“ ‘วิชาฝึกร่างกายแห่งดาวฤกษ์’ (ฉบับมือใหม่)
คำอธิบายวิชา: สร้างขึ้นโดยหวังเหอ ยอดฝีมือระดับสิบเอ็ดจากสหพันธ์ศิลปะการต่อสู้ โดยใช้ในโครงการไฟเออร์ซีด”
“ ‘ทักษะการหายใจอย่างเป็ธรรมชาติ’ (ฉบับมือใหม่)
คำอธิบายวิชา: สร้างขึ้นโดยหยางอี้โจว ยอดฝีมือระดับสิบเอ็ดจากสหพันธ์ศิลปะการต่อสู้ โดยใช้ในโครงการไฟเออร์ซีด”
“ ‘ทักษะสมาทานจิตแก้ว’ (ฉบับมือใหม่)
คำอธิบายวิชา: สร้างขึ้นโดยต้วนอี้เฟิง ยอดฝีมือระดับสิบเอ็ดแห่งสหพันธ์ศิลปะการต่อสู้ โดยใช้ในโครงการไฟเออร์ซีด”
วิชาทั้งสาม แต่ละชื่อล้วนยิ่งใหญ่เกรียงไกรกว่ากัน ส่วนนามของผู้สร้างที่ปรากฏต่อท้าย ยิ่งทำให้ดวงตาลู่เซิ่งลุกโชน
ระดับสิบเอ็ด! ระดับสิบเอ็ด! ระดับสิบเอ็ด!
ในโลกปัจจุบัน นักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็มีแค่ระดับเก้าเท่านั้น แต่วิชาที่อยู่ตรงหน้าลู่เซิ่งกลับเป็คำสั่งสอนจากยอดฝีมือระดับสิบเอ็ดถึงสามคน!
ถึงแม้จะเป็เพียงฉบับมือใหม่ แต่คุณค่านั้นกลับมากเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็คำพูดได้
ลู่เซิ่งสังเกตเห็นว่าวิชาทั้งสามนี้ถูกระบุไว้ว่า “โดยใช้ในโครงการไฟเออร์ซีด”
เมื่อนึกถึงคำเตือนที่ปรากฏขึ้นเมื่อวานตอนเปิดคลังข้อมูลว่า “Fire Seed Project เริ่มทำงาน” ลู่เซิ่งก็เริ่มเข้าใจความหมายของ “โครงการไฟเออร์ซีด” ขึ้นมาบ้าง
“ยอดฝีมือที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของสหพันธ์ศิลปะการต่อสู้ในอนาคต คงจะคาดการณ์ถึงชะตากรรมที่จะมาถึงของเผ่าพันธุ์ได้นานแล้ว
พวกเขาไร้ซึ่งความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้ จึงทำได้เพียงเก็บรักษาแก่นสาระสำคัญที่ได้ศึกษามาตลอดชีวิตเอาไว้
โดยหวังว่า จะมีคนรุ่นหลังที่สามารถสานต่อโครงการไฟเออร์ซีดนี้ต่อไปได้...”
ลู่เซิ่งอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “น่าเสียดายที่พวกเขาคงคิดไม่ถึงแน่ๆ ว่าผู้ที่เก็บข้อมูลโครงการนี้ขึ้นมา ไม่ใช่คนรุ่นหลัง แต่เป็บรรพบุรุษของพวกเขาเอง”
ลู่เซิ่งมองวิชาทั้งสาม แล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “ค้นหาวิชาในระดับที่สูงกว่า”
“ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง การค้นหาล้มเหลว โปรดยกระดับสิทธิ์การเข้าถึง”
“เป็อย่างที่คิด...”
คลังข้อมูลโครงการไฟเออร์ซีดเป็ขุมทรัพย์อันล้ำค่าอย่างแท้จริง
แต่เห็นได้ชัดว่าการเปิดขุมทรัพย์นี้ก็ต้องมีเงื่อนไขเช่นกัน
เงื่อนไขก็คือสิทธิ์การเข้าถึงที่เพียงพอ และสิทธิ์การเข้าถึงนั้นก็มีความเกี่ยวพันกับความแข็งแกร่ง ความสำเร็จ ชื่อเสียง คุณูปการ และอื่นๆ ของผู้เข้าถึง
ลู่เซิ่งไม่ได้พยายามอีกต่อไป แต่เริ่มตั้งใจอ่านวิชาทั้งสามที่อยู่ตรงหน้า
ผลึกแห่งศิลปะการต่อสู้ของผู้แข็งแกร่งระดับสิบเอ็ด ลู่เซิ่งอ่านทีละตัวอักษรอย่างละเอียด ราวกับกลัวว่าจะพลาดแม้แต่ตัวเดียว
ไม่นานนัก เขาก็อ่านวิชาทั้งสามจบ
ในดวงตาลู่เซิ่งเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
ถึงแม้จะยังไม่ได้เริ่มฝึกอย่างเป็ทางการ แต่เขาก็ตกตะลึงกับแิอันยิ่งใหญ่ และไร้ขอบเขตที่อยู่ในวิชาเ่าั้แล้ว
“ ‘วิชาฝึกร่างกายแห่งดาวฤกษ์’ กำหนดให้ร่างกายมนุษย์เป็ดั่งจักรวาลขนาดเล็ก เมื่อฝึกฝนจนลึกซึ้ง ความหนาแน่นของร่างกายนักสู้จะสูงถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง การป้องกันและพละกำลังจะแข็งแกร่งเหนือจินตนาการ พลังชีวิตก็จะร้อนแรงราวกับดาวฤกษ์ และยิ่งใหญ่ราวกับทางช้างเผือก....”
“ ‘ทักษะการหายใจอย่างเป็ธรรมชาติ’ เมื่อฝึกควบคู่ไปกับวิชาศิลปะการต่อสู้อื่นๆ จะทำให้ความก้าวหน้าในการฝึกวิชานั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว! ยิ่งไปกว่านั้น ทักษะการหายใจอย่างเป็ธรรมชาติยังสามารถทำให้นักสู้เข้าสู่สภาวะฟ้าและคนหลอมรวมเป็หนึ่ง ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากต่อการยกระดับขอบเขตของศิลปะการต่อสู้”
“ ‘ทักษะสมาทานจิตแก้ว’ ชำระล้างจิตใจ เสริมสร้างเจตจำนง เกี่ยวข้องกับพลังทางจิติญญา ซึ่งเป็ส่วนที่ลึกลับที่สุดในการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้”
วิชาทั้งสามนี้เน้นในด้านที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเป็วิชาที่โฟตอนคอมพิวเตอร์คัดเลือกออกมาว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับนักสู้ระดับหนึ่งในการวางรากฐาน ฉบับมือใหม่
ลู่เซิ่งแทบจะรอไม่ไหวที่จะเริ่มลอง
ถึงแม้ว่าผลลัพธ์ของการฝึกฝนในพื้นที่แห่งความฝันจะไม่สามารถนำไปสู่โลกแห่งความเป็จริงได้ แต่การฝึกฝนให้เชี่ยวชาญในพื้นที่แห่งความฝันก่อน ก็จะทำให้เริ่มต้นได้เร็วยิ่งขึ้นในโลกแห่งความเป็จริง
สิ่งที่ลู่เซิ่งฝึกฝนเป็อันดับแรกคือ ‘วิชาฝึกร่างกายแห่งดาวฤกษ์’ และ ‘ทักษะการหายใจอย่างเป็ธรรมชาติ’
ถึงแม้จะเป็เพียงฉบับมือใหม่ แต่วิชาทั้งสองนี้ก็มีระดับที่สูงเกินไป หากไม่มีความชำนาญที่มาจากการจดจำ ลู่เซิ่งที่มีพื้นฐานเป็นักสู้ระดับหนึ่งก็ยังต้องพยายามอยู่ครึ่งวันกว่าจะเข้าสู่ขั้นเริ่มต้นได้อย่างหวุดหวิด
เมื่อลู่เซิ่งทำการเคลื่อนไหวสุดท้ายของ ‘วิชาฝึกร่างกายแห่งดาวฤกษ์’ ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับถูกไฟฟ้าช็อตทันที
ความเ็ปที่รุนแรงอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ความรู้สึกชาราวกับกระแสคลื่นที่โหมกระหน่ำเข้าปกคลุมทุกซอกทุกมุมของร่างกายลู่เซิ่งอย่างรวดเร็ว
แม้แต่กล้ามเนื้อและเส้นลมปราณเล็กๆ ที่อยู่ตรงปลายนิ้วก้อยก็ยังได้รับการสั่นะเืและฝึกฝน
ความเ็ปนี้ดำเนินต่อไปนานกว่าครึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะค่อยๆ บรรเทาลง สิ่งที่ตามมาคือความรู้สึกสบายอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ลู่เซิ่งดื่มด่ำอยู่กับความสุขของการฝึกฝนที่รุนแรง จิติญญาราวกับจะหลุดลอยออกไป
หากบอกว่าผลลัพธ์ของการวิชาการฝึกฝนร่างกายที่เขาฝึกฝนก่อนหน้านี้คือหนึ่ง ผลลัพธ์ของ ‘วิชาฝึกร่างกายแห่งดาวฤกษ์’ บวกกับ ‘ทักษะการหายใจอย่างเป็ธรรมชาติ’ ก็คือหนึ่งพัน หรือมากกว่านั้นเสียอีก
ส่วนการฝึกร่างกายยี่สิบสี่กระบวนท่าที่สหพันธ์ศิลปะการต่อสู้เผยแพร่ ซึ่งเขาฝึกฝนเป็อันดับแรกนั้น ผลลัพธ์แทบจะไม่มีนัยสำคัญเลย
ไม่ต่างอะไรจากการเต้นออกกำลังกายตามวิทยุเลย
หลังจากฝึกฝนไปหนึ่งรอบ ลู่เซิ่งก็ล้มลงกับพื้น ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้อีกต่อไป
ใน่เวลานี้ ลู่เซิ่งเริ่มพยายามฝึกฝน ‘ทักษะสมาทานจิตแก้ว’
แิของ ‘ทักษะสมาทานจิตแก้ว’ นั้นแปลกประหลาดและลึกลับมาก
ขั้นตอนแรกคือการให้ผู้ฝึกฝนจินตนาการถึงรูปร่างมนุษย์ ซึ่งเป็รูปร่างมนุษย์ที่แกะสลักจากผลึกแก้วอย่างสมบูรณ์
ร่างผลึกแก้วนี้ในตอนแรกจะต้องเต็มไปด้วยสิ่งเจือปน จากนั้นค่อยๆ กำจัดสิ่งเจือปนทั้งหมดออกไปทีละน้อยตามจังหวะการหายใจ จนกระทั่งสะอาดบริสุทธิ์
ถึงแม้ว่าลู่เซิ่งจะไม่ค่อยเข้าใจแิและผลลัพธ์ที่ ‘ทักษะสมาทานจิตแก้ว’ ถ่ายทอดออกมาสักเท่าไร
แต่เขาก็รู้ว่าจิตใจและเจตจำนงมีความสำคัญอย่างมากต่อการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้
นักสู้ที่มีเจตจำนงแน่วแน่ ไม่มีสิ่งรบกวน ไม่ว่าจะเป็พลังการต่อสู้หรือความเร็วในการฝึกฝน ก็จะเหนือกว่านักสู้ที่มีเจตจำนงที่หย่อนยานและเต็มไปด้วยความปรารถนาอย่างมาก
ดังนั้นในโลกแห่งศิลปะการต่อสู้จึงมีนักพรตอยู่มากมายมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า ‘ทักษะสมาทานจิตแก้ว’ จะมีความมหัศจรรย์ แต่ความยากในการฝึกฝนก็สูงมากเช่นกัน
ถึงแม้จะได้รับการสนับสนุนจากโฟตอนคอมพิวเตอร์ที่สร้างร่างผลึกแก้วสามมิติขึ้นตรงหน้าลู่เซิ่ง เขาก็ไม่สามารถสร้างร่างผลึกแก้วของตัวเองในสมองได้ในครั้งเดียว
คงต้องค่อยเป็ค่อยไปในอนาคต