วันนี้ฉันยังคงปักหลักกินมื้อเที่ยงกับกลุ่มพี่สาวในออฟฟิศเช่นเคยวันนี้พี่หนึ่งหิ้วคุกกี้ที่เธอทำเองมาให้ทุกคนชิมด้วยคุกกี้ของพี่หนึ่งอร่อยเลยทีเดียวและฉันก็ชอบมาก เลยคิดว่าจะเสิร์ฟพร้อมกาแฟของคุณคีรีใน่บ่าย
“กีรติ”ฉันเดินเข้ามาพบคุณคีรีทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก
“ค่ะคุณคีรี”
“วันศุกร์นี้งานเลี้ยงของบีพีคอร์ปเตรียมชุดให้ผมด้วย”
“ค่ะคุณคีรี้าชุดแบบไหนคะ”
“คุณเลือกมาเลย”
“แล้วของขวัญล่ะคะจะให้เตรียมแบบไหน คุณมีในใจหรือเปล่า”
“คุณจัดการเลยแล้วกัน”
“ได้ค่ะ”
“ไปทำงานต่อเถอะ”
“คุณคีรีคะที่ห้องคุณมีชุดสูทหรือเปล่าคะ หรือฉันต้องกลับไปเอาที่กรุงเทพคะ”
“เย็นนี้เข้าเมืองกันซื้อใหม่เลย เพราะคุณก็ต้องใช้”
“ค่ะขอตัวนะคะ” เป็อันเข้าใจได้ทันทีว่าฉันต้องไปงานเลี้ยงกับเขาด้วย
หลังเลิกงานคุณคีรีพาฉันมายังห้องเสื้อขนาดใหญ่กลางเมืองที่นี่มีชุดสูทแบรนด์ดังหลายแบรนด์เลยทีเดียวอีกทั้งยังมีชุดราตรีสวยๆหลายแบบเลยทีเดียวฉันแอบเล็งชุดราตรีเข้ารูปสีโอลด์โรสตอนที่เดินผ่านเข้ามาในร้านเอาไว้แล้วด้วย
“สวัสดีค่ะไม่ทราบว่า้าชุดแบบไหนคะทางร้านเรามีทุกแบบค่ะทั้งของสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ”พนักงานร้านเดินตรงเข้ามาหาเราด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทันที
“สวัสดีค่ะขอดูสูทกึ่งทางการค่ะ” หลังจากแจ้งความ้า พนักงานก็เดินนำฉันไปเลือกชุด
“คุณคีรีรอสักครู่นะคะ”ฉันหันไปบอกเ้านาย และเดินตามพนักงานไป
ฉันเดินเลือกชุดสูทให้คุณคีรีฉันรู้ขนาดของเขาดีเพราะเคยสั่งตัดสูทให้คุณคีรีมาก่อนงานที่เราจะไปร่วมเป็งานเลี้ยงตอนเย็นฉันจึงเลือกชุดสูทสีกรมท่าและสีเทาเข้มแบรนด์ที่คุณคีรีใส่บ่อยๆมาให้เขาเลือก
“คุณคีรีลองดูนะคะว่าชอบตัวไหน”
“คุณคิดว่าตัวไหน”
“ตัวนี้แล้วกันค่ะ”ฉันส่งชุดสูทสีเทาเข้มให้เ้านาย เขาก็รับไปลองในห้องลองชุดของทางร้านไม่นานก็ออกมา เขาดูดีทีเดียวในชุดสูทที่ฉันเลือก
“คุณผู้ชายสวมชุดนี้ดูดีทีเดียวค่ะ”พนักงานชมเขาขณะที่ฉันกำลังจัดเสื้อให้เขา เพื่อดูความเรียบร้อยของชุดว่าแน่นหรือหลวมตรงไหนหรือเปล่าปรากฏว่าชุดนี้เขาใส่ได้พอดีเลย
“คุณโอเคกับชุดนี้หรือเปล่าคะ”
“อืมคุณไปเลือกชุดของคุณเถอะ ผมจะไปเปลี่ยนชุด”
“ค่ะ”
ในเมื่อเ้านายพอใจกับชุดที่ฉันเลือกแล้วต่อไปก็ถึงคราวของฉันบ้าง ฉันเดินตรงไปยังโซนชุดราตรีของผู้หญิงหยิบชุดราตรีเข้ารูปแขนตุ๊กตาพองๆสีโอลด์โรสที่เห็นตอนเดินเข้ามาในร้านไปลองฉันถูกใจชุดนี้มากทีเดียว กระโปรงไม่สั้นมากและไม่ยาวเกินไปดูเรียบร้อยเหมาะกับงานสุดๆไปเลย ชื่นชมตัวเองเสร็จก็นึกขึ้นได้ว่ายังขาดรองเท้าจึงเดินออกมาจากห้องลองชุด แล้วเลือกหยิบรองเท้าส้นเตี้ยเปิดส้นสีเดียวกันกับชุดจากนั้นฉันก็ถ่ายรูปแล้วส่งไปให้ยัยเก้าดูแล้วรีบเปลี่ยนกลับไปใส่ชุดของตัวเองตามเดิม เพราะไม่อยากให้เ้านายรอนาน
“เสร็จแล้วเหรอ”คุณคีรีถามเมื่อเห็นว่าฉันเดินกลับมาหาเขาแล้ว
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“โอเค”เขาลุกขึ้นไปที่เคาน์เตอร์บริการเพื่อชำระค่าสินค้า ฉันรีบเดินตามเ้านายไปเพราะฉันก็ต้องจ่ายเงินค่าชุดของตัวเองเหมือนกัน
“เอ่อคุณคีรีค่ะ ชุดของฉัน ฉันจ่ายเองค่ะ คุณไม่ต้องจ่ายให้ฉันค่ะ”ฉันรีบเรียกเ้านายไว้เพราะเขาจ่ายเงินค่าชุดของฉันไปด้วยแล้วแถมยังถือของเองทั้งหมดอีกต่างหาก
“ผมจะไปเก็บเงินกับพี่ทิวา”พูดจบเขาก็เดินถือของทั้งหมดกลับไปที่รถทันที
“ฉันจะจ่ายเองค่ะ”ฉันรีบเดินตามเขาไป ฉันจะให้เ้านายจ่ายเงินซื้อชุดให้ฉันได้ยังไงกันทั้งเดรสทั้งรองเท้าไม่ดีแน่ๆ
“ขึ้นรถ!”คุณคีรีมองฉันด้วยสายตาดุ เขาคงรำคาญที่ฉันตามตื๊อเขาแบบนี้ฉันกลืนคำพูดทั้งหมดที่ตั้งใจจะพูดลงท้องไป ไม่อยากให้เ้านายต้องรำคาญ
“ฉันขอดูบิลได้ไหมคะ”ฉันแอบมองเสี้ยวหน้าของเ้านายแล้วกลั้นใจถามเขาไปแบบนั้น
“เื่มากจริง”เขาหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา แล้วหยิบบิลยื่นให้ฉันอย่างหงุดหงิดจากนั้นก็เหยียบคันเร่งรถออกไปอย่างรวดเร็วฉันรีบเก็บบิลใส่ในกระเป๋าอย่ารวดเร็วพร้อมกับคิดในใจ ‘คุณคีรีต้องโกรธแล้วแน่ๆ’
ผมออกจากห้องลองเสื้อก็เห็นกีรติในชุดใหม่กำลังเดินเลือกรองเท้าอยู่ชุดที่เธอเลือกเข้ากับเธอมาก ผมเชื่อสายตาในการเลือกเสื้อผ้าของเธอเพราะเธอเลือกชุดได้ถูกใจผมมาตลอดผมเห็นเธอหยิบรองเท้ากลับเข้าไปในห้องลองชุดไม่นานเธอก็ออกมาและเปลี่ยนกลับมาใส่ชุดเดิมของเธอแล้วผมจ่ายเงินค่าชุดของเราในวันนี้ ตั้งใจจะให้เป็ของขวัญการร่วมงานครั้งแรกของเราแต่เธอก็ทำให้ผมหงุดหงิดด้วยการบอกว่าจะจ่ายค่าเสื้อผ้าเองผมเลยเอาบิลให้เธอจะได้เลิกเซ้าซี้ผมสักที ผมหงุดหงิดจริงๆไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธเมื่อผมจะให้อะไรพวกเธอแต่กีรติกลับปฏิเสธแถมยังทำตัวน่ารำคาญมากด้วย
หลังจากขับรถไปส่งเธอที่ห้องผมก็ขับรถไปนั่งดื่มที่ร้านเหล้าริมหาด ผมนัดกับพี่ชัยเอาไว้ อยากนั่งดื่มเบียร์ฟังดนตรีสดปลดปล่อยอารมณ์ที่กีรติทำให้ขุ่นมัวซะหน่อยแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าคนที่ทำผมอารมณ์เสียมาปรากฏตัวที่นี่เธอมากับเพื่อนสนิทของเธอ คนที่ผมเพิ่งจะพบเมื่อไม่กี่วันก่อนเพื่อนคนนี้ของเธอก็ทำงานแถวนี้เหรอเนี่ย ผมคิดว่ากีรติจะอยู่แบบเหงาๆที่นี่ซะอีกผิดคาดแฮะ
“มองอะไรอยู่ครับคุณทิว”พี่ชัยทักผม ผมไม่เห็นว่าพี่ชัยกับอันมาตอนไหน
“ไม่มีอะไรครับ”ผมไม่มีทางบอกหรอกว่าผมมองใครอยู่
“น้องขวัญนี่ครับ”
“จะไปไหนอันนั่งอยู่นี่แหละ เขามากับเพื่อนเห็นหรือเปล่า”ผมรีบเบรกอันทำท่าจะเดินเข้าไปทักกีรติ
“เขาอาจจะอยากมีเวลาส่วนตัวใช่ไหมครับคุณทิว” พี่ชัยรีบพูดเสริมผมทันที
“น่าจะเป็อย่างนั้นครับ”ผมรินเบียร์ส่งให้พี่ชัยกับอัน
“ผมเอารถไปเก็บให้แล้วนะครับ”พี่ชัยยื่นกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ให้ผมก่อนเลิกงานผมได้วานให้พี่ชัยช่วยไปเอารถที่จอดไว้ที่ร้านอาหารมาให้
“ขอบคุณครับจะกินอะไรก็สั่งเลยนะครับ”
“ผมไม่เกรงใจแล้วนะครับคุณทิวหิวมากเลย พี่ชัยลากผมออกไปั้แ่เย็น ไม่ยอมให้ผมแวะกินข้าวก่อนด้วย”อันยกมือเรียกพนักงาน แล้วสั่งข้าวเปล่ากับอาหารอีกสองสามอย่าง โดยไม่ลืมเผื่อผมกับพี่ชัยที่นั่งดื่มเบียร์คุยกันอยู่ด้วย
“น้องขวัญน่ารักมากเลยนะครับเสียดายที่มีแฟนแล้ว”
“น้อยๆหน่อยไอ้อันสวยขนาดนั้นไม่มีแฟนสิแปลก”
“นั่นสิครับพี่สวยขนาดนี้ไม่น่ารอดมาถึงพวกเราหรอก ผมไม่ได้เหมารวมคุณทิวนะครับผมหมายถึงพวกเราที่ออฟฟิศทั้งหมด” อันรีบแก้ตัวคงกลัวว่าผมจะโกรธที่เหมาเอาผมไปรวมกับพวกเขาด้วย
“แฟนน้องขวัญคงจะรักน้องขวัญน่าดูแต่ผมก็อดแปลกใจไม่ได้นะครับว่าทำไมถึงยอมให้มาทำงานไกลถึงนี่”
“เค้าคงตกลงกันแล้วมั้งครับพี่”ผมพูดในสิ่งที่คิด พี่ทิวาคงตกลงอะไรกับกีรติแล้ว ถึงยอมให้มาทำงานกับผมตามที่ผมขอ
“น่าเสียดายมากแต่ผู้หญิงที่มากับน้องขวัญก็น่ารักไม่แพ้กันเลยนะครับ”อันยังคงไม่เลิกมองกีรติกับเพื่อน
“ยังไม่มีแฟนเหรออัน”ผมเรียกความสนใจจากอันด้วยการถามเื่ส่วนตัว
“เลิกไปแล้วครับ”
“ทำไมล่ะ”
“ทำงานไกลกันครับบอกว่าผมไม่มีเวลาให้ ทั้งๆที่ผมไปหาเขาทุกอาทิตย์”
“เขาอยู่ที่ไหน”
“กรุงเทพครับ”
“คบกันนานแค่ไหนแล้ว”
“ั้แ่เรียนมหาลัยเกือบสี่ปีครับเลิกกันได้ปีกว่าแล้ว แต่ผมก็ยังไม่ลืม”
“แล้วมาทำท่าเ้าชู้สนใจคนนั้นคนนี้ไปทั่ว” พี่ชัยเขกหัวอันไปหนึ่งทีอย่างหมั่นไส้ผมเองก็หมั่นไส้หมอนี่เหมือนกัน
“ผมก็อยากลืมนะพี่แต่มันไม่ลืม เลยคิดว่าถ้ามีคนใหม่คงลืมได้ แต่ก็ยังไม่มีใครสักที”
“ไม่มีใครแทนใครได้หรอกอันถ้ายังรักก็คือรัก ทำใจให้เลิกรักน่าจะง่ายกว่า”
“คุณทิวพูดเหมือนเคยอกหักสอนวิธีลืมผมหน่อยสิครับ”
“ก็ลองคิดดูสิเขาไม่รักเราแล้ว เราทำให้เขาอยู่กับเราไม่ได้แล้ว ก็แค่ยอมรับ เลิกรักก็แค่นั้น”
“มันจะทำได้ง่ายขนาดนั้นเหรอครับคุณทิว”
“อย่างคุณทิวเคยอกหักด้วยเหรอครับเนี่ยไม่น่าจะมีวันนั้นนะครับ” พี่ชัยแซวผมยิ้มๆ
“ยังไม่เคยอกหักครับพี่ผมก็แค่พูดสิ่งที่ผมคิดน่ะครับ”
“พี่ชัยล่ะพี่เคยอกหักหรือเปล่า สอนผมหน่อยสิ”
“ก็อย่างที่คุณทิวบอกถ้ายังรัก ยังไงก็รักอยู่ แต่ถ้าเรายอมรับว่าเขาไม่รักเราแล้ว เราก็แค่ทำใจให้เวลาตัวเองได้เริ่มต้นใหม่ เดี๋ยวก็ทำใจได้เอง”
“พี่ชัยไม่มีแฟนมานานแค่ไหนแล้วครับเนี่ย”
“กินข้าวไปเถอะไอ้อันอย่าถามมาก”
“ผมก็แค่อยากรู้นี่พี่ก็ได้ๆผมเลิกถามก็ได้” อันเลิกถามและยอมกินข้าวดีๆในที่สุด
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ^^