อี้เฉินปิดพลัง รักษาอาการาเ็ไปหลายสิบวัน ก่อนเขาจะตั้งใจนำแต้มสำนัก ไปแลกวิชา เพื่อเสริมประสิทธิภาพตนเอง เช้าวันนี้ เขาจึงเดินทางไปยังหอคัมภีร์วิชา ที่มีผู้คนไม่มาก
ภายในนั้นไม่ได้มีการแยกชั้น รอบด้านจึงเต็มไปด้วยตำราวิชามากมาย วางกันอยู่เรียงราย สะเปะสะปะ ไม่ได้แยกหมวดหมู่ ภายในหอคัมภีร์วิชาค่อนข้างกว้าง ใครที่เข้ามาล้วนเลือกวิชากัน อยู่นานสองนาน อี้เฉินเองก็เป็เช่นกัน เมื่อเขากวาดสายตา มองหาวิชาที่ถูกใจ
ผู้าุโชราผู้ทำหน้าที่เฝ้าหอคัมภีร์วิชา ปัดฝุ่นบริเวณชั้นหนังสือ เห็นสายตาอี้เฉิน เผยความลำบากใจออกมา จากการเลือกวิชา เขากระแอมไอเล็กๆ บอกกล่าวอี้เฉินออกมาทันที
"เ้าใช้ปราณจิตค้นหาคัมภีร์วิชาเ่าั้ดู หากสนใจคัมภีร์วิชาไหน ให้หยิบมา 1 วิชาราคา 50,000 แต้มสำนัก"
อี้เฉินครั้นได้ยินเขาขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย ก่อนเปิดปากไต่ถามผู้าุโออกมา "ท่านไม่มีวิชาใด แนะนำข้าบ้างเลยหรือ? "
ผู้าุโยิ้ม ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบออกมา "เ้าต้องหาวิชาด้วยตัวเอง เ้าหนู มันอยู่ที่ดวงของเ้า บางทีเ้าอาจจะได้วิชาระดับสูงมาไว้ในก็เป็ได้"
อี้เฉินพยักหน้าให้ชายชราเล็กน้อย ก่อนปิดเปลือกตา ส่งปราณจิตออกไปตามหาวิชาที่เขาสนใจ ทว่าเมื่อตรวจดูอี้เฉินก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นเป็ปม เนื่องด้วยวิชาต่างๆ ภายในนี้ไม่ได้ บอกข้อมูลอะไรไว้เลย ทำให้อี้เฉิน รู้สึกลำบากใจในการค้นหาเป็อย่างมาก ไม่รู้หอคัมภีร์วิชา ใช้เกณฑ์อะไรค้นหาวิชาระดับสูงกัน
จนอี้เฉินพบเจอสามวิชาที่เขาถูกใจ วิชาอสูรคลั่ง วิชาฝ่ามือทลายปฐี วิชาฝ่ามือสยบล้า แต่อย่างไรเขาต้องเลือกหนึ่งวิชาไปฝึกปรือ แม้แต่ผู้าุโที่มองวิชาทั้งสามที่อี้เฉินเลือกมา เขายังยกฝ่ามือถูคางมองว่าไม่เลว
“ข้าเลือกเ้าแล้วกัน วิชาอสูรคลั่ง” อี้เฉินที่กล่าวพูดอย่างหนักแน่น เขานำมันไปหา ผู้าุโชราคุมหอคัมภีร์วิชาทันที ...ชายชราเห็นวิชาที่อี้เฉินเลือกถือมา เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อย แม้มันจะเป็วิชาเทียบเท่า ระดับ ศักดิ์สิทธิ์ แต่ประสิทธิภาพสูงกว่านั้น
ทว่าการใช้ มันก็เหมือนเป็ดาบสองคม มีศิษย์หลายรุ่นเคยฝึกวิชานี้ ตายตกมาแล้วหลายคน ชายแก่จึงเอ่ยเตือนอี้เฉินด้วยความหวังดี
“เ้าอย่าสำแดงวิชานี้นานเกินไป มันมีผลข้างเคียง ทำให้กายาเ้าต้องแบกรับภาระที่หนักอึ้ง เ้าอาจจะตายตกได้เมื่อเ้าปลด ยกเลิกการใช้วิชา” ผู้าุโหอคัมภีร์วิชา กล่าวเตือนอี้เฉินอย่างจริงจัง ถึงวิธีการใช้
อี้เฉินประสานฝ่ามือ คำนับชายแก่อย่างนอบน้อม "ขอบคุณผู้าุโที่ชี้แนะ ข้าจะระวัง"
เสียง ฮ่าๆ ชายแก่ดังขึ้นมา “เ้านับว่ามีดวงเสียจริง นานๆ จะเจอคนที่หยิบคัมภีร์วิชา ระดับศักดิ์สิทธิ์ เพราะมันมีน้อยมาก ยิ่งระดับ จักรพรรดิ ยิ่งมีน้อยนับเล่มได้”
อ่าๆ อี้เฉินยิ้มขำแห้งๆ
ผู้าุโชรา ส่งคัมภีร์วิชาที่คัดลอกเสร็จสิ้นไปให้อี้เฉิน "วิชานี้เป็วิชาที่มาจากสัตว์อสูร หากเ้าฝึกเสร็จคัมภีร์วิชา จะสลายหายไป เพื่อกันวิชารั่วไหล"
อี้เฉินเข้าใจ พยักหน้าให้ชายแก่อย่างหนักแน่น แล้วหยิบแผ่นป้ายศิษย์ ออกไปใช้จ่ายแต้มสำนัก 50,000 แต้มเพื่อแลกวิชา พร้อมกับประสานฝ่ามือกล่าวลาผู้าุโ
...ก่อนอี้เฉินจะเดินทางไปที่หอแจกจ่ายทรัพยากร นำเอาแต้มที่เหลือ 100,000 แต้มสำนัก ไปแลกซื้อทรัพยากรในการบ่มเพาะ อี้เฉินซื้อสมุนไพรต้นหญ้า 5 สี ระดับศักดิ์สิทธิ์ มา50,000 แต้มสำนัก เพื่อช่วยเพิ่มการบ่มเพาะขั้นพลัง
ส่วนน้ำทานตะวันกลั่นหลอม 1 ขวด 50,000 แต้มสำนัก ช่วยปรับปรุงสิ่งที่ขาดให้สมบูรณ์ ของล้ำค่าประเภทนี้ จำเป็มากที่จะเสริมสร้างรากฐานตนเองให้แข็งแกร่ง
อี้เฉินใช้แต้มสำนักทั้งหมด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ ศึกศิลาฝึกา ก่อนเขาจะกลับที่พัก นั่งปิดขั้นพลังหมายมั่นจะเลื่อนขั้นพลัง ไปอยู่ขั้นรวมลมปราณ
อี้เฉินใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มี ตระหนักรู้วิชาอสูรคลั่ง พร้อมขัดเกลา ยกระดับ ประสบการณ์ความรู้ของเขา ให้เพิ่มพูนพร้อมจะเลื่อนขั้นพลัง
...สามวันร่างกายของอี้เฉินเริ่มเปล่งแสง ปลดปล่อยปราณพลังส่วนเกิน ออกมาไม่ขาดสาย แม้อี้เฉินอยากจะดูดซับ พลังส่วนเกินกลับเข้าร่าง ด้วยความเสียดาย ทว่าปราณพลังที่เข้มข้นนั้น ถึงกับทำให้ร่างกายของอี้เฉิน สั่นเทิ้มขึ้นมาไม่หยุด
ร่างแตกร้าวไปทั่วตัว เหมือนร่างอี้เฉินจะะเิออก อักขระในตัวเริ่มสั่นไหว พร้อมกับอี้เฉิน ที่เริ่มดำดิ่งลงไปภายในห้วงลึก ของทะเลความรู้ ซึ่งมันเป็่แรกเริ่มของสัญญาณ การไปอยู่ในขั้นรวมลมปราณ
ครึ่งเดือนเต็ม กว่าอี้เฉินจะดูดซับ ฤทธิ์ของเหลวล้ำค่าเข้าไปจนหมด เืเนื้อ สูบฉีด ส่งสัญญาณการเลื่อนขั้นพลัง ปรากฏออกมาอย่างเด่นชัด เนื้อตัวส่องแสงสีทองจางๆ
ปราณพลังภายในทะเลความรู้ ขยับขยายอย่างรวดเร็ว อี้เฉินที่จมดิ่งลงไปในทะเลความรู้ เริ่มขยับขยายกว้างออกไป พร้อมขั้นพลังรวมลมปราณ ระดับ ต้น แผ่ซ่านออกมาจากกายาอี้เฉิน
ร่างกายของเขาดูเบาขึ้นเหมือนรู้สึก ถึงปราณพลังรอบๆ ตัว คล้ายกับจะจับต้องปราณพลังรอบตัวได้ บางทีก็คล้ายกับตัวเขา ถูกบางอย่างโอบล้อมร่างกายไว้
อี้เฉินเขาไม่ได้เร่งรีบ นั่งปิดขั้นพลังต่อไปอีกสักระยะ เพื่อที่จะให้ขั้นพลังเสถียร จนเวลาล่วงเลย เข้าใกล้ศึกศิลาฝึกา เข้าไปทุกที
...เมื่อเสียงระฆังสำนักัดังขึ้น เหล่าผู้าุโของสำนัก แม้แต่เ้าสำนักหวังชง กับรองเ้าสำนักเยว่ฉาน ต่างก็ออกจากการปิดขั้นพลัง เพื่อที่จะพาเหล่าศิษย์ไปที่ ศิลาฝึกากันอย่างพร้อมเพรียง ไม่เว้นแม้แต่ผู้าุโ 1 ผู้าุโ 2
อี้เฉินที่เห็นเ้าสำนักครั้งแรกเขาแปลกใจ ‘ทำไมเ้าสำนัก ถึงดูขั้นพลังด้อยกว่า รองเ้าสำนักเยว่ฉาน อาจารย์ของเขาอีก’ แต่เมื่อเทียบพลังของเขากับคนพวกนั้นดูท่าอี้เฉิน กว่าเขาจะไปถึงขั้นพลังนั้น คงใช้เวลาอีกนานหลายปี แน่นอน
อี้เฉินครุ่นคิดอยู่หลายตลบ รองเ้าสำนักเยว่ฉาน นางเป็ใครกันแน่ ภูมิหลังนางต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน แถมเขายังเคยได้ยิน เยว่ฉานนางติดอันดับคนที่แข็งแกร่งที่สุด ลำดับต้นๆ ภายในดินแดน5อาณาจักร