อสูรสยบสวรรค์

    อสูรสยบสวรรค์ ตอนที่ 46 : ไล่ล่า

    นนท์ออกเดินทางจากสำนักหุบเขาเหมันต์ โดยการเหาะมุ่งตรงไปที่เมืองจาง ตลอดทางใช้ออกด้วยกฎเกณฑ์แห่งเต๋าผสานเนตรมังกร ตรวจสอบสิ่งผิดปกติต่างๆ


    " ไปดูที่เขาอสูรดีกว่า " เมื่อถึงเขาอสูร


    " เจ้าหนุ่ม ระวังตัวให้มากข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมาร " จิตทัศนะเตือนนนท์ 


    " ขอบคุณผู้อาวุโส " ทั่วสรรพางค์กายพลันตื่นตัว นนท์เคลื่อนที่ช้าลง 


    " ผู้อาวุโส เหตุใดมารจึงอยู่ที่นี่ ก่อนที่ข้าจะปิดตนนั้น เขาอสูรยังมิมี " นนท์สงสัยว่าเหตุใดเขาอสูรจึงมีกลิ่นอายของมารได้


    " ข้าก็ไม่รู้ " จิตทัศนะตอบ 


    " ช่วยด้วย " เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังลอยมา นนท์ใช้เนตรมังกรหาที่มาของเสียง " เจอแล้ว " เร่งทะยานร่างไปที่ต้นเสียง


    หมาป่าเกราะเหล็กสัตว์อสูรระดับหกสูงสุด หากเทียบกับผู้ฝึกตนจะอยู่ระดับราชันย์เทวะขั้นที่เก้าสูงสุด กระโจนเข้าใส่ชายเคราะห์ร้าย


    " เปรี้ยง " นนท์ฟาดฝ่ามือใส่หมาป่าเกราะเหล็ก หมาป่าเกราะเหล็กรับรู้ถึงอันตรายพุ่งกระโจนหลบหลีกฝ่ามือของนนท์


    " พี่ชาย รีบไปเถิด " นนท์ไล่ชายเคราะห์ร้าย พร้อมใช้เนตรมังกรตรวจสอบหมาป่าเกราะเหล็ก ไอมารแผ่กระจายจากตัวของหมาป่าเกราะเหล็ก 


    " กรร " หมาป่าเกราะเหล็กพุ่งกระโจนเข้าหา นนท์ชกหมัดแปดอัสนีสวนออกไป


    " เปรี้ยง " เสียงอัสนีร้องสะเทือนลั่นเขาอสูร อัสนีหนึ่งสายพวยพุ่งออกจากหมัดของนนท์


    " ตูม " อัสนีหนึ่งสายปะทะกับร่างหมาป่าเกราะเหล็ก ร่างของมันเหยียดถอยหลัง " แข็งแกร่งจริง " นนท์พึมพำ


    " กรร " เกราะเหล็กแข็งแกร่งไร้ริ้วรอย พร้อมกระโจนเข้าใ่ส่นนท์อีกครั้ง


    พลันบังเกิด ห้วงดาราจักรวาลมังกรทอง ดาราส่องแสงเปล่งประกายวิบวับ แรงกดดันระดับราชันย์เทวะขั้นที่เก้าสูงสุดแผ่ขจายจากจักรวาลมืดมิด


    " โฮก " เสียงคำรามดังสนั่นกึกก้องทั่วทุ่งเขาอสูร มังกรทองใหญ่ยักษ์ลอยวนเวียนอยู่เหนือท้องฟ้าเขาอสูร


    นนท์ใช้หมัดแปดอัสนีขั้นสูงสุดผสานกฎเกณฑ์แห่งดาราจักรวาลมังกรทอง " เปรี้ยงๆๆๆๆๆๆๆ " เสียงอัสนีบาตดังลั่นสนั่นทุ่ง


    ท้องฟ้ามืดหม่นราวกับบังเกิดพายุอัสนี อัสนีสีม่วงแปดเส้นสายพวยพุ่งออกจากหมัดของนนท์ ฉับพลันแปรเปลี่ยนผสานกฎเกณฑ์แห่งดาราจักรวาลมังกรทอง


    กลับกลายคล้ายดั่งมังกรทองม่วงอัสนีบาต มังกรทองม่วงอัสนีบาตแปดตนพวยพุ่งเข้าสู่หมาป่าเกราะเหล็ก


    " ตูม " พื้นสะท้านดินสะเทือน ฝุ่นควันคละคลุ้ง สิ้นเสียงกัมปนาท บังเกิดหลุมใหญ่นับร้อยจั้ง ร่างของหมาป่าเกราะเหล็กปลิวเคว้งตามแรงหมัดที่ใช้ออก


    ตกกระแทกพื้นไถลไปไกลนับได้ราวสิบลี้ ร่างที่ไถลไปบังเกิดร่องรอยลากยาวไปตามพื้น นนท์ทะยานร่างไล่ตาม 


    สุดแรงส่งหมาป่าเกราะเหล็กโซเซลุกยืน โทษะพวยพุ่ง ร่างเงาดำมืดล่องลอยอยู่ด้านหลังเข้าครอบงำ เงามืดเลวร้ายครอบครองจิตใจ


    ฉับพลันกายยืดขยายยาวใหญ่นับสิบฉื่อ ( 1 ฉื่อ ประมาณ 10 นิ้ว ) กลิ่นอายมารร้ายแผ่กระจาย เพลิงโทษะลุกโชน พุ่งกระโจนเข้าใส่หวังจะบดขยี้นนท์ให้สิ้นซาก


    " เจ้าหนุ่ม ใช้ฝ่ามือสยบมารถึงจะจัดการหมาป่าเกราะเหล็กได้ " จิตทัศนะแนะ


    นนท์ใช้ออกด้วยฝ่ามือสยบมารผสานกฎเกณฑ์แห่งดาราจักรวาลมังกรทอง 


    " ฟึ๊บ " ฝ่ามือสยบมารสีทองใหญ่นับสิบจั้ง พุ่งไปที่หมาป่าเกราะเหล็ก


    แรงกดดันที่มากล้นของกฎเกณฑ์ดาราจักรวาลมังกรทอง ยึดตรึงกายใหญ่ของหมาป่าเกราะเหล็กไว้ 


    " ตูม " ฝ่ามือยักษ์สีทองปะทะร่างของหมาป่าเกราะเหล็ก " แคร๊ก " เกราะเหล็กแตกละเอียด


    กายเนื้อสัมผัสถึงอานุภาพของฝ่ามือสีทอง กายเนื้อมอดไหม้หมอกควันสีดำพลันสลาย สิ้นเสียงสะเทือน ฝุ่นควันพลันสงบ นนท์เพ่งมองไปที่หลุมขนาดใหญ่ราวสิบจั้ง 


    " ผู้อาวุโส ฝ่ามือสยบมาร เพลงกระบี่ปราบมารแท้จริงใช้กำจัดพลังมารรึ " นนท์สงสัย


    " ถูกต้อง สองวิชานี้ใช้กำจัดมารโดยเฉพาะ อย่างที่เจ้าเห็น หากใช้ฝ่ามือ หมัดธรรมดามิสามารถกำจัดมารร้ายได้ ผู้ที่สร้างสองวิชานี้ได้บรรจุกฎเกณฑฺแห่งสัจธรรมไว้ พลังมารจะแพ้ต่อกฎเกณฑฺแห่งสัจธรรม เจ้าหนุ่มหากเจ้าหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งสัจธรรมได้ จะเป็นการดีหากใช้กฎเกณฑ์แห่งสัจธรรมกำจัดพลังมาร " จิตทัศนะอธิบาย


    นนท์เหาะลอยเหนือเขาอสูร ใช้เนตรมังกรผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋าตรวจสอบพื้นที่ของเขาอสูรทั้งหมด


    " อืม ไม่มีแหล่งพลังมารเเล้ว ไปที่เมืองจางดีกว่า " นนท์พึมพำ แล้วพุ่งตรงไปที่เมืองจาง


    " ผู้เข้าเมืองจ่ายสิบเหรียญเงิน " เสียงทหารยามหน้าประตูเมืองดังขึ้น นนท์ยื่นให้หนึ่งเหรียญทอง แล้วจึงเข้าเมืองมา


    ถนนในเมือง ค่อนข้างเงียบผู้ฝึกตนมีน้อย ความคึกคักของย่านการค้าซบเซาลงเป็นอย่างมาก นนท์เร่งเดินไปที่บ้านของหวังเหอ 


    " พี่เหอ อาซ้อ ข้ามาแล้ว " นนท์เดินเข้ามาในบัาน 


    " น้องนนท์เจ้ามาแล้ว " หวังเหอต้อนรับนนท์อย่างรู้สึกไม่สู้ดี 


    " พี่เหอท่านเป็นอะไร " นนท์ถามเพราะเห็นว่าหวังเหอนั้นมีท่าทีเปลี่ยนไป


    " น้องนนท์ เหตูการณ์ที่ผู้ฝึกตนตายใครล่ะจะยิ้มอยู่ได้ " หวังเหอตอบ


    " พี่เหอผู้ฝึกตนที่ตายอยู่ในขั้นพลังใด " นนท์ถาม


    " ส่วนใหญ่อยู่ที่ขั้นหลอมรวมพลัง " หวังเหอตอบ 


    " น้องนนท์เจ้าเอาน้องสะไภ้ของข้าไปไว้ที่ใด " หวังลี่ชุนถามเมื่อไม่เห็นห้าภรรยาของนนท์


    " อาซ้อ ครั้งนี้ข้ามาคนเดียว เพราะต้องการรตรวจสอบเรื่องนี้ " นนท์ตอบ


    " เจ้าปิดตนถึงสามปี แล้วเจ้าได้อันใดจาการปิดตน " หวังเหออยากรู้ว่าสิ่งที่นนท์ได้มาจากการปิดตนนั้นคือสิ่งใด


    นนท์แสดงกฎเกณฑ์แห่งดาราจักรวาลมังกรทองให้หวังเหอและหวังลี่ชุนดู สามีภรรยาต่างเบิกตากว้าง ตะลึงงันในสิ่งที่ได้เห็น


    " น้องนนท์ นี่คือสิ่งใด " หวังเหอถาม นนท์จึงอธิบายให้ฟัง


    " พี่เหอ อาซ้อ ข้าจะไปพบพ่อตาเจ้าเมืองเพื่อสอบถามเรื่องนี้ " ว่าแล้วนนท์เร่งไปที่วังเจ้าเมือง


    ที่หน้าวัง " หยุด มิทราบว่าคุณชายท่านนี้เป็นผู้ใด แล้วมาที่วังมีเหตุอันใด " องครักษ์หน้าวังทักถามนนท์


    " ข้ามีนามว่าโจนนท์ เป็น ราชบุตรเขยของเจ้าเมือง " นนท์แสดงตน 


    " ท ทท่านราชบุตรเขย พวกข้ามีตาแต่ไร้แวว มิทราบว่าเป็นท่าน ท่านราชบุตรเขยโปรดไว้ชีวิตด้วย " องครักษ์หน้าวัง พลางคุกเข่าขอขมานนท์


    " ลุกขึ้น พวกเจ้ารู้รึไม่ ใต้เข่าของผู้ชายนั้นเป็นดั่งทองคำ " นนท์พูดด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น แล้วโยนขวดหยกให้กับเหล่าองครักษ์


    หัวหน้าองครักษ์ได้ยินเสียงดังจึงเดินออกมาดู พลันวิ่งเข้ามาทักทาย


    " คารวะท่านราชบุตรเขย หรืออาจารย์หลอมโอสถระดับเจ็ด " หัวหน้าองครักษ์ผู้นี้ประจบประแจงหวังขวดหยกเหมือนเดิม นนท์โยนขวดหยกให้


    " ข้าอยากเข้าเฝ้าพ่อตาเจ้าเมืองของข้า " นนท์กล่าวเสียงเรียบกับหัวหน้าองครักษ์ 


    " เชิญ ขอรับ " หัวหน้าองครักษ์เดินนำนนท์ไปที่ห้องว่าราชการ 


    " ราชบุตรเขยเสด็จ " เสียงของจ้าวกงกง ยังคงดังเช่นเดิม นนท์ยื่นขวดหยกให้


    " คารวะท่านพ่อตา องค์รัชทายาท อง์ชายสอง องค์ชายสี่ ขอรับ " นนท์คารวะพ่อตาและพี่ภรรยาทั้งสาม และคารวะเหล่าขุนนาง


    " เจ้าลูกเขยตัวแสบ เจ้าทำสิ่งใดอยู่สามปี " พ่อตาเจ้าเมืองเอ่นถามนนท์


    " นี่คือสิ่งที่ข้าทำตลอดสามปีขอรับ " ความมืดเข้าปกคลุม ดวงดาราน้อยใหญ่บังเกิดส่องแสงวาววับ แสงขาวนวลแผ่กำจายจากดวงดาราน้อยใหญ่


    แรงกดดันมากมายถาโถมกดตรึงพื้นที่ ห้วงจักรวาลบิดเบี้ยวสั่นคลอน ปฐพีสั่นไหว


    " โฮก " เสียงคำรามดังสะท้านฟ้า สะเทือนดิน ร่างมังกรทองลอยเวียนวนอยู่ในห้วงจักรวาล ทุกคนที่อยู่ภายในห้องว่าราชการต่างแข็งค้างดวงตาเบิกโพลง


    " ท่านพ่อตา นี่คือ กฎเกณฑ์แห่งดาราจักรวาลมังกรทองขอรับ " นนท์กล่าว


    " จ จ เจ้าเก็บลงก่อนได้รึไม่ " พ่อตาเจ้าเมืองกล่าว นนท์สะบัดมือภาพดาราจักรวาลหายวับ


    " นี่คือวิชาอันใด " พ่อตาเจ้าเมืองเอ่ยถาม


    " ท่านพ่อตา นี่มิใช่วิชาขอรับ หากแต่เป็นการหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งสิ่งต่างๆขอรับ ท่านพ่อตาสามารถหยั่งรู้ได้เมื่อขั้นฝึกตนนั้นอยู่ที่ขั้นวิญญาณนิรันดร์และกฎเกณฑ์แรกที่จะต้องหยั่งรู้คือกฎเกณฑ์แห่งเต๋าขอรับ " นนท์อธิบาย


    " นี่เจ้าก็อยู่ในขั้นวิญญาณนิรันดร์แล้วสิ " รัชทายาทเอ่ยขึ้น


    " ข้านั้นยังอยู่แค่กายนิรันดร์ขั้นต้น แต่ข้านั้นมันเป็นตัวประหลาด " นนท์กล่าวติดตลก


    " แล้วสิ่งนี้ใช้ทำอันใดได้บ้าง " นนท์จึงสร้างห้วงมิติแล้วแสดงให้ทุกคนได้ดู 


    " พ่อตาเจ้าเมือง ข้าได้ทิ้งกฎเกณฑ์แห่งเต๋าไว้ให้แล้วขอรับ อยู่ที่สิ่งสืบทอดที่ข้าสร้างขึ้นที่หลังวัง หากท่านจะทำการหยั่งรู้ให้กางค่ายกลเร่งเวลา จะทำให้เวลาหยั่งรู้นั้นน้อยลง " นนท์บอก


    " ท่านพ่อตา ข้ามาครั้งนี้เพื่อที่จะตรวจดูว่าเรื่องราวเป็นเช่นไร " นนท์เอ่ย


    " ลูกเขยตัวแสบ หากเจ้าจะช่วยให้เจ้าไปที่กรมเมือง เจ้ากรมเมืองเป็นผู้ที่รู้เรื่องนี้มากกว่าผู้ใด " เจ้าเมืองเอ่ย นนท์ยื่นแหวนมิติให้เจ้าเมืองแล้วเร่งไปที่กรมเมือง


    ขณะไปที่กรมเมือง " เจ้าหนุ่ม ไอมารอยู่ทางด้านนั้น " จิตทัศนะชี้บอก นนท์เปลี่ยนทิศทาง


    นนท์ลอยตัวขึ้นสูงใช้เนตรมังกรผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋าตรวจสอบ " ที่นั่น "


    นนท์ลอยตัวไปที่บ้านหลังใหญ่ ที่หน้าบ้านหลังใหญ่ซึ่งมียามเฝ้าอยู่ที่ด้านหน้า " ตระกูลเจียง " 


    " ตระกูลเจียง เจียงต้าเฉิน จะบอกยังไงถึงจะเข้าไปได้ " นนท์พึมพำ นนท์ลองปล่อยพลังของฝ่ามือสยบมาร แสงสีทองของฝ่ามือสยบมารกระจายปกคลุมทั่วตระกูลเจียง


    " นี่มันอะไร " 


    " แสงสีทองนี่มันคือสิ่งใด " 


    " ใครมาเล่นตลกแถวนี้ มิรู้รึว่านี่คือตระกูลเจียง " 


    " อ้ากกก " เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมา พร้อมร่างที่หมองคล้ำพุ่งทะยานออกไปจากตระกูลเจียง 


    " นายน้อย " เสียงตะโกนไล่หลังของนายน้อยตระกูลเจียง 


    " เจ้าจะหนีไปที่ใด " นนท์พุ่งตาม


    " นั่นอาจารย์โจวนี่ " เสียงของเจียงอู่ฉีร้องออกมา พลันร่างของเจียงจางเฉินผู้นำตระกูลเจียงลอยขึ้นมาขวางนนท์ไว้


    " ราชบุตรเขย เจ้าทำอันใด " เจียงจางเฉินขวางทางนนท์เพื่อถ่วงเวลา


    " ผู้อาวุโส เปิดทางให้ข้าด้วย " นนท์ขอทาง


    " หึ เจ้าถือว่าเป็นราชบุตรเขย เป็นอาจารย์หลอมโอสถระดับเจ็ด คิดจะทำอันใดก็ได้รึ " เจียงจางเฉินยังขวางอยู่


    " ผู้อาวุโส สิ่งที่ท่านทำนั้นคือการขวางทางข้า นายน้อยที่หนีไปคงจะเป็น เจียงต้าเฉินสินะ ท่านจึงได้ขวางทางข้า ข้าจะบอกหากเจียงต้าเฉินเป็นผู้คนแบบปกติข้าก็จะมิข้องเกี่ยว แต่เจียงต้าเฉินเข้าสู่วิถีแห่งมาร ข้าจึงจำต้องจัดการ " นนท์ขู่


    " โจวนนท์ เจ้ากำลังใส่ร้ายลูกชายข้า " เจียงจางเฉินตาแดงก่ำ เรื่องที่เจียงต้าเฉินเข้าสู่วิถีมารนั้นรู้เพียงไม่กี่คน 


    " ผู้อาวุโส ข้ามิได้ใส่ร้ายลูกชายของท่าน เป็นลูกชายของท่านเข้าสู่วิถีแห่งมารโดยแท้จริง ท่านเห็นแสงสีทองที่ปกคลุมตระกูลของท่านรึไม่ แสงนี้คือแสงจากฝ่ามือสยบมาร จะมีเพียงมารเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบ หากเป็นผู้คนทั่วไปแสงนี้จะมิมีผลอันใด " นนท์ตอบ


    " หึ เจ้าจะว่าเยี่ยงไรย่อมได้ เพราะลูกชายของข้าทำให้เจ้าเคียดแค้น เจ้าย่อมหาทางกำจัดลูกชายข้าทุกเมื่อ " เจียงจางเฉินยังดึงดัน


    " ดี ผู้อาวุโส เรื่องของท่านกับข้าเห็นทีจะต้องได้รับการสะสาง ข้าหวังว่าท่านจะจ่ายมันไหว " ว่าจบนนท์สะบัดมือออกไป เจียงจางเฉินออกฝ่ามือป้องกัน


    " ตึ้ง " แรงกดดันสองสายปะทะกัน ร่างของเจียงจางเฉินปลิวไปตามแรงที่นนท์ส่งไป


    นนท์เร่งทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว " เจียงต้าเฉินเจ้าจะหนีไปไหน " นนท์คำรามลั่น







    คล้ายกับเรื่องอสูรสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน