ภายใต้แสงจันทร์นวลที่สาดส่องลงมายังเรือนพักอาจารย์ บรรยากาศกลับไม่ได้สงบเงียบอย่างที่ควรจะเป็ ปรมาจารย์ชิงเฟิง แอบเร้นกายอยู่ในเงามืดบนยอดไม้ใหญ่ห่างออกไป สายตาของเขาจับจ้องผ่านหน้าต่างที่เปิดกว้างด้วยความห่วงใย ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับกลายเป็คมดาบที่กรีดลึกลงบนหัวใจของเขา
ภายในห้องนั้น ฉางเสวี่ยนั่งขัดสมาธิบนเตียงไม้หอม ในชุดอาจารย์ผ้าไหมบางเฉียบและสั้นเต่อที่หวงฝู่มอบให้ ฤทธิ์ของเม็ดยาเพลิงเหมันต์ยังคงแผลงฤทธิ์อย่างรุนแรงในร่างกายของนาง ผิวพรรณของนางกลายเป็สีชมพูจัด ทั่วร่างอาบไปด้วยหยาดเหงื่อที่ทำให้ผ้าไหมโปร่งแสงแนบชิดไปกับส่วนเว้าส่วนโค้งจนเห็นชัดเจนไปทุกสัดส่วน
นางพยายามโคจรพลังเพื่อระงับความรู้สึกที่ปั่นป่วน แต่ยิ่งนางพยายาม ความทรงจำของเหตุการณ์ในห้องลับกลับยิ่งชัดเจนขึ้น ภาพของหวงฝู่ที่ใช้อาวุธวิเศษสาธิตให้นางดู วิธีการที่เขาจับมือนางและนำไปัักับส่วนที่ละเอียดอ่อนที่สุด ความรู้สึกของอาวุธที่สั่นะเืเสียดสีกับร่องรักของนาง
"อึก... ทำไมข้าถึงคิดถึงเื่นั้นอยู่เรื่อย" นางพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ ขณะที่ลมหายใจเริ่มหอบกระชั้น
ความทรงจำนั้นชัดเจนจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ เสียงของหวงฝู่ที่กระซิบข้างหูว่า "นี่คือวิธีการที่ถูกต้อง" ความรู้สึกของมือเขาที่ครอบทับมือนางและนำไปเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ จนถึงจุดที่ไวต่อััที่สุด ความอับอายที่ปะปนกับความเสียวซ่านที่ไม่เคยมีมาก่อน
นางเงยหน้าขึ้นมองไปยังถาดหยกที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง อาวุธวิเศษรูปทรงประหลาดนั้นยังคงเปล่งแสงสีชมพูอ่อนๆ ในความมืด เหมือนกำลังเรียกร้องให้นางหยิบมันขึ้นมา
"ไม่... ข้าไม่ควร..." นางส่ายหน้าอย่างอ่อนแอ แต่สายตาของนางกลับจับจ้องไปที่อาวุธนั้นอย่างไม่อาจละสายตาได้
ความร้อนในร่างกายเพิ่มขึ้นทุกที ยอดอกที่แข็งชันพุ่งเด่นเสียดสีกับผ้าไหมบางเบาจนนางต้องบิดหน้าอกไปมาเพื่อบรรเทาความเสียวซ่าน แต่ยิ่งขยับ ความรู้สึกกลับยิ่งรุนแรงขึ้น เพราะผ้าไหมที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อแนบชิดไปกับผิวพรรณที่ไวต่อััจากฤทธิ์ยา
"หวงฝู่บอกว่า... เมื่อไม่มีคู่ฝึก ข้าสามารถใช้อาวุธนี้ทดแทนได้" นางกระซิบกับตัวเอง ขณะที่มือสั่นเครือเอื้อมไปหยิบอาวุธขึ้นมา
ทันทีที่นิ้วของนางัักับผิวของอาวุธ ความรู้สึกอุ่นและนุ่มนวลก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย แม้จะไม่มีพลังหยางจากหวงฝู่ แต่อาวุธนี้ยังคงมีพลังแฝงอยู่ภายใน ทำให้นางรู้สึกได้ถึงการไหลเวียนของพลังที่อ่อนโยนแต่แข็งแกร่ง
"ข้าแค่... แค่ลองดูเท่านั้น" นางพยายามหาข้อแก้ตัวให้กับตนเอง "เพื่อทำความเข้าใจเทคนิคการฝึกฝน"
นางจับอาวุธด้วยมือทั้งสอง รู้สึกได้ถึงน้ำหนักและรูปทรงที่แปลกประหลาด มันยาวประมาณหนึ่งฟุต โค้งมนเล็กน้อย ผิวัันุ่มแต่แข็งแกร่ง และมีความอุ่นที่แผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง
นางนึกถึงวิธีการที่หวงฝู่สาธิตให้ดู การเลื่อนอาวุธลงมาตามร่องกายอย่างช้าๆ จนถึงจุดที่ละเอียดอ่อน ความอับอายทำให้ใบหน้าของนางแดงก่ำ แต่ความอยากรู้และความรู้สึกที่ลุกโชนในร่างกายทำให้นางไม่อาจหยุดได้
"ข้าต้องเรียนรู้... เพื่อเป็อาจารย์ที่ดี" นางพึมพำเพื่อปลอบใจตัวเอง
นางค่อยๆ เลื่อนอาวุธลงมาจากหน้าอก ผ่านหน้าท้องที่สั่นเครือ ไปยังโคนขาที่เริ่มรู้สึกเปียกชื้น ทุกครั้งที่อาวุธัักับผิวพรรณ ความเสียวซ่านก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ทำให้นางต้องหอบหายใจและส่ายเอวเล็กน้อย
"อ๊าะ..." เสียงครางเล็กๆ หลุดออกมาเมื่ออาวุธเสียดสีผ่านร่องรักที่เปียกชื้น แม้จะไม่มีการสั่นะเืเหมือนตอนที่หวงฝู่สาธิต แต่ความไวของประสาทััจากฤทธิ์ยาทำให้ความรู้สึกรุนแรงกว่าที่คาด
นางหลับตาและพยายามจำเทคนิคที่เห็น การเสียดสีขึ้นลงอย่างช้าๆ การหาจุดที่ไวต่อัั การควบคุมแรงกดและจังหวะ ทุกอย่างที่หวงฝู่สอนให้
"อึง... รู้สึกแปลกๆ แต่..." นางกัดริมฝีปากล่าง "แต่ทำไมถึงรู้สึกดี"
เมื่อเวลาผ่านไป นางเริ่มคุ้นเคยกับการใช้อาวุธมากขึ้น นางเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนมุมและแรงกด เพื่อให้ได้ความรู้สึกที่ต่างกันออกไป บางครั้งเสียดสีอย่างอ่อนโยน บางครั้งกดแรงขึ้นเล็กน้อย
"อ๊าห์... ตรงนี้..." นางครางเมื่อพบจุดที่ไวต่อััเป็พิเศษ ร่างกายของนางสั่นเครือและโค้งขึ้นเล็กน้อย
นางเริ่มเข้าใจว่าทำไมหวงฝู่ถึงบอกว่านี่คือการฝึกฝน การใช้อาวุธนี้ทำให้พลังหยินในร่างกายไหลเวียนได้ดีขึ้น ความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ความเสียวซ่าน แต่เป็การกระตุ้นพลังที่แฝงอยู่ภายใน
ผ้าไหมสั้นเต่อที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อและน้ำรักแนบไปกับร่างกายของนางจนเห็นทุกรายละเอียด ยอดอกที่แข็งชันพุ่งเด่นผ่านเนื้อผ้าบาง เอวที่เลื้อยไปมาตามจังหวะการเคลื่อนไหวของมือ และเสียงครางที่หวานล้ำที่หลุดออกมาเป็ระยะ
"อึง... อ๊าห์... ข้ารู้สึกว่าพลังกำลังเพิ่มขึ้น" นางพึมพำด้วยเสียงหอบหายใจ
ชิงเฟิงที่แอบมองอยู่รู้สึกใจสลายเมื่อเห็นเทพธิดาผู้สูงส่งที่เขาเฝ้าเทิดทูนบัดนี้เริ่มควบคุมตนเองไม่ได้ นางค่อยๆ ทรุดตัวลงบนเตียงไม้หอม บิดกายไปมาด้วยความกระสันซ่านอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ริมฝีปากบางเผยอออกพ่นลมหายใจที่หอบกระชั้น มือเรียวนุ่มที่เคยถือกระบี่หิมะ บัดนี้กลับค่อยๆ เลื่อนลงไปลูบไล้หน้าขาขาวเนียนของตนเองอย่างเชื่องช้า
"อึก... ข้าเป็อะไรไป..." เสียงครางแ่เบาของนางลอยมาตามลม ยิ่งเพิ่มความเ็ปให้ชิงเฟิงเป็ทวีคูณ
นิ้วมือของนางสั่นระริกขณะที่ลูบผ่านผ้าไหมสั้นเต่อที่เลิกขึ้นสูง ทุกครั้งที่ปลายนิ้วััโดนผิวที่ไวต่อความรู้สึกจากฤทธิ์ยา ร่างของฉางเสวี่ยจะกระตุกเฮือก ยอดอกที่แข็งชันพุ่งเด่นเสียดสีกับสาบเสื้อจนนางต้องบิดหน้าอกไปมาเพื่อบรรเทาความเสียวซ่านที่รุมเร้า
ชิงเฟิงเห็นนางเอกเริ่มหลับตาพริ้ม ใช้นิ้วมือของตนเองลูบไล้เข้าสู่โคนขาหนีบอย่างห้ามใจไม่ได้ ภาพของความบริสุทธิ์ที่กำลังถูกแผดเผาด้วยตัณหาจากกับดักของหวงฝู่ทำให้น้ำตาของลูกผู้ชายไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
เขารู้ดีว่าหวงฝู่จงใจใช้ยาและชุดนี้เพื่อ "เปิดทาง" ให้พลังหยินของนางตื่นตัว แต่เขาทำได้เพียงเฝ้ามองอย่างไร้กำลัง เพราะหากเขาก้าวเท้าเข้าไปตอนนี้ เขาจะกลายเป็คนที่ทำลายเกียรติของนางด้วยตาตนเอง หรือไม่ก็อาจถูกอาคมที่หวงฝู่วางไว้รอบเรือนจู่โจมทันที
ฉางเสวี่ยเริ่มส่งเสียงครางที่หวานล้ำทว่าเต็มไปด้วยความทรมานออกมา มือของนางเริ่มลูบไล้ผ่านร่องรอยเปียกชื้นบนผ้าไหมที่กึ่งกลางกาย ความร้อนแรงของวิถีหยินหยางกำลังกัดกินจิตใจที่เคยเยือกเย็นของนางไปทีละน้อย ท่ามกลางสายตาอันร้าวรานของชิงเฟิงที่ทำได้เพียงกำหมัดแน่นจนเืซึม
"อึง... อ๊าห์... ข้าควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว..." นางครางด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความยอมจำนน ขณะที่มือของนางเอื้อมไปหยิบอาวุธวิเศษที่วางอยู่บนถาดหยก
ทันทีที่นิ้วของนางัักับผิวของอาวุธ ความรู้สึกที่คุ้นเคยจากการสาธิตของหวงฝู่ก็กลับมาอีกครั้ง แม้จะไม่มีพลังหยางจากเขา แต่อาวุธนี้ยังคงมีพลังแฝงอยู่ภายใน ทำให้นางรู้สึกได้ถึงความอุ่นและการไหลเวียนของพลังที่อ่อนโยนแต่แข็งแกร่ง
"หวงฝู่บอกว่า... เมื่อไม่มีคู่ฝึก ข้าสามารถใช้อาวุธนี้ได้" นางกระซิบกับตัวเอง ขณะที่ความทรงจำของการสาธิตเล่นซ้ำในใจอย่างชัดเจน
นางนึกถึงวิธีการที่หวงฝู่จับมือนางและนำไปเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ การเสียดสีขึ้นลงตามร่องรัก การหาจุดที่ไวต่อัั และความรู้สึกของอาวุธที่สั่นะเืเสียดสีกับส่วนที่ละเอียดอ่อนที่สุด
"ข้าต้อง... ต้องลองดู" นางพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ ขณะที่ค่อยๆ เลื่อนอาวุธลงมาจากหน้าอก ผ่านหน้าท้องที่สั่นเครือ ไปยังโคนขาที่เริ่มรู้สึกเปียกชื้น
ทุกครั้งที่อาวุธัักับผิวพรรณที่ไวต่อความรู้สึกจากฤทธิ์ยา ความเสียวซ่านก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายด้วยความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นเป็สิบเท่า ทำให้นางต้องหอบหายใจและส่ายเอวเล็กน้อย
"อ๊าะ... อึง..." เสียงครางเล็กๆ หลุดออกมาเมื่ออาวุธเริ่มเสียดสีผ่านร่องรักที่เปียกชื้น แม้จะไม่มีการสั่นะเืเหมือนตอนที่หวงฝู่สาธิต แต่ความไวของประสาทััจากฤทธิ์ยาทำให้ความรู้สึกรุนแรงกว่าที่คาดไว้มาก
นางหลับตาและพยายามจำเทคนิคที่เห็น การเสียดสีขึ้นลงอย่างช้าๆ การหาจุดที่ไวต่อัั การควบคุมแรงกดและจังหวะ ทุกอย่างที่หวงฝู่สอนให้ในห้องลับ
"อึง... รู้สึกแปลกๆ แต่..." นางกัดริมฝีปากล่าง "แต่ทำไมถึงรู้สึกดีขนาดนี้"
เมื่อเวลาผ่านไป นางเริ่มคุ้นเคยกับการใช้อาวุธมากขึ้น นางเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนมุมและแรงกด เพื่อให้ได้ความรู้สึกที่ต่างกันออกไป บางครั้งเสียดสีอย่างอ่อนโยน บางครั้งกดแรงขึ้นเล็กน้อย
"อ๊าห์... ตรงนี้... อึง..." นางครางเมื่อพบจุดที่ไวต่อััเป็พิเศษ ร่างกายของนางสั่นเครือและโค้งขึ้นจากเตียง
ผ้าไหมสั้นเต่อที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อและน้ำรักแนบไปกับร่างกายของนางจนเห็นทุกรายละเอียด ยอดอกที่แข็งชันพุ่งเด่นผ่านเนื้อผ้าบาง เอวที่เลื้อยไปมาตามจังหวะการเคลื่อนไหวของมือ และเสียงครางที่หวานล้ำที่หลุดออกมาเป็ระยะ
"อึง... อ๊าห์... ข้ารู้สึกว่าพลังกำลังเพิ่มขึ้น" นางพึมพำด้วยเสียงหอบหายใจ ขณะที่เริ่มเข้าใจว่าทำไมหวงฝู่ถึงบอกว่านี่คือการฝึกฝน
การใช้อาวุธนี้ทำให้พลังหยินในร่างกายไหลเวียนได้ดีขึ้นจริงๆ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ความเสียวซ่าน แต่เป็การกระตุ้นพลังที่แฝงอยู่ภายใน ทำให้นางรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย
นางเริ่มเปลี่ยนท่าทาง จากการนั่งขัดสมาธิเป็การนอนราบบนเตียง ขาทั้งสองแยกออกเล็กน้อยเพื่อให้สะดวกในการเคลื่อนไหว มือข้างหนึ่งจับอาวุธ ส่วนมืออีกข้างลูบไล้ไปตามร่างกายที่ไวต่อัั
"อ๊าห์... อึง... นี่มัน..." นางครางด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ เมื่อรู้สึกได้ถึงการไหลเวียนของพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ชิงเฟิงที่แอบมองอยู่รู้สึกหัวใจแทบแตก เมื่อเห็นเทพธิดาผู้บริสุทธิ์ที่เขาเคารพรักบัดนี้กำลังทำในสิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเห็น นางที่เคยเ็าและห่างเหินจากผู้ชายทุกคน บัดนี้กลับนอนบิดเบี้ยวไปมาบนเตียง ใช้อาวุธแปลกๆ เสียดสีกับส่วนที่เป็ความลับของร่างกาย
เสียงครางที่หวานล้ำของนางดังก้องในความเงียบของคืน ทำให้ชิงเฟิงรู้สึกเหมือนมีใครเอาดาบแทงทะลุหัวใจ น้ำตาไหลลงมาตามแก้มโดยที่เขาไม่อาจหยุดได้
"เสวี่ย... ทำไมเ้าถึงต้องตกอยู่ในกับดักของหวงฝู่" เขากระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเ็ป
นางที่เคยเป็เหมือนดวงจันทร์บนฟ้า ไกลเกินเอื้อมแต่สวยงามและบริสุทธิ์ บัดนี้กลับกำลังถูกลากลงสู่โลกของความปรารถนาทางกาย ความบริสุทธิ์ที่เขาเคารพนับถือกำลังถูกทำลายทีละน้อยด้วยแผนการอันชั่วร้ายของหวงฝู่
ฉางเสวี่ยเริ่มเพิ่มความเร็วของการเคลื่อนไหว อาวุธเสียดสีไปมาด้วยจังหวะที่เร็วขึ้น ทำให้เสียงเฉียดเฉียดของน้ำรักที่ไหลออกมาผสมกับเสียงการเสียดสีสร้างเสียงที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"อ๊าห์... อึง... ข้าจะ..." นางครางด้วยเสียงที่สั่นเครือ ขณะที่รู้สึกได้ถึงความรู้สึกแปลกๆ ที่กำลังสะสมขึ้นในร่างกาย
ร่างกายของนางเริ่มสั่นะเื เอวส่ายไปมาอย่างรุนแรง ขาทั้งสองแยกออกมากขึ้น ผ้าไหมสั้นเต่อเลื่อนขึ้นจนเกือบจะเห็นทุกอย่าง ยอดอกที่แข็งชันพุ่งเด่นผ่านเนื้อผ้าบางจนเห็นชัดเจน
"อ๊าาาห์... อึง... ข้าทนไม่ไหวแล้ว..." นางครางเสียงดัง ขณะที่ความรู้สึกที่สะสมมาถึงจุดสูงสุด
ในที่สุด หลังจากการกระตุ้นที่ต่อเนื่อง ร่างกายของฉางเสวี่ยก็ถึงจุดสูงสุด นางสั่นะเืและครางเสียงดังก่อนจะอ่อนแรงลงบนเตียง ลมหายใจหอบกระชั้น เหงื่อไคลออกเต็มตัว และความอับอายที่รุนแรงเมื่อตระหนักได้ในสิ่งที่นางเพิ่งทำลง
ชิงเฟิงมองดูทุกอย่างด้วยความเ็ปที่ไม่อาจบรรยายได้ เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงของนางั้แ่วันแรกที่หวงฝู่เริ่มวางแผน จากเทพธิดาผู้บริสุทธิ์กลายเป็หญิงสาวที่เริ่มตื่นตัวทางเพศ
น้ำตาของเขาไหลลงมาอย่างไม่หยุด ความรักที่เขามีต่อนางผสมกับความเ็ปที่เห็นนางถูกหลอกลวง ทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกกำลังพังทลาย
"ข้าทำอะไรไม่ได้เลย... ข้าอ่อนแอเกินไป" เขากระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง
เขารู้ว่าหากเขาเข้าไปหยุดนางตอนนี้ มันจะเป็การทำลายแผนการที่ใหญ่กว่า และอาจทำให้นางตกอยู่ในอันตรายมากกว่าเดิม แต่การที่ต้องยืนดูอย่างไร้กำลังทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังตายทั้งเป็
ในคืนนั้น ภายใต้แสงจันทร์ที่เศร้าโศก ความบริสุทธิ์ของเทพธิดาได้ถูกทำลายลงอีกขั้นหนึ่ง และหยาดน้ำตาของปรมาจารย์ผู้รักนางอย่างแท้จริงก็ไหลลงสู่ดินอย่างเงียบงัน เป็สักขีพยานของความรักที่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้ และความเ็ปที่ไม่มีวันหาย