เล่มที่ 1 บทที่ 29 หนีรอด
เมื่อเส้นเลือดสีดำลุกลามจนทั่วร่างทันใดนั้นปรากฏพลังที่เดือดพล่านพุ่งย้อนออกจากกระบี่มารกะโหลกดำโคจรไปทั่วร่างอวี๋เปี้ยนไท่ มันตัดสินใจกวาดกระบี่มารกะโหลกดำออกด้วยกระบวนท่ากระบี่ดาวมารอสูรปรากฏประกายดาวขยายแตกออกเข้าปะทะประกายกระบี่ที่บินว่อนเข้าทุกทิศทางจากกระบี่หอมจันทราของฟังหานเต้าหยินจนแตกละเอียดออกปานเศษแก้ว แต่ก็มีประกายกระบี่ที่บินว่อนเฉียดร่างมันไปนับไม่ถ้วนเช่นกัน ชุดคลุมร่างของมันขาดวิ่นจนเผยเห็นเนื้อที่เลือดไหลซึมออกมา ลมปราณฝึกปรือภายในร่างมันแทบหายไปหมดสิ้นกับกระบวนท่ากระบี่ดาวมารอสูรนี้ แต่ก็นับว่าพลิกสถานการณ์ขึ้นมาได้ หลี่จิ่วที่ยืนด้านหลังฟังหานเต้าหยินเห็นมันยังรอดจากหกสิบสี่กระบี่แปรผัน ยกคิ้วถามขึ้น" จมูกโคไฉนกระบี่ของเจ้าทื่อนัก มารตนนี้ถึงกับศีรษะยังคงตั้งอยู่บนบ่า " ฟังหานเต้าหยินเห็นอวี๋เปี้ยนไท่แม้จะอยู่ในสภาพทุลักทุเลยิ่งแต่ยังทรงกายอยู่ได้ โต้ตอบกลับไปว่า" หลวงจีนเฒ่ารึเจ้าตาบอด มันเล่นลูกไม้คนธรรมดาอยู่เฉยๆใยจะตัวดำมะเมื่อมเช่นนั้น" ทั้งสองมองดูอวี๋เปี้ยนไท่ที่เส้นเลือดบนร่างเปลี่ยนเป็นสีดำแม้ดวงตายังเป็นสีดำ ร่างดำนั้นบัดนี้ถึงกับทรุดฮวบมากับพื้น ส่งเสียงหัวเราะออกมา " ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ " " ระวังมันเล่นลูกไม้ใดออกมาอีก " ฟังหานเต้าหยินยกกระบี่ขึ้นอีกคราส่งเสียงกระตุ้นเตือนทุกคน ทันใดนั้นเองประกายสีทองวูบขึ้นใต้ชายแขนเสื้ออวี๋เปี้ยนไท่เข็มสีทองปานห่าฝนพร่างพรายซัดกระจายพุ่งตรงมาทางฟังหานเต้าหยิน หลี่จิ่วไต้ซือ ต่งเปียนเจียง และนายกองที่เหลือ รวมทั้งเหล่าชาวยุทธ์ที่อยู่ใกล้ๆ เหล่าชาวยุทธ์ที่เห็นอยู่ใกล้ส่งเสียงตระหนกออกมาจะขยับไปที่ใดก็ไม่ทันแล้วได้แต่ตำหนิตนเองที่ไฉนโชคร้ายต้องตกตายในเข็มทองนี้จริงๆ ที่อยู่ไกลออกไปก็วิ่งหลบกันจ้าละหวั่น มีต้นไม้อยู่ตรงไหนก็วิ่งไปซุกหลบซ่อนเร้นร่างไว้ด้านหลัง สองเฒ่าคู่หูรับมือกับมารชั่วช้าไหนเลยชะล่าใจได้ ฟังหานเต้าหยินและหลี่จิ่วไต้ซือทั้งสองต่างเพ่งมองดูอวี๋เปี้ยนไท่ตลอดเวลาไหนเลยปล่อยให้มันเล่นลูกไม้ใดได้อีก ขวดน้ำเต้าก้นรั่วสีน้ำตาลที่ปกติสะพายไกวแกว่งอยู่ข้างกายหลี่จิ่วไต้ซือ ถูกเขาใช้มือซ้ายชูขึ้นเหนือศีรษะ มือขวาจับที่ก้นน้ำเต้ารั่วพลันที่เขาขยับมือลงมาประกายสีขาวอมน้ำตาลสว่างขึ้นมาถึงกับบังเกิดเป็นพลังดึงดูดมหาศาล อันเกิดจากพลังลมปราณมหาปรมัตถ์ธรรมอันเป็นแนวทางสุดกร้าวแกร่งของวัดมหายุทธ์ธรรมะประทีปที่หลี่จิ่วฝึกปรือจนถึงขั้นสุดยอดไหนเลยจะมีสิ่งใดมาต้านทานได้ เข็มทองที่พุ่งเข้ามาใกล้ล้วนถูกดูดเข้ามาภายในน้ำเต้าจนหมดสิ้น ที่เหลือเล็ดลอดทกระจายห่างออกไปล้วนถูกประกายกระบี่หอมจันทราของฟังหานเต้าหยินกระแทกหักไป อวี๋เปี้ยนไท่คำนึงขึ้นเพียงฟังหานเต้าหยินคอมันก็จะหลุดจากบ่าแล้ว ยังมีหลวงจีนอ้วนเตี้ยข้างหลังใช้ขวดน้ำเต้าพิสดารดึงดูดเข็มทองที่มันซัดพุ่งออกไปจนแทบหมดสิ้น มันตอนนี้ไหนเลยเหลือลูกเล่นอันใดอยู่อีก ไฉนจะยอมรั้งรอความตายอยู่ที่เพิงร้างอันโดดเดี่ยวแห่งนี้ อวี๋เปี้ยนไท่อาศัยจังหวะนี้ซัดพุ่งเข็มทองด้ายแดงสุริยาออกไปทางต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหลังห่างออกไป 10 กว่าก้าว กระชากร่างตามติดด้ายแดงก่อนพลิกตัวซัดเข็มทองปักยอดต้นไม้ที่ห่างออกไปอีก กระชากด้ายแดงดีดตัวตามไป ขณะลอยร่างอยู่ก็ซัดเข็มทองออกไปอีกทำเช่นนี้ติดต่อกัน อาศัยช่วงจังหวะนี้กลับใช้วิธีประหลาดนี้ร่อนร่างไปบนอากาศหนีหายห่างไปกว่าร้อยเมตร ฟังหานเต้าหยินเห็นขณะทุกคนตกตะลึงเข็มสีทองที่พุ่งมาปานห่าฝน อวี๋เปี้ยนไท่กลับใช้จังหวะนี้คิดหลบหนีไป เขากระทืบเท้าตวาดเตรียมจะใช้ท่าร่างแปดเซียนจรวิถีตามติดมันไป" หนีไปที่ใด " " ไม่ต้องตามแล้ว " หลี่จิ่วไต้ซือส่งเสียงทัดทานเขา ก่อนกล่าวว่า" จมูกโคมันคิดหนีไม่คิดสู้ มิต้องตามแล้ว " ก่อนมองตามร่างของอวี๋เปี้ยนไท่ที่อยู่กลางอากาศคล้ายแมงมุมใหญ่ชักใย คิดมิถึงว่ามันจะใช้วิธีนี้หลบไปได้ " มันถึงกลับหนีรอดไปได้จริงๆ " เขายังคำรามเขม่นตามองอวี๋เปี้ยนไท่ ก่อนเหลียวไปมองฟังหานเต้าหยินที่เก็บกระบี่หอมจันทราคืนฝักแล้ว " ว่าแต่ข้ากลับได้ยินผู้ใดร่ำร้องเป็นมั่นเหมาะว่าหากไม่เชือดคอมันลงมา จะไม่ขอกลับไปมณฑลใหญ่ประจิม " ฟังหานเต้าหยินได้ยินประโยคนี้ของหลี่จิ่วไต้ซือ จึงแก้ตัวไปว่า " ข้ามิใช่ผู้คร่ำครึเหมือนศิษย์น้องของเจ้า สรรพสิ่งล้วนยกขึ้นวางลงได้ไม่เช่นนั้นมิใช่ยกหนักจนหมดแรงไป "เขาตอบลูบเคราช้าๆปานกำลังสั่งสอนปรัชญาลึกล้ำ " เช่นนี้ถึงไปด้วยกันได้ ฮ่าๆๆ " หลี่จิ่วไต้ซือหรี่ตา แตะที่บ่าของเขา ก่อนหันไปมองทางต่งเปียนเจียงพูดอีกว่า " เช่นนี้ก็จบเรื่องราวแล้ว พวกเจ้าทุกคนล้วนแยกย้ายดูแลผู้เจ็บ " ........................................