ครึ่งเดือนต่อมางานประลองก็กำลังถูกจัดขึ้นพวกอู๋เซิ่งจึงต้องเตรียมตัวเดินทางไปยังสำนักอสูรในสำนักเล็กๆแห่งนี้ไม่อุปกรณ์บินอย่างเรือบินแต่ก็มีสัตว์อสูรที่ถูกเลี้ยงเอาไว้โดยสำนักอยู่แม้ไม่อาจเทียบได้กับสำนักอสูรแต่สัตว์อสูรพวกนี้ก็ถูกเลี้ยงเอาไว้ตั้งแต่เป็นทารกดังนั้นพวกมันจึงคุ้นชินกับคนในสำนัก
“นี่มันจะสายแล้วนะอู๋เซิ่งทำไมยังไม่มา”เมี่ยวจื่อกล่าว
ในฐานะประมุขเมี่ยวอิงเยว่ได้เดินทางไปประชุมผู้นำของแต่ละสำนักแล้วหน้าที่นี้เมี่ยวจื่อจึงต้องพาพวกอู๋เซิ่งไปยังสำนักอสูร
“ข้าไม่เห็นเขามาครึ่งเดือนแล้วไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่”ต้วนหนิงเอ๋อกล่าว
“เห็นว่าเขาเปิดใช้งานค่ายกลทำให้ไม่มีใครเข้าไปได้”หว่านเอ๋อส่ายหน้าด้วยความจนใจ
“หรือว่าเขากำลังฝึกฝนกัน”ถงอี้กล่าว
“ไม่น่าใช่ข้าได้ยินเสียงแปลกๆอย่างการตีเหล็กดังออกมาไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไร” ต้วนหนิงเอ๋อกล่าว
“มาแล้วข้าพานายท่านมาแล้ว” เจี้ยนโจวพาอู๋เซิ่งที่ครึ่งหลับครึ่งตื่นวิ่งมา
“ทำไมเขาอยู่ในสภาพนั้นละจะประลองไหวหรือเปล่าเนี่ย”เมี่ยวจื่อรู้สึกปวดหัว
“ไม่เป็นไรนายท่านบอกว่าแค่ได้นอนสักงีบก็ฝืนตัวได้แล้ว”เจี้ยนโจวกล่าว
“นายท่านนายท่านอะไรเขาเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักเจ้าจะเรียกเขานายท่านทำไม” เมี่ยวจื่อกล่าว
“อาจารย์ข้าจะอธิบายเรื่องนี้ทีหลังตอนนี้เราออกเดินทางกันเถอะ”หว่านเอ๋อกล่าว
พวกเมี่ยวจื่อใช้อินทรีย์หิมะในการเดินทางอินทรีย์หิมะมีขนาดใหญ่มากสามารถแบกคนได้ถึง 5 คนต่อหนึ่งตัวดังนั้นการเดินทางครั้งนี้ใช้แค่ 3 ตัวก็สบายมาก
ส่วนอู๋เซิ่งตอนหนุนตักต้วนหนิงเอ๋อหลับไปแล้วหลายวันมานี้อู๋เซิ่งสร้างอุปกรณ์สำหรับประลองเอาไว้ แน่นอนว่ามันเป็นของเล่นใหม่ของอู๋เซิ่งเท่านั้นถึงอย่างไรอาวุธลับก็ไม่สามารถใช้ได้ และวิชาหอกของอู๋เซิ่งก็รุนแรงเกินไปแถมทักษะมังกรล่องสวรรค์เก้าชั้นฟ้ายังเป็นทักษะเซียนที่แข็งแกร่งมากหาคนอื่นรู้ว่าอู๋เซิ่งมีทักษะเซียนย่อมนำปัญหามาให้ดังนั้นอู๋เซิ่งตั้งใจจะปิดบังความแข็งแกร่งส่วนใหญ่ไว้
“เจี้ยนโจวเจ้ารู้หรือไม่ว่าน้องเล็กทำอะไรมา”ต้วนหนิงเอ๋อกล่าว
“นายท่านเหมือนกำลังสร้างพัดที่ทำจากเหล็กหลังจากน้าข้าก็เห็นเขาวาดอักขระยันต์ลงบนพัดไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร” เจี้ยนโจวส่ายหน้า
“เจ้าเด็กนี่คิดจะสร้างอะไรขึ้นมาอีกแล้ว”ต้วนหนิงเอ๋อถอนหายใจ
ด้วยความเร็วของอินทรีย์หิมะใช้เวลาไม่ถึง1 วันก็มาถึงอาณาเขตของสำนักอสูร เมื่อมาถึงอาณาเขตของสำนักอสูรก็จะพบว่ามีศิษย์ของสำนักอสูรกำลังขี่สัตว์อสูรบินอยู่บนท้องฟ้าพวกเขากำลังตรวจตราความเรียบร้อยอยู่หลังจากการปรากฎตัวของลัทธิมารแต่ละสำนักก็เริ่มเข้มงวดในการรับศิษย์และตรวจตราพื้นที่รอบๆเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังวางแผนทำอะไรอยู่
“พวกเรามาถึงแล้วปลุกอู๋เซิ่งซะ”เมี่ยวจื่อกล่าว
“น้องเล็กตื่นได้แล้วเรามาถึงแล้ว”
เมื่อถูกปลุกอู๋เซิ่งก็ลืมตาขึ้นความเหนื่อยล้าหายไปแล้วอู๋เซิ่งมองดูรอบๆ สำนักอสูรไม่เหมือนกับหุบเขาเฟยเซียงที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง แต่สำนักอสูรตั้งอยู่กลางป่ามีแม่น้ำสายใหญ่ล้อมรอบและทางเข้ามีเพียงทางเดียวเรียกได้ว่าพื้นที่เหมาะแก่การเลี้ยงดูสัตว์อสูรอย่างมาก
“นี่คือสำนักอสูรงั้นเหรอ”อู๋เซิ่งมองรอบๆด้วยความสนใจ
“สหายจากหุบเขาเฟยเซียงพวกเรารอพวกท่านอยู่นานแล้วเชิญตามข้ามา”ผู้อาวุโสของสำนักอสูรขี่อสูรบินได้เข้ามาหาและนำทางเข้าไป
“สำนักเฟยหยางมาถึงก่อนพวกท่าน1 วันแล้วตอนนี้พวกเขาล้วนอยู่ในสำนักของพวกเราแล้ว”
“ขออภัยที่พวกเราล่าช้า”เมี่ยวจื่อกล่าว
“ไม่เลยถึงอย่างไรวันประลองจริงๆก็อีก 1 วันข้างหน้า พวกเราแค่กังวลว่าจะเกิดเรื่องขึ้นหรือเปล่าเท่านั้นเอง”ผู้อาวุโสสำนักอสูรกล่าว
“เกี่ยวกับลัทธิมารงั้นเหรอ”
“แน่นอนอยู่แล้วทางท่านได้รับข้อความจากประมุขเมี่ยวหรือยังทางประมุขของทางเราได้ได้ส่งข้อความกลับมาดูเหมือนจะมีสำนักเหมือนกับพวกท่านที่มีสายลับแฝงตัวเข้ามากว่าจะจัดการได้ไม่ง่ายเลย”
“แล้วตอนนี้จัดการได้แล้วงั้นเหรอ”
“ยังแค่ขับไล่พวกมันไปได้แค่ชั่วคราวเพราะดูเหมือนพวกมันจะมีคอยหนุนหลังที่ไม่ธรรมดาถึงขั้นสามารถหยุดยั้งระดับตัดวิญญาณขั้นสมบูรณ์ได้ทำให้ไม่สามารถไล่ตามไปได้”
“ข้าคิดว่ามันไม่แปลกหลบซ่อนตัวนานขนาดนี้อยู่ๆปรากฎตัวแน่นอนพวกมันต้องเตรียมการเอาไว้อยู่แล้วอย่างน้อยก็ต้องมีครึ่งเซียนเป็นผู้สั่งการหรือไม่ก็มีเซียนแท้คอยสั่งการอยู่”อู๋เซิ่งกล่าว
“โอ้เด็กคนนี้คือคนในข่าวลือนั่นหนะเหรอ ศิษย์ของประมุขเมี่ยวไม่สิ ศิษย์ของเซียน”ผู้อาวุโสของสำนักอสูรมองไปยังอู๋เซิ่งด้วยแววตาสนใจ
“นี่!!!!!!!”เมี่ยวจื่อตกใจเพราะความลับนี้พวกนางสั่งปิดปากไม่ให้ใครแพร่กระจายออกไปแล้วทำไมอีกฝ่ายถึงได้รู้
“หน้าต่างมีหูประตูมีช่องไม่แปลกหรอก” อู๋เซิ่งกล่าว
“สมแล้วจริงๆดูเหมือนว่าสำนักของพวกท่านจะโชคดีมากเลยนะ ที่จริงข้าได้ข่าวมาว่าสำนักกระบี่หยกเองก็มีศิษย์ที่ได้รับการฝึกฝนจากเซียนเหมือนกัน”ผู้อาวุโสสำนักอสูรกล่าว
“เรื่องจริงงั้นเหรอ”เมี่ยวจื่อตกใจ
“ใช่เพราะงั้นปีนี้การประลองอัจฉริยะจะต้องดุเดือนแน่ แน่นอนว่าทางเราก็มีศิษย์ที่ยอดเยี่ยมอยู่เหมือนกัน”
หลังจากคุยกันได้ไม่นานพวกอู๋เซิ่งก็ถูกมาส่งถึงที่พักหลังจากมาส่งแล้วอีกฝ่ายก็จากไป
“อีก1 วันถึงจะมีการประลองเพราะงั้นเวลาที่เหลือพวกเจ้าก็พักผ่อนไปเถอะส่วนข้าจะไปหาสหายเก่าเสียหน่อย”เมี่ยวจื่อกล่าว
“พวกเราจะเอายังไงดีข้าอยากจะเดินเล่นเสียหน่อยพวกเจ้าว่าไง” หว่านเอ๋อเห็นเมี่ยวจื่อไปแล้วจึงเสนอความคิดขึ้น
“สำนักอสูรเองก็ไม่ใช่ว่าพวกไม่ดีอะไรศิษย์เหล่านั้นน่าจะไม่หาเรื่องพวกเราหรอกมั้ง” จั่วฟานกล่าว
“ข้าอยากจะนอนต่อขอตัวก่อน”อู๋เซิ่งเตรียมเดินเข้าไปที่ห้องพักทันที
“เดี๋ยวก่อนน้องเล็กเจ้านอนตักข้ามาเกือบ1 วันเต็มเจ้าไม่คิดที่จะตอบแทนพี่สาวคนนี้หน่อยงั้นเหรอ” ต้วนหนิงเอ๋อยิ้ม
“แล้วอย่างจะได้อะไรละ”อู๋เซิ่งรู้สึกระแวงอีกฝ่าย
“เจ้าจะต้องไปเป็นเพื่อนข้าหากเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวคนนี้เจ้าจะได้ปกป้องข้าได้ทัน” ต้วนหนิงเอ๋อกล่าว
“นี่เดี๋ยวก็มีการประลองขึ้นทำไมเราไม่พักผ่อนกันก่อนละเดินทางมาเหนื่อยจะตาย” อู๋เซิ่งกล่าว
“เจ้ามีศิษย์พูดงั้นเหรอ”พวกจั่วฟางมองอู๋เซิ่ง
คนทั้งหมดในการเดินทางคงมีเพียงอู๋เซิ่งที่สบายที่สุดและทำให้พวกเขาอิจฉาได้นอนตักสาวงามตลอดทางแม้ต้วนหนิงเอ๋อจะเป็นลูกพี่ลูกน้องของอู๋เซิ่งก็ตาม
“เอาละๆไปได้แล้ว” ต้วนหนิงเอ๋อควงแขนอู๋เซิ่งและลากอีกฝ่ายไปทันที
“นายท่านไปไหนข้าก็ไปนั่น”เจี้ยนโจวเองก็ตามไป คนอื่นๆเองก็อยากจะผ่อนคลายก่อนประลองจึงพากันเกาะกลุ่มเดินเที่ยวเพราะในงานประลองครั้งนี้มีพ่อค้ามากมายจากพื้นที่ต่างๆเข้ามาเช่าพื้นที่เปิดร้านอาหารขายของ ขายเม็ดยาและอาวุธต่างๆทำให้บรรยากาศดูครึกครื้น