การหวนกลับมาที่แดนเซียนอีกครั้ง

    บทที่ 47  การหลอมรวมอาวุธรากฐานแห่งชีวิต 

    บทที่ 47 

    การหลอมรวมอาวุธรากฐานแห่งชีวิต 

    การเตรียมการทุกอย่างเสร็จแล้วเจียงเฟิงไม่ต้องใช้วัตถุช่วยเหลืออย่างคนอื่นๆเขา 

    เป็นเพราะว่าตัวของเขานั้นจะใช้อักขระยันต์พิเศษในการหลอมรวม 

    เจียงเฟิงนำเอาพู่กันขึ้นมา จากนั้นก็นำหมึกวิญญาณที่เป็นของที่ไม่ธรรมดาออกมาแล้วก็วาดลงที่พื้น 

    หมึกวิญญาณมันเป็นหมึกชนิดพิเศษที่มีต้นกำเนิดมาจากปลาชนิดหนึ่งที่มีความพิเศษเป็นอย่างยิ่ง 

    แน่นอนว่ามันเป็นอสูรวิญญาณด้วยปลาตัวนี้มันมีลำตัวเป็นสีดำสนิท แถมเมื่อมันแหวกว่ายผ่านน้ำตรงไหนน้ำในส่วนนั้นก็จะเปลี่ยนกลายเป็นสีดำ 

    ใช่แล้วมันสามารถเปลี่ยนน้ำธรรมดาให้กลายเป็นน้ำหมึกวิเศษได้ 

    โดยน้ำหมึกที่ถูกเปลี่ยนโดยปลาชนิดนี้ มันเองก็จะเป็นหมึกวิญญาณที่มีพลังปรานฟ้าดินอยู่ภายในตัวหมึก

    ของเช่นนี้เดิมทีแล้วมันไม่ใช่ของธรรมดาทั่วไป คนที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่มีความสามารถในการวาดยันต์

    เจียงเฟิงขอให้บิดาของตนเองเตรียมของชิ้นนี้เอาไว้เพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น

    แน่นอนว่าด้วยทรัพย์สินที่บิดาของตนเองสะสมมาตลอดหลายปีมีของชิ้นนี้ก็ไม่แปลก

    เพราะยังไงซะของชิ้นนี้ก็ไม่ได้หายากขนาดนั้น เพียงแต่ว่ามันเป็นของเฉพาะทางที่ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถใช้งานได้

    เจียงเฟิงเริ่มวาดยันต์ลงที่พื้น ผ่านไปสักพักนึงทั่วทั้งห้องแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยอักขระยันต์ 

    แน่นอนว่าวิชาอักขระยันต์ตัวของเขาเองก็ได้รับถ่ายทอดมาเช่นเดียวกัน 

    ทำให้พูดตามจริงเจียงเฟิงกับถนัดวิชาอักขระยันต์มากกว่าการต่อสู้เสียอีก 

    อันที่จริงแล้วเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วท่านอาจารย์ของเขา บอกว่าทักษะต่อสู้ของเขายังไม่ได้ครึ่งของทักษะยันต์ที่เขานั้นวาดเลยด้วยซ้ำ 

    เรื่องนี้เจียงเฟิงไม่ปฏิเสธ เขาไม่ได้เป็นคนที่มีพรสวรรค์ในด้านนี้ 

    เพียงแต่ว่ารู้สึกว่าการนั่งวาดยันต์อยู่ที่บ้าน มันสบายกว่าตอนที่โดนเตะออกไปให้ไปต่อสู้กับพวกวิญญาณทมิฬ

    ตัวของเขาเลยชื่นชอบมันเป็นอย่างยิ่งในตอนนั้น เพราะว่ามันไม่ต้องออกไปต่อสู้เสี่ยงชีวิต

    เพราะแบบนี้มันเลยทำให้เขานั้นค่อนข้างจะประสบความสำเร็จในด้านวิถีแห่งการวาดยันต์

    อักขระทั้งหมดถูกเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

    เจียงเฟิงกลับมานั่งตรงตำแหน่งเดิมของตนเอง

    ด้านหน้าของเขาก็เป็นท่อนไผ่หยกที่มันบินวนไปมาอย่างกับเด็ก

    เจียงเฟิงยิ้มแล้วมองไปที่มัน “แม้ว่าตอนนี้เจ้าจะยังไม่รู้เรื่องมากนัก”

    “แต่ว่าพวกเราอยู่ด้วยกันมานาน”

    “แน่นอนว่าพวกเราควรจะเรียกว่าเป็นสหายมากกว่าเป็นเจ้านายแล้วก็ข้ารับใช้”

    “ข้าเองก็คิดแบบนั้นต่อให้เจ้ามาหลอมรวมเป็นอาวุธรากฐานแห่งชีวิตของข้าแล้ว”

    “ฐานะของเจ้าเองก็จะไม่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นเดียวกัน”

    “เอาละสหาย มา!”

    หลังจากพูดจบทั่วทั้งห้องแห่งนี้ก็ส่องแสงสว่างไสวขึ้นมา

    แน่นอนว่าแสงสว่างไสวที่มันปรากฏขึ้นมันปรากฏขึ้นมาจากบริเวณพื้น

    ในตอนนี้อักขระทั้งหมดที่ถูกวาดลงที่พื้นส่องแสงสว่างไสว

    หลังจากนั้นไม่นานมันเริ่มค่อยๆมีอักขระตัวเล็กๆมากมายค่อยๆลอยขึ้นมาจากพื้น

    เจียงเฟิงที่นั่งอยู่ด้านหน้าภายในร่างกายของเขาเมล็ดบ่มเพาะก็ส่องแสงขึ้นจากหน้าอก

    นี่คือเมล็ดรากฐานแห่งการบ่มเพาะของผู้ฝึกปราณในขอบเขตแรกของเขา

    แน่นอนว่ามันเป็นเหมือนกับเมล็ดพืชเล็กๆ แต่ว่ามันกลับเป็นเมล็ดที่มีสีทองแถมยังมีขนาดใหญ่กว่าเมล็ดบ่มเพาะของขอบเขตแรกของผู้อื่น

    ในตอนนี้เมล็ดขอบเขตบ่มเพาะนั้นปล่อยเส้นสายใยบางอย่างออกมา

    มันเหมือนกับเส้นด้ายเล็กๆที่ปล่อยลอยไปในอากาศ

    แล้วมันเองก็ไปสัมผัสเข้ากับตัวของเจ้าต้นไผ่หยกที่อยู่ด้านหน้า

    ในตอนนี้แสงสว่างไสวปรากฏขึ้นล้อมรอบร่างกายของทั้งสอง

    หนึ่งมนุษย์และก็หนึ่งอาวุธวิเศษที่พึ่งเบิกสติปัญญาได้ไม่นาน

    ทั้งสองอยู่ร่วมกันมาตั้งแต่ยังเด็ก

    เจียงเฟิงมักจะถือท่อนไผ่เขียวอยู่ภายในมือของตนเองตลอดเวลา

    แน่นอนว่าเจ้าท่อนไผ่เขียวในตอนนั้นก็มีต้นกำเนิดมาเป็นต้นไผ่วิญญาณแล้ว

    แม้ว่ามันจะยังไม่ได้เบิกสติปัญญาอย่างเต็มที่แต่มันเองก็มีความรู้สึก

    มันรู้ได้ว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้านั้นเป็นคนที่มีสายใยกับมันมาตั้งแต่เมื่อก่อน

    เพราะแบบนั้นเมื่อมันเบิกสติปัญญาได้มันจึงแสดงท่าทางร่าเริงแล้วก็บินวนรอบร่างกายของเจียงเฟิง

    เป็นเพราะว่ามันจดจำความรู้สึกที่เจียงเฟิงส่งออกมาจากร่างกายได้

    ในตอนนี้เมื่อสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเจียงเฟิงแน่นอนว่ามันไม่ได้ปฏิเสธ

    ในขณะเดียวกันต้นไผ่หยกเขียวก็ปล่อยเส้นด้ายวิญญาณออกมาเช่นเดียวกัน 

    เส้นด้ายวิญญาณทั้งสองประสานเข้าหากัน และแล้วการหลอมรวมอาวุธรากฐานแห่งชีวิตชิ้นแรกก็เสร็จสิ้น

    เจียงเฟิงสัมผัสได้ถึงการเชื่อมโยงของอาวุธที่อยู่ภายในมือของเขา 

    ในตอนนี้รูปร่างของเจ้าท่อนไผ่หยกมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ 

    เมื่อเพียงแค่เขานึกคิดมันเองก็กลายเป็นกระบี่ไผ่ ที่มีสีเขียวมรกตแถมยังส่องแสงสว่างไสวออกมามองดูก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็นอาวุธวิเศษ 

    แต่ว่าหลังจากที่เขาปล่อยมือจากมันเจ้ากระบี่ไผ่มันก็เปลี่ยนกลายเป็นท่อนไผ่ยาวเหมือนเดิม 

    เจียงเฟิงค่อนข้างจะพึงพอใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ 

    ดูเหมือนว่าเจ้าท่อนไผ่เขียวเองก็จะได้รับผลกระทบจากการที่มันหลอมรวมกับเขาเช่นเดียวกัน 

    ความรู้สึกของทั้งสองเหมือนเชื่อมโยงเข้าหากัน 

    ในขณะเดียวกันเจ้าท่อนไผ่ก็เหมือนว่าจะได้รับพลังบางอย่างเพิ่มเข้ามา 

    มันพุ่งไปบริเวณรอบๆก่อนที่มันจะพุ่งหายเข้าไปภายในหน้าอกของเจียงเฟิง

    เจียงเฟิงไม่ได้แปลกใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะว่าเขารู้ว่าอาวุธวิเศษเมื่อหลอมรวมกับเมล็ดรากฐานแห่งชีวิตแล้ว 

    พวกมันจะเข้าไปอยู่อาศัยภายในเมล็ดรากฐานแห่งการบ่มเพาะ 

    พวกมันจะเหมือนกับว่ามีโลกขนาดเล็กเป็นของตนเอง 

    เจียงเฟิงหลับตาของตนเองลงเขาสัมผัสถึงเมล็ดรากฐานแห่งการบ่มเพาะของผู้ฝึกปราณของเขา 

    ในตอนนี้เมื่อลองสัมผัสดูแล้วเขาเองก็พบว่าด้านในมันเหมือนกับโลกใบเล็ก 

    โดยที่โลกทั้งใบมีต้นไผ่เขียวจำนวนมากถูกปลูกอยู่ เป็นโลกที่เขียวขจีและเต็มไปด้วยปราณวิญญาณแห่งชีวิต 

    อาจจะเป็นเพราะว่าขอบเขตแรกของเขาเป็นขอบเขตที่ดูดซับพลังธาตุไม้อันบริสุทธิ์ 

    มันเลยทำให้เจ้าท่อนไผ่เขียวเมื่อเข้ามาอยู่ภายในโลกใบนี้ มันสามารถได้รับประโยชน์จากการที่มีพลังธาตุไม้อันบริสุทธิ์มากมายขนาดนี้

    ทำให้มันสามารถบ่มเพาะตนเองได้ เจียงเฟิงเองก็ยินดีด้วยเช่นเดียวกัน

    ถ้าเป็นเช่นนี้ก็แสดงว่าเขาไม่ต้องพึ่งพาเพียงแค่พวกแกนวิญญาณบริสุทธิ์ของพวกวิญญาณทมิฬอีกแล้ว

    เพียงแค่เขาดูดซับพลังธาตุไม้อันบริสุทธิ์เข้ามาภายในเมล็ดรากฐานของขอบเขตแรกของเขา

    มันเองก็สามารถทำให้เจ้าท่อนไผ่เขียวสามารถดูดซับแล้วก็เอาพลังพวกนั้นไปบ่มเพาะตนเองได้

    บางทีในอนาคตเขตขั้นของมันก็คงจะเพิ่มสูงขึ้น อาจจะกลายเป็นอาวุธเซียนในอนาคตก็ได้

    เพราะแบบนั้นในตอนนี้ในใจมีทั้งความยินดีและก็ความตื่นเต้น

    แน่นอนว่าเขาคาดหวังกับการพัฒนาในอนาคตของมันด้วยเช่นเดียวกัน

    หลังจากที่ทำทุกอย่างจนเสร็จในตอนนี้เจียงเฟิงก็เดินออกไปด้านนอก

    หลังจากที่ออกมาด้านนอกแล้วเมื่อทุกคนเห็นว่านายน้อยของตนเองปลอดภัย

    พวกเขาเองก็ย่อมแสดงท่าทางโล่งใจออกมา

    ไม่ว่าจะเป็นการปิดด่านเพื่อทะลุขอบเขต หรือแม้กระทั่งการหลอมรวมอาวุธรากฐานของชีวิตล้วนแล้วเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญของผู้ฝึกตน

    คนส่วนใหญ่มักจะมีคนคุ้มกันแล้วก็คนคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ เพื่อที่จะสังเกตการเหตุการณ์ทั้งหมดและก็คอยช่วยเหลือ

    แต่ว่านายน้อยของพวกเขากลับไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวเกี่ยวกับเหตุการณ์พวกนี้เลย

    เรียกได้ว่าปิดด่านด้วยตนเองและก็ไม่ได้สนใจคนอื่นเลยด้วยซ้ำ  นี่จึงทำให้ทุกคนกังวล

    คล้ายกับเรื่องการหวนกลับมาที่แดนเซียนอีกครั้ง ที่คุณอ่าน

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500