Chapter 13
แค่นิ้วเดียวก็พอแล้ว
“อะไรนะ ไม่มีของที่เรียกว่าเค้กมาให้เราอย่างนั้นเหรอ?!”
เสียงพูดแบบผิดหวังสูงขีดนั้นไม่ใช่ของใครอื่นนอกเสียจากแม่สาวน้อยัสุดน่ารักอย่างสโนว์เบลซึ่งตอนนี้เธอได้มายืนอยู่ใจกลางเมืองโลเวร่าเป็จุดเด่นของเป้าสายตาจากพวกหนุ่มๆคนอื่นๆ ที่หันมามองกันเป็ทางเดียวจนคอแทบหลุดจะมีก็เพียงชายหนุ่มคนเดียวเท่านั้นที่จ้องมองยัยั (ตัวแสบ)คนนี้ด้วยท่าทีอ่อนใจเป็ยิ่งนัก ทั้งสองต่างนั่งอยู่ตรงขอบบ่อน้ำพุตรงจัตุรัสกลางเมืองในระยะที่ไม่ห่างกันจนหนุ่มๆที่เดินผ่านไปผ่านมามักจะส่งสายตาร้อนแรงมาทางนายโจ๊กอย่างอิจฉากันถ้วนหน้า
“ก็ฉันลองไปดูให้แล้วแต่ร้านที่เขาให้เค้กกับฉันมาเมื่อวานเขาปิดไปแล้ว จะให้ทำยังไงได้ล่ะ?”
“ไม่สนอ่ะก็เราอยากจะกินไอ้ที่เรียกว่าเค้กนั่นอีกนี่น่า!”
“แล้วจะให้ฉันไปเสกให้จากไหนกันล่ะ”โจ๊กถอนใจ “อีกอย่างเธอซัดไอ้ชุดสเต็กนั่นไปตั้ง 5 ชุดแล้วนะยังจะมีกระเพาะเหลือสำหรับกินอย่างอื่นได้อีกงั้นเหรอ?”
“สำหรับัแล้วสบายมากจะบอกให้”
ว่าแล้วก็เท้าสะเอวขึ้นในท่าที่เหมือนกับจะอวดภูมิอะไรซักอย่างที่โจ๊กไม่เข้าใจเลยซักนิดทว่าไม่นานนักแม่สาวน้อยตรงหน้าก็กลับมาออกอาการหน้างองุ้มขึ้นอีกครั้งขณะที่ร่างของทั้งสองคนนั้นมายืนกันอยู่ตรงจัตุรัสกลางเมืองพร้อมกับซัมมอนเนอร์จำนวนมากที่เดินผ่านไปมา(และชายตามองแม่สาวคนนี้กันจนคอแทบหลุด)
“ไม่รู้ล่ะเ้าต้องหาสิ่งที่เรียกว่าเค้กนั่นมาให้เราให้ได้ด้วย”
“ยังไงกันเล่า....”
โจ๊กพูดอย่างอ่อนใจใช่ว่าเขาจะไม่พยายามแล้ว เขารู้ดีว่ายัยัคนนี้คงจะบ่นระงมงอแงทำทุกอย่างในชีวิตของเขาให้มันยากขึ้นแน่ๆ เขาก็เลยไปลองเดินหา “เค้ก”ที่ว่านั่นมาจากทั่วทุกสารทิศแล้วแต่ดูเหมือนว่าในเมืองนี้จะไม่มีใครที่ขายของแบบนั้นอยู่อีกเลย
“ถ้าเป็ไอ้นี่แทนได้มั้ยล่ะฉันลองไปซื้อจากร้านค้าในตลาดมา”
พูดแล้วเขาก็หยิบเอาการ์ดใบหนึ่งขึ้นมาทันทีก่อนจะเปลี่ยนมันไปเป็ไอเท็มที่จับต้องได้ซึ่งในมือของเขาตอนนี้ก็เป็อมยิ้มทรงกลมหลากสีสันที่มองปราดเดียวก็รู้เลยว่าเอาไว้หลอกเด็กแน่ๆเห็นดังนั้นแล้วสโนว์เบลก็เริ่มที่จะยิ้มออกคว้าเอาขนมหน้าตาแปลกนั้นมาถือไว้ทันที
“ไหนๆ ขอลองหน่อยนะ....”
ว่าแล้วก็งับอมยิ้มเข้าไปเต็มคำเท่านั้นเองจากสีหน้าเบิกบานก็เปลี่ยนเป็หดหู่ในทันทีเธอทำการขว้างอมยิ้มลงไปบนพื้นจนแตกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย เล่นเอาโจ๊กสะดุ้งโหยง
“ทำอะไรของเธอเนี่ย?”
“ของกระจอก!” ัสาวหันมาแหวใส่ “กล้าดียังไงเอาของห่วยๆแบบนี้มาให้เรากินหือเ้าบ้า แค่ชิมก็รู้แล้วว่าเป็ของราคาถูกคุณภาพต่ำสิ้นดีแบบนี้อยากจะท้าทายกันหรือยังไงเ้าซัมมอนเนอร์กระจอก!?”
หล่อนเป็แมวเปอร์เซียเหรอ!?
มันจะเอาใจยากเกินไปแล้ว! ....แค่คิดโจ๊กก็ต้องถอนใจออกมาอีกคำรบจ้องมองอมยิ้มที่แตกกระจายและกำลังสลายเป็ละอองไปต่อหน้าต่อตา ถึงจะราคาแค่ไม่กี่G ก็เถอะ แต่ยัยนี่เล่นโยนทิ้งเป็ของไร้ค่าแบบนี้เลยเชียวนะแถมก่อนหน้านี้ก็ผลาญเงินเขาไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่มอย่างหนักหน่วงไปแล้วด้วย
“ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามาหาอาหารให้เธออีกแล้วนะสโนว์เบลถ้าอยากจะกินอีกก็ต้องรอมื้อต่อไป ภารกิจของฉันมันแข่งกับเวลารู้มั้ยถ้ายังไงช่วยกลับเข้าไปในการ์ดก่อนได้รึเปล่า?”
โจ๊กขอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดและชัดเจนว่าคำตอบก็คือ...
“ไม่!”
ก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าโดนแย้งแน่ๆแต่พอเป็ด้วยน้ำเสียงห้วนๆกับการเชิดหน้าไปทางอื่นแบบนี้แล้วมันหงุดหงิดยังไงก็ไม่รู้เว้ยเฮ้ย
“ฉันถามจริงๆ เถอะว่าเธอจะไปด้วยกับฉันจริงๆ น่ะเหรอก็ไหนบอกว่าฉันฝีมือไม่ถึงพอที่จะเป็เ้านายเธอได้ไง?”
“ใช่ ฝีมือของเ้าน่ะงอกง่อยมากเราไม่มีทางยอมฟังคำสั่งของเ้าหรอก”
เธอพูดด้วยรอยยิ้มกว้างราวกับพูดเื่ตลกที่สุดขึ้นมาด้วยซ้ำฟังแล้วช่างอ่อนใจสิ้นดี
“ถ้างั้นจะตามฉันออกมาทำไมกลับไปอยู่ในการ์ดซะสิ?”
“ก็ถึงฝีมือของเ้าจะอ่อนด้อยแต่เื่การหาของอร่อยๆ มาให้กับเรานั้นยังถือว่าทำได้ดีอยู่เพราะฉะนั้นตราบใดที่เ้ายังมีของอร่อยๆ ให้กับเรากินล่ะก็เราจะยอมเดินทางตามเ้าไปซักพักก็ได้นะ ...จงสำนึกบุญคุณเสียซี่”
“น้ำตาเกือบไหลเลยล่ะ ในหลายๆความหมายน่ะนะ”
โจ๊กได้แต่ส่ายหน้าปลงตกกับชะตากรรมของเขาที่มันน่าเศร้าสิ้นดีจริงอยู่ว่าก่อนหน้านี้เขาได้ยัยัคนนี้ช่วยเอาไว้ ซ้ำยังหาเงินมาให้เขารอดตายไปได้อีกเดือนหนึ่งแบบสบายๆก็ตามที แต่การที่แม่เ้าประคุณเป็คนขวางโลกแบบสุดโต่งขนาดนี้(ซ้ำยังผลาญเงินเก่งสุดๆ) มันก็เป็อะไรที่น่าปวดหัวสิ้นดี
“สรุปว่าเธอจะตามฉันไปด้วยแน่ๆงั้นสินะ?” โจ๊กถามเพื่อความแน่ใจ เพราะยังไงซะดูท่าทีแล้วสโนว์เบลคงไม่ยอมกลับเข้าไปในการ์ดแน่ๆ
“ใช่แล้วเ้าก็ต้องซื้อของกินมาให้เราอย่างที่สัญญากันเอาไว้ด้วย” สโนว์เบลยื่นคำขาด
“ไอ้เื่ของกินนั่นน่ะช่างมันก่อนเถอะ”โจ๊กถอนใจ “ถ้าจะไปด้วยกันฉันก็ไม่ว่าหรอกแต่มีอย่างหนึ่งที่อยากจะให้รับปากกันก่อน จะได้รึเปล่าล่ะ?”
“กล้ามากนะที่มายื่นคำขอแบบนี้กับเรา...”ัสาวส่งเสียง ‘จิ๊’ ออกมาออย่างขัดใจ“แต่ก็เอาเถอะเห็นกับที่เ้ายังรักษาสัญญาเอาของกินมาให้เราล่ะก็นะเราจะยอมฟังดูก็ได้หากมันไม่หนักหนาเกินไป”
“ง่ายมากแค่จากนี้ไปเธอห้ามเปลี่ยนร่างเป็ัอีกก็พอ”
“หา? ทำไมล่ะ?” สโนว์เบลถามแบบไม่เข้าใจ
“ยังจะถามมาอีกเหรอก็เพราะว่าเธอคืออัลติเมตแรร์ที่หายากมากที่สุดในโลกตอนนี้ขืนชาวบ้านเขาได้เห็นตัวเธอขึ้นล่ะก็มันได้แตกตื่นกันยกใหญ่แน่ๆฉันเองก็ไม่อยากจะใช้ชีวิตในอาเคเดียให้มันสงบๆ หน่อยก็เท่านั้นเองเธอไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านี้แค่ฉันประกาศว่าจะขายเธอออกไปเท่านั้นเองชีวิตของฉันมันวุ่นวายแค่ไหน”
ได้ยินเท่านั้นเองัสาวก็เบ้ปากยกมือขึ้นมากระชากคอเสื้อของเ้าหนุ่มคนข้างๆ ให้ขยับเข้าไปใกล้จนหน้าเกือบชนกันเล่นเอาหนุ่มๆ รอบด้านถึงกับชะงักจนหยุดมองกันเป็แถว
“กล้าดียังไงถึงได้จะเอาเราไปขายต่อให้กับคนอื่นแบบนี้หือเ้าซัมมอนเนอร์กระจอก” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย็นะเื“เ้าควรจะรู้ตัวไว้ด้วยนะว่าการที่คนอย่างเ้าได้ข้าไปครองนั่นน่ะมันถือว่าเ้าโชคดีแค่ไหนแล้วเ้ากล้าเอาเราคนนี้ไปเสนอขายให้คนอื่นเชียวหรือ เ้ากิ้งก่าได้ทองเอ๊ย....”
ดวงตาของัสาวนั้นส่องประกายแวววาวจนน่ากลัวซึ่งนั่นก็รีบทำให้โจ๊กต้องโบกมือหย็อยๆ
“ก็เพราะว่าฉันเห็นคุณค่าของเธอน่ะสิฉันถึงได้เปลี่ยนใจไม่ขายเธอให้กับไอ้ซัมมอนเนอร์นิสัยแย่ที่เข้ามาเสนอเงินให้ฉันตั้ง20 ล้านบาทนั่นไปน่ะ”
ได้ยินแล้วัสาวก็นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะถอนใจและผลักร่างของผู้ชายตรงหน้าให้ถอยห่างไปด้วยสีหน้าที่แอบหงุดหงิดอยู่นิดๆ
“ครั้งนี้เราจะอภัยให้กับเ้าก็ได้ในฐานะที่เ้ายังเป็มือใหม่ไม่รู้เื่รู้ราวอะไรแต่ถ้าเกิดว่ามีครั้งต่อไปล่ะก็ เราจะไม่มีวันให้อภัยเ้าแน่” ัสาวยื่นคำขาด“ส่วนตอนนี้เราจะรับปากเ้าก็ได้จากนี้เราจะไม่กลับไปอยู่ในร่างัสักพักก็แล้วกันอันที่จริงอยู่ในร่างของมนุษย์มันก็ดีกว่านั่นล่ะทั้งคล่องตัวแล้วก็ไม่กินพลังเวทมากเกินไปด้วย”
พูดแล้วเธอก็ดันตัวลุกออกมาจากขอบบ่อน้ำพุตรงจัตุรัสกลางเมืองเพื่อมาบิดี้เีด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเหมือนเคยเห็นแล้วโจ๊กก็ได้แต่เป่าปากนึกไม่ออกจริงๆ ว่ายัยนี่คิดอะไรอยู่ในหัวกันแน่ ทั้งๆที่ปากก็ว่าเขาปาวๆ ว่าเป็ซัมมอนเนอร์กระจอกที่ไม่คู่ควรกับเธอแต่พอรู้ว่าเขาเคยเสนอเอาตัวเธอไปขายให้กับซัมมอนเนอร์ที่เก่งกว่าเธอกลับแสดงท่าทีโกรธออกมาอย่างชัดเจนเสียขนาดนั้น
“AI ของที่นี่จะสมจริงเกินไปแล้ว” โจ๊กรำพึงขึ้น “ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริงๆ”
“หือ? เมื่อกี้เ้าพูดว่าไงนะ?”
สโนว์เบลหันมาถลึงตามองด้วยสีหน้าดุๆอีกครั้ง ทำเอาโจ๊กถอนใจอีกคำรบ ดันตัวลุกขึ้นยืนอีกคนพร้อมกับสีหน้าที่เรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมา
“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” เขาว่าก่อนจะเปิดหน้าต่างแผ่นที่ขึ้นมา “อีกเดี๋ยวเราจะเดินทางกันแล้วนะไอเท็มที่จำเป็ฉันก็ซื้อมาหมดแล้ว รอบนี้ฉันจะลงไปทางใต้ตรงจุดนี้ของแผนที่ระยะทางมันค่อนข้างไกลจากเมืองนิดหน่อย เราคงต้องขี่ัดินของฉันไป”
“อ๋อ ถ้างั้นก็แล้วแต่เ้าเลยไว้ถึงที่หมายแล้วเดี๋ยวเราจะออกมาอีกทีเราไม่อยากนั่งซ้อนบนหลังัระดับต่ำกว่ากับเ้าหรอก”
ว่าแล้วก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่ด้วยท่าทางทะเล้นสุดๆก่อนที่ร่างบางนั้นจะสลายเป็ละอองและพุ่งกลับเข้าไปในตัวของเขาในที่สุดเห็นความเอาแต่ใจของแม่สาวน้อยจอมอวดดีคนนี้แล้วโจ๊กก็ทำได้แค่ส่ายหน้าเท่านั้นเขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะเป็คนเดียวกับัขาวที่ล้างบางมอนสเตอร์ในป่าตัวนั้นได้
“เหนื่อยใจจริงๆ”
“ที่นี่น่ะเหรอ ป่าครัสต์?”
โจ๊กพูดขณะที่โยนตัวลงมาจากหลังของัดินเบรโก้ของเขาซึ่งก็คือัเพียงตัวเดียวที่ใช้เป็ยานพาหนะในการเดินทางได้แน่นอนว่าโดยการต้องให้ยูเรียซ่านักรบคู่ใจของเขาเป็คนช่วยขี่ควบคุมมาให้ชายหนุ่มทำการเก็บเบรโก้เข้าไปในการ์ดหลังจากมันทำหน้าที่วิ่งมาจากเมืองจนมาถึงที่นี่ได้อย่างหนักราวๆเกือบ ครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้
ตอนนี้เ้าตัวจึงมายืนอยู่ตรงทางเข้าของป่าชุกที่มองลึกเข้าไปนั้นแทบจะไม่เห็นอะไรด้านในเลยแม้แต่น้อยและตรงหน้าทางเข้านั้นมีป้ายเขียนกำกับเอาไว้ว่า “ClustWood” พร้อมกับเลเวลที่กำกับเอาไว้ในระดับ 15-30 น่าจะเป็ระดับเลเวลของมอนสเตอร์ในป่านี้นั่นเอง
อันที่จริงตอนนี้ฮาล์ฟของเขาหลายๆตัวหลังจากผ่านศึกใหญ่มาเมื่อคืนนี้ประกอบกับการทำเควสอย่างหนักหน่วงใน่ที่ผ่านมาพวกมันก็มีเลเวลเพิ่มขึ้นสูงไปจนเกือบจะถึงระดับ 10 อยู่แล้วซึ่งหากเทียบกับเลเวลของมอนสเตอร์ระดับนี้แล้วมันก็ถือว่าพอสมน้ำสมเนื้อได้ถึงราวๆเลเวล 20 โน่นล่ะ
“ท่าทางจะน่ากลัวเหมือนกันแฮะยังไงระวังตัวไว้หน่อยก็น่าจะดีกว่า”
โจ๊กพูดขึ้นพลางหันไปมองฮาล์ฟสาวคนข้างๆเขา ซึ่งยูเรียซ่าก็พยักหน้าเป็ทำนองจะสื่อว่าเธอจะปกป้องเ้านายเองเป็จังหวะเดียวกับที่โจ๊กเกอร์นั้นหยิบเอาการ์ดเสื้อคลุมหนังหมาป่าที่เพิ่งจะได้รับมานั้นสวมเข้าไปบนร่างกายช่วยให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นมากเพราะยิ่งออกห่างจากเมืองแค่ไหนอากาศมันก็ดูจะลดต่ำลงเรื่อยๆ
“เหอะ! จะให้ยัยฮาล์ฟงอกง่อยนั่นเป็คนคุ้มกันเ้าน่ะเหรอ หวังสูงไปรึเปล่ายัยนั่นจะช่วยพาเ้าลงนรกสิไม่ว่า”
กระทั่งเกิดน้ำเสียงกวนๆดังขึ้นจากทางด้านหลัง โจ๊กรับรู้ได้ทันทีว่าใครกันที่โผล่ออกมาอีกแล้วกระทั่งหันไปเห็นยัยตัวแสบบางคนกำลังยืนบิดี้เีด้วยท่าทางสบายอารมณ์ราวกับเป็ผู้โดยสารที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมาอย่างยาวนานไม่มีผิด
“เดินทางระยะแค่นี้ดันใช้เวลาเสียตั้งนานให้เรารอจนเมื่อยไปหมดไม่ไหวเลยจริงๆ ถ้าเป็เราล่ะก็บินแค่ไม่ถึงสองนาทีก็คงจะถึงที่หมายได้แล้วแท้ๆเชียว”
ว่าแล้วสโนว์เบลก็จงใจหันไปจ้องทางยูเรียซ่าเขม็งราวกับจะมีสายตาที่เย้ยหยันขึ้นแน่นอนว่าฮาล์ฟสาวผู้นี้ยังไม่ลืมเลยว่าเมื่อคืนนั้นเธอต้องมาตายอีกรอบเพราะน้ำมือของยัยัตัวแสบคนนี้และเธอก็จ้องเขม็งกลับมาด้วยสายตาเอาเื่นั่นยิ่งทำให้สโนว์เบลยิ้มร่าสบายอารมณ์เข้าไปใหญ่
“จ้องอะไรไม่ทราบเป็แค่ฮาล์ฟระดับต่ำๆ อย่ามาหือกับเราจะดีกว่านะ ขอแนะนำว่ารีบๆ มองไปทางอื่นซะ ไม่อย่างนั้นเราจะควักลูกตาเ้ามาโยนเป็อาหารให้หมาป่าแทะเล่น”
ระดับทีมเวิร์คของยัยันี้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนน่าอ่อนใจโจ๊กหันไปส่ายหน้ากับยูเรียซ่าเพื่อปรามว่าอย่าไปยุ่งกับยัยันิสัยเสียคนนี้ซึ่งเธอก็ทำตามคำสั่งของเ้านายอย่างว่าง่ายแม้จะมีส่งสายตาค้อนแบบส่งท้ายไปให้ยัยัตัวนั้นก็ตามที
“จะออกมาก็ไม่ว่าหรอกนะแต่อย่าก่อปัญหาอะไรอีกรู้มั้ยสโนว์เบล”
“ข้าเคยทำปัญหาให้ใครด้วยหรือไง?”
ก็ฉันนี่ไงล่ะ!?
โจ๊กอยากจะะโสวนออกไปใจจะขาดแต่ก็ทำเป็ไม่ใส่ใจและส่งสัญญาณให้ยูเรียซ่ารีบเดินทางเข้าไปในป่าแห่งนี้กันเลยจะดีกว่าเพราะว่าเขามีเควสต้องรอให้ทำในป่านี้ถึง 8 เควสด้วยกันแน่นอนว่ามันไม่ใช่เวลาที่จะต้องมานั่งต่อปากต่อคำกับยัยัคนนี้แล้ว
ไม่ช้าโจ๊กจึงยื่นมือมาข้างหน้าหมายที่จะเรียกการ์ดออกมาเพื่อใช้งานทว่ารอบนี้กลับไม่มีการ์ดใบนี้โผล่ขึ้นมาในมือของเขาเลย ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงแค่เลิกคิ้วขึ้น
“ทำไมเรียกเอาการ์ดออกมาไม่ได้?”
เขารำพึงขึ้นแบบสงสัยกระทั่งเปิดหน้าต่างข้อมูลของตนเองขึ้นมาดูจึงได้รู้ว่าตอนนี้ค่ามานาในตัวของเขานั้นมันหมดเกลี้ยงเหลือศูนย์เลยด้วยซ้ำ!
“เอ้ย...ทำไมมานาของฉันมันหมดเกลี้ยงแบบนี้ล่ะ?”
“ก็แล้วทำไมมันจะไม่หมดล่ะก็ข้าใช้มันเพื่อโผล่ออกมาด้านนอกนี่ยังไงล่ะ”
สโนว์เบลพูดขึ้นลอยๆเหมือนพูดถึงเื่ดินฟ้าอากาศขณะที่เธอเดินนำหน้าเข้าไปในป่านั้นชนิดไม่ต้องห่วงเื่ความปลอดภัยเลยแม้แต่น้อยสองมือประสานกันตรงด้านหลังราวกับคุณหนูที่กำลังเดินกรีดกรายอยู่ในสวนดอกไม้ไม่มีผิดเป็ภาพและคำพูดที่โจ๊กได้ยินแล้วต้องอ้าปากค้าง
“เดี๋ยวนะ นี่ที่เธอออกมาเองได้เนี่ยมันต้องใช้มานาในตัวของฉันด้วยงั้นเหรอ?!”
“จะะโทำไมเนี่ย?”สโนว์เบลหันมาเบ้ปาก “ก็แหงน่ะสิ ถึงจะไม่อยากยอมรับนักแต่เราก็เป็การ์ดที่อยู่ในพันธะสัญญากับเ้าหากจะออกมาด้านนอกได้ก็ต้องพึ่งพลังเวทของเ้าในการอัญเชิญออกมาไม่ใช่หรือไงหรือว่ากฎง่ายๆ แค่นี้เ้าเองก็ยังไม่หรือหือโจ๊กเกอร์?”
ไอ้เื่นั้นน่ะเขารู้!
แต่ไอ้เื่ที่ฮาล์ฟสามารถเป็คนกำหนดว่าจะใช้มานาของเ้านายตอนไหนก็ได้เนี่ยเขาเพิ่งจะรู้นี่แหละ!?
ซึ่งชายหนุ่มสังหรณ์ว่ามันจะเป็เฉพาะยัยัตัวแสบนี้เท่านั้นเสียด้วย!
“เลิกพูดมากได้แล้วน่าเ้าเป็คนบอกเองไม่ใช่หรือไงว่ารีบน่ะ?”
ทิ้งคำไว้แค่นั้นแล้วสโนว์เบลก็เดินอาดๆนำเข้าไปในป่า ปล่อยให้โจ๊กได้แต่กลอกตาไปมา ก่อนจะจำใจเดินตามเข้าไปติดๆโดยที่ตอนแรกหมายตาที่จะเรียกเอาลูกัทั้งสองตัวนั้นมาช่วยเป็กำลังให้ยูเรียซ่าอีกแรงแต่ไปๆ มาๆท่าทางตอนนี้คงต้องรอให้มานามันกลับมาเพิ่มเท่าเดิมเสียก่อนถึงจะทำแบบนั้นได้แล้วล่ะ
“โทษทีนะตอนนี้คงต้องระวังตัวเป็พิเศษแล้วล่ะ ่ต้นๆ ของป่าคงยังไม่เจอมอนสเตอร์ที่เก่งมากนักหรอกแต่ก็อย่าประมาทละกันนะ”
โจ๊กหันไปพูดกับฮาล์ฟสาวของเขาก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเข้าไปในป่าตามไปติดๆ
ทั้งคู่ดูจะระแวดระวังภัยเป็พิเศษกับพื้นที่ที่ยังไม่เคยเดินทางเข้ามาก่อนป่าครัสต์แห่งนี้จัดว่าเป็ป่าที่อุดมสมบูรณ์ไม่ต่างอะไรจากป่าซิลกี้ที่เขาเคยไปมาก่อนหน้านี้ที่จะแตกต่างกันเลยก็คือที่นั่นพอเดินเข้ามาแล้วก็จะพบมอนสเตอร์จำพวกหมูป่าหรือสัตว์ตัวเล็กๆจำนวนมากเดินงุ่นง่านอยู่พร้อมจะให้พวกเขาล่าได้ทุกเมื่อ
แตกต่างจากป่าแห่งนี้ที่ดูจะเงียบสงัดปราศจากไปด้วยมอนสเตอร์ตัวใดๆแม้แต่ซัมมอนเนอร์ด้วยกันยังไม่มีแววเลยซึ่งเขาก็ลองไปสอบถามลุงโทมัสมาแล้วว่าป่าแห่งนี้มันไม่ค่อยจะมีคนแวะเวียนเข้ามาเท่าไรเพราะตรงจุดด้านหน้าของป่านั้นจะมีแต่พวกมอนสเตอร์ก็อบลินซึ่งเลเวลสูงแต่ให้ไอเท็มและของรางวัลเควสที่ไม่คุ้มเสียเท่าไรซัมมอนเนอร์ส่วนใหญ่จึงจะเดินทางลึกเข้าไปในป่าด้านในเพื่อล่ามอนสเตอร์ที่ดุร้ายกว่านั่นเอง
ตอนนี้มันจึงมีความเงียบกับเสียงของนกที่ร้องกันจนก้องไปทั้งป่าให้บรรยากาศที่สมจริงได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“ให้ฉันมาเดินคนเดียวในป่าแบบนี้ด้านนอกนี่ฉันไม่เอาด้วยแน่ๆนะ” โจ๊กบ่นขึ้นลอยๆ จนยูเรียซ่าที่เดินอยู่ข้างๆ นั้นหัวเราะคิกคักขึ้น“ไม่รู้ว่าเดินไปเดินมาจะมีเสือออกมาขย้ำตอนไหนก็ได้เลยนะเนี่ยแบบนี้”
บรรยากาศที่แม้จะดูสดชื่นแต่ก็แฝงอันตรายไว้ในตัวนั้นทำให้โจ๊กดูจะระมัดระวังตัวเป็พิเศษ
ยิ่งเดินลึกเข้าไปบรรยากาศก็ยิ่งชวนให้รู้สึกขนลุกขึ้นเท่านั้น
แต่ดูเหมือนว่าจะมีเพียงคนเดียวที่กำลังเดินสบายอารมณ์เหมือนกำลังวิ่งเล่นอยู่ในทุ่งสวนดอกไม้กับยูนิคอนสายรุ้งอะไรทำนองนั้นไม่มีผิดโจ๊กถึงกับเบ้ปากเมื่อหันไปอีกทางแลเห็นว่าแม่สาวน้อยผู้มีเรือนผมสีขาวนั้นกำลังะโลั๊ลลาเดินชมนกชมไม้ไปทั่วไอ้ครั้นเจอดอกไม้สีสวยๆ หน่อยแม่เ้าประคุณก็วิ่งปรี่เข้าไปดมด้วยสีหน้ามีความสุขพอเจอผลไม้ป่าที่อยู่บนกิ่งไม้เธอก็ะโขึ้นไปคว้าไว้ชนิดที่ไม่กลัวเลยว่าจังหวะะโตัวลอยขึ้นไปนั้นมันจะเปิดหวอกันลั่นป่าด้วยซ้ำ
มิหนำซ้ำเธอยังเดินทิ้งพวกนายโจ๊กไปไกลพอสมควรจนทำให้ชายหนุ่มต้องถอนใจ
“นี่สโนว์เบลอย่าไปไหนไกลนักสิ”เขาพูดขึ้นเสียงดัง “รอกันหน่อยได้มั้ย”
ร่างบางชะงักหันกลับมาพร้อมกับมือที่ถือผลแอปเปิ้ลซึ่งโดนกัดไปแล้วปากก็เคี้ยวตุ้ยๆ
“ทำไมล่ะ เ้าก็เดินของเ้าไปสิ ไหนบอกว่าไม่ให้เราเข้าไปยุ่งด้วยไง?”เธอถามขึ้น “อย่าบอกนะว่าอยากจะกินผลไม้นี้ ฝันไปเถอะอยากกินก็ไปหาเด็ดเอาแถวนี้เองสิ”
ใครจะไปเห็นแก่กินแบบเธอกันเล่า?!
โจ๊กคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา
“ไม่ใช่แบบนั้น อยู่ใกล้ๆกันไว้หน่อยเถอะ เดี๋ยวศัตรูมันลอบโจมตีเข้ามาแล้วจะยุ่งเอานะ”
“อ๋อ เื่นั้นไม่ต้องห่วงหรอก”สโนว์เบลพูดพลางหันไปเห็นดอกไม้สีขาวสวยอยู่พุ่มหนึ่งตั้งอยู่ตรงหน้าเธอจึงยิ้มกว้างรีบตรงเข้าไปก้มดูทันที“พวกก็อบลินน่ะไม่ทำอะไรเราหรอก ไม่สิไอ้ลิงพวกนี้ถึงจะหน้าโง่แต่พวกมันก็สัญชาตญาณดีรู้ว่าอะไรคือที่ต่ำที่สูงไม่เหมือนไอ้พวกหมาบ้าเมื่อวานนี้หรอก เพราะฉะนั้นมันไม่ทำอะไรหรอก....แต่เ้าน่ะระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะเพราะว่าพวกมันตามเรามาั้แ่เมื่อกี้แล้วนิ”
“ตามมา?”
โจ๊กพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาดใจกระทั่งเสี้ยววินาทีนั้นเองที่ยูเรียซ่าเข้ามาดึงตัวเ้านายของเธอเอาไว้โจ๊กเกือบจะหน้าคะมำลงไปด้วยซ้ำแต่ก็มีเสียงวัตถุอะไรบางอย่างพุ่งผ่านใบหน้าของเขาไปเพียงคืบก่อนที่มันจะปักลงไปบนพื้นเรียกดวงตาสีสนิมเหล็กให้หันกลับมามองจึงได้เห็นว่ามีลูกธนูดอกหนึ่งปักอยู่บนนั้น
กี๊!!!
เสียงร้องแหลมบาดหูนั้นดังขึ้นส่งให้โจ๊กรีบเงยหน้าขึ้นมอง และได้เห็นเข้ากับมอนสเตอร์ตัวหนึ่งที่มีลักษณะยืนสองขาคล้ายมนุษย์แต่รูปร่างเล็กสูงราวๆ หนึ่งเมตรใบหน้าเรียวยาวและมีผิวสีเขียวมันสวมเกราะหนังและถือธนูเอาไว้ขณะที่ตรงเอวมีมีดสั้นเหน็บเอาไว้เ้ามอนสเตอร์ตัวนั้นะโเหยงๆ คล้ายขัดใจที่มันยิงธนูใส่เป้าหมายและพลาด
“เ้าตัวนั้นมัน....เหวอ?!”
โจ๊กยังดูไม่ทันจบ จู่ๆมันก็มีเ้าตัวเขียวหน้าตาเหมือนกันะโมาจากทางด้านหลังส่งให้ยูเรียซ่าผลักเ้านายออกไปก่อนจะชักดาบขึ้นมาเสียบเ้าตัวประหลาดตัวนั้นและเหวี่ยงให้กระเด็นออกไปทันที
มันลงไปนอนกุมาแแต่ก็ลุงขึ้นมาะโด้วยโทสะที่โดนโจมตีอย่างเดือดดาล
แค่เห็นศัตรูไม่ตายจากการโจมตีแค่ทีเดียวของยูเรียซ่าแล้วเขาก็รับรู้ได้เลยว่ามันมีเลเวลที่สูงไม่ใช่เล่น
ก็อบลินป่า LV20 (ดิน)
เผ่า : ก็อบลิน
โจมตี-3 ป้องกัน-3
พลังชีวิต 9,000
โจ๊กรีบเปิดข้อมูลขึ้นมาดูทันทีกระทั่งได้เห็นความสามารถและเลเวลของพวกมันที่จัดว่าอันตรายอยู่ไม่เบาแม้จะไม่ได้เก่งกาจจนไม่สามารถสู้ได้ แต่ดูเหมือนปัญหาใหญ่ที่กำลังค่อยๆก่อตัวขึ้นมานั้นเห็นจะเป็เื่อื่นเสียมากกว่า!
“ยูเรียซ่าถอยออกมาก่อนเธอจะโดนล้อมแล้ว!”
คำสั่งนั้นส่งให้ฮาล์ฟสาวตวัดสายตามองไปรอบๆก้าวเท้าถอยออกมาพร้อมกับใช้ดาบเสียบเข้าใส่ก็อบลินตัวหนึ่งจนตายคาที่ไปขณะที่เ้าปีศาจร่างแคละอีกหลายตัวก็พุ่งเข้ามาจากพุ่มไม้ที่ซ่อนตัวอยู่พร้อมกับชักมีดเข้ามาโจมตีใส่ส่งให้ยูเรียซ่าต้องหมุนตัวฉากออก และใช้ดาบเรเปียของเธอปัดป้องการโจมตีพวกนั้นเอาไว้ได้อย่างยากลำบาก
ปัญหาตอนนี้ก็คือจำนวนของศัตรูที่จู่ๆก็โผล่เข้ามามากเกินไป
โจ๊กเข้าใจในคำพูดของสโนว์เบลแล้วว่าเขาน่าจะถูกเ้าพวกนี้ล้อมเอาไว้นานมากแล้วเผลอๆ จะั้แ่เข้ามาในป่าแล้วด้วยซ้ำไป แต่เ้าพวกนี้ก็ซุ่มได้อย่างแเีและออกมาโจมตีล้อมวงทีเดียวอย่างเป็ระบบ
“ซวยแล้วไง....”
โจ๊กตวัดสายตามองไปรอบๆแลเห็นก็อบลินอีกหลายสิบตัวโผล่ออกมาจากพุ่มไม้บางตัวปีนขึ้นไปอยู่บนกิ่งไม้และเล็งธนูหมายจะยิงใส่เขาจากบนนั้นว่าแล้วโจ๊กจึงรีบใช้การ์ด “ดราก้อนสเต็ป” เพื่อสั่งให้ยูเรียซ่าเป่าแตรเขาัเรียกเอาเ้าลูกัสองตัวจิ๋วนั้นออกมาช่วยโดนด่วนที่สุด
ัทั้งสองตัวนั้นรีบพ่นไฟยิงใส่ก็อบลินที่ใช้ธนูซุ่มยิงจากบนนั้นเพื่อยับยั้งการโจมตีโดยไวที่สุดกิ่งไม้ตรงนั้นถูกไฟเผาะเิเป็ซากขณะที่เ้าก็อบลินนั้นไวพอที่จะโฉบหนีออกไปได้ทว่าด้วยการเข้ามาเสริมทีมของัน้อยสองตัวนั้นมันจึงทำให้ยูเรียซ่าแข็งแกร่งขึ้นความเร็วที่จัดจ้านขึ้นทำให้เธอพุ่งเข้าโจมตีใส่เ้าก็อบลินพวกนั้นจนวงแตกกันไปเป็ทางดาบเรเปียที่แทงเข้าใส่อย่างรวดเร็วนั้นสังหารศัตรูได้สี่ห้าตัวในเวลาไม่กี่วินาที!
ไอเท็มมากมายดร็อบลงไปบนพื้นแต่ดูเหมือนโจ๊กจะไม่มีเวลาเก็บมันเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาสีสนิมเหล็กตวัดมองไปรอบๆรู้สึกได้เลยว่าก็อบลินพวกนี้แทบจะไม่ลดจำนวนลงไปเลยกลับกันยิ่งฆ่าไปมากเท่าไรมันก็ยิ่งโผล่เพิ่มจำนวนขึ้นมาได้เรื่อยๆ จนน่าปวดหัว
“ระวังตรงพุ่มไม้นั่น บลูยิงใส่มันเลย!”
โจ๊กตาไวพอที่จะเห็นก็อบลินตัวหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้และเล็งธนูหันมาที่เขาัน้อยตัวสีฟ้าจึงพ่นไฟเข้าใส่ตรงนั้นจนเกิดแรงะเิย่อมๆผลักเ้าก็อบลินตัวนั้นให้กระเด็นลงมานอนกับพื้นก่อนจะโดนเ้าัตัวสีแดงยิงซ้ำจนตายคาที่ไป
เขารู้สึกได้ว่า ก็อบลินพวกนี้ก็ไม่ใช่มอนสเตอร์ที่เก่งกาจอะไรนักเพราะถึงขนาดที่จะโดนัจิ๋วสองตัวของเขาจัดการได้ก็ไม่ใช่อะไรที่ต้องห่วงในส่วนนี้แล้วแต่ที่น่ากังวลน่าจะเป็จำนวนของมันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆประกอบกับการบุกเข้ามาโจมตีก่อน ทั้งๆ ที่มอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ที่เขาเคยเจอมาก่อนหน้านี้นั้นต่อให้ไปยืนใกล้ๆมันก็จะไม่ใส่ใจหรือบางตัวจะวิ่งหนีด้วยซ้ำไป
“มากันเป็ฝูงเลยนะ”โจ๊กพูดอย่างขัดใจ “ตัดสินใจผิดแล้วไง รู้งี้รอให้มานาเพิ่มจนเต็มก่อนก็ดี”
ประสบการณ์ที่น้อยกับข้อมูลของมอนสเตอร์ที่ไม่มีทำให้เขาคิดผิดไปหากตอนนี้มีค่ามานาอยู่ล่ะก็เขาก็คงสามารถใช้สกิลการ์ดที่โจมตีแบบกระจายหรือเผาป่าแถบนี้เพื่อไล่เ้าก็อบลินกลุ่มนี้ไปเลยก็น่าจะไหวอยู่
“จริงสิ น่าจะพอมีน้ำยาเพิ่ม มานาอยู่ในตัวบ้างนี่หว่า”
โจ๊กนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้เขาเองก็ได้รับการ์ดน้ำยาเพิ่มมานามาจากซองที่เปิดด้านนอกมาได้อยู่เหมือนกันว่าแล้วเ้าตัวจึงรีบยกมือเรียกเอาการ์ดน้ำยาเพิ่มพลังที่ว่านั่นขึ้นมาบนมือสามใบทันควัน
แต่ก่อนที่โจ๊กจะได้เปลี่ยนมันให้กลายเป็ขวดน้ำยาด้วยซ้ำมันก็มีก็อบลินตัวหนึ่งที่ซุ่มอยู่ในมุมอับของสายตาจัดการยิงธนูใส่โจ๊กทันทีเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองพลาดท่าโดนโจมตีเข้าให้แล้วแต่ดูเหมือนคนที่สัญชาตญาณไวที่สุดจะเป็ยูเรียซ่าดวงตาสีลาเวนเดอร์นั้นตวัดกลับมามองที่เ้านายก่อนจะวิ่งเข้ามาหาโดยเร็ว!
ร่างบางจัดแจงเอาตัวเข้าไปขวางวิถีของลูกธนูเอาไว้ธนูดอกนั้นจึงเสียบเข้าไปตรงหัวไหล่ของเธอทันที เล่นเอาฮาล์ฟสาวเกือบจะเสียหลักล้มแต่เธอยังกัดฟันแน่นต้านทานเอาไว้ได้
“บ้าจริง ...บลู เรดยิงใส่เ้าก็อบลินนั่นเลย!”
โจ๊กรีบออกคำสั่งส่งให้ัทั้งสองตัวบินขึ้นสูงพร้อมใจกันยิงลูกไฟโจมตีไปยังก็อบลินที่ซ่อนตัวอยู่ตรงนั้นจนะเิส่งร่างเ้ามอนสเตอร์แคละนั้นตายคาที่ไป
แต่ดูเหมือนปัญหาจะไม่จบแค่นั้นยูเรียซ่าใช้มือดึงเอาลูกธนูออกมาจากหัวไหล่ของเธออย่างเด็ดเดี่ยวพลันตั้งท่าจะกลับไปต่อสู้เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูบุกเข้ามาถึงตัวของเ้านายได้จู่ๆ เธอก็อ่อนกำลังลงอย่างชัดเจน ร่างบางเกือบจะทรุดลงไปนั่งกับพื้นได้เลยด้วยซ้ำ
“เป็อะไรไป ยูเรียซ่า?!”
โจ๊กเห็นอาการไม่ดีจึงเริ่มเป็กังวลพอหันไปดูข้อมูลฮาล์ฟของตนเองแล้วจึงรู้ได้ว่าเธอติดสถานะ “พิษ” เข้าให้เสียแล้ว
“ธนูนั่นมันอาบยาพิษไว้ด้วยเหรอเนี่ย!”
เห็นดังนั้นแล้วเ้าตัวจึงกัดฟันแน่นพยายามคิดหาวิธีรับมืออย่างใจเย็นที่สุดอันดับแรกเขารีบเปิดขวดน้ำยาเพิ่มมานานั้นกระดกขึ้นดื่มอย่างรวดเร็วพร้อมกับสั่งให้ทุกคนเข้ามาอยู่ใกล้ๆ กันเอาไว้ก่อนทางด้านยูเรียซ่าเองแม้ร่างกายจะติดพิษอยู่ แต่เธอก็สู้ยิบตาเพื่อปกป้องเ้านายของเธอเอาไว้ให้ได้
แม้ว่าตอนนี้เ้าก็อบลินพวกนั้นจะค่อยๆตีเข้ามาหาแคบลงเรื่อยแล้วก็ตามที
เป็ภาพที่เห็นแล้วคนที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ก็ต้องถอนใจออกมาอย่างเอือมระอาชอบกล
สโนว์เบลที่ยืนมองอยู่นั้นทำได้เพียงแค่ส่ายหน้าเธอถอนใจก่อนจะยกมือขึ้นเกาศีรษะแกรกๆ
“ไม่ไหวแฮะกะอีแค่ฝูงลิงโง่แค่นี้ก็ทำอะไรไม่ได้ซะแล้ว”
พูดเสร็จแล้วร่างบางก็ก้าวเท้าเดินฉับๆกลับเข้าไปหากลุ่มของนายโจ๊กทันที ฝีเท้าที่เดินแบบเนิบๆไม่เร่งรีบอะไรนั้นไวพอที่จะเข้าไปถึงตัวก็อบลินตัวหนึ่งที่วิ่งตัดหน้าเธอไปได้มือเรียวสวยจึงฉกเข้าไปที่ลำคอของมันก่อนจะยกขึ้นจนตัวลอยเล่นเอาเ้าก็อบลินนั้นตาโตก่อนจะดิ้นพราดๆ
“เราล่ะไม่ชอบพวกเ้าจริงๆ นั่นล่ะไอ้พวกชั้นต่ำที่ดีแต่เก่งเื่การโจมตีเป็ฝูงแบบนี้”
สิ้นเสียงนั้นเธอก็ขว้างก็อบลินนั้นออกไปสุดแรงร่างของมอนสเตอร์แคละตรงดิ่งเข้าไปกระแทกเข้ากับฝูงก็อบลินที่กำลังพุ่งเข้ามานายโจ๊กอย่างแม่นยำประหนึ่งเป็โบลิ่งที่พุ่งเข้าหาพินจนแตกกระเจิงเลยด้วยซ้ำซึ่งหากเป็แบบนั้นมันก็คงจะเรียกว่าสไตรค์ได้เลย!
เ้าพวกก็อบลินนั้นตื่นใกันเป็แถวๆฝีเท้าของพวกมันทุกตัวต่างชะงักนิ่งไปตามๆ กัน กระทั่งสัญชาตญาณเอาตัวรอดตื่นตัวอย่างถึงที่สุดเมื่อสโนว์เบลเดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆนายโจ๊กอีกครั้ง
“สโนว์เบล?”โจ๊กเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ “น...นี่เธอเข้ามาช่วยพวกฉันเหรอ?”
“อย่าเข้าใจผิดสิเรากำลังเพลิดเพลินกับการได้มาเดินเล่นในป่านี้ต่างหาก ถ้าหากว่าเ้าตายไปล่ะก็เดี๋ยวเราก็จะโดนลากกลับไปที่เมืองนั่นอีกไม่ใช่หรือไง....อีกอย่างเ้าดื่มน้ำยาเพิ่มมานาเข้าไปแล้วใช่มั้ย ถ้างั้นก็ดีเอานางกลับเข้าไปในการ์ดซะไม่งั้นเดี๋ยวนางจะตายเพราะพิษแล้วจะเสียค่าประสบการณ์ไปกับไอ้ลิงโง่พวกนี้แบบเปล่าๆเสียอีก”
“หา?”
ชายหนุ่มได้แต่ชะงักไปกับคำสั่งนั้นแต่ก็เป็ความจริงที่ตอนนี้เืของยูเรียซ่านั้นกำลังลดลงอย่างรวดเร็วด้วยผลของ“พิษ” ที่เล่นงานเธออยู่
“ถ้ากลับเข้าไปในการ์ดพิษมันจะหายไปมั้ย?”
“ไม่ในทันทีแต่ก็จะใช้เวลาในการรักษาพักหนึ่งมันก็จะหายไปเอง”
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากสโนว์เบลแล้วโจ๊กก็ไม่รีรอเลยที่จะรีบเก็บเอาฮาล์ฟคู่ใจของเขากลับเข้าไปในการ์ดแม้ว่าเธอจะพยายามหันมาสบตาเพื่อบอกว่าเธอยังอยากจะสู้อยู่เพื่อปกป้องเ้านายเต็มที่ก็ตามที
เห็นดังนั้นแล้วสโนว์เบลจึงเผยรอยยิ้มขึ้น
“ก็ยังดีที่เป็ซัมมอนเนอร์ที่เห็นความสำคัญของฮาล์ฟตนเองล่ะนะ”เธอพูดเสียงใส“ลองเป็ไอ้พวกประเภทใครจะเป็ยังไงก็ช่างขอให้ตัวเองปลอดภัยไว้ก่อนล่ะก็เราจะถีบเ้าไปให้ไอ้ลิงโง่พวกนั้นรุมทึ้งจนตายเลยคอยดูสิ”
“เลิกพูดเล่นเถอะน่าเราต้องหาทางหนีออกไปจากที่นี่แล้วนะ”
โจ๊กหลงเหลือมานาอยู่ในตัวอีกสองหน่วยเห็นจะได้และเขายังมีัน้อยอยู่อีกสองตัวบินอยู่ตรงด้านหลัง อย่างน้อยๆก็น่าจะเพียงพอที่จะหนีออกไปจากป่าแห่งนี้ได้โดยปลอดภัยแต่ดูเหมือนสโนว์เบลจะไม่คิดแบบนั้น
“หนี? เราน่ะเหรอจะหนี?” เธอหัวเราะหึ“เราซึ่งเป็ถึงหนึ่งในเซเว่นดราก้อนน่ะหรือจะต้องมาหนีลิงโง่พวกนี้ด้วย”
“ด...เดี๋ยวก่อนๆสัญญากันแล้วนี่ว่าจะเปลี่ยนร่างเป็ัน่ะ!”
โจ๊กรีบะโขัดขึ้นเพราะหากให้เลือกระหว่างปล่อยยัยันี้อาละวาดจนป่านี้พังไปเป็แถบๆแบบป่าซิลกี้ล่ะก็ เขาขอเลือกที่จะหนีไปยังจะดีเสียกว่า!
“เราไม่ใช่พวกชอบผิดสัญญาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่จำเป็ต้องหนีเลยซักนิดกะอีแค่ลิงโง่ฝูงเดียว ....นิ้วชี้นิ้วเดียวก็เพียงพอแล้ว”
สิ้นเสียงนั้นสโนว์เบลจึงยกนิ้วชี้ขึ้นมาตรงหน้าชี้ตรงไปยังพวกก็อบลินที่ยืนรวมตัวกันอยู่ตรงนั้นทำเอาพวกมันสะดุ้งโหยงออกมาเป็ทางเดียวโจ๊กเองก็เพิ่งจะสังเกตเหมือนกันว่าั้แ่เมื่อครู่นี้แล้วตอนที่พวกมันบุกเข้ามามันก็มุ่งตรงเข้ามาหาเขาเป็ทางเดียวเท่านั้นไม่มีก็อบลินตัวไหนเข้าไปยุ่งกับยัยสโนว์เบลเลยแถมพอเธอเดินเข้ามาพวกมันก็ต่างกล้าๆ กลัวๆ ที่จะเข้ามาทั้งนั้น
หนำซ้ำตอนนี้พอโดนชี้นิ้วเข้าใส่พวกมันก็ต่างหันหลังมองหน้ากันก่อนจะวิ่งเตลิดหนีไปอย่างบ้าคลั่ง
“หนีเฉยเลย?”
โจ๊กได้แต่อ้าปากค้างก็อบลินทุกตัวนั้นหนีราวกับตื่นกลัวอะไรซักอย่างพวกมันส่งเสียงร้องเหมือนกับหนีตายออกมาเลยด้วยซ้ำซึ่งนั่นก็ทำให้เขาต้องหันไปมองสโนว์เบลหมายจะถามว่าทำได้ยังไงซึ่งคำตอบมันดันมาก่อนที่เขาจะถามด้วยซ้ำเมื่อตอนนี้ตรงปลายนิ้วชี้ของหญิงสาวคนข้างๆนั้นกำลังมีประกายแสงสีเหลืองทองสว่างวาบขึ้นมาอยู่
“ด...เดี๋ยวก่อน สโนว์เบล”
เปรี้ยง!!!
แม้จะไม่ได้รุนแรงเท่ากับครั้งก่อนแต่รอบนี้ก็จัดว่าหนักหน่วงไม่ใช่เล่น
ลำแสงสีเหลืองทองพุ่งออกไปจากปลายนิ้วของสโนว์เบลกวาดล้างก็อบลินฝูงใหญ่ตรงหน้าให้หลายวับเป็ละอองไปได้หลายสิบตัวก่อนจะะเิกลายเป็เวทมนตร์ที่สว่างจ้าจนโค่นต้นไม้ในป่าให้ร่วงลงมานับสิบๆ ต้น
เกิดความเงียบขึ้นในฉับพลันก็อบลินที่รอดตายไปได้ก็วิ่งเตลิดไปแบบไม่คิดชีวิตหรือปรายตาหันมามองขณะที่โจ๊กนั้นได้แต่นิ่งงัน ตาโตอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้นกระทั่งเขาหันลงมามองหญิงสาวคนข้างๆ ที่ยามนี้ฉีกยิ้มกว้างออกมา
“เห็นมั้ย แค่นิ้วเดียวก็พอแล้ว”