ตอนที่2การเก็บเลเวล
“LV25-30 อสูรม้าป่าอายุ-
พลังโจมตี 200 พลังป้องกัน 300
พลังเวท 150 ความเร็วสูง 150
โชค-
สกิลติดตัว เร่งความเร็วสูง คุมทัพม้าภาษาอสูร”
“LV25-30อสูรวิหคลมโชย อายุ-
พลังโจมตี 100 พลังป้องกัน 50
พลังเวท 300 ความเร็ว 200
โชค-
สกิลติดตัว ลอยตามลม ดวงตาแห่งวิหครับรู้ถึงสายลม”
“มันทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ”ค่าสถานะจำนวนมากเด้งขึ้นมาแต่ก่อนที่จูเหลียนจะได้อ่านมันก็รวมเข้าด้วยกันกลายเป็สองหน้าตาสถานะจูเหลียนประหลาดใจกับหน้าต่างสถานะที่กลายเป็ค่าเฉลี่ยให้กับมันเรียบร้อยแล้วแบบนี้
“นี้มัน”จูเหลียนเดินมอบไปรอบๆโดยที่มีข้ารับใช้จากฟาร์มหลายคนเดินตามด้านหลังของโจเอลที่กำลังเดินตามมันอยู่
“โจเอลอสูรม้าป่าตัวนี้กำลังป่วยแยกมันออกจากฝูงตัวนั้นด้วย ตัวนั้นอีก”จูเหลียนหยุดและขมวดคิ้วเหล่าข้ารับใช้เริ่มหน้าซีดเพราะในอดีตจูเหลียนชอบอาระวาดทำลายข้าวของบ่อยครั้งจูเหลียนชี้และเริ่มออกคำสั่งโจเอลและทุกคนต่างสับสน
“ไปสิ”จูเหลียนตวาดออกมาทุกคนจึงได้เริ่มตื่นตัวในฟาร์มมีอสูรกว่าหนึ่งหมื่นตัวและที่ป่วยเป็โรคมีอยู่ราวสามร้อยตัวมันเริ่มตรวจสอบค่าสถานะใหม่ที่ประหลาดค่าสถานะทุกอย่างราวกับอย่างเดิมแต่มีข้อความประหลาดที่เหนือหัวของค่าสถานะ
(ติดโรค? )
“พวกมันเปิดโรคโจเอลฟาร์มของเรามีหมออสูรใช้ไหมไปตามมาสิ”จูเหลียนออกคำสั่งอย่างจริงจังจนทุกคนประหลาดใจเพราะจากเด็กเอาแต่ใจในตอนนี้เปลี่ยนไปเป็คนละคนกลายเป็คนเอาการเอางานโจเอลไปตามหมออสูรมาในเวลาอันสั้น
“จิตด้วยขอรับองศ์ชายถ้าไม่ตรวจดูคงไม่รู้พวกมันเป็โรคที่มีนามว่า โรครังเกียจฝูง ขอรับ”หมอเริ่มตรวจมันใมากและเริ่มอธิบายจูเหลียนและกลุ่มเมื่อได้ฟังก็ประหลาดใจทุกคนจ้องมองมาที่จูเหลียนแต่มันกับไม่ได้สนใจ
“โรครังเกียจฝูงคือการถูกฝูงถอดทิ้งและถูกจับมาขังร่วมกับคนอื่นมันก็ราวกับโรคซึมเศร้าของมนุษย์นั้นแหละ ไม่มีวิธีรักษาสำหรับอสูรพวกนี้หรอก”จูเหลียนเริ่มครุ่นคิดสิ่งต่างๆในหัวของมันและหยุดลง
“ถ้าไม่มีวิธีรักษาก็สังหารทิ้งทั้งหมดโรคนี้ติดต่อได้มันจะทำให้อสูรตนอื่นต้องติดไปด้วยและพวกเราจะลำบากกว่านี้”จูเหลียนออกคำสั่งอีกครั้งทุกคนต่างหน้าซีดเพราะการฆ่าอสูรของพระราชวังเป็เื่ต้องห้าม
“โจเอลไปรายงานาาเกี่ยวกับเื่นี้และให้ท่านออกคำสั่งฆ่าสัตว์อสูรทั้งสามร้อยตัวซะ”จูเหลียนจ้องมองไปที่โจเอลแววตาของมันจริงจังโจเอลทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับคำสั่งและมุ่งหน้าเข้าไปภายในห้องโถงหลวง
“โรครังเกียจฝูงหรือหมอตัวแน่ชัดแล้วหรือไม่”าาราชินี องศ์ชายหนึ่ง องศ์ชายสองและองศ์ชายที่ราชินีอุ้มอยู่ได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าโจเอลถูกเรียกเข้าเฝ้ามันได้กล่าวทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่จูเหลียนได้ทำาาประหลาดใจอย่างมาก
“ขอรับหมอได้ตรวจแน่ชัดแล้วองศ์ชายจึงได้ออกคำสั่งให้สังหารอสูรทั้งสามร้อยตัวแต่เพื่อให้แน่ชัดจึงได้ให้ข้ามารายงานขอรับองศ์าา”โจเอลที่คุกเข่าอยู่ได้ตอบคำถามทั้งหมดทุกคนต่างประหลาดใจมากกว่าเดิมที่คนที่พบเจอโรคคือจูเหลียน
“ดีสังหารพวกมันทั้งสามร้อยตนและนำสิ่งนี้ไปมอบให้กับจูเหลียน”าาหัวเราะพร้อมกับที่ได้เหวี่ยงมือส่งอาวุธที่ราวกับดาบมาให้กับโจเอล
“องศ์าาขององศ์ชายได้ออกคำสั่งอีกหนึ่งอย่างมากให้ข้าองศ์ชายไม่้ารับสิ่งใดจากท่านอีกต่อไปแล้วรับเพราะเช่นนั้นข้าคงนำมันไปให้ไม่ได้”โจเอลหน้าซีดมันครุ่นคิดถึงคำสั่งก่อนหน้านี้จูเหลียนได้ออกคำสั่งเช่นนั้นจริงเพราะมันรู้ว่าจะต้องได้สิ่งตอบแทนมาแน่และเพราะมันไม่ได้้าสิ่งใดจากาาหรือคนอื่นๆในราชวงศ์อีกแล้วมันจึงได้ออกคำสั่งเช่นนั้นมันได้รับรู้ถึงสิ่งที่เด็กหนุ่มเ้าของร่างได้เจอมา
“ไม่้ารับสิ่งใดจากข้าอีกหรือ”าาเมื่อได้ยินสีหน้าที่ยิ้มแย้มได้เปลี่ยนไปมันจ้องมองมาที่โจเอลแต่ก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดพร้อมโบกมือให้โจเอลจากไป
“เขาเติบโตขึ้นแล้วในตอนนี้เขาไม่เพียงแค่เติบโตขึ้นแต่ยัง้าที่จะก้าวข้ามข้าแล้ว”าาจ้องมองออกไปยังด้านนอกประตูห้องโถงเล็กน้อยราชินีเต็มไปด้วยความโกรธองศ์ชายหนึ่งและองศ์ชายสองยังคงนิ่งอยู่
“นี้มัน”การฆ่าได้เริ่มขึ้นจูเหลียนได้ยืนดูอย่างเงียบๆโดยที่มีโจเอลยืนอยู่ด้านหลังไม่นานอสูรหมาป่ากว่าสามร้อยตัวก็ตายลงแสงสว่างราวกับหิ่งห้อยเล็กๆจำนวนมากลอยออกมาจากซากศพของพวกมัน จูเหลียนเริ่มสนใจขึ้นมากเล็กน้อย
“ค่าประสบการณ์สินะ”พวกมันทั้งหมดกระจายออกไปรอบๆจูเหลียนสับสนไม่รู้ว่าควรที่จะทำอะไรแต่พริบตานั้นชายชราที่อยู่ภายในร่างกายก็ลืมตาขึ้นแสงสว่างทั้งหมดถูกดูดเข้ามาภายในร่างกายของมันทันที
“LV UP 1” “LV UP 2” “LV UP 3” “LV UP 4” “LV UP 5”
“ได้รับแต้มค่าสถานะ25 แต้ม”
“โอ้....”จูเหลียนประหลาดใจมากที่เลเวลของมันเพิ่มมาถึงห้าเลเวลแต่แน่นอนเพราะการที่มันได้ดูดซับเอาค่าประสบการณ์มาจากอสูรกว่าสามร้อยตัวที่เลเวลอย่างต่ำคือ25 มันควรจะได้มากกว่าที่ถ้ามันได้ฆ่าเองนั้นคือสิ่งที่จูเหลียนคิด
“LV 5จูเหลียนอารูคัส อายุ14
สถานะ องศ์ชายลำดับที่3 อาชีพผู้ดูแลฟาร์มอสูร
พลังโจมตี 12 พลังป้อง 10
พลังเวท 0 ความเร็ว 5
โชค -30
แต้มคงเหลือ 25
สกิลติดตัว จดจำสมบูรณ์รับรู้ถึงโชคร้าย ควบคุมลมปราณ”
“เก็บเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน”จูเหลียนยังไม่รู้ว่าควรจะเริ่มอัพจากอะไรเพราะมันเองก็ยังไม่รู้ว่าใดโลกนี้จะราวกับเกม VMMORPG หรือเปล่าที่จะสามารถเพิ่มค่าสถานะได้จากการฝึกฝนร่างกายภายในโรงฝึกหรือพื้นที่สำหรับการฝึกโดยเฉพาะ
“พวกเ้าจงทำตามคำสั่งของข้าต่อจากนี้เปลี่ยนตัวลองน้ำใหม่ทั้งหมดให้มันสะอาดกว่านี้พื้นที่ของคือฟาร์มของอสูรราชวงศ์และผู้อยู่ภายในวังเปิดพื้นที่้าให้แสงส่องมากกว่านี้และเพิ่มพื้นที่ของรัวด้านนอกอีกพวกมันควรมีที่วิ่งมากกว่านี้”จูเหลียนเริ่มออกคำสั่งอีกครั้งทุกคนต่างรีบพยักหน้าตอบ
“และในด้านของวิหคลมโชยให้คนที่กางอาณาเขตป้องกันไม่ให้อสูรหนีไปจากท้องฟ้ากลายพื้นที่สูงอีกและให้แข็งแกร่งกว่านี้ข้า้าให้พวกมันมีอิสระมากกว่านี้จะเป็การดีต่อพวกเราและนี้ไม่ใช่ความสงสารจงจำเอาไว้”จูเหลียนพูดทั้งอย่างจนทุกคนหน้าซีดเพราะไม่เคยได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่เช่นนี้ของมันมาก่อนเลย
“โจเอลไปกันเถอะพรุ่งนี้ข้ามีสิ่งที่จะต้องทำอีกมาก”จูเหลียนและโจเอลเดินจากไปปล่อยให้เหล่าข้ารับใช้เริ่มทำงานจูเหลียนนอนพักอยู่บนเตียงมันยังไม่ได้กินสิ่งใดมาเลยทั้งวันนั้นทำให้มันหิวมากโจเอลจึงได้มาพร้อมกับข้ารับใช้และอาหารจำนวนมาก
“อร่อยดีนะ”จูเหลียนเริ่มทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยมันชมพ่อครัวที่เดินมาเสริฟเองทุกคนต่างใเพราะว่าปกติจูเหลียนจะไม่แตะต้องอาหารเลยและชอบเหวี่ยงจานอาหารใส่ข้ารับใช้มันเป็คนที่น่ารังเกียจมากจนจูเหลียนเองยังเริ่มไม่ชอบเด็กหนุ่มที่เอาแต่ใจเช่นนี้แล้ว
“LV UP6”
“ได้รับแต้มสถานะ5 แต้ม”
“หะ...”จูเหลียนสะดุ้งขึ้นระหว่างที่มันกำลังทานอาหารเลเวลมันก็อัพทุกคนที่อยู่รอบสั่นอย่างหวาดกลัวเมื่อได้ยินเสียงของจูเหลียน
“ทำไม่มันถึงอัพละเนื้ออสูรเหรอ”จูเหลียนครุ่นคดและเริ่มตรวจสอบอาหารภายในจานมากมายด้านหน้าของมัน
“อาหารต้นตำหรับโบราณไข่วิหคเพลิง
เพิ่มค่าประสบการณ์เล็กน้อยเมื่อทานจนหมดและจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อทานกับผัดเผ็ดกระดูกอสรพิษ”
“แบบนี้มันใช้แน่เหรอ”จูเหลียนคิดแต่มันก็ไม่ได้คิดไปมากนักมันเริ่มทานอาหรต่อจนหมดไม่นานทุกคนก็จากไปเหลือเพียงแค่โจเอลที่กำลังยืนจ้องมองมาที่มันจูเหลียนโบกมือให้โจเอลกลับไปพัก
เวลาผ่านไปจนถึงเช้าจูเหลียนไม่ได้ทำสิ่งใดเพราะมันเหนื่อยมากเพียงแค่หนึ่งวันมันทำทุกอย่างไปเยอะมากในตอนเช้ามันมุ่งหน้าไปที่ฟาร์มเพื่อตรวจสอบทุกคนเปลี่ยนทุกอย่างตามที่มันได้ออกคำสั่งแล้ว
“พาข้าไปโรงฝึกต่อสู้”จูเหลียนพูดในความทรงจำของเด็กหนุ่มไม่มีเื่ของโรงฝึกอยู่เลยแม้แต่น้อยมันจึงต้องพึ่งโจเอลแทนโจเอลพยักหน้าตอบและเดินนำทางจูเหลียนมาถึงยังโรงฝึกขนาดใหญ่ที่มีป้ายสามป้ายเขียนชื่อเอาไว้โรงฝึกอัศวิน โรงนักเวท และโรงฝึกนักสู้
“อัศวินใช้พลังเวทประสานกับพลังกลายในการต่อสู้คนเหล่านี้ไม่สามารถที่จะใช้พลังจากมหาเวทได้ใช้ได้เพียงแค่เวทเสริมกำลังเท่านั้น
นักเวทผู้ที่ใช้พลังจากเวทในการต่อสู้ส่วนใหญ่มีแต่ราชวงศ์และชนชั้นสูงเท่านั้นที่สามารถใช้พลังเวทขั้นสูงและมหาเวทย์ได้
นักสู้ผู้ใช้พลังจากศิลปะการต่อสู้โดยที่ไม่ได้ใช้พลังจากเวทเลยแม้แต่น้อยพวกมันพึ่งพาพลังจากร่างกายทุกส่วนในการต่อสู้นักสู้ส่วนใหญ่มีบทบาทในการลอบฆ่าหรือการต่อสู้กันหนึ่งต่อหนึ่งมามากการต่อสู้ในาเช่นอัศวินหรือนักเวท”
“น้องสาม”เสียงดังขึ้นชายรูปร่างสมส่วนสูงพอสมควรขี่อสูรม้าสีขาวเข้ามาหาจูเหลียนมันคือองศ์ชายหนึ่งหน้าตาของมันราวกับจูเหลียนเพียงแค่เส้นผมยาวกว่าตัวใหญ่กว่าเท่านั้นเองจูเหลียนพยักหน้าตอบเล็กน้อย
ในความทรงจำของเด็กหนุ่มนั้นองศ์ชายหนึ่งและองศ์ชายสองคือพี่ที่แสนดีแต่มันกับรับรู้ได้ว่าพวกเขาทั้งสองสูงเกินไปจนเกิดความอิจฉาริษยาทำให้มันเริ่มติตัวออกห่างแม้ทั้งสองจะพยายามเข้าหามันเองก็ตามจูเหลียนจึงคิดว่าสิ่งมีจะต้องมีประโยชน์กับมันแน่นอนมันจึงยิ้มอย่างมีความสุขทันที
“พะ...พี่....บ้าน่า”จูเหลียนพยายามที่จะพูดบางอย่างจนหันไปเห็นค่าสถานะมันจึงอุทานด้วยสีหน้าที่ใสุดขีด
“LV 59โซเรนอารูคัส อายุ19
สถานะ องศ์ชายลำดับที่1 อาชีพ ผู้บัญชาการกองทัพล้านคน
พลังโจมตี 1500 พลังป้อง 3000
พลังเวท 5900 ความเร็ว 100
โชค 30
แต้มคงเหลือ ไม่สามารถที่เพิ่มค่าสถานะเองได้
สกิลติดตัว จอมทัพ ฟันดาบ(ระดับตำนาน)ผู้ใช้โล่ ขี่ม้า การต่อสู้รูปแบบมือเปล่า การต่อสู้ด้วยหอก การต่อสู้ด้วยมีดการต่อสู้ด้วยดาบคู่ การบัญชาการสมบูรณ์ ผู้นำ เปลี่ยนแปลงอารมณ์ ความอำมหิตไร้ปราณีต่อศัตรู”
“พี่ใหญ่ข้าอยากให้ท่านสอนข้าเป็นักสู้”จูเหลียนสงบสติอารมณ์ของตัวเองและเริ่มพูดโซเรนจ้องมองมาที่จูเหลียนด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเป็ยิ้มอย่างมีความสุขมันลงจากม้าและจับที่ไหล่ทั้งสองของจูเหลียนและร้องไห้
“พี่ใหญ่เหรอเ้าเรียกว่าพี่ใหญ่”โซเรนกล่าวออกมา(เื่นั้นหรอกเหรอฟะ)ในหัวของจูเหลียนคิดมันทำหน้ายิ้มแหยงๆ
“ได้มาสิพี่ใหญ่ของเ้าจะพาเ้าไปหาสหายมันคือผู้ใหญ่ศิลปะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรข้าเป็รองเพียงแค่มันเท่านั้น”โซเรนเริ่มอธิบายจูเหลียนพยักหน้าทั้งสองมาถึงยังลานประลองขนาดใหญ่ที่มีชายคนหนึ่งใช้นิ้วชี้วิดพื้นโดยที่ขาทั้งสองจั้งชี้ขึ้นฟ้าจูเหลียนเริ่มตรวจสอบค่าสถานะก่อนเป็อย่างแรก
“LV 60 ไดจิฟูยะ อายุ 90
สถานะ จ้าวแห่งศิลปะการต่อสู้ อาชีพ อาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้
พลังโจมตี 5000 พลังป้อง 2000
พลังเวท 600 ความเร็ว 3000
โชค 50
แต้มคงเหลือ ไม่สามารถที่เพิ่มค่าสถานะเองได้
สกิลติดตัว การต่อสู้รูปแบบมือเปล่า(ระดับตำนาน)การต่อสู้ด้วยหอก(ระดับตำนาน) การต่อสู้ด้วยมีด(ระดับตำนาน) การต่อสู้ด้วยดาบคู่(ระดับตำนาน)การต่อสู้ด้วยกระบี่(ระดับตำนาน)การต่อสู้ด้วยไม้พลอง(ระดับตำนาน) ผู้บรรลุอ่อนเยาว์สมบูรณ์ การเวลาไม่เปลี่ยนแปลง รูปร่างที่สมบูรณ์”
“นี้ยิ่งบ้าเลย”ชายหนุ่มหมุนตัวลงขึ้นจากพื้นจ้องมองมาที่โซเรนและจูเหลียนที่หน้าซีดอยู่มันใสุดขีดเพราะชายที่อยู่ด้านหน้าของมันหนุ่มมากและไอค่าสถานะที่บ้าบอคอแตกนี้มันก็เกินไป
“ไคจินี้น้องสามของข้าเข้า้าที่จะเรียกศิลปะการต่อสู้เ้าสอนเข้าได้หรือไม่”ไซเรนไม่ได้เห็นเช่นนี้จูเหลียนได้เห็นมันจึงยิ้มและพูดทุกอย่างออกไปไคจิคือชายที่สวมใส่กางเกงขายาวรัดรูปถอดเสื้อส่วนบนออกกล้ามที่ใหญ่โตของมันทำให้หญิงสาวทุกคนตกหลุมรักแม้ผิวของมันจะมีสีแทนก็ตามผมยาวมัดเอาไปจนถึงหลัง
“เ้าหรือองศ์ชายที่เขาชอบกล่าวถึงกันขึ้นมาสิขอข้าทดสอบก่อน”ไคจิจ้องมองไปที่จูเหลียนเล็กน้อยมันพูดอย่างเ็าเล็กน้อยจูเหลียนเดินขึ้นบนลานประลองหน้าของมันเปลี่ยนไปทันทีเมื่อก้าวเข้าสู่ลานประลองทมิฬคือชายที่เมื่อมีเป้าหมายแล้วจะต้องคว้ามาให้ได้ไม่ว่ายากแค่ไหนและในด้านการต่อสู้ทั้งทมิฬและชายชราสิ่งที่พวกมัน้ามากที่สุดคือจะไม่มีวันแพ้ให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น