ตอนที่41 แข่ง
หนูน้อยเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาใบหน้าขาวอวบของหนูน้อยอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำนม เมื่อเด็ก ๆ ตระกูลหลิวเห็นเธอ พวกเขาก็พากันหัวเราะโดยไม่เห็นเธออยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
ฉินซีจับคอเสื้อด้านหลังของเธอด้วยใบหน้าที่มืดมนและหิ้วเธอไปข้างหลังเขาพูดอย่างหงุดหงิดว่า “อย่าสร้างปัญหา”
จะไปแข่งอะไรกับเขาเธอปีนต้นไม้เป็นหรือไง ? เกิดตกต้นไม้ถลอกขึ้นมา เธอจะไม่ร้องไห้โยเยหรือไง ?
เด็กผู้หญิงเป็นเพศที่น่ารำคาญสุดแล้ว
“หนูปีนได้! ” โจวโจวโผล่หัวออกมาแล้วพูดออกไปตามตรง เธอปีนต้นไม้ได้น่าทึ่งมากไม่มีลิงบนภูเขาตัวใดเทียบเธอได้เลย !
อย่างไรก็ตามฉินซีไม่เชื่อหนูน้อยเลยสักนิด เขาหันไปพูดกับฉินเอ๋อโดยไม่สนใจเธอ “พี่รองคงต้องพึ่งพี่แล้ว ตั้งใจปีนเข้าล่ะ”
ตระกูลหลิวไม่รวยเท่าตระกูลฉินแต่ก็นับว่าเป็นตระกูลคนมีเงินเช่นกันฉะนั้นข้าวของเครื่องประดับที่กองรวมกันจึงมีมูลค่านับแสนหยวนเช่นกัน หากชนะของทั้งหมดนั้นก็จะตกเป็นของเขา
เมื่อเห็นของพวกนั้นฉินเอ๋อก็พลันกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที “มาสิ”
หลิวเหว่ยหัวเราะเยาะเขาเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะมีความสามารถพอที่จะชนะไหม !
การแข่งขันจะขึ้นอยู่กับจำนวนรวมทั้งหมดดังนั้นตระกูลฉินจึงลงแข่งทุกคน ยกเว้นฉินเฟิง
พวกเขาไม่ได้สนใจจำนวนผลไม้ที่เก็บได้เท่าไหร่แต่ละคนต่างจ้องไปยังผลไม้ที่อยู่สูง ๆ เพราะคะแนนที่สูงจะยิ่งทำให้คะแนนของพวกเขาทิ้งห่างกันเร็วขึ้น
“พวกนายแพ้แน่! ” หลิวเหว่ยมองพวกเขาแล้วหัวเราะเยาะอีกครั้ง
หลิวฮ่าวฝึกปีนต้นไม้มาเพื่อการแข่งขันครั้งนี้โดยเฉพาะตอนนี้ไม่มีใครปีนได้สูงและรวดเร็วเทียบเขาแน่นอน
ครั้งนี้พวกเขาจะต้องชนะ!
เมื่อได้ยินคำพูดนี้โจวโจวเอามือเท้าเอว หนูน้อยจ้องพวกเขาด้วยสายตาที่ดุดันราวกับลูกเสือตัวน้อย:“นายต่างหากที่จะแพ้ ! ”
เพราะเธอเห็นว่าแสงสีทองบนหน้าผากของเขาสลายไปนั่นหมายความว่าวันนี้เขามีเกณฑ์จะเสียเงินทอง
หลิวฮ่าวมองค้อนหนูน้อยแล้วหันไปพูดกับฉินเฟิง “เฮ้ ไอ้ขยะ นายดูแลเจ้าเด็กหัวโล้นคนนี้ให้ดีหน่อยสิไม่อย่างนั้นหากเธอถลอกขึ้นมา ฉันไม่รับผิดชอบนะ”
เมื่อได้ยินเขาเรียกพี่เจ็ดแบบนั้นโจวโจวก็กำหมัดแน่น แล้วพุ่งตัวไปจะชกเขา ผลปรากฏว่าหนูน้อยถูกฉินเฟิงดึงไว้เขามองหลิวฮ่าวด้วยแววตาที่เยือกเย็น “งั้นนายก็ลองดูสิ ! ”
คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกลายเป็นเด็กกล้าสู้ขึ้นมาเสียดื้อๆ เมื่อก่อนเวลาโดนว่า ไม่เห็นเขาจะต่อปากต่อคำแบบนี้หลิวฮ่าวเองก็ชะงักไปเหมือนกัน จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมา ฮึ ลองก็ลองสิ ใครกลัวกัน!
ฉินเริ่นเหลือบมองมาทางนี้และพูดขัดขึ้น“จะแข่งกันไม่ใช่หรือ? ”
เขามองหลิวฮ่าวด้วยสายตาที่เย็นชา
ขณะที่พูดนั้นเขาได้ส่งสายตาให้ฉินเฟิงอีกครั้ง เพื่อบ่งบอกให้เขาดูแลโจวโจวให้ดีฉินเฟิงเข้าใจความหมายแววตาของเขา จึงกุมมือของโจวโจวเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
หลิวฮ่าวกลัวเขาเล็กน้อยแต่เมื่อนึกถึงการแข่งขันในวันนี้ เขาก็ฟื้นคืนความมั่นใจกลับมา “มาสิ เริ่มเลย”
ฉินเอ๋อเหลือบมองเขาแล้วหาวอย่างเอื่อยเฉื่อย
ฉินซีวิ่งไปเอาของที่ตระกูลหลิวใช้เดิมพันมาวางในระยะสายตาของตนเองแล้วชูกำปั้นให้เขา “พี่รองสู้เขา ! ”
เมื่อเห็นของเหล่านี้ฉินเอ๋อดูตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม ดวงตาของเขาเปล่งประกาย เขาขยับข้อมือแล้วพูดว่า“เริ่ม”
ทันทีที่สิ้นเสียงหลายคนก็เริ่มปีนต้นไม้ไปพร้อมกัน
ตระกูลหลิวมีเด็กไม่มากเท่าตระกูลฉินแต่พวกเขาก็เรียกรวมพลลูกพี่ลูกน้องมาได้จนครบเจ็ดคนและเนื่องจากฉินเฟิงเดินไม่ได้ พวกเขาจึงมีมากกว่าฝั่งตระกูลฉินหนึ่งคน
ตระกูลฉินไม่ได้พูดอะไรในเมื่อเรียกฉินเฟิงมาแล้ว พวกเขาก็ต้องนับรวมเป็นหนึ่งคน ในเมื่อเขาลงแข่งไม่ได้ในฐานะที่พวกเขาเป็นพี่ชาย พวกเขาต้องชดเชยให้ฉินเฟิง
หลิวเหว่ยจับความคิดของพวกเขาได้แม่นยำดังนั้นคราวนี้เขาจึงเรียกลูกพี่ลูกน้องของเขามาเป็นพิเศษ
ในใจของเขาดูแคลนคนตระกูลฉินมากก็แค่คนพิการโง่เง่าคนหนึ่ง ควรค่าแก่การให้ปกป้องหรือดูแลราวกับสมบัติล้ำค่าด้วยหรือ ?
ตระกูลฉินตั้งหน้าตั้งตาปีนต้นไม้โดยไม่สนใจพวกเขา
ปกติฉินเอ๋อเป็นคนที่ดูเอื่อยเฉื่อยไร้ชีวิตชีวาไม่รู้เป็นเพราะคราวนี้เขาก้มลงไปเห็นกองของมีค่าพวกนั้นหรือเปล่าเพราะเขาดูจะกระตือรือร้นกว่าทุกที เขาปีนต้นไม้ได้รวดเร็วไม่แพ้หลิวฮ่าวเลย
หลิวเหว่ยไม่ได้โม้หลิวฮ่าวปีนต้นไม้เก่งจริง ๆ
ฉินเอ๋อเหลือบมองเขาด้วยดวงตาที่เยือกเย็นแล้วปีนต่อให้สูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาปีนถึงขีดจำกัดที่ปีนได้ เขาก็เริ่มเก็บผลไม้บนต้นไม้
นอกจากเขาแล้วคนอื่นในตระกูลฉินดูจะปีนได้เก่งน้อยกว่าเขา
ฉินตงตัวผอมบางดูอ่อนแรงเขาปีนได้ไม่เท่าไหร่ก็หมดแรงปีนแล้ว ดังนั้นเขาจึงเก็บผลไม้ที่เตี้ยลงมาหน่อยถึงแม้จะเก็บได้ทีละแต้ม แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ฉินหนานฉินเป่ยเองก็ตัวเล็กเช่นกัน พวกเขาเพิ่งอายุ 6 ขวบเท่านั้น จึงปีนได้ไม่สูงนัก
ดังนั้นฝั่งตระกูลฉินจึงต้องอาศัยฉินเริ่นฉินเอ๋อและฉินซี แต่พอมองทางฝั่งของตระกูลหลิวลูกพี่ลูกน้องที่พวกเขาพามามีอายุน้อยสุดที่ 9 ขวบดังนั้นพวกเขาจึงปีนต้นไม้ได้สูง ไหนจะลูกพี่ลูกน้องคนนั้นที่หลิวเหว่ยชวนมาด้วยเขาเติบโตมาในชนบท จึงปีนต้นไม้เก่งมาตั้งแต่เด็ก
แบบนี้ตระกูลฉินจึงเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ฉินเฟิงกำมือแน่น
โจวโจวที่ยืนอยู่ข้างเขาเงยหน้าขึ้นมองพวกเขา
“เกรงว่าพวกพี่ใหญ่คงใกล้จะแพ้แล้ว”หลังจากวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียของทั้งสองฝ่ายแล้ว ฉินเฟิงก็พูดด้วยน้ำเสียงตึงเครียด
“ทั้งหมดเป็นเพราะฉันไร้ประโยชน์ถ้าฉันลุกขึ้นยืนได้”
แม้ว่าเขาจะยืนขึ้นได้แต่เขาก็อาจไม่สามารถปีนต้นไม้ได้
เห็นได้ชัดว่าตระกูลหลิวมีการเตรียมตัวมาดี
“พวกเขารังแกคนอื่น! ” โจวโจวเองก็มองออก จึงพูดด้วยความโมโห
ก่อนหน้านี้มารังแกพี่เจ็ดตอนนี้ยังไปฝึกปีนต้นไม้มารังแกพวกพี่ชายของเธออีก
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาต้องการโกงทรัพย์สมบัติของพวกพี่ชายด้วย
ไม่ได้เด็ดขาด!
โจวโจวกระทืบเท้าเธอมองตาหลิวเหว่ยก็รู้แล้วว่าว่าอีกฝ่ายรู้ว่าของพวกนั้นมีมูลค่าสูงคิดจะโกงเอาเงินไปหรือ ? เธอไม่ยอมหรอก
ในขณะที่คิดอยู่นั้นฉินตงกอดลำต้นของต้นไม้แล้วไถลตัวลงมาอย่างหมดแรงมองดูผลไม้ไม่กี่ผลที่อยู่ในตะกร้า ใบหน้าที่สงบนิ่งของเขาก็ดูหงอยลงไป
ร่างกายของเขาอ่อนแอเหลือเกิน
ในเวลานี้จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่ามือเบาผิดปกติเขาหันไปมองก็เห็นน้องสาวตัวน้อยของเขากำลังแบกกระบุงของเขาไว้บนหลังเขามองดูเธอด้วยความฉงนสนเท่ห์
โจวโจวเงยหน้ามายิ้มให้เขาแล้วพูดคำที่ทำเอาทุกคนตกใจออกมา “พี่สาม หนูเอง”
ขณะที่พูดอย่างนั้นหนูน้อยก็ปีนขึ้นต้นไม้ไปโดยไม่ให้เวลาเขาโต้ตอบ
การเคลื่อนไหวนั้นเร็วมากจนแทบจะกลายเป็นภาพติดตา
ฉินตงดูฉากนี้ด้วยความตกใจเขาแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น
ฉินหนานฉินเป่ยเองก็กำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ด้วยอาการตกตะลึงเช่นกัน
ฉินเอ๋อกำลังตั้งหน้าตั้งตาปีนขึ้นสูงหางตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาแวบผ่านข้างตัวไป เขาตกใจมากตอนแรกเขานึกว่าเป็นหลิวฮ่าวแต่ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าหลิวฮ่าวอยู่บนต้นไม้ฝั่งซ้ายมือ และทางฝั่งขวามือแต่เดิมเป็นตำแหน่งของฉินตง
ตอนนี้ใครกำลังปีนขึ้นไป?
ทันใดนั้นเขาก็หันไปมองและเห็นศีรษะที่เปลือยเปล่าปรากฏอยู่ท่ามกลางใบไม้เป็นครั้งคราวทำเอาเขาถึงกับตกตะลึง
“โจว,โจวโจว ? ” เขาตะโกนอย่างไม่อยากเชื่อ
เมื่อได้ยินเสียงของเขาโจวโจวก็หันมามอง เธอไม่ได้จับกิ่งไม้เอาไว้ แต่กลับยืนเฉย ๆอยู่บนกิ่งไม้ท่อนเล็กกิ่งหนึ่ง ฉินเอ๋อหน้าซีดเผือด “ระวัง ! ”
โจวโจวกระพริบตาร่างเล็กไม่ขยับ เธอถามเขาด้วยสีหน้าผ่อนคลายว่า “พี่รองเป็นอะไรหรือเปล่า ? เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ ? ”
ขณะพูดหนูน้อยก็รีบปีนขึ้นไปบนที่สูงและยืนอยู่บนกิ่งไม้ที่สูงที่สุดเธอแหวกใบไม้ออกแล้วกระพริบตามองไปที่ฉินเอ๋อ
กิ่งไม้ที่เธอยืนอยู่นั้นบางจนสามารถลู่ไปตามลมได้ตอนนี้ฉินเอ๋อไม่กล้าพูดเสียงดัง เพราะกลัวว่าถ้าเธอตกลงไปอาเล็กและคุณปู่คุณย่าจะหักขาของเขา !
เขากลืนน้ำลายใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีซีดและพูดเสียงแห้ง “ไม่มีอะไร ระวังด้วยนะรีบปีนลงไปเถอะ”
“อ้อ”โจวโจวเห็นว่าเขาหน้าซีด ทันใดนั้นหนูน้อยก็คิดได้ว่ามีบางคนกลัวความสูงสงสัยพี่รองจะเป็นเหมือนกัน
ไม่ได้การแล้วงั้นเธอต้องเก็บผลไม้ให้เยอะหน่อย แบบนี้พี่รองจะได้ผ่อนคลายลงบ้าง
คิดแล้วเธอก็เก็บผลไม้ที่อยู่สูง ๆ ลงมาทั้งหมด
ตระกูลหลิวเตรียมตัวมาดีฉะนั้นต้นไม้พวกนี้จึงถูกพวกเขาเตรียมมาล่วงหน้าเช่นกัน
เพื่อให้ง่ายต่อการแยกแยะผลไม้บนต้นไม้เหล่านี้จึงแตกต่างกัน และความสูงแต่ละพันธุ์ก็แตกต่างกัน
ใช้เวลาไม่นานโจวโจวก็เด็ดผลไม้ที่อยู่บนยอดไม้ทั้งหมดออกมา และเมื่อเห็นว่าต้นไม้ต้นข้าง ๆสูงกว่า หนูน้อยปล่อยตัวไถลลงมาตามลำต้นแล้วปีนขึ้นต้นใหม่ไปอย่างรวดเร็ว
ฉินเฟิงกลัวว่าหนูน้อยจะตกลงมาเขาจึงรีบเข็นรถเข็นไปที่ใต้ต้นไม้ แล้วยื่นมือไปเหมือนทำท่าจะรับตัวหนูน้อย
อย่างไรก็ตามเขาสังเกตเห็นว่าลูกพี่ลูกน้องตัวน้อยไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาเลยเธอดูตัวเบาและเท้าของเธอมั่นคงมาก ทุกย่างก้าวไม่มีการแกว่งแม้แต่น้อยทุกย่างก้าวและการปีนแต่ละครั้งล้วนมั่นคงยิ่งกว่าฉินซีที่เคยฝึกศิลปะการต่อสู้มาตลอดทั้งปี
ดังนั้นจึงเดาได้ว่าน้องสาวตัวน้อยคนนี้คือยอดฝีมือคนหนึ่ง?
เขามึนงงไปเล็กน้อยในใจเริ่มสงสัยว่าลูกพี่ลูกน้องตัวน้อยของเขายังสามารถทำอะไรได้อีก
ฉินซีและตระกูลหลิวอยู่ค่อนข้างไกลจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นสถานการณ์ทางด้านนี้
ไม่นานการต่อสู้ทั้งมดก็จบลงหลิวเหว่ยเทผลไม้ทั้งหมดลงพื้นอย่างมีชัย “นี่คือผลไม้ทั้งหมดที่พวกเราเด็ดมา ! ”
ภายในมีผลไม้สีแดงเพราะได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่อยู่หลายลูกซึ่งผลไม้พวกนั้นมักจะออกลูกในที่สูง
เจ้าเด็กตระกูลฉินแพ้แน่!
เขารอได้หัวเราะเยาะคนพวกนี้แต่กลับไม่คาดคิดเลยว่าเด็กตระกูลฉินกลับมีสีหน้าแปลก ๆดูแล้วไม่น่าจะใช่สีหน้าของคนที่หวาดกลัว
เขาขมวดคิ้วในขณะที่กำลังจะพูดอะไรนั้นเขาก็เห็นเด็กน้อยหัวโล้นตัวอ้วนที่ตระกูลฉินพามาด้วยเดินเข้ามาทางนี้
โจวโจวปลดกระบุงลงจากหลังแล้วจัดการเทผลไม้ในนั้นลงบนพื้น ผลไม้กลิ้งลงมาจากในกระบุงทั้งมีจำนวนมากและมีแต่ลูกสีแดงทั้งนั้น
ผลไม้สีแดงที่หนูน้อยเด็ดมามีมากกว่าที่หลิวเหว่ยและหลิวฮ่าวเด็ดมาเสียอีก
ในมือของโจวโจวยังถือผลไม้ลูกใหญ่อยู่ด้วยหนูน้อยกัดผลไม้อย่างอิ่มเอมใจ เพราะมันคือผลไม้ที่ฉินเฟิงล้างให้เธอมันจึงหวานอร่อยเป็นพิเศษ
เธอกินผลไม้พลางมองหลิวเหว่ยด้วยดวงตาที่ใสซื่อ
“เท่านี้พอไหม? ”