิดกลายเศษเนื้อกระจายไปทั่ว
“ เชอะนึกว่าจะแน่” เทียนลอยตัวลงมา แล้วหันไปมองผู้คนรอบๆ เห็นจักรพรรดิต้าฉินหลบมายืนข้างหลังไทเฮาที่ฟื้นขึ้นมาแล้ว
“ ออกมารับโทษทัณฑ์ซะ” เทียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหมือนเพชฌฆาตกำลังตัดสินประหารชีวิต
“ ท่านเซียนโปรดไว้ชีวิตเขาด้วยเถิด” ไทเฮา ถึงกับก้มลงคุกเข่าขอร้องชีวิตให้กับจักรพรรดิต้าฉิน ที่ฆ่าได้แม้แต่พี่ชายตัวเอง
“ ไทเฮาอย่าเข้ามายุ่งเรื่องนี้ดีกว่า คนทำผิดสมควรได้รับโทษ หากทุกคนทำผิด แล้วมีคนมาขออภัยโทษให้เขา แล้วใครจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ตายไปแล้ว”
“ ข้าเหลือลูกเพียงคนเดียวแล้ว ได้โปรดเถิด อย่าให้ข้าต้องอยู่คนเดียวเลย”
ไทเฮาก้มหัวอ้อนวอน
“ ท่านลืมหลิวเซียงแล้วหรือ นางเป็นหลานของจักรพรรดิองค์ก่อน ท่านเป็นย่าทวดของหลิวเซียง หากท่านปล่อยเขาไว้ คิดว่าเขาจะไม่คิดทำร้ายหลิวเซียงหรือ แม้แต่ปู่และครอบครัวของนางก็ถูกฆ่าจนหมด”
ไทเฮาทรุดตัวลงร้องไห้ไม่พูดอะไร อีก
“ เสด็จแม่ช่วยลูกด้วย” เสียงจักรพรรดิอ้อนวอนขอชีวิต ด้วยหวังว่าผู้เป็นแม่จะช่วยได้ บรรดาข้าราชสำนักมองแล้วรู้สึกสมเพชยิ่งนัก
“ ไว้ชีวิตเขาเถอะ” เซียงเอ๋อเข้ามาพยุงไทเฮาที่ก้มคุกเข่าอยู่อย่างน่าสงสาร
“ ก็ได้ แต่โทษเป็นนั้นยังต้องมีอยู่ ตุลาการเถียนตง นำเขาไปสอบสวนว่าทำผิดอะไรบ้าง ให้เขาเซ็นชื่อรับทราบ จากนั้นนำไปขังคุก ตลอดชีวิต” เทียนเอ่ยจบก็ดึงร่างของจักรพรรดิออกมา แล้วกระแทกไปที่หัวทำลายพลังยุทธ์จนสิ้น แล้วมอบให้ตุลาการเถียนตงนำตัวไป จากนั้นเทียนก็ดึงเข็มที่หัวของตุลาการเถียนตงออก
“ พาไปได้แล้ว” จากนั้นทุกคนก็เข้ามาคุกเข่าต่อหน้าหลิวเซียง โดยมีแม่ทัพใหญ่
คุกเข่านำ ทุกคน แล้วเอ่ยพร้อมกันว่า
“ คำนับ องค์จักรพรรดินีต้าฉิน ”
ไม่นานนัก นักพรตมู่ชิงพาเจ้าสำนักม่อฉือและศิษย์ก็เข้ามาคำนับ จักรพรรดินีหลิวเซียง ท่านเสนาบดีหลิวตอนนี้ยิ้มแก้มปริ เพราะตอนนี้ตนเองได้กลายเป็นถึงพระราชบิดาขององค์จักรพรรดินีไปแล้ว ส่วนฮูหยินรองก็ยิ้มไม่หุบที่ลูกสาวอาเจินไม่เป็นอะไร แถมยังมียศศักดิ์อีกด้วย ส่วนอาเจินได้แต่มองไม่กล้าเข้าใกล้องค์จักรพรรดินีหลิวเซียง เพราะที่ผ่านมาทำร้ายพี่สาวเอาไว้เยอะมาก
เทียนกำลังคิดจะจัดการเรื่องสองแม่ลูกดีไหม แต่มาคิดอีกที เรื่องนี้ให้จักพรรดินีคนใหม่จัดการเองจะดีกว่า
ช่วงสามสี่วันที่ผ่านมาเซียงเอ๋อต้องเหนื่อยตลอดวัน ไหนจะต้องต้อนรับคนจากจักรวรรดิทั้งห้าที่มาร่วมแสดงความยินดี และยังมีข้าราชการทั้งหมดต้องมารายงานตัว จากนั้นต้องมาดูแลเอกสารบ้านเมือง ทั้งที่ตัวเองมีวัยเพียง 14 ปีเท่านั้น แต่ก็โชคดี ที่ได้เสนาบดีหลิวจ้านคอยช่วยเหลือ ทำให้ เซียงเอ๋อเบาแรงไปได้มาก
ห้องทรงพระอักษร เทียนเดินเข้ามาเห็น จักรพรรดินีเด็กน้อยวัยเพียง 14 ปีกำลังอ่านรายงานเอกสารอย่างตั้งใจ มีอี้หลิง กับอี้จูยืนมองอย่างมีความสุข พอเห็นเทียนเข้ามาทั้งสองก็ค่อยๆ ถอยหลังออกไป
“ คำนับ จักรพรรดินี” เทียนทำความเคารพตามธรรมเนียม
“ พี่หมอ” เซียงเอ๋อหยุดอ่านแล้วลุกเข้ามายืนใกล้ๆ เทียน
“ ว่าไง เป็นจักรพรรดินีเหนื่อยไหม”
“ ข้ามีความสุขเวลาที่หมอสอนวิชาต่าง ๆให้ข้ามากกว่า”
“ เซียงเอ๋อ ตอนนี้เจ้าคือจักรพรรดินี แห่งต้าฉินแล้วนะ ต่อไปทำอะไรต้องระมัดระวังตัว ส่วนสองคนแม่ลูกเจ้าคิดจะจัดการยังไง ให้ข้าช่วยไหม”
“ ไม่ต้องหรอก ข้าจัดการเอง เวลานี้ท่านพ่อเหนื่อยกับการทำงานมากข้ายังไม่อยากทำอะไร อีกไม่นานข้าจะหาคนมาแทนนางเอง ข้าจะให้ท่านพ่อเป็นจัดการเรื่องนี้ ท่านไม่ต้องกังวล”
“ รู้จักให้คนอื่นจัดการแทนตัวเอง ร้ายกาจไม่เบานะเนี่ย”
“ ก็อาจารย์ข้าสอนมาดีนี่”
“ เซียงเอ๋อ ข้าต้องไปแล้ว”
“ พี่หมอ ท่านไม่อยากอยู่กับเซียงเอ๋อแล้วหรือ” เซียงเอ๋อเขามากอดเทียนทันที
“ ข้าต้องไปเรียนหนังสืออีก ข้าต้องไปเรียนที่แดนเซียน ไว้ข้าเรียนจบข้าจะมาเยี่ยมเจ้านะ” เทียนไม่รู้จะแกะมือที่กอดของเซียงเอ๋อยังไง
“ จริงๆ นะ”
“ อืม”
“ แล้วพี่หมอจะไปเมื่อไร”
“ ตอนนี้เลย” เซียงเอ๋อเขย่งเท้า แล้วโน้มต้นคอเทียนลงมา แล้วประทับจูบที่ริมฝีปากเทียน อย่างแนบแน่น และยาวนานเป็นพิเศษ เทียนได้แต่กอดเซียงเอ๋อไว้แน่น รู้สึกแปลกๆในใจ เหมือนมีใครมาสะกิดหัวใจ เกิดอาการคล้ายคนจะเป็นไข้ จนกระทั่ง เซียงเอ๋อเอาริมฝีปากออกมา อาการแปลกค่อยๆ หายไป
“ พี่หมอต้องกลับมาหาเซียงเอ๋อเร็วๆ นะ”
“ จ๊ะ” เทียนพูดเท่านี้ก็ลอยหายไปในอากาศ มุ่งหน้ากลับสำนักเทพอักษรสวรรค์
พอเทียนมาถึง ที่เรือนสีขาวกลางน้ำ อาจารย์เจียงมู่ฉินก็มารออยู่ก่อนแล้ว
“ เจ้าพร้อมแล้วซินะ”
“ พร้อมแล้วขอรับ” เทียนพูดจบอาจารย์เจียงมู่ฉินก็จับไหล่เทียนแล้วร่างก็หายวับไปพร้อมกัน เทียนมาอยู่บนปุยเมฆอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
“ อาจารย์ที่นี่คือแดนเซียนหรือ”
“ ใช่แล้ว แดนเซียนเป็นแดนที่ท่านสามมหาเทพได้สร้างเอาไว้ ให้เหล่าเซียนทั้งหลายได้มาร่ำเรียนกันที่แห่งนี้ มีทั้งหมดสามสำนัก คือ
สำนักแรก คือ สำนัก หยวนสื่อเทียนจุน
สำนักที่สอง คือ สำนัก เต้าเต๋อเทียนจุน
สำนักที่สาม คือ สำนัก หลิงเป่าเทียนจุน
สำนักที่ข้าจะพาเจ้าไปคือ สำนัก หยวนสื่อเทียนจุน สำนักนี้บรรพบุรุษเจียงจื่อหยาได้ร่ำเรียนมาก่อน โดยท่านเป็นศิษย์สายตรงของท่านหยวนสื่อเทียนจุน แต่ว่าบัดนี้ท่านได้เก็บตัวไม่พบใครมาหลายพันปีแล้ว” อาจารย์เจียงมู่ฉินพาเทียนมาถึงสำนักหยวนสื่อเทียนจุน เทียนมองไปที่สำนักมีป้ายใหญ่เขียนชื่อสำนัก
ด้านในมีอาคารใหญ่โต มีรูปปั้นชายคนหนึ่งผมดำมีหนวดเคราดำ ยืนถือลูกแก้วใสอยู่ในมือ
“ นี่คือรูปปั้นของท่านหยวนสื่อเทียนจุน ท่านเป็นบุตรของท่านผานกู่ผู้สร้างโลกใบนี้ ท่านมีลูกแก้วที่ถืออยู่เป็นสัญลักษณ์ของพลังจักรวาล ที่ทรงอำนาจมากที่สุดในสามโลก และท่านก็ยังเป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ องค์แรกอีกด้วย”
อาจารย์เจียงมู่ฉินอธิบายประวัติย่อๆ ให้ฟัง แล้วสั่งให้เทียนไปคุกเข่าคำนนับปรมารจารย์หยวนสื่อเทียนจุน ตรงจุดที่อาจารย์บอก
เทียนคุกเข่าคำนับครบสามครั้ง ก็มีแสงจากลูกแก้วจากรูปปั้น ส่องมาที่เทียน ชุดที่เทียนสวมใส่กลายเป็นชุดเครื่องแบบในสำนักเซียนแห่งนี้ทันที พร้อมมีหยกประจำตัวสีเขียว ติดตัวมาด้วย หนึ่งอัน
“ บัดนี้เจ้าได้เป็นศิษย์ในสำนักหยวนสื่อเทียนจุนเรียบร้อยแล้ว”
“ อาจารย์ทำไมมีคน ไม่มีกี่คนเอง ข้าลองนับดูแล้ว ไม่น่าจะเกิน 50 คน”
“ เจ้าคิดว่าคนที่สำเร็จเป็นเซียนมากขนาดนั้นเลยหรือ ส่วนใหญ่ที่เจ้าเห็น พ่อแม่เป็นเซียนทั้งนั้น คนที่ฝึกสำเร็จเป็นเซียนอย่างเจ้ามีไม่กี่คน ที่ได้โอกาสมาเรียนที่นี่ พวกที่สำเร็จเป็นเซียนในโลกมนุษย์นั้น ถ้าไม่มีใครพามาที่ดินแดนเซียน ก็ไม่มีหนทางที่จะมาได้” อาจารย์เดินไปพาเทียนไปชมรอบๆ สำนัก
“ ที่สำนักแห่งนี้ จะมีหออักษร เจ้าสามารถเข้าไปเรียนรู้ทุกอย่างที่เจ้าอยากรู้ ทุกแขนงวิชา จากนั้นเจ้าสามารถไปฝึกทุกวิชาที่หอฝึก เช่นหอฝึกวิชาดาบ หอฝึกหมัด หอฝึกวิชากระบี่ หอฝึกวิชาแพทย์ หอฝึกวิชาค่ายกล หอฝึกวิชาเวทย์ หอฝึกวิชาสร้างศาสตราวุธ แล้วแต่เจ้าอยากจะเรียน” เทียนฟังแล้วก็น่าศึกษาไม่น้อย
“ ส่วนที่พักของเจ้าก็เลือกสร้างได้ด้วยตัวของเจ้าเองได้เลย”
“ สร้างด้วยตัวเองหรือ”
“ ใช่ดินแดนเซียนแห่งนี้ เพียงแค่เจ้ามีพลังขั้นเซียน เจ้าสามารถเนรมิตอะไรก็ได้ที่เจ้าอยากสร้าง ข้าจะพาเจ้าไปลองสร้างดู”
อาจารย์ได้พาเทียนมาพื้นที่โล่งแห่งหนึ่งแล้วสอนให้เทียนคิดสิ่งที่จะสร้าง เทียนใช้จิตสร้างเป็นปราสาทแบบโรมันลอยอยู่บนฟ้า พอเทียนลืมตามันก็ปรากฏภาพตามที่เทียนนึกไว้ทันที เทียนเนรมิตให้มันมีพื้นที่กว้างเหมือนใหญ่กว่าสนามฟุตบอล4เท่าแล้วมีน้ำตกไหลจากฟ้ามีสระน้ำเล็ก ๆ อยู่บนเกาะลอยฟ้าแห่งนี้ด้วย
“ นี่เจ้าจะสร้างใหญ่ไปไหน เจ้ามาฝึกตนนะอย่าลืม” อาจารย์เอ่ยเตือน
“ ก็ลองฝึกสร้างดู แค่นั้นไม่มีอะไร เบื่อก็ค่อยๆ ลบมัน”
“ ในหยกนั้นมีแผนที่ของในสำนักทั้งหมด เจ้าอยากรู้อะไรก็ถามมัน แล้วมีอีกสิ่งหนึ่ง ภายใน 3 เดือน เจ้าต้องออกไปทำภารกิจ ถ้าไม่ทำ เจ้าจะถูกขับออกจากแดนเซียนทันที”
“ ภารกิจ เซียนมีภารกิจด้วยหรือ”
“ นี่เจ้าคิดจะอยู่โดยไม่ทำอะไรเลยหรือยังไง”
“ ก็แค่ถามเท่านั้น”
“ พรุ่งนี้เจ้าไปศึกษาภารกิจก่อน จะได้เตรียมตัวล่วงหน้า หากมีปัญหาอะไร ก็ถามอาจารย์ได้” อาจารย์เจียงมู่ฉิน เอ่ยจบก็หายไปทันที
“ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน คืนนี้นอนในปราสาทก่อน ว่าแต่ต้องสร้างคนรับใช้ไว้สักกี่คนดีนะ” เทียนเสกคนรับใช้ภายในปราสาทไว้ 10 คน สร้างห้องนอนใหญ่มีหน้าต่างชมวิวน้ำตก คืนนั้นเทียนฝึกเสกของต่าง ๆ ทั้งคืนไม่ได้หลับได้นอน
ตอนเช้าเทียนไปอ่านภารกิจเซียน ลองดูว่าภารกิจเซียนนั้น มีอะไรบ้าง
เทียนมาถึงอาคารภารกิจ เทียนพบกับสาวงามคนหนึ่ง เป็นคนที่เซียนสร้างขึ้นมาให้มีหน้าที่คอยให้คำแนะนำเซียนทุกคน
“ พี่สาวทำไม ข้าไม่เห็นตารางภารกิจเซียนเลย” เทียนเดินวนไปวนมาดูแล้วไม่เห็นป้ายใดใดทั้งสิ้นเลย
“ ภารกิจเซียน ไม่มีตาราง เพียงแต่ท่านเซียนนำหยกประจำตัว วางแนบไปกับกำแพงภารกิจเซียนด้านนั้น ภารกิจเซียน จะส่งไปที่หยกประจำตัว แล้วท่านมีเวลาเตรียมตัวสามวัน จากนั้น ท่านก็จะถูกส่งตัวไป สถานที่ทำภารกิจทันที”
เทียนมองไปที่กำแพงศิลาสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ไม่เห็นมีตัวหนังสือใดใด จึงลองเอาหยกประจำตัวไป วางทาบตามเจ้าหน้าที่บอก ปรากฏมีแสงพุ่งเข้ามาในหยกประจำตัว ข้อมูลเข้ามาในหัวของเทียนพร้อมกันทันที จักรวรรดิฮั่นตง แม่น้ำลี่เจียง หญิงสาวนามว่า เสี่ยวชิง อีกสามวันออกเดินทาง
“ มีข้อมูลเท่านี้เองหรือนี่” เทียนพูดออกมา
“ ใช่แล้ว ภารกิจเซียนส่วนใหญ่ จะออกมาเพราะว่า ชาวบ้านเดือดร้อนแล้วสวดวิงวอนต่อสวรรค์ ใครที่สวรรค์เห็นว่าสมควรช่วยเหลือ ก็จะออกมาเป็นภารกิจเซียนเช่นนี้” เจ้าหน้าที่สาวงามเอ่ยบอกกับเทียนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
เทียนเดินออกมาแล้วมุ่งหน้าไปหอฝึกวิชาหมัด พอไปถึงหอฝึกซึ่งเป็นอาคารใหญ่โต ด้านหน้ามีหุ่นศิลามนุษย์อยู่ 108 ตัว แต่ละตัวแสดงท่าหมัดแตกต่างกันไป เทียนเข้าไปทางเข้า แล้วใช้หยกประจำตัวสัมผัสกับศิลาที่อยู่ด้านหน้า
เทียนถูกดึงเข้าไปในมิติฝึกฝนทันที เทียนมาอยู่ที่ลานต่อสู้ ในหุบเขาแห่งหนึ่ง
บนลานต่อสู้มีชายคล้ายรูปปั้นยืนอยู่ ไม่มีการพูดจาอะไรกันทั้งนั้น ชายผู้นี้บุกเข้าหาเทียนง้างหมัดขวาต่อยเข้าใส่เทียนอย่างรวดเร็ว เปรี้ยง เทียนต่อยสวนเข้าไป
พลังหมัดของเทียนพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วทำลายร่างคู่ต่อสู้ จนระเบิดทันที
จากนั้นก็มีเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นร้อยแปดคน เทียนใช้พลังหมัดดาวนพเก้า อัดไปไม่กีอึดใจ พวกมันก็กลายเป็นฝุ่น ไม่มีใครสัมผัสตัวเทียนได้แม้แต่น้อย จากนั้นก็คนที่ถูกชกก็กลับมามีชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง เทียนรู้สึกได้ว่า
คนที่เขาเอาชนะได้ พลังได้ถูกส่งกลับมาสู่ร่างของเทียนทั้งหมด ดังนั้นเทียนก็สู้กับร่างที่เกิดใหม่อีกหลายรอบ ทำให้เทียนมีความชำนาญในการใช้หมัดดาวนพเก้ามากขึ้น และได้ศึกษาเพลงหมัดอีก108 ขบวนท่า อย่างลึกซึ้งขึ้นไป เทียนใช้เวลาอยู่ในหอฝึกหมัดเกือบสามวัน จนใกล้ถึงเวลา เทียนเดินออกมาจากหอฝึก
คราวนี้เทียนมีพลังขั้นเซียนเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ระดับ เป็น ขั้นเซียนระดับ 11 จากนั้นเทียนก็ถูกดูดออกไปจากแดนเซียน มาอยู่ที่จักรวรรดิฮั่นตง ยืนอยู่ริมแม้น้ำลี่เจียง
พบชายกลุ่มหนึ่งโยนร่างของหญิงสาวคนหนึ่งลงแม่น้ำลี่เจียง ตูม ! เสียงน้ำแตกกระจาย ร่างหญิงสาวจมลงไปในแม่น้ำลี่เจียงทันที หญิงสาวที่ถูกมัดด้วยเชือกทั้งร่าง แล้วผูกตาเอาไว้ มีหินถ่วงเอาไว้ที่ขา พยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่มันไม่มีผลอะไรเลย ร่างของนางจมดึงลงไปเรื่อย ๆ แต่แล้วในชั่วขณะที่ลมหายใจของนางกำลังจะขาดห้วง
ก็เหมือนมีใครสักคนอุ้มร่างของนางขึ้นมาจากก้นแม่น้ำ หญิงสาวสำลักน้ำออกมา
เทียนช่วยปลดเชือกที่มัดแขนกับลำตัวออกให้กับหญิงสาวผู้นี้ แล้วช่วยเปิดผ้าที่ปิดตาออกให้
เพราะว่าแขนทั้งสองข้างของหญิงสาว ขาดเสมอข้อ ทั้งสองข้าง เทียนมองดูบาดแผลก็ดูออกว่าคงถูกตัดไปได้ไม่นาน ยังมีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด พอเปิดตาออก เทียนก็ตกใจ หนักขึ้นไปอีก เพราะดวงตาทั้งสองข้างกลับถูกควักออกไปทั้งหมด ยังมีเลือดไหลออกมาคล้ายกับน้ำตา ไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ แม่นางปลอดภัยแล้ว ตอนนี้มีอาการเจ็บส่วนไหนเป็นพิเศษ ข้าจะรักษาให้เจ้าก่อนเลย ไม่ต้องกลัว ข้าเป็นหมอ” เทียนเริ่มทักทายกับหญิงสาววัย 18 ปีผู้นี้
“ แบะ แบะ แบะ” หญิงสาวอ้าปากออกมาให้เทียนดู เทียนเห็นลิ้นทั้งโคนถูกตัดออกไปอีก ทำให้เธอพูดออกมาไม่ได้ ตามองไม่เห็น ข้อมือขาดทั้งสองข้างเทียนกำหมัดแน่น พูดอะไรไม่ออก เมื่อเห็นสภาพหญิงสาวผู้นี้ ที่พยายามคุกเข่าก้มหัว โขกกับพื้นไปทางแม่น้ำ เหมือนร้องขอให้ช่วยเหลืออะไรสักอย่าง ในขณะที่เทียนนั่งอยู่ด้านหลังของหญิงสาว ซึ่งเธอกำลังขอให้ช่วยแต่ว่าหญิงสาวผู้นี้ยังไม่รู้เลยว่าเทียนอยู่ตรงจุดไหนของเธอ เทียนมาจับไหล่หญิงสาวให้หันมาตรงที่เทียนอยู่แล้วเอ่ยว่า
“ ไม่ต้องห่วงกังวล ข้าจะช่วยรักษาเจ้าให้หายดี และจะให้คนที่ทำร้ายเจ้าชดใช้ในสิ่งที่ทำไว้อย่างสาสม...”