ตอนที่ 1 การเริ่มต้นของชีวิตใหม่ (2)
“ข้าไม่เป็อะไรแล้วล่ะ” นีร่ากล่าวกับทั้งสอง
ตอนนี้เธอคือนีร่า ไม่ใช่มาริสาอีกต่อไป
ไม่สิ…จะกล่าวว่าไม่ใช่มาริสาเลยก็คงไม่ถูกนัก
ความรู้สึกในตอนนี้ไม่เหมือนการตายแล้วเกิดใหม่เสียทีเดียว แต่มันคล้ายกับว่าิญญาของนีร่าและมาริสาเป็ดวงิญญาเดียวกัน เพียงแต่เคยถูกแยกให้อาศัยอยู่คนละโลก และตอนนี้ทั้งสองส่วนได้กลับมาหลอมรวมกันอีกครั้ง
ตอนนี้เธอคือนีร่า เวอร์เดล อายุสิบสามปี เพิ่งใช้หินปลุกพลังเป็ครั้งแรก และยังไม่รู้ว่าพลังที่ตื่นขึ้นมานั้นเป็ธาตุอะไร
ครอบครัวเวอร์เดลมีสมาชิกทั้งหมดห้าคน ได้แก่ ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย เธอ และน้องชาย
พี่ชายของเธอชื่อโนเอล เวอร์เดล อายุสิบห้าปี ปลุกพลังสำเร็จเมื่อหนึ่งปีก่อน เป็ผู้ใช้พลังเวทธาตุดิน
น้องชายของเธอชื่อเนล เวอร์เดล อายุเก้าปี ยังไม่เคยปลุกพลัง
ท่านแม่ของเธอชื่อเอลีน่า เวอร์เดล อายุสามสิบสี่ปี เป็ผู้ใช้พลังเวทธาตุน้ำ แต่ปัจจุบันล้มป่วยจนไม่สามารถใช้พลังเวทได้
ส่วนท่านพ่อของเธอชื่อไคล์ เวอร์เดล อายุสามสิบเจ็ดปี เป็นักล่าแรงก์ A และเป็ผู้ใช้พลังเวทธาตุดิน เพียงแต่ว่า…เขาหายตัวไปั้แ่เมื่อสามปีก่อน
ในอดีต ครอบครัวเวอร์เดลเคยมีฐานะดีมาก เพราะไคล์เป็นักล่าแรงก์ A เพียงหนึ่งเดียวที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านกรีนฮอลโลว์
ถึงแม้อาชีพนักล่าจะเต็มไปด้วยอันตราย ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรและความเสี่ยงต่อชีวิตอยู่เสมอ แต่รายได้ที่ได้รับกลับสูงลิ่ว ภารกิจเพียงครั้งเดียวก็สามารถหาเงินได้มากกว่าชาวบ้านทั่วไปหลายปี
ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวเวอร์เดลจึงไม่เคยขัดสนเื่เงินทอง บ้านหลังใหญ่ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ที่ดินหลายสิบไร่ อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ รวมถึงเสื้อผ้าและของใช้ล้วนเป็ของที่มีคุณภาพดี
สามพี่น้องเติบโตมาอย่างสุขสบาย เรียกได้ว่าเป็คุณหนูคุณชายของหมู่บ้านที่เด็กคนอื่น ๆ ต่างมองมาด้วยสายตาอิจฉา
แต่เมื่อสามปีก่อน ไคล์ออกเดินทางไปรับภารกิจสำคัญ เพื่อใช้เป็ผลงานในการเลื่อนแรงก์ขึ้นไปอีกขั้น หากสำเร็จ เขาจะก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงยิ่งกว่าเดิม คือการเป็นักล่าแรงก์ S และชีวิตของครอบครัวจะยิ่งมั่นคงกว่าเก่า
แต่ทว่าหลังจากวันนั้น เขาก็ขาดการติดต่อกับครอบครัวไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีข่าวคราว ไม่มีจดหมายส่งกลับมา ไม่มีร่องรอยใด ๆ และไม่มีใครรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่
หลังจากผู้เป็พ่อหายไปได้ไม่นาน เอลีน่าก็ล้มป่วย ร่างกายอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ อาการของเธอต้องใช้ยาราคาแพงรักษาอย่างต่อเนื่อง เงินเก็บจำนวนหลายร้อยเหรียญทองที่ไคล์ทิ้งเอาไว้ให้จึงค่อย ๆ ถูกนำออกมาใช้ทีละน้อย
จากเงินเก็บที่เคยดูมากมาย กลับร่อยหรอลงทุกวัน
จากครอบครัวที่เคยสุขสบาย พวกเขาจึงจำเป็ต้องดิ้นรนเพราะการขาดหายไปของเสาหลักของบ้าน
โชคดีที่ครอบครัวยังมีที่ดินในอยู่หลายสิบไร่ ดังนั้นโนเอลจึงเริ่มนำที่ดินบางส่วนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้วยการปลูกสมุนไพรขาย เพื่อนำเงินมาเป็ค่ารักษาให้กับท่านแม่
ถึงแม้ว่าการปลูกสมุนไพรขายจะสร้างรายได้ได้พอสมควร แต่เมื่อเทียบกับค่ารักษาของเอลีน่าแล้ว มันกลับยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพอ
นี่คือสิ่งที่นีร่าต้องเผชิญหลังจากฟื้นขึ้นมา
นีร่านั่งพิงหัวเตียงเงียบ ๆ อยู่พักใหญ่ หลังจากรับรู้ความทรงจำทั้งหมดแล้ว หัวใจของเธอก็หนักอึ้งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ครอบครัวเวอร์เดลไม่ได้ยากจนมาั้แ่แรก ตรงกันข้าม พวกเขาเคยมีทุกอย่างพร้อม มีบ้านหลังใหญ่ มีที่ดินกว้างขวาง มีเงินทองมากมาย มีท่านพ่อที่แข็งแกร่ง มีท่านแม่ที่อ่อนโยน มีพี่ชายที่คอยดูแลเอาใจใส่น้อง ๆ และมีน้องชายที่สดใสร่าเริง
แต่เพียงเสาหลักของบ้านหายไป ทุกอย่างก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป
ความเจ็บป่วยของท่านแม่เปรียบเสมือนหลุมลึกที่ดูดกลืนเงินทองทั้งหมดลงไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ต่อให้เคยมีเงินเก็บมากมายเพียงใด หากต้องใช้จ่ายเพื่อรักษาอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีรายได้มากพอเข้ามาทดแทน สักวันหนึ่งมันก็ต้องหมดลงไปอยู่ดี
และใช่แล้ว ตอนนี้ครอบครัวเวอร์เดลได้เดินมาถึงจุดนั้นแล้ว
จุดที่เงินเก็บซึ่งท่านพ่อทิ้งเอาไว้ให้แทบไม่เหลือ รายได้เพียงอย่างเดียวที่ค้ำจุนครอบครัวในทุกวันนี้ คือเงินจากการขายสมุนไพรของโนเอล
นีร่าหลุบตามองมือของตัวเองอีกครั้ง
มือเล็ก ๆ ของเด็กหญิงอายุเพียงสิบสามปี
โชคดีที่ร่างกายนี้ไม่ได้อ่อนแอเกินไป เพราะเดิมทีร่างนี้ก็ฝึกฝนร่างกายของตัวเองมาโดยตลอด
ตอนนี้ความทรงจำในหัวของเธอไม่ใช่แค่ของเด็กอายุสิบสามปีอีกต่อไป
เธอเคยเป็มาริสา เคยเกิดมาในครอบครัวที่ทำกิจการเกี่ยวกับการปลูกและแปรรูปมันหลากหลายสายพันธุ์ เคยเห็นไร่มันกว้างใหญ่ เห็นโรงงาน เห็นขั้นตอนการล้าง ปอก หั่น ทอด อบ แปรรูป บรรจุ และส่งขาย
แม้จะไม่เคยลงมือทำเองอย่างจริงจัง แต่ภาพเ่าั้กลับฝังอยู่ในความทรงจำอย่างชัดเจน
และที่สำคัญที่สุดคือ…ครอบครัวเวอร์เดลมีที่ดินหลายสิบไร่ แถมยังมีโนเอลที่เป็ผู้ใช้พลังเวทธาตุดิน
และตอนนี้ เธอเองก็เพิ่งปลุกพลังสำเร็จ แม้จะยังไม่รู้ว่าพลังของเธอเป็ธาตุอะไร แต่เธอกลับรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่กำลังขยับไหวอยู่เงียบ ๆ
ความรู้สึกนั้นอ่อนโยน อบอุ่น และคล้ายกลิ่นหอมของดินหลังฝนตก ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังงอกเงยขึ้นมาจากส่วนลึกของจิตใจ
“นีร่า เ้ายังปวดหัวอยู่ไหม” โนเอลถามขึ้น เมื่อเห็นน้องสาวเอาแต่นิ่งเงียบไปนาน
นีร่ากะพริบตาถี่ ก่อนจะเงยหน้ามองพี่ชายแล้วตอบ
“ไม่แล้วค่ะ แค่…ยังสับสนอยู่เล็กน้อย”
คำตอบนั้นทำให้โนเอลถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างโล่งใจ
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว วันนี้เ้าไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น พักผ่อนให้มาก ๆ เื่อื่นพี่จะจัดการเอง”
ถ้อยคำนั้นเรียบง่าย แต่กลับทำให้นีร่ารู้สึกเจ็บแปลบในอก
‘จัดการเอง’ คำนี้เป็สิ่งที่โนเอลกล่าวกับตัวเองและน้อง ๆ มาตลอดสามปี ั้แ่ที่ท่านพ่อหายไป ท่านแม่ล้มป่วย และเงินในบ้านค่อย ๆ ลดลง เขาก็เป็คนที่แบกรับทุกอย่างเอาไว้เพียงลำพัง
เด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีคนหนึ่ง หากอยู่ในโลกเดิมของมาริสา อายุเท่านี้ยังเป็เพียงเด็กมัธยมที่ควรได้เรียน ได้เล่น และได้ใช้ชีวิตอย่างไม่ต้องแบกรับภาระหนักหนาอะไร
แต่โนเอลกลับต้องกลายมาเป็หัวหน้าครอบครัว ต้องทำงาน ต้องดูแลแม่ที่ป่วย ต้องดูแลน้องสองคน และต้องคอยคิดว่าจะหาเงินจากที่ไหนมาจ่ายค่าโอสถครั้งต่อไปของท่านแม่
นีร่ากำมือแน่นอยู่ใต้ผ้าห่ม
ไม่ได้ เธอจะนอนเฉย ๆ แล้วปล่อยให้พี่ชายแบกรับทุกอย่างเอาไว้เพียงคนเดียวต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
บ้านของเธออยู่บริเวณท้ายหมู่บ้าน มีที่ดินติดูเาด้านหลังอยู่ประมาณแปดสิบไร่ มีลำธารจากบนูเาไหลพาดผ่านลงมา เหมาะแก่การเพาะปลูกเป็อย่างยิ่ง
ที่ดินประมาณสิบห้าไร่ถูกโนเอลใช้ปลูกสมุนไพร ส่วนที่เหลืออีกมากยังคงปล่อยว่างไว้ เพราะโนเอลไม่มีกำลังพอจะดูแลทั้งหมด
ในความทรงจำของเธอ การปลูกมันอย่างจริงจังมีอยู่เพียงบางพื้นที่เท่านั้น แต่สำหรับกรีนฮอลโลว์ มันเป็เพียงพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ มักพบอยู่ตามชายป่าหรือพื้นที่รกร้าง ไม่มีใครให้ความสนใจมากนัก นอกจากขุดมาใช้เป็อาหารประทังชีวิตยามขาดแคลน
มันจึงถูกจัดอยู่ในหมวดของพืชรอง มีค่าเพียงพอแค่ทำให้อิ่มท้องเท่านั้น ไม่ใช่พืชหลักที่ชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้จะปลูกอย่างจริงจังเพื่อหารายได้
ในสายตาของคนทั่วไป มันไม่ได้มีมูลค่าให้เสียเวลา รายได้ที่ได้รับจากมันไม่คุ้มค่าเท่ากับการปลูกสมุนไพรขาย แต่สำหรับเธอ ผู้ที่มีความทรงจำและประสบการณ์จากอีกโลกหนึ่ง ความคิดเช่นนั้นกลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
++++++++++++++++++++++++++++++++