ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 10 บทที่ 300 พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับบรรพกาล ทำลายขีดจํากัดของร่างกายครั้งที่ 12!

        ฉินจือซวนมีพรสวรรค์ด้านกระบี่ระดับจันทราแต่จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่สามารถฝึกฝนทักษะกระบี่ระดับเทพได้ เนื่องจากเต๋าแห่งกระบี่ของเธอยังไม่สูงพอมันไม่เพียงพอที่จะฝึกฝนทักษะกระบี่ระดับเทพ

        แน่นอนว่าการที่เต๋าแห่งกระบี่ของเธอยังไม่สูงนักก็เพราะเธอนั้นอายุยังน้อยและไม่ได้ทุ่มเทให้การฝึกฝนทักษะกระบี่เพียงอย่างเดียว

        และทรัพยากรสำหรับการฝึกฝนที่เธอได้รับนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปจะจินตนาการถึงได้เธอมีสมบัติที่สามารถช่วยเพิ่มความเข้าใจอยู่มากมาย เธอสามารถใช้มันได้โดยไม่จำเป็นต้องกังวล

        ถึงกระนั้นเธอก็ยังไม่สามารถฝึกฝนทักษะกระบี่ระดับเทพได้

        กล่าวได้ว่าการฝึกฝนทักษะกระบี่ระดับเทพได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง

        การฝึกทักษะด้านอาวุธแค่อย่างเดียวก็เป็นเรื่องที่ยากมากแล้วแต่เทียนกลับสามารถฝึกฝนทักษะระดับเทพได้ถึงสองทักษะ ทั้งทักษะกรงเล็บและทักษะดาบ

        “ฉันประเมินเขาต่ำไปทำให้ชิงอี้ประมาทจนเธอได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้เธอเสียเปรียบแล้ว เราจะทำยังไงดี?”

        ฉินจือซวนคิดด้วยความกังวล

        เมื่อเย่เทียนชนะ ชิงอี้จะไม่เพียงแต่ต้องขายหน้าแต่เธอยังต้องเสีย 10 ล้านคะแนนดวงดาวรวมไปถึงการเดิมพันที่เธอตั้งขึ้นด้วย มีคนที่เดิมพันข้างเย่เทียนอยู่ไม่น้อย ถ้าชิงอี้ชนะเธอก็จะได้รับคะแนนดวงดาวเพียงก้อนเล็กๆ แต่หากเย่เทียนชนะ เธอจะต้องสูญเสียคะแนนดวงดาวไปเป็นจำนวนมาก!

        กลับกันถ้าเป็นเย่เทียน ไม่เพียงแต่เขาจะสามารถชนะชิงอี้ได้10 ล้านคะแนนดวงดาวเท่านั้นแต่เขายังได้รับส่วนแบ่งจากการเข้าชมอีกเป็นจำนวนมาก

        “ชิงอี้สู้ๆฆ่าเขาให้ได้!”

        ฉินจือซวนตะโกนออกมา

        แต่ปาฏิหาริย์ที่เธอต้องการก็ไม่ได้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที หลิวชิงอี้ก็ถูกเย่เทียนสังหารและถูกส่งออกจากโลกเสมือนจริง

        หลิวชิงอี้พ่ายแพ้!

        “จบสิ้นแล้วครั้งนี้ฉันเสียเงินไปอย่างน้อย 1 พันล้านคะแนน!”

        ฉินจือซวนอยากจะร้องไห้ออกมาเธอต้องการที่จะทำกำไรซักเล็กน้อย จึงได้เปลี่ยนอัตราการต่อรองของเย่เทียนเพื่อหวังให้คนวางเดิมพันข้างเย่เทียนมากขึ้นแต่ทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เธอหวัง

        หากเธอรู้ว่ามันจะเป็นเช่นนี้เธอคงปรับลดอัตราต่อรองของเย่เทียนลงซักเล็กน้อย บางทีเธออาจจะได้กำไร

        แต่ตอนนี้มันไม่มีโอกาสแล้ว

        อีกด้านหนึ่ง

        หลิวชิงอี้รู้สึกหดหู่อย่างมากเธอเสียคะแนนดวงดาวก้อนสุดท้ายของเธอไป

        เมื่อไม่เหลือคะแนน เธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมการท้าทายแบบสุ่มได้อีกต่อไป

        หากเป็นเมื่อก่อน คะแนนเพียงแค่10 ล้านดวงดาวเป็นเพียงเงินค่าขนมของเธอเท่านั้น แต่ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับปู่ค่อนข้างตึงเครียดปู่ของเธอได้ระงับบัญชีของเธอไว้จนหมด เธอเหลือเงินติดตัวเพียง 10 ล้านคะแนนเท่านั้น แต่สุดท้ายเธอก็เสียมันไป!

        “ไม่เป็นไรจือซวนคงจะได้กำไรจากการเดิมพันมาบ้าง”

        หลิวชิงอี้คิดว่าถ้าจือซวนคงได้เงินมาบ้างเธอคิดจะขอยืมเงินจากจือซวนสักหน่อย และค่อยจ่ายคืนให้จือซวนในอนาคต

        เมื่อเข้าสู่โลกเสมือนจริงหลิวชิงอี้ก็ติดต่อฉินจือซวนอย่างรวดเร็ว

        “จือซวน เธอชนะเดิมพันหรือไม่?”

        หลิวชิงอี้ถาม

        ฉินจือซวนแทบจะร้องไห้ “ชิงอี้ถ้าฉันบอกว่าฉันเสียไป 1,000 ล้านคะแนนเธอจะเชื่อหรือไม่?”

        “อะไรนะ?”

        หลิวชิงอี้ตกตะลึง

        หนึ่งพันล้าน???

        แม้บัญชีของเธอจะไม่ได้ถูกระงับแต่การสูญเสียเงิน 1 พันล้านไปก็นับว่าเป็นจำนวนไม่น้อยอยู่ดี!

        แล้วคราวนี้เธอควรจะทำอย่างไร?

        เดิมทีเธอต้องการยืมเงินจากฉินจือซวนแต่ฉินจือซวนพึ่งจะสูญเสียไป 1 พันล้าน หากเธอยังขอยืมเงินอีกฝ่ายอีก มันจะไม่เป็นการหาเรื่องหรอกหรือ?

        “เฮ้อ เราคงต้องคิดวิธีหาเงินเองแล้ว!”

        หลิวชิงอี้คิดกับตัวเอง

        “ฉันชนะ!”

        เย่เทียนตื่นเต้นมาก

        หลังจากชนะ 20 ครั้งติดต่อกัน โลกเสมือนจริงก็โอนเงิน10 ล้านคะแนนดวงดาวที่เสียไปก่อนหน้านี้เข้าบัญชีของเขาทันทีรวมไปถึงเงินที่ได้รับส่วนแบ่งจากค่าตั๋ว

        ครั้งนี้โลกเสมือนจริงขายตั๋วได้เงินมาทั้งหมด200 ล้านคะแนนและเย่เทียนก็ได้รับส่วนแบ่งถึง 100 ล้าน

        นอกจากนี้เขายังวางเดิมพันไป40 ล้านคะแนนดวงดาวเท่ากับว่าเขาได้รับอีก 120 ล้านคะแนนดวงดาว เพียงแค่รออีกฝ่ายโอนมาเท่านั้น

        “ถ้าดูจากอัตราต่อรองฉินจือซวนคงจะพ่ายแพ้อย่างน่าอนาถ ฮ่าๆ ใครบอกให้เธอเพิ่มอัตราต่อรองของฉันไปสูงขนาดนั้น?มันสมควรแล้ว!” เย่เทียนกล่าวอย่างความยินดีในความโชคร้ายของผู้อื่น

        แต่ในเวลานี้เขายังมีสิ่งที่สำคัญกว่าที่จะต้องทำ

        นั่นก็คือหลอมรวมพรสวรรค์ในการบ่มเพาะ!

        “เมื่อเราหลอมรวมพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของหลิวชิงอี้พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเราจะต้องยกระดับขึ้นอย่างแน่นอน!” เย่เทียนครุ่นคิดอย่างตื่นเต้น

        ดังนั้น

        เขาจึงเริ่มหลอมรวมพรสวรรค์ทันที

        ตูม ตูม!

        ความเจ็บปวดที่ไม่อาจจินตนาการได้ก็แผ่ซ่านออกมาอีกครั้งเม็ดเหงื่อมากมายชโลมร่างของเย่เทียนจนเปียกโชก ทั่วทั้งร่างของเขาราวกับกำลังถูกกระชากออกเป็นชิ้นๆผิวหนังของเขาราวกับถูกย่างอยู่ในใจกลางของดวงอาทิตย์ที่มีอุณหภูมิร้อยล้านองศาจนร่างกายเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ!

        ครึ่งชั่วโมงผ่านไป อุณหภูมิบนร่างของเย่เทียนก็ลดลงและค่อยๆกลับสู่สภาพปกติ

        “มันทรมานจริงๆแต่ตอนนี้เรารู้สึกสบายมากแล้ว!”

        เย่เทียนพึมพำเบาๆ จากนั้นเขาก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

        คืนหนึ่งผ่านไป ในที่สุดเย่เทียนก็ฟื้นขึ้นมา

        สิ่งแรกที่เขาทำคือการตรวจสอบพรสวรรค์ของเขา

        ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว

        [พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ: ระดับบรรพกาล]

        ก่อนหน้านี้พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเขาคือระดับไร้ที่เปรียบแต่ตอนนี้มันได้เปลี่ยนเป็นระดับบรรพกาลแล้ว

        เห็นได้ชัดว่าระดับบรรพกาลเป็นระดับต่อไปของพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับไร้ที่เปรียบ

        “ต้องลองทดสอบดู!”

        เย่เทียนเริ่มดูดซับพลังปราณเพื่อขัดเกลาร่างกายเพื่อเทียบกับผลการขัดเกลาก่อนหน้านี้

        ไม่กี่ชั่วโมงผ่านไป!

        “มันเร็วกว่าเดิมถึงหกเท่า!”

        เย่เทียนพึมพำด้วยความตื่นเต้น

        เพียงแค่ใช้พลังปราณเพื่อขัดเกลาร่างกายแต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็เหนือกว่าก่อนหน้านี้ถึงหกเท่า หากใช้สมบัติที่ช่วยเสริมการฝึกฝนบางทีอาจได้ผลมากกว่าหกเท่าเลยก็ได้

        “เราตัดสินใจถูกแล้วที่ออกจากโลกมาถ้าเรายังอยู่บนโลก ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีหรือกี่เดือนเราถึงจะสามารถยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะให้กลายเป็นระดับบรรพกาลได้การเลือกมาที่ดาวสีเงินเป็นทางเลือกที่ถูกต้องแล้ว!” เย่เทียนกล่าวด้วยความยินดี

        1 วันผ่านไปเย่เทียนตรวจสอบบัญชีของเขา และเขาก็พบว่าเงินเดิมพันที่เขาควรได้รับยังไม่ถูกโอนมา!

        สองวันผ่านไปก็ยังเป็นเช่นเดิม!

        จนกระทั่งวันที่สาม เงินเดิมพันก็ถูกโอนเข้ามาในบัญชีของเย่เทียนจนได้

        เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายคงจะใช้เวลารวบรวมเงินอย่างยากลำบาก

        แต่เย่เทียนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะตอนนี้เขามีคะแนนดวงดาวเกือบ 300 ล้านคะแนนแล้ว

        เมื่อได้รับเงินทั้งหมดมา

        เย่เทียนก็ซื้อบ้านในราคาประมาณ30 ล้านคะแนนดวงดาวมันเป็นวิลลาขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำในเมืองฉินเฟิง ทิวทัศน์ที่นี่สวยงามมาก แต่ค่อนข้างห่างไกลจากใจกลางเมือง

        อย่างไรก็ตามเย่เทียนไม่ได้คิดจะอาศัยอยู่ในเมืองฉินเฟิงอย่างถาวรเขาจึงไม่จำเป็นต้องซื้อวิลลาที่ทำเลดีมากเกินไป

        หลังจากจัดการเรื่องบ้านเสร็จสิ้นเย่เทียนก็มาถึงหอการค้าเพื่อซื้อสมบัติบางอย่าง

        สมบัติธาตุดิน ผลึกแห่งปราณปฐพีสามารถช่วยให้ผู้ที่มีพรสวรรค์ธาตุดินระดับลึกลับใช้ในการขัดเกลาร่างกายได้ มันเป็นสมบัติที่ไม่เลวเลยและยังมีมูลค่าสูงถึง 5.2 ล้านคะแนนดารา

        จากนั้นเย่เทียนก็ซื้อหยดวารีระดับห้าที่มีมูลค่าถึง90 ล้านคะแนนดวงดาวแต่ประสิทธิภาพของมันเหนือกว่าระดับสามที่เขาเคยใช้ก่อนหน้านี้หลายเท่า

        และสุดท้าย

        เย่เทียนก็ยังซื้ออาวุธระดับตะวันมาอีกชิ้นซึ่งมันมีมูลค่าสูงถึง 100 ล้านคะแนนดวงดาว

        ด้วยอาวุธชิ้นนี้มันจะทำให้เย่เทียนแข็งแกร่งขึ้นมากแม้ว่าเขาจะต้องสูญเสียเงินไปมหาศาล แต่เขาก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่าแก่การลงทุน

        ด้วยเหตุนี้สรุปได้ว่าเขาใช้จ่ายเงินไปทั้งหมด225.2 ล้านคะแนนดวงดาวทำให้เขาหลงเหลือเงินอยู่ไม่กี่สิบล้านเท่านั้น

        ในวันถัดมา เย่เทียนก็เริ่มเก็บตัวและฝึกฝน

        ด้วยพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับบรรพกาลบวกกับสมบัติอีก 2 ชิ้น และทักษะเร่งเวลาส่งผลให้ความเร็วในการฝึกฝนของเย่เทียนเร็วกว่าแต่ก่อนหลายเท่า

        เขาลองคำนวณดูคร่าวๆ เขาจะใช้เวลาเพียง1 เดือนก็สามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่12 ได้

        “ฝึกฝนอย่างเต็มกำลังรีบทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 12 ให้ได้ภายในหนึ่งเดือน!”

        เย่เทียนตั้งเป้าหมายกับตัวเอง

        เวลาค่อยๆ ผ่านไป หนึ่งเดือนผ่านไปในพริบตา

        ในวันนี้

        เย่เทียนกำลังดูดซับปราณปฐพีที่แฝงอยู่ผลึกแห่งปราณปฐพีเพื่อขัดเกลาร่างกายและในตอนนี้ ด้วยการถูกดูดซับอย่างต่อเนื่องทำให้ผลึกแห่งปราณปฐพีมันหดเล็กลงเหลือขนาดเพียงนิ้วหัวแม่มือเท่านั้น

        “ถึงขีดจำกัดแล้วต่อไปก็จะเข้าสู่ขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 12 แล้ว!”

        เย่เทียนพึมพำ

        ทันใดนั้นเขาก็อ้าปากกว้างและสูดลมหายใจที่เหลืออยู่เข้าไปในท้องของเขาจากนั้นเขาก็ดูดซับพลังงานจากผลึกแห่งปราณปฐพีอย่างบ้าคลั่ง และเริ่มทะลวงขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่12

        ตูม!!! เสียงระเบิดดังกึกก้อง

        เสียงระเบิดนี้ดังขึ้นภายในร่างกายของเย่เทียนในตอนนี้ขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 12 ได้ถูกทำลายอย่างง่ายดายเรียบร้อยแล้ว

        จากนั้นพลังปราณปฐพีที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ทำหน้าที่ทดแทนพลังงานที่เย่เทียนต้องการเพื่อเปลี่ยนแปลงร่างกายของเขา

        ไม่นานพลังปราณปฐพีก็หมดลง

        วูปปป!!!

        หินปราณจำนวนมากปรากฏขึ้นหินปราณเหล่านี้คือหินปราณที่เขาเพิ่งซื้อมาเมื่อไม่นานมานี้ รวมแล้วเย่เทียนมีมันทั้งหมด5 ล้านก้อน

        หลังจากดูดซับหินปราณ 5 ล้านก้อนจนหมดสิ้น บวกกับปราณบริสุทธิ์ที่อยู่ภายในห้องฝึกฝนระดับดาราภายในวิลลาในที่สุดเขาก็สามารถเติมเต็มความต้องการของร่างกายได้

        ไม่นานหลังจากนั้น ร่างกายของเย่เทียนก็เปลี่ยนไป

        เขาทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่12 ได้สำเร็จ ส่งผลให้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย