แพรตะแคงตัวนั่งบนเก้าอี้หมุนเล็กน้อย มือหนึ่งยกขึ้นป้องปาก พยายามเล่าแบบกระซิบกระซาบให้พี่แอนฟัง (แต่เสียงก็ยังดังพอให้โต๊ะใกล้ ๆ ได้ยินเป็นระยะ)
“...คือตอนนั้นพี่กรวิ่งลงมาจากรถเลยค่ะพี่แอน หน้าตาดุมากกกก แล้วก็ดึงหนูออกมาจากพี่เอกแบบไม่ให้พี่เอกแตะตัวหนูอีกเลยอะ หล่อชิบหายยยยย—”
คำว่า “หล่อชิบหายยยยยยย” ยังค้างคาอยู่กลางคอ
แพรก็รู้สึกถึงเงาสูง ๆ ที่บังแสงไฟจากเพดานลงมาบนโต๊ะตัวเอง
พี่กรยืนอยู่ข้างโต๊ะแพรพอดี
เสื้อเชิ้ตสีเข้ม แขนเสื้อม้วนขึ้นเล็กน้อย เหมือนเพิ่งเดินผ่านมาจากห้องตัวเอง (หรือตั้งใจเดินมา?)
มือหนึ่งถือแฟ้มเอกสารสีน้ำเงิน แต่สายตากลับจับจ้องที่แพรแบบไม่กระพริบ
ห้องทำงานเงียบกริบลงทันที
เพื่อนร่วมงานหลายคนแอบหันมามองแบบ “อื้อหืออออออ” แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
พี่กรยกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง มองหน้าแพรที่กำลังตะแคงปากค้างอยู่ แล้วยิ้มมุมปากช้า ๆ (ยิ้มแบบที่แพรรู้จักดี ยิ้มแบบรู้ทัน แต่ยังแกล้งทำเป็นไม่รู้)
“ขอโทษครับที่ขัดจังหวะการเล่าเรื่อง”
เสียงทุ้มต่ำ นิ่ง ๆ แต่แฝงความขบขันชัดเจน
“ผมแค่จะมาถามเรื่องเอกสารงบประมาณภาคเรียนนี้หน่อย แต่... ดูเหมือนจะได้ยินชื่อตัวเองชัดเจนเลยครับ”
พี่แอนอ้าปากค้างเหมือนกัน แต่รีบยกมือปิดปาก แล้วหันหน้าหนีแบบกลั้นขำ
แพรหน้าแดงก่ำทันที มือที่ยกขึ้นป้องปากเมื่อกี้รีบก้มหน้าลงต่ำสุดเท่าที่จะทำได้
พี่กรก้มตัวลงเล็กน้อย วางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าแพรเบา ๆ แล้วกระซิบ (เสียงเบาพอให้แพรกับพี่แอนได้ยิน แต่คนอื่นไม่ชัด)
“เรื่อง ‘หล่อชิบหาย’ นี่... ผมขอเก็บไว้เป็นความลับระหว่างเราได้ไหมครับ”
พี่กรหยุดชั่วครู่ แล้วกระซิบต่อเบาลงอีก
“หรือถ้าอยากเล่าต่อ พี่ไม่ว่าอะไรนะ... แต่พี่ขอเล่าเวอร์ชันของพี่เองบ้างได้ไหมครับ ว่าตอนนั้นพี่ใจสั่นขนาดไหนที่เห็นแพรยืนอยู่ตรงนั้น”
พี่กรยืดตัวขึ้น ยิ้มให้แพรอีกครั้ง แล้วก็พูดน้ำเสียงปกติ
“เดี๋ยวผมรอในห้องนะครับ แพรมีเวลาว่างเมื่อไหร่ค่อยเอาเอกสารมาให้ได้เลย ไม่รีบครับ”
พี่กรพยักหน้าให้พี่แอน (แบบสุภาพ) แล้วเดินกลับไปห้องตัวเองช้า ๆ
แต่ก่อนจะหายลับประตู พี่กรหันมามองแพรแวบหนึ่ง แล้วยกนิ้วโป้งให้เบา ๆ พร้อมยิ้มมุมปากแบบ “พี่รู้หมดแล้วนะ”
พี่แอนหันขวับมามองแพร ตาโตกว่าเดิม
“แพร!!! นี่มันอะไรกันเนี่ยยยย
แพรยิ้มเก้อ ๆ แล้วยกมือขึ้นโบกเบา ๆ ให้พี่แอน
“เรื่องมันยาวน่ะพี่แอน พอดีพี่กรเขามาจีบน่ะ เดี๋ยวหนูทำงานก่อนนะคะ”
พี่แอนอ้าปากค้าง แต่ก็รีบพยักหน้ารัว ๆ แล้วยกนิ้วโป้งให้
“โอเค ๆ ๆ พี่ไม่กวนแล้วนะจ๊ะ ทำงานก่อนเลยยย แต่เย็นนี้พี่จะมาถามต่อนะ อย่าหลบพี่ล่ะ!”
พี่แอนเดินกลับไปโต๊ะตัวเอง แต่ยังแอบหันมามองแพรเป็นระยะ ๆ พร้อมยิ้มกรุ้มกริ่มแบบคนที่ “รู้เรื่องแล้วแต่ยังไม่พอ”
แพรถอนหายใจเบา ๆ โล่งอกนิดหนึ่งที่รอดจากการซักถามรอบสองได้สำเร็จ
แพรก้มหน้าทำงานต่อสักพัก จนเอกสารงบประมาณที่ต้องให้พี่กรเซ็นเสร็จเรียบร้อย
แพรหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา แล้วเดินไปที่ห้องพี่กรช้า ๆ (ใจเต้นตึกตักนิด ๆ เพราะนึกถึงเมื่อเช้าและเมื่อคืน)
ประตูห้องพี่กรเปิดแง้มอยู่เหมือนเดิม
แพรเคาะเบา ๆ ก่อนจะผลักเข้าไป
พี่กรนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน กำลังอ่านเอกสารอะไรบางอย่าง แต่พอเห็นแพรเดินเข้ามา พี่ก็วางปากกาลงทันที แล้วยิ้มอ่อนโยนให้
“มาแล้วเหรอครับ แพร”
พี่กรลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินมาปิดประตูห้องให้สนิท แล้วล็อกเบา ๆ (เสียงกริ๊กดังชัดเจนในห้องเงียบ ๆ)
พี่กรหันกลับมามองแพรตรง ๆ สายตาอบอุ่นแต่ก็แฝงความห่วงใยจากเมื่อคืนยังหลงเหลืออยู่
“เอกสารงบฯ ใช่ไหมครับ... วางตรงโต๊ะได้เลย เดี๋ยวพี่เซ็นให้”
พี่กรเดินกลับไปนั่ง แล้วตบเก้าอี้ข้าง ๆ ตัวเองเบา ๆ
“แต่นั่งก่อนสิครับ หนูดูเหนื่อย ๆ นิดนึง พี่เป็นห่วง”
แพรวางแฟ้มลงบนโต๊ะ แล้วนั่งลงข้างพี่กรตามที่ชวน
พี่กรเปิดแฟ้มดูเอกสารคร่าว ๆ แต่สายตากลับมองหน้าแพรเป็นหลัก
พี่กรยื่นมือไปจับมือแพรเบา ๆ วางไว้บนตักตัวเอง แล้วกระซิบเสียงต่ำ
“เมื่อเช้าพี่แอนถามหนูเรื่องพี่ใช่ไหมครับ... พี่เห็นหนูคุยกันนานเลย”
พี่กรยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“หนูตอบพี่แอนยังไงเหรอครับ... หรือว่าหนูบอกไปหมดแล้วว่าพี่กับหนูคบกันจริง ๆ แล้ว?”
พี่กรบีบมือแพรเบา ๆ แล้วพูดต่อเสียงนุ่ม
“ถ้าหนูยังไม่อยากให้ใครรู้ พี่ก็ไม่ว่าอะไรนะครับ เราค่อย ๆ ไปทีละก้าวก็ได้
แต่ถ้าหนูบอกไปแล้ว... พี่ก็ดีใจนะครับ เพราะพี่อยากให้ทุกคนรู้ว่า หนูเป็นของพี่คนเดียว”
พี่กรก้มลงใกล้ขึ้นนิดหนึ่ง หายใจร้อน ๆ พ่นเบา ๆ ที่หูแพร
“หรือหนูอยากให้พี่ประกาศให้ทั้งคณะรู้เลยดีกว่าไหมครับ... ว่าพี่กรคบกับแพรแล้วจริง ๆ ”
เขาจงใจลากเสียงยาวที่ข้างหู ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะในลำคอ ที่ทำเอาแพรขนลุกซู่ มันไม่ใช่แค่คำถาม แต่มันคือการรุกรานอย่างนุ่มนวลที่ทำให้เธอรู้ว่า... ไม่ว่าข้างนอกเธอจะเก่งแค่ไหน แต่เมื่ออยู่ในห้องนี้ เธอคือลูกไก่ในกำมือของ 'ท่านอาจารย์ธนากร' อย่างสมบูรณ์แบบ