มีบางคนที่ไม่ยอมแพ้ ะโลงจากท่าเรือ พยายามยื่นมือไปคว้ากราบเรือ
ผลคือถูกบ่าวบนเรือฟาดมืออย่างแรง จนพลัดตกลงไปในแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว
เดิมทีก็หิวจนไม่มีแรงอยู่แล้ว คนผู้นั้นดิ้นรนเพียงสองสามครั้งก็หายวับไปจากผิวน้ำ ไร้ร่องรอย
“ท่านพี่!” หญิงผู้หนึ่งหมอบลงข้างท่าเรือพลางร้องไห้โฮ
หากไม่ใช่เพราะคนในครอบครัวที่อยู่ข้างกายรั้งไว้ นางคงะโตามลงไปแล้ว
เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของหญิงผู้นั้นส่งผลต่อผู้ประสบภัยโดยรอบ ในชั่วพริบตา เสียงร้องไห้ก็ดังระงมไปทั่วท่าเรือ
คนตระกูลหลี่ยังไม่ทันเดินเข้าไปใกล้ ในใจก็รู้สึกหนักอึ้ง
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า การจะนั่งเรือไปพึ่งพิงครอบครัวท่านน้าที่เมืองหลวงนั้น เกรงว่าจะยากเสียแล้ว
แต่หากจะเดินเท้าไป ระยะทางไกลนับพันลี้ ไม่ต้องพูดถึงความลำบาก แค่บอกว่าตลอดทางเต็มไปด้วยอุปสรรคและอันตรายนับไม่ถ้วน จะรับประกันความปลอดภัยของคนทั้งครอบครัวได้อย่างไร?
แม่เฒ่าหลี่กำกล้องยาสูบในมือแน่น ในใจเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง นางก็ชี้ไปยังพื้นที่ว่างแห่งหนึ่งที่ห่างจากกลุ่มผู้ประสบภัย แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ไปพักเท้าตรงนั้นก่อน แล้วพวกเราค่อย ๆ คิดหาทางกัน”
คนตระกูลหลี่รีบจัดการที่พักอย่างรวดเร็ว ราวกับััได้ถึงบรรยากาศตึงเครียดระหว่างผู้ใหญ่ แม้แต่เ้าตัวแสบอย่างเจียสี่และเจียอัน ก็ยังนั่งนิ่ง ๆ อยู่ด้านข้างอย่างว่าง่าย ไม่วิ่งซน
แม่เฒ่าหลี่และลูกชายหลายคนเดินวนรอบท่าเรืออยู่สองรอบ แต่ก็ไม่พบความหวังแม้แต่น้อยที่จะได้นั่งเรือ จึงได้แต่เดินคอตกกลับมา
เจียอินซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเถาหงอิง คิ้วเล็ก ๆ ขมวดเข้าหากัน เริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาบ้างแล้ว
เื่อาหารนางยังพอแอบจัดการได้ แต่เื่เรือ...
นางคงไม่สามารถเสกเรือออกมาจากความว่างเปล่าได้หรอก!
“ทำอาหารก่อนเถอะ เด็ก ๆ หิวกันหมดแล้ว”
แม่เฒ่าหลี่กลุ้มใจจนดูเหมือนแก่ลงไปหลายปีในทันที นางเคาะกล้องยาสูบจนลืมใส่ยาเส้นลงไป
หากไม่มีวิธีอื่นจริง ๆ ครอบครัวใหญ่ของพวกนางคงต้องเดินเท้าพันลี้ไปยังเมืองหลวง
แม่เฒ่าหลี่เงยหน้ามองท้องฟ้าสีเหลืองหม่นทางทิศใต้ พลางถอนหายใจออกมาแรงราวกับมีไฟลุก
เพราะมีเจียอินแอบส่งอาหารให้ มื้อค่ำของคนตระกูลหลี่จึงอิ่มหนำสำราญอีกครั้ง
ผู้ประสบภัยข้างท่าเรือหิวจนท้องกิ่ว เมื่อได้กลิ่นหอมของธัญพืชลอยมาจากทางตระกูลหลี่ ดวงตาก็เป็ประกายด้วยความอยาก
แต่ตระกูลหลี่มีผู้ชายหลายคน ในมือถือมีดตัดฟืนวาววับ ผู้ประสบภัยเ่าั้จึงได้แต่จ้องมอง ไม่กล้าบุกเข้ามาแย่งชิงจริง ๆ
เมื่อราตรีมาเยือน เรือโดยสารลำใหญ่และหรูหราลำหนึ่งค่อย ๆ จอดเทียบท่า
ข้างเรือมีบ่าวร่างกำยำยืนอยู่หลายคน ในมือแต่ละคนถือไม้พลองหนาเท่าแขน แววตาดุดัน
ผู้ประสบภัยที่เดิมทีเตรียมจะพุ่งเข้าไป เมื่อเห็นดังนั้นก็รีบหดหัวกลับทันที
แม่เฒ่าหลี่กำลังพิงรถลาพักผ่อน กองไฟห่างออกไปสองก้าวส่งเสียงเปรี๊ยะ ๆ เมื่อได้ยินความเคลื่อนไหว นางจึงปรือตาขึ้นมอง
เรือลำนี้ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็ของพวกกุ้ยเหรินผู้มั่งคั่ง ไม่มีทางที่จะรับผู้ประสบภัยไปด้วยแน่นอน
นางถอนหายใจเบา ๆ พลางหันไปมองหลานสาวตัวน้อยที่หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของเถาหงอิง ในแววตามีความหวังผุดขึ้นมาเล็กน้อย
หลานสาวตัวน้อยมีวาสนา หวังว่าครั้งนี้จะนำความหวังมาสู่ครอบครัวได้
“ท่านแม่ ท่านแม่ ดูเร็ว มีคนลงมาจากเรือแล้ว”
หลี่เหลาซานสะกิดแม่เฒ่าหลี่เบา ๆ น้ำเสียงทั้งตื่นเต้นและเร่งรีบ
เรือลำใหญ่ทอดสะพานลงมาที่ท่าเรือ ไม่นานก็มีคนะโลงมาหลายคน
ชายวัยกลางคนที่เป็ผู้นำผมหวีเรียบร้อย แม้เสื้อผ้าที่สวมจะไม่ใช่ผ้าไหมชั้นเลิศ แต่ก็เป็เนื้อผ้าดีที่คนตระกูลหลี่ไม่ค่อยได้เห็น ดูแล้วไม่ใช่คนธรรมดา
ด้านหลังชายผู้นั้นมีบ่าวตามมาสองคน หลังจากลงเรือก็มองซ้ายมองขวาอยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อเห็นทางตระกูลหลี่ ก็เดินตรงดิ่งเข้ามาหาทันที
“ผู้เฒ่า ข้าอยากซื้อแพะนมตัวนี้ของบ้านเ้า จะเอาเป็เงินหรือธัญพืช เ้าลองเสนอราคามาเถิด”
ชายผู้นั้นมองปราดเดียวก็รู้ว่าแม่เฒ่าหลี่ที่ถูกคนในครอบครัวล้อมรอบคือผู้มีอำนาจตัดสินใจ จึงเดินมาหยุดตรงหน้านางและแจ้งจุดประสงค์อย่างตรงไปตรงมา
แพะนมถูกผูกไว้กับรถลา สงสัยจะหิวจึงส่งเสียงร้องแบะ ๆ
แม่เฒ่าหลี่ฟังแล้วชะงักไป มิน่าเล่า คนพวกนี้ถึงมุ่งตรงมาที่พวกเขา ที่แท้ก็ตาถึงเห็นแพะของนาง
แต่แพะตัวนี้เป็อาหารของหลานสาว เนื่องจากลูกสะใภ้สี่มีน้ำนมน้อย
หากขายแพะไป ฝูหนิ่วต้องหิวโหยแน่นอน
แม่เฒ่าหลี่กำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่อู๋ชุ่ยฮวาที่อยู่ข้าง ๆ กลับดึงรั้งแม่เฒ่าหลี่ไว้
“ท่านแม่!”
นางดูออกแล้วว่า เพื่อยัยเด็กคนนั้น แม่สามีถึงกับยอมทิ้งธัญพืชที่ส่งมาถึงมือได้!
นางรีบขยับเข้าไปใกล้แม่เฒ่าหลี่
“ท่านแม่ แพะตัวนี้ตามพวกเราไปก็เป็ภาระ คนพวกนี้ดูท่าทางจะไม่ขาดแคลนเงินทอง พวกเราขอธัญพืชให้มากหน่อย แล้วขายแพะไปเถอะเ้าค่ะ”
แม่เฒ่าหลี่หน้าตึง ถลึงตาใส่อู๋ชุ่ยฮวาอย่างแรง
“ไม่ได้ ฝูหนิ่วต้องดื่มนมแพะ...”
นางยังพูดไม่ทันจบ อู๋ชุ่ยฮวาก็ไม่รู้เอาความกล้ามาจากไหน ถึงกับพูดแทรกขึ้นมา
“ท่านแม่ ท่านก็รู้ว่าบ้านเราเหลือธัญพืชเท่าไหร่ หงอิงใช่ว่าจะไม่มีน้ำนม? หรือท่านจะยอมให้คนทั้งครอบครัวต้องหิวโหย เพียงเพื่อเด็กคนเดียวจริง ๆ หรือ?”
อู๋ชุ่ยฮวาะโตัวลอยตัดพ้อแม่เฒ่าหลี่ ลืมไปเสียสนิทว่าหลายวันที่ผ่านมานางไม่ได้อดมื้อกินมื้อเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเจียอิน
“เ้าหุบปากเดี๋ยวนี้!” แม่เฒ่าหลี่เห็นท่าทางน่ารังเกียจของอู๋ชุ่ยฮวา ก็แทบอยากจะบีบคอนางให้ตาย
ตอนนั้นทำไมถึงเลอะเลือน ถึงได้แต่งยัยตัวแสบที่ชอบสร้างปัญหาคนนี้ให้ลูกชาย!
เถาหงอิงกลัวว่าแม่สามีจะโกรธจนเป็ลม จึงอุ้มเจียอินเดินขึ้นหน้า แล้วเอ่ยถาม
“นายท่าน ข้าขอเสียมารยาทถามสักคำ ท่านซื้อแพะไปเพื่อทำสิ่งใดหรือ?”
นางคิดอย่างถี่ถ้วน หากเพียง้านมแพะ ตระกูลหลี่สามารถรีดนมขายให้ได้ แต่หาก้าตัวแพะ ย่อมไม่ได้เด็ดขาด
ชายวัยกลางคนผู้นั้นเป็ผู้ดูแล การทำงานของเขามักใช้เงินนำทางเสมอ น้อยครั้งที่จะไม่สำเร็จ ไม่นึกเลยว่าจะมาตกม้าตายกับครอบครัวผู้ประสบภัย
เขารู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ปกปิด จึงเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงเ็า
“คุณหนูบ้านข้าเพิ่งอายุได้ครึ่งขวบ แม่นมที่พามาด้วยเกิดเมาเรือ ่นี้เบื่ออาหารจนไม่มีน้ำนม ฮูหยินร้อนใจยิ่งนัก พอดีมองลงมาจากบนเรือเห็นว่าพวกเ้ามีแพะนมอยู่ จึงสั่งให้พวกเรามาขอซื้อกลับไป”
เมื่อได้ฟังดังนั้น คนตระกูลหลี่จึงเข้าใจเื่ราว
ไม่ว่าจะเกิดในตระกูลสูงหรือต่ำ เด็กย่อม้าการดูแลเอาใจใส่เป็พิเศษ
พอแม่เฒ่าหลี่ได้ยินว่ามีเด็กบนเรือต้องอดอยาก ย่อมไม่อาจนิ่งดูดายได้
แต่หลานสาวของตนเองก็ต้องดื่มนมเช่นกัน นางไม่สามารถขายได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
“นายท่าน ท่านดูเถิด หลานสาวข้ายังไม่ครบเดือนเลย หากไม่มีนมแพะ นางคงต้องอดตายแน่ ๆ ต้องขออภัยจริง ๆ แพะตัวนี้พวกเราขายไม่ได้”
นางพูดพลางอุ้มเจียอินเข้ามาใกล้ ๆ
“ท่านแม่!” อู๋ชุ่ยฮวาได้ยินคำพูดของแม่สามี ก็ร้องออกมาด้วยความไม่พอใจทันที แต่หลังจากนั้นก็ถูกหลี่เหลาเอ้อร์ปิดปากแล้วลากออกไปด้านข้าง
ผู้ดูแลวัยกลางคนก้มลงมอง
เจียอินใช้ดวงตากลมโตสีดำขลับจ้องมองเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เมื่อถูกดวงตาที่ใสซื่อคู่นี้จ้องมอง หัวใจที่แข็งกระด้างก็อ่อนลง
แต่เมื่อนึกถึงคุณหนูที่บ้านซึ่งหิวจนใบหน้าซูบผอม เขาก็รู้สึกสงสารยิ่งนัก
ตอนอยู่บนเรือ นึกว่าโชคดีที่ได้เจอแพะนม แต่ตอนนี้ถึงรู้ว่าเป็เพียงความหวังลม ๆ แล้ง ๆ
เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “ในเมื่อเป็เช่นนี้ ถ้าอย่างนั้น...”
เจียอินถูกผ้าอ้อมพันธนาการมือเท้าไว้ ตอนนี้จึงร้อนใจยิ่งนัก
นางพยายามดึงแขนข้างหนึ่งออกมาให้ได้ แล้วชี้ไปยังเรือลำใหญ่ที่ท่าเรือพลางร้อง “อา อา!”
แม่เฒ่าหลี่นึกว่าหลานสาวสงสัย จึงตบผ้าอ้อมเบา ๆ กำลังจะปลอบประโลม ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว!
“เอ๊ะ พี่ชาย ท่านรอเดี๋ยว!”
ผู้ดูแลวัยกลางคนนึกว่าแม่เฒ่าหลี่เปลี่ยนใจ จึงหันกลับมามองนางด้วยความคาดหวังทันที
“ท่านเปลี่ยนใจแล้วหรือ?” เขาตื่นเต้นจนเปลี่ยนคำเรียกขาน
แต่แม่เฒ่าหลี่ส่ายหน้า “เปล่า ไม่ใช่ พี่ชาย แพะตัวนี้พวกเราไม่ขายเด็ดขาด แต่ไม่ว่าบ้านไหนก็มีลูก ข้าได้ยินว่าคุณหนูบ้านท่านต้องอดอยาก ข้าก็ไม่สบายใจ เอาอย่างนี้ ข้ามีข้อเสนอหนึ่ง ท่านลองฟังดูว่าตกลงหรือไม่?”