Zelion Fantasy Rewirte

    บทที่ 44 ประหัตถ์ประหารมังกร

    บทที่ 44

    ทันดร้าสูญเสียพลังชีวิตจนสติหลุดลอยไปชั่ววูบหนึ่งก่อนที่กลิ่นของชื้นๆของดินและความเจ็บปวดเหลอคณานับจะกระตุ้นให้มันตื่นจากภวังค์ ดวงตาของมันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำที่อัดแน่นไปด้วยโทสะรีบกระจายพลังเวทย์ออกไปส้รางเป็นเส้นใยเชื่อมติดกับเกล็ดที่ร่วงหล่นด้วยทักษะเกล็ดมังกรเหินอีกครั้ง

    เกล็ดบนจำนวนมากประกบตัวกันเป็นโล่รับเอาดาบของเอเลนที่อัดแน่นไปด้วยพลังเวทย์ ทักษะดาบใหญ่ดาราสวรรค์พลินผันกระแทกเข้ากับกำแพงเกล็ดทองคำจนสั่นระริราวกับคลื่นน้ำกระเพื่อม ความแข็งของมันมาพอจะทำให้เอเลนที่ผนึกพลังป้องกันตลอดเวลยังต้องเจ็บง่ามมือ

    เกล็ดมังกรเหินซื้อเวลาให้ทันดร้าได้เล็กน้อย มันรีบใพลังเวทย์ประคองตัวให้ลอยขึ้นอีกครั้งพร้อมทั้งเกล็ดเกล็ดที่เหลืออยู่เข้ามาเป็นเกราะป้องกันตามเดิม รูโหว่ที่เกิดจากควินดีลเองก็ถูกปกป้องเอาไว้ด้วยเช่นกัน แต่บาดแผลนั้นสาหัสเกินไปทำให้มันติดสถานะเลือดไหลไม่หยุด

    เอเลนตีลังกากลับมายืนอย่างมั่นคง ควินดีลปรากฏขึ้นแทนที่ในสภาพที่ชุ่มไปด้วยเลือดยิ่งกระตุ้นความโกรธแค้นในใจของทันดร้าให้เพิ่มพูนขึ้น

    “สิ่งประดิษฐ์ที่ถูกสร้างมาจากซากสังขารของพวกชั้นต่ำ ข้าจะไม่ยอมให้มันสัมผัสกับร่างกายของข้าอีก”

    จบคำแก่นผลึกมังกรในมือข้างขวาซึ่งเคยเป็นของไทรแองกูล่าพลันเปล่งเสียงคำรามเบาๆ

    [มังกรเมฆาทองทันดร้าแสดงให้เห็นถึงอำนาจมังกรพลังที่มองไม่เห็นผ่านแก่นผลึกมังกรไทรแองกูล่าเขี้ยวพยศแห่งท้องนภา ควินดีล ติดสถานะสิโรราบ ท่านไม่สามารถใช้ควินดีลได้จนกว่าจะจบการต่อสู้]

    เอเลนจ้องมองควินดีลที่แก่นผลึกมังกรพลันดับแสงแล้วสลายกลายเป็นแสงกลับเข้าไปในคลังศาสตราด้วยแววตานิ่งเฉย เมื่อลองออกคำสั่งเรียกก็ไม่มีการตอบรับราวกับควินดีลกำลังหลับไปเสียงเฉยๆ ทันดร้าส่งเสียงด้วยความพึงพอใจ

    “ที่นี้มนุษย์เช่นเจ้าก็ไม่มีน้ำยาพอจะแตะต้องร่างกายอันสูงส่งของข้าได้อีก”

    “เดี๋ยวก็รู้”

    เอเลนตอบกลับไปเบาๆก่อนจะดึงดาบสองคมเล่มโตออกมาแทนพลันเหลือมองค่าความเสียหายของอาวุธด้วยแววตาอ่อนใจ

    ทันดร้าขยับตัวอีกครั้งพลังเวทย์สีทองงดงามทอประกายกลายเป็นหอกขนาดใหญ่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ ทักษะที่สมควรจะใช้เวลาร่ายนานกลับถูกร่ายเสร็จภายในเสี้ยววินาที หอกสีทองงดงามราวกับอาวุธชั้นสูงไม่มีวันที่เผ่าพันธ์มังกรที่เชื่อมันในความสามารถของตัวเองจะลดตัวลงไปใช้อาวุธฟาดฟันแบบพวกมนุษย์เด็ดขาด

    หอกสวรรค์ทลายเมฆา

    เอเลนจ้องมองหอกทั้งสามด้วยสีหน้าเคร่งเครียดในจังหวะที่กำลงัจะพุ่งเข้าขัดขวางสายฟ้าก็ฟาดลงมาจากฟากฟ้ากระแทกลงในขุดที่เอเลนเคยอยู่ ทันดร้ายังคงหน่วงหอกทั้งสามค้างเอาไว้ก่อนที่ดวงตาของมันจะจ้องมองเอเลนด้วยสีหน้ามาดร้าย

    เนตรมังกรทรราชย์

    [ท่านถูกจ้องมองด้วยเนตรทรราชย์ ได้รับตราทรราชย์อัสนี จำนวน 1 ชิ้น]

    สิ้นเสียงของโลกพลันมีตราสัญลักษณ์รูปสายฟ้าปรากฏขึ้นกลางศีรษะ ตราทรราชย์อัสนีนั้นจะเพิ่มพลังทำลายให้กับทักษะทุกชนิดที่เอเลนจะต้องรับจากทันดร้า ไม่สามารถลบออกได้ไม่ว่าจะมีเวทมนต์ชำระล้างระดับสูงเพราะตราทรราชย์อัสนีไม่จัดอยู่ในทักษะจำพวกคำสาป

    “จงรับความโกรธเกรี้ยวของข้าไป”

    หอกทั้งสามพลันพุ่งเข้าหาเอเลนเป็นเส้นตรง ไม่จบเพียงเท่านั้นทันดร้ายังยกแก่นผลึกมังกรไทรแองกูล่า แก่นผลึกมังกรพลันส่งเสียงหึ่งๆก่อนที่หอกทั้งสามจะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า

    แก่นผลึกมังกร ขยายคุณสมบัติ

    ครืนนน

    พลังเวทมนต์มหาศาลกดทับลงมาราวกับวันโลกาวินาศ ทันดร้าฝืนใช้พลังจากแก่นผลึกมังกรของไทรแองกูล่าซึ่งมังกรแต่ละชนิดมังจะสลักความสามารถพิเศษของตัวเองลงไปในแก่นผลึกมังกรภายใต้เงื่อนไขว่ามังกรตนนั้นจะต้องฝึกฝนตัวเองมาในระดับหนึ่งไม่มีทางเลยที่ทันดร้าจะสร้างความสามารถพิเศษที่ว่านั้นได้เพราะตัวมันเพิ่งจะถือกำเนิดได้ไม่กี่นาทีเท่านั้น

    พลังขยายคุณสมบัติเป็นความสามารถเฉพาะตัวของมังกรสามเศียรไทรแองกุล่าชนิดเสริมความสามารถของทักษะ ต่อให้เป็นทักษะเผ่าพันธ์ระดับต่ำสุดก็มีความรุนแรงมากในระดับหนึ่งซึ่งขยายคุณสมบัติจะเพิ่มขีดความสามารถของทักษะขึ้นสามเท่าโดยไม่สนใจเงื่อนไข ยกตัวอย่างเช่นหอกสวรรค์ทลายเมฆาที่ตัวหอกจะถูกบังคับให้มีความเร็วมากกว่าสู้อยู่หนึ่งขั้นเสมอพลันถูกขยายขนาดเป็นสองเท่าโดยที่ทันดร้าไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังเวทมนต์เลยแม้แต่หน่วยเดียว

    ที่ทันดร้าสามารถเพิ่มพลังได้เพียงสองเท่าแทนที่จะเป็นสาม เพราะมันคือมังกรทรราชย์ผู้แย่งชิงความสามารถมาจากมังกรชนิดอื่น เมื่อใดก็ตามที่มันใช้ความสามารถที่ช่วงชิงมาพลังนั้นจะถูกลดความสามารถลงหลายส่วนและจะไม่มีวันใช้ได้เทียบเท่ากับมังกรตัวจริง

    แต่ลำพังแค่พลังที่เพิ่มมาสองเท่านี้ก็กดดันตัวเองให้ล่าถอยไปได้หลายเมตร นั่นคือสิ่งที่ทันดร้าหวังเอาไว้จากการที่มันเรียนรู้มาโดยแลกมากับความเจ็บปวดของตัวมันเอง เอเลนรีบใช้อาภรณ์มารอัสนีรวมร่างกับคามิทาชิความเร็วของเขาถูกยกระดับขึ้นจนเหนือกว่าหอกสายฟ้าที่อ้างอิงความเร็วจากค่าความว่องไวยามที่เขายังไม่ได้ผสานร่างเป็นหลัก

    เคร้งง

    ดาบยักษ์เล่มโตถูกตวัดราวกับพู่กันฟาดเข้ากับหอกทั้งสามเล่มอย่างหักโหม แม้จะเป็นการโจมตีด้วยเวทมนต์แต่ก็สามารถกัดกร่อนค่าความทนทานของดาบลงไปได้หลายส่วนทุกครั้ง เอเลนแฝงพลังเวทย์ลงไปตรวจสอบโครงสร้างของเวทมนต์

    “ถึงจะใหญ่แต่ข้างในกลับว่างเปล่า ถ้าอย่างนั้น”

    เอเลนสลับจากลับเป็นรุกหอกสีทองถึงจะมีขนาดที่ใหญ่และดูน่ากลัวแต่เปลือกนั่นกลับเป็นจุดอ่อน เอเลนมีความเข้าใจในวิชาอาวุธสูงกว่าทันดร้าหรือต่อให้เป็นเด็กสิบขวบก็ยังรู้เลยว่าส่วนที่อันตรายที่สุดของหอกคือส่วนคมของใบหอกเอเลนพุ่งตัวสวนการโจมตีทำให้ทันดร้าอดเย้ยหยันไม่ได้

    “ลนลานจนเสียสติไปแล้วสินะ”

    แต่รอยยยิ้มก็ค้างอยู่บนใบหน้าของมันได้ไม่นาน หอกทั้งสามที่เห็นเหยื่อพุ่งเข้ามาแทนที่จะหลบหนีกลับเลือกเข้ามารับความตายจึงแย่งกันจู่โจมแต่ด้วยขนาดที่ใหญ่เทอะทะกลับกลายเป็นอุปสรรคทันทีที่เอเลนเข้ามาในระยะสังหารเขากลับพลิดตัวลอดคมหอกทำให้การโจมตีของทั้งสามกลับขัดกันเองจนกลายเป็นหมัน

    ปัง ปัง ปัง

    หมัดซ้ายที่ว่างผนึกพลังจนกลายเป็นลิ่มขนาดย่อมๆกระแทกเข้าที่จุดที่มีพลังเวทย์เบาบางที่สุด พลังเวทย์สีเงินชำแรกผ่านหอกหยั่งรากลงในหอกสายฟ้าจนกลายเป็นหนึ่งของมัน หอกทั้งสามสั่นสะท้านก่อนที่จะแตกกระจายราวกับเศษกระจก

    เพล้ง

    คลื่นวายุทำลายล้าง

    ครืน

    หอกสีทองยังสลายตัวได้ไม่ทันจบดีพื้นที่รอบตัวพลันถูกรายล้อมด้วยพายุสายฟ้าเอเลนพบว่าตัวเองตกอยู่ในกลางตาพายุ แรงลมมหาศาลหมายจะพัดเอเลนให้ปลิวไปบนฟ้าจนเขาต้องรีบคุกเข่าปักดาบใช้พลังเวทย์ยึดตัวเองเอาไว้กับพื้นเด็กหนุ่มกัดฟันกรอดพยายามไม่ให้ตัวเองสูญเสียความเยือกเย็น

    “ถ้าหากตัวเราปลิวขึ้นไปละก็จบเห่แน่”

    [ท่านถูกจ้องมองด้วยเนตรทรราชย์ ได้รับตราทรราชย์อัสนี จำนวน 1 ชิ้น]

    [ท่านถูกจ้องมองด้วยเนตรทรราชย์ ได้รับตราทรราชย์อัสนี จำนวน 1 ชิ้น]

    [ท่านถูกจ้องมองด้วยเนตรทรราชย์ ได้รับตราทรราชย์อัสนี จำนวน 1 ชิ้น]

    .

    .

    ขณะเดียวกันตราทรราชย์อัสนียังคงเพิ่มจำนวนขึ้นไม่หยุดจนเมื่อครบสิบครั้งตรารูปสายฟ้าพลันเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงสด ทันดร้าจึงเริ่มโบยบินโดยการไต่ไปตามพายุก่อนจะลอยตัวอยู่เหนือพายุขนาดใหญ่จ้องมองเอเลนลงมาราวกับเทพที่จะพรากชีวิตของเอเลนไปตอนไหนก็ได้

    ทันดร้าพลันพ่นสายฟ้าขึ้นไปบนท้องฟ้าพลังเวทย์มหาศาลจมหายไปในหมู่เมฆก่อนที่ก้อนเมฆในอาณาเขตรังมังกรจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มพร้อมกับเปล่งเสียงคำรามออกมาอย่างน่ากลัว

    ทะเลเมฆเหนือพายุพลันแหวกตัวออกเผยให้เห็นสายฟ้าสีแดงเข้มที่ถูกกลั่นตัวมาจากเมฆสีแดง พลันเวทมนต์มหาศาลในระดับเดียวกับภัยพิบัติกดดันลงมาผืนดินพลันสั่นสะท้านก่อนที่ทันดร้าจะพุ่งตัวไปหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสายฟ้าสีแดง

    ทัณฑ์ทรราชย์อัสนีบาตร

    เปรี้ยงงงง

    สายฟ้าสีแดงเข้มตกลงมายังใจกลางพายุเอเลนเบิกตากว้างโดยไม่อาจขยับเขยื้อนหนีไปได้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว

    “ถ้าโดนเข้าไปเต็มๆมีหวังได้ไปโลกหน้าแน่ ไอ้มังกรโรคจิต”

    เด็กหนุ่มสบถรีบปล่อยดาบในมือก่อนจะหยิบเอาโล่ทุกชิ้นไม่ว่าจะเป็นในคลังศาสตราหรือในแหวนมิติออกมาวางเรียงกันเป็นรูปดอกไม้พร้อมผนึกพลังเวทย์ลงไปโดยไม่หวงแหนโดยหวังว่าเขาจะรอดชีวิต ภายใต้สถานะการณ์ที่เดิมพันไปด้วยความเป็นและความตายเสียงสวรรค์ก็ได้ดังขึ้น

    [ขอแสดงความยินดี ประตูข้ามภพ ได้สร้างสัญลักษณ์หมายเลขสี่เสร็จสิ้น ท่านสามารถใช้ประตูข้ามภพของหมู่บ้านเบรูอินได้ทุกเวลา]

    ตลอดการต่อสู้เอเลนหลีกเลี่ยงที่จะใช้เวทมนต์กาลเวลามาโดยตลอด ไม่ใช่เพราะเวทมนต์ชนิดนี้กินพลังมากแต่เป็นเพราะเขาไม่อาจใช้ทักษะเวทมนต์ระดับสูงได้ เมื่อเขาสำเร็จการปลูกวงจนเวทมนต์ชนิดใหม่ขอบเขตในการใช้เวทมนต์กาลเวลาได้ถูกยกระดับขึ้นอย่างมากส่วนของประตูข้ามภพเองก็เช่นกันทักษะประตูข้ามภพในการสร้างสัญลักษณ์เดินทางไม่มีความจำเป็นต้องอยู่จ่ายพลังตลอดเวลาอีกแล้วแลกมากับการที่เอลนไม่สามารถใช้ทักษะเวทมนต์กาลเวลาระดับสูง

    ใครจะคิดว่าสัญลักษณ์จะมาถูกสร้างเสร็จเอาในเวลาที่สำคัญแบบนี้ เวทมนต์กาลเวลาเป็นหนึ่งในไม้ตายที่เอเลนตั้งใจจะเอามาใช้ต่อสู้กับคาริเอ็นแต่ทันดร้ากำลังจะกลายเป็นผู้รับกรรมแทน

    ดวงตาสีทับทิมวาวโรจน์ประดุจเปลวไฟเขารีบผลักโล่ออกแล้วพุ่งตัวไปบนท้องฟ้ายื่นฝ่าบนขึ้นไปสัมผัสกับสายฟ้าสีแดงสด สายฟ้าแผดเผาพลังชีวิตของเอเลนอย่างต่อเนื่องรวมถึงตั้งแต่ปลายนิ้วจนถึงข้อศอกกลายเป็นสีดำสนิท เอเลนกัดฟันกรอดพลังเวทย์ในร่างหมุนวน วงจรเวทมนต์ที่สองพลันกู่ร้องออกมาอย่างยินดี

    เพียงปลายนิ้วสัมผัสทักษะเวทมนต์กาลเวลากด็ได้ถูกปลดปล่อย

    เวทมนนต์กาลเวลา กาลโกลาหล

    วูบ

    คล้ายกับภาพตรงหน้าถูกเร่งความเร็วอย่างมาก ทั้งพายุและสายฟ้าสีแดงสลายวับเหลืองไว้เพียงความว่างเปล่าจะหลงเหลือเพียงทันดร้าเท่านั้นที่คล้ายถูกเวลาสะกดให้หยุดนิ่งในกำมือของเอเลน มันอ้าปากค้างราวกับไม่อยากจะเชื่อเวลาของตัวมันถูกเร่งไปข้างหน้าเป็นเวลาห้านาที ทำให้ผลพวงของทักษธทุกอย่างถูกยกเลิกไม่ว่าจะเป็นพายุ สายฟ้า รวมถึงสัญลักษณ์บนหัวเอเลน

    “เป็นไปไม่ได้ ทำไมมนุษย์ชั้นต่ำถึงเข้าถึงพลังปริภูมิ”

    เอเลนไม่สนใจชักมือข้างที่ไหม้เกรียมกลับก่อนที่จะผนึกพลังเวทมนต์สีเงินที่มืออีกกข้างก่อนจะกระแทกเข้าที่ใบหน้าของทันดร้าอย่างแรง

    หัตถ์สลายวิญญาณ

    อานิสงค์อีกอย่างของกาลโกลาหลก็คือระยะหน่วงของทักษะทุกชนิดของเอเลนจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ(ไม่นับรวมทักษะรูนจากยุทธภัณฑ์) หมัดกระแทกเข้าที่ปลายจมูกของมังกรทรราชย์ส่งร่างมันหงายไปด้านหลังแรงกระแทกทำให้ฟันของมันหลุดออกไปหลายซี่แต่เอเลนไม่สนใจในตอนนี้รีบพุ่งตามไปเพื่อคิดบัญชี

    ทันดร้าลอยละลิ่วดุจว่าวขาดป่านสมองอื้ออึงปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ถูกก่อนที่กลิ่นคาวเลือดในปากจะลอยแตะจมูก ร่างกายขนาดมหึมากระแทกเข้ากับต้นไม้โบราณที่ดูเล็กราวกับไม่จิ้มฟันเมื่อเทียบกับขนาดตัวของมันทันดร้าตั้งสติรีบปล่อนเกล็ดมังกรไปพัวพัน

    เกล็ดมังกรเหิน

    เอเลนแสยะยิ้มอย่างเย็นชา ดูก็รู้ว่าเกล็ดมังกรพวกนี้เทียบไม่ได้กับในตอนแรกทั้งพลังและความเร็วเขาดึงดาบสองคมยักษ์ออกมาฟาดออกไปสามสี่ครั้งเกล็ดบินพลันหล่นลงพื้นอย่างไร้พลัง ทันดร้าเริ่มกระวนกระวายและเริ่มส่งเสียงข่มขู่

    “เจ้ากล้าฆ่าข้าเผ่าพันธุ์มังกรผู้สูงส่งอย่างงั้นรึ”

    “เหอะ แกไม่ใช่ผู้จะมีสิทธิยกเผ่ามังกรมาขู่หรอกนะ กลับกันแกเองต่างหากที่ต้องกลัว”

    คำขู่ของมังกรที่ถูกมังกรตัวอื่นตามล่าไม่มีค่าอะไรมากไปกว่าการผายลม เอเลนผนึกพลังเวทย์จนเต็มเปี่ยมใช่ความเร็วที่เหนือกว่าเหยียบเกล็ดมังกรต่างแท่นยืนเข้าประชิดทันดร้าอย่างรวดเร็ว

    ทันดร้าคำรามก้องเกล็ดที่เหลือทั่วร่างสั่นระริกเปลี่ยนจากรับเป็นรุก ทั้งสองพัวพันรันตูกันอยู่นานเอเลนเป็นฝ่ายที่อยู่เหนือกว่าเล็กน้อยเพราะค่าความว่องไวและประสบการณ์ที่สูงกว่าต่างจากทันดร้าที่แม้ในตอนแรกมันจะเสียเปรียบแต่เอเลนก็รู้ดีว่าความห่างชั้นนั้นค่อยๆถูกชดเชยด้วยเวลายิ่งปล่อยให้ทันดร้ามีเวลาซึมซับภูมิปัญญาแห่งมังกรมากเท่าไหร่ตัวชัยชนะก็ยิ่งลอยห่างออกไปมากขึ้นเท่านั้น

    เกล็ดมังกรผสมพลังเวทย์สายฟ้ากรีดลงงบนร่างแกร่งเป็นริ้วรอยเล็กๆนับร้อย สิธีการต่อสู้ระยะประชิดที่ริวถนัดคือกระผนึกพลังที่เกล็ดทั่วร่างและใช้ร่างกายที่มีความคล้ายคลึงอสรพิษเข้าห้อมล้อมเหลือ เกล็ดมังกรจะทำหน้าที่เป็นใบทีฉีกเหยื่อของมันออกเป็นชิ้นๆ

    หากคู่ต่อสู้ไม่ใช่เอเลนเกรงว่ามันคงสามารถปลิดชีพศัตรูไปได้นานแล้ว เอเลนยังคงสามารถรับมือได้อย่างยอดเยี่ยมใช้พลังน้อยสยบมากอาษํยความที่ร่างกายฝึกฝนการควบคุมพลังอย่างละเอียดอ่อนมาใช้พลังเวทย์ในระดับที่ป้องกันได้พอดิบพอดีทานรับการโจจมตีเอาไว้ฝากเอาไว้ต่เพียงร้อวรอยจางๆเท่านั้น

    ทุกๆครั้งที่การโจมตีล้มเหลวนั่นเท่ากับเป็นหนึ่งเท้าที่เหยียบบดขยี้ศักดิ์ศรีและความมั่นใจของทันดร้าจนไม่เหลือชิ้นดี ยิ่งสู้กันขวัญกำลังใจของมันยิ่งหดหายรีบใช้ท่าไม้ตายก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ใช้อีก

    มังกรทรราชย์พิโรธ

    ก๊าซซซ

    ทันดร้าพลันปลดปล่อยออร่าสีแดงพร้อมจิตสังหารที่เข้มข้น ทักษะมังกรพิโรธถูกปรับเปลี่ยนไปตามสายพันธ์ของทันดร้าตามปกติแล้วนอกจากพลังที่มากกว่ามังกรพิโรธปกติมันยังมีความสามารถในการหักล้างพลังของมังกรได้เล็กน้อย ความว่องไวของทันดร้าถูกยกระดับขึ้นจนเทียบเท่าและอาจจะเหนือกว่าเอเลนได้ในบางจังหวะ

    แหวกว่ายทะเลเมฆ

    ทันดร้าพุ่งตัวบิดเลี้อยกลางอากาศพร้อมกับเกล็ดสีทองที่กางออก ความเร็วที่เพิ่มขึ้นทำให้เอเลนตกใจรู้ตัวอีกทีก็ตกอยู่ท่ามกลางการโจมตีที่บ้าคลั่ง

    “คึ่ก บ้าจริง”

    พลังชีวิตเอเลนร่วงหล่นราวสายฝนการต่อสู้กับมังกรแม้จะเป็นมังกรที่เพิ่งถือกำเนิดนั้นไม่ง่ายเลยสมแล้วที่เป็นสิ่งมีชีวิตระดับสูงที่ดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคสมัยแห่งความโกลาหล แม้พลังชีวิตจะน้อยลงแต่พลังพิเศษของเขายังเหลืออีกมากมายนักเอเลนจุดระเบิดพลังผลักร่างของทันดร้าออกไป

    ไวเท่าความคิดมือหยาบหนาล้วงเข้าไปในอกเสื้อ นาฬิกาข้อมือเรือนสวยสีเงินที่แกะสลักฝาด้วยรูปของเทพธิดาสององค์บัดนี้ใบหน้าของพวกเธอกำลังแสดงความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยยปรากฏมาก่อนแม้จะเป็นครั้งแรกที่ถูกใช้งานแต่เอเลนก็รู้ขั้นตอนเป็นอย่างดีราวกับเขาเคยทำมาแล้วนับพันครั้งเอเลนยกมันขึ้นมาจรดริมฝีปากก่อนจะเปล่งเสียงพูดอย่างแผ่วเบา

    “จงลืมตาตื่น แอนทาเรส”

    เอเลนโยนนาฬิกาพกขึ้นไปบนฟ้าจนหายลับเหลือเอาไว้เพียงประกายแสงจางๆ ตอนนั้นเองที่สิ่งมหัสจรรย์ได้อุบัติขึ้นเมื่อท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยเมฆสีดำกลับถูกพลังอำนาจบางอย่างที่เก่าแก่และทรงพลังกว่ายังคับฝืนแหวกออกเป็นวงกลมเผยให้เห็นท้องฟ้าเหนือเมฆ

    ราวกับฟ้าหลังฝนเมื่อภาพของท้องฟ้าที่ควรจะมีแสงแดดลอดผ่านเข้ามากลับพบแต่ท้องฟ้าที่ถูกย้อมด้วยสีดำสนิทแต่งแต้มด้วยประกายแสงสีขาวนับหมื่นของดารา ตอนนั้นเองแรงกดดันมหาศาลได้ตกลงมาจากฟากฟ้าปัดเป่าเมฆทมิฬและอาณาเขตรังมังจนแตกกระจุย

    “บ้าน่า นี่มันอะไรกัน”

    ทันดร้าที่ถูกทำลายอาณาเขตรังมังกรอย่างงกระทันหันพลันถูกพลังของตัวเองตีย้อนกลับจนกระอักเลือดออกมา เอเลนกลับไม่สนใจความเปลื่นแปลงนี้เลยดวงตาสีทับทิมจับจ้องไปยังท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ดวงตาฉายแววเศร้าโศกและอาวรณ์โดยไม่รู้ตัวสองมือยื่นไปข้างเพื่อรอการมาถึงของบางสิ่ง

    วิ้ง

    ดาวหางดวงหนึ่งได้ตกลงมาราวกับเป็นการตอบรับการเรียกขานของเด็กหนุ่ม เมื่อดาวหางดวงนั้นเข้ามาใกล้ก็พบว่ามันไม่ใช่เศษหกหินแต่มันคือหอกเล่มหนึ่ง

    หอกที่มีส่วนผสมของสีขาวและดำด้ามหอกยาวกว่าสองเมตรมากกว่าความสูงของเอเลนซะอีกดูไม่เหมาะจะเป็นอาวุธที่ถูกใช้งานโดยมนุษย์ หากว่านี่แปลกแล้วใบหอกของมันกลับมีความแปลกประหลาดมากกว่าเพราะบริเวณที่ควรจะเป็นใบหอกนอกจากจะถูกหุ่มด้วยโลหะหนาไร้คมที่สลักอักขระเอาไว้อย่างสวยงามแล้วยังมีความยาวมากถึงหนึ่งเมตรที่มีร่องเล็กๆอยู่ตรงกลางหากมองไกลๆออกจะดูเหมือนหอกสองง่าม

    แกร่ก

    เอเลนเลื่อนมือออกไปคว้าหอกเล่มนั้นเอาไว้ได้พอดิบพอดีน้ำหนักของมันเบาราวกับปุยนุ่นทั้งยังตอบสนองกับพลังเวทมนต์พื้นฐานกาลอนันต์โยที่เขาไม่จำเป็นต้องออกคำสั่งด้วยซ้ำ

    “สิ่งประดิษฐ์ชั้นต่ำอีกชิ้นงั้นรึ ข้าจะขยี้มัน อั่ก!”

    ทันดร้ายังเอ่ยได้ไม่ทันจบคำดีหอกไร้คมเล่มนั้นก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของมันแล้วจัดการฟาดใส่ใบหน้าของมันหนึ่งทีจนมังกรผู้สูงส่งหน้าทิ่มพื้นก่อนที่หอกไร้คมนั้นจะลอยกลับมาอยู่ในมือของเอเลนอย่างสงบพร้อมกับเปล่งคำพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ

    นายท่านโปรดอภัยให้แก่ความเห็นแก่ตัวของข้าด้วยเจ้าค่ะ พอดีว่าแถวนี้มีมังกรที่มีตาแต่หามีแววไม่อยู่ตนหนึ่งข้าเลยเผลอตัวสั่งสอน

    “แอนทาเรสเหรอ?”

    ถูกแล้วเจ้าค่ะข้าน้อยคือดาราหายนะแอนทาเรส ข้าน้อยรอคอยวันที่นายท่านจะกล่าวขานนามของข้ามาแสนนาน

    เอเลนสัมผัสได้ถึงความรู้สึกปลื้มปิติที่แผ่ซ่านผ่านทางฝ่ามือของเขา

    “บอกตามตรงเลยนะ ผมยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะใช้งานเธอได้ยังไง”

    เอเลนกล่าวออกไปตามตรง ถึงแม้ในตอนที่ปลดผนึกจนกาลอนันต์กลับกลายเป็นแอนทาเรสเอเลนก็ยังคงไม่ได้รับข้อมูลของศาสตราวุธชิ้นนี้เพิ่มมาแม้แต่ประโยคเดียวซึ่งแอนทาเรสเองก็ไม่คิดจะปิดบังข้อมูลลตรงส่วนนี้

    ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลขอเพียงนายท่านอนุญาต ข้าน้อยจะใคร่ขอวิญญาณของท่านเพียงเสี้ยวหนึ่งได้หรือไม่

    เอเลนพยักหน้าโดยไม่คิดเคลือบแคลงเพราะแอนทาเรสคือศาสตราวุธที่นาธิเรียกับเรมิเอลเป็นคนมอบให้ เมื่อได้รับอนุญาตแอนทาเรสก็จัดการดึงววิญญาณของเอเลนไปส่วนหนึ่งก่อนที่เสียงของโลกจะดังขึ้น

    [วิญญาณของท่านได้ประทับลงในดาราหายนะนับตั้งแต่วันนี้จวบจนกาลอวสานของโลก แอนทาเรสจะจงรักภักดีต่อท่านแต่เพียงผู้เดียว]

    สิ้นเสียงข้อมูลมหาศาลพลันหลั่งไหลเข้าสู่ห้วงสำนึก

    ดาราหายนะ แอนทาเรส

    แรงค์ Ex มหาศาสตรา มงกุฏแห่งหายนะ

    ประเภท อาวุธ(ดาบ/ไม้เท้าเวทมนต์)

    พลังโจมตี 250,000

    ความทนทาน ไร้ขีดจำกัด

            ผู้สร้าง จุดเริ่มต้นแห่งกาลและสรรพสิ่ง เรมิเอล และ จุดสิ้นสุดแห่งยุคสมัยและความโกลาหล นาธาเรีย

    เงื่อนไขการสวมใส่ เรมิเอล(ลำดับที่สอง), นาธาเรีย(ลำดับที่สอง) และ เอเลน(ลำดับที่หนึ่ง)

    มหาศาสตราที่ เรมิเอล และ นาธาเรีย ตัวตนที่ทรงอำนาจยิ่งกว่าทวยเทพแห่งสวนสวรรค์เอเดนรวมกำลังกันสร้างขึ้นเพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่บุรุษที่พวกนางรักและห่วงใย วัสดุที่สร้างไม่ได้มาจากมิติปกติแต่ก็สามารถพูดได้เต็มปากว่าแอนทาเรสคือหนึ่งในสุดยอดมหาศาสตรา

    - มอบทักษะประเภท กาลเวลา ให้กับผู้ใช้งาน

    - สามารถร่ายทักษะที่เป็นเวทมนต์กาลเวลาได้ผ่านแอนทาเรสโดยตรง

    - เมื่อไม่ได้อยุ่ในสถานะอาวุธมีโอกาส 25 % ที่จะเพิ่มพลังโจมตี 5000 หน่วย

    - เมื่อสวมใส่ ทุกทักษะจะแสดงผลเพิ่มขึ้น 3 เท่าและลดทรัพยากรที่ต้องใช้ทักษะลงครึ่งหนึ่ง

    - เพิ่มอัตราการฟื้นฟูตามธรรมชาติ 300% 

    - สิ่งใดที่สัมผัสกับดาบจะถูกลบสถานะอมตะ(ชั่วคราว) และจะถูกเร่งอายุขัยไปข้างหน้าเมื่อถูกฟัน(มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพลังเวทย์ของผู้เป็นนาย) 

    - คำอวยพรแห่งการก่อกำเนิด ไม่สามารถรับสถานะผิดปกติใดๆก็ตามจากสิ่งมีชีวิตที่มีลำดับชั้นตั้งแต่เทพเจ้าลงไป ทั้งยังจะสะท้อนสถานะผิดปกตินั้นกลับคืนสู่ผู้ใช้ 

    - คำอวยพรแห่งการสูญสิ้น ทุกๆครั้งที่สังหารสิ่งมีชีวิตใดๆก็ตาม ทุกสิ่งที่ตายภายใต้ผู้ครอบครองกาลอนันต์จะต้องมอบของมีค่าเสมอ

    - (รูน) ดินแดนจินตภาพ ดารากาลไร้ขอบเขต

    ระดับ 1(สูงสุด)

    ประเภท ทักษะเรียกใช้ 

    มานาที่ใช้ 500,000 หน่วย

    ระยะร่าย ไม่มี

    ระยะหน่วง 24 ชั่วโมง

    - อาณาเขตเวทมนต์แบบพิเศษที่สามารถใช้ผ่านแอนทาเรสที่เป็นสื่อกลางเท่านั้น ทุกสิ่งที่อยู่ภายในอาณาเขตจะตกเป็นทาสของผู้ครอบครองแอนทาเรส

    - ผู้ที่อยู่ในอาณาเขตเวทมนต์ค่าความว่องไวลดลงครึ่งหนึ่ง(รวมอุปกรณ์สวมใส่)

    - ทักษะที่เกี่ยวข้องกับเวทมนต์กาลเวลามีพลังทำลายเพิ่มขึ้น 50 %

    - ผู้ร่ายสามารถเร่งความเร็วได้ไม่เกินสองเท่าของค่าความว่องไวของตัวเอง

    - ต้องจ่ายมานา 1000 หน่วย / วินาที เพื่อคงสภาพ

    - (รูน) ดาราดับสูญ

    ระดับ 1(สูงสุด)

    ประเภท ทักษะติดตัว

    มานาที่ใช้ 10,000 หน่วยต่อวินาทีเพื่อคงสภาพ

    ระยะร่าย ไม่มี

    ระยะหน่วง ไม่มี

    - รูปแบบโจมตีของแอนทาเรียส เปลี่ยนพลังเวทมนต์กาลเวลาเป็นพลังงานสร้างใบดาบเวทมนต์ขนาดใหญ่ขึ้นมาโจมตี

    - สามารถตัดทำลายอายุขัยของศัตรูได้โดยตรง

    - มีโอกาสเปลี่ยน 1 ปีของอายุขัยของศัตรูให้กลายเป็นแต้มสะสมสำหรับการเรียกใช้งานครั้งถัดไป โดย 1 แต้มมีค่าเท่ากับ 1 วินาที (แต้มปัจจุบัน 0)(สามารถเก็บเกี่ยวอายุขัยแม้ยังไม่เปิดใช้งานดาราดับสูญ)

    เอเลนอ่านข้อมูลของแอนทาเรสด้วยความรู้สึกที่หลากหลายและเหมือนอาวุธจะเข้าใจความรู้สึกของผู้เป็นนายเป็นอย่างดี

    ขอข้าน้อยเรียนตามตรง ตอนนี้นายท่านสามารถใช้งานข้าได้เพียงสามวินาทีเท่านั้นหากมากกว่านั้นร่างกายของท่านอาจได้รับอันตราย

    “...แค่นั้นก็เหลือเฟือ”

    เอเลนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ปัจจุบันเขามีค่าพลังเวทมนต์สูงสุดประมาณสามหมื่นหน่วย ทันดร้าที่เพิ่งสลัดหลุดจากอาการมึนงงมันมองแอนทาเรสด้วยสายตาหวาดหวั่นก่อนจะตวาดขึ้นด้วยความโกรธ

    “เป็นแค่เครื่องมืออย่าลำพองให้มันมากนัก”

    เอเลนมองดูการกระทำราวกับเด็กไม่ได้ดั่งใจของทันดร้าด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

    “ผู้ที่ลำพองมันแกมากกว่า ถ้าไม่รู้จักเรียนรู้ก็ลงนรกไปซะ”

    ไวเท่าความคิดเอเลนถือแอนทาเรสด้วยสองมือใบหอกสันหนาชี้ขึ้นด้านบนเพียงแสดงเจตจำนงว่าต้องการใช้งานส่วนที่เป็นเหมือนกับใบหอกพลันหมุนแยกออกจากกันโดยมีแกนหมุนอยู่ที่บริเวณปลายด้ามหอกแผยให้เห็นโลหะอีกชุดที่ลอยค้างอยู่ที่เดิมแม้จะไม่อยู่ติดกันแต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของแอนทาเรส น้ำเสียงของมหาศาสตราเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

    นี่แหละวินาทีที่ข้าน้อยรอคอยมาตลอด

    แกร่ก ครืนนนน

    ด้ามของแอนทาเรสสูบพลังเวทมนต์ของเอเลนในอัตราความเร็วที่น่าหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่ง ลำแสงสีดำสนิทพวยพุ่งออกมาจากส่วนที่เอเลนคิดว่าเป็นใบหอกก่อนร่างขึ้นเป็นคมดาบสีดำสนิทขนาดมหึมาที่บรรจุดาราจักรเอาไว้ภายใน

    นี่คือร่างที่แท้จริงของดาราหายนะแอนทาเรสดาบเวทมนต์ขนาดมหึมาที่ขับเคลื่อนด้วยมานา ดาบที่สามารถตัดสร้างทำลายกาลเวลาและปริภูมิได้ เป็นอาวุธที่อยู่เหนือกฏเกณฑ์ของโลก

    เหลือเวลาสามวินาที

    ทันดร้าเสกลูกพลังสายฟ้าจำนวนมากออกมาโจมตี พลังเวทมนต์มหาศาลทำให้ท้องฟ้ากรีดร้องออกมาอย่างน่ากลัวก่อนที่มันจะออกคำสั่งให้โจมตีร่างเล็กๆของเด็กหนุ่มจากทุกทิศทาง ประจุสายฟ้ารวมร่างกันเป็นมังกรสายฟ้าพุ้งลงมาราวกับจะกลืนกันเขา

    เหลือเวลาสองวินาที

    เอเลนจับด้ามดาบมั่นก่อนจะออกแรงวาดดาบมังกรที่ถือกำเนิดจากสายฟ้านับหมื่นถูกกระแทกจนแตกสลายไปในพริบตา ทันดร้าเบิกตากว้างด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อมันสูญเสียความเยือกเย็นโดยสิ้นเชิงพูดออกมาไม่เป็นภาษาราวกับว่ามันำลังเสียสติ

    “เป็นไปไม่ได้ ข้าไม่ยอมรับ ข้าไม่มีทางพ่ายแพ้ ข้าทั้งสูงส่งและแข็งแกร่ง ทำไมถึงได้พ่ายแพ้ให้กับเจ้าตัวตนชั้นต่ำ”

    เมื่อคิดจะหลบหนีก็พบว่าสายไปเสียแล้วเอเลนยังคงเหวี่ยงดาบต่อด้วยท่วงท่าสามัญตลอดการเหวี่ยงดาบตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีอุปสรรคสามารถขัดขวางไม่ให้เอเลนเหวี่ยงดาบได้จนครบรอบ

    เหลือเวลาหนึ่งวินาที

    ฉับ

    1,934,800!

    คมดาบสีรัตติกาลตัดฉับเข้าที่ใบหน้าของทันดร้าอย่างแรง ความคมของใบดาบนั้นมากจนทันดร้าไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดกรีดผ่านไปตั้งแต่หัวจรดหางแยกร่างมังกรทรราชย์ออกเป็นสองซีก ภาพสุดท้ายที่มันจำได้ก็คือภาพของห้วงดาราจักรที่บรรจุเอาไว้ด้วยดวงดาวนับล้านๆ

    ค่าความเสียหายมหาศาลได้ปัดเป่าพลังชีวิตที่เหลืออยู่ของมันให้กลายเป็นศูนย์ แสงในดวงตาดับวูบก่อนที่ซากสังขารทั้งสองข้างจะร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วงของโลกจบชีวิตของมังกรทรราชย์ที่ยังลืมตูโลกได้ไม่ถึงหนึ่งวันเช่นเดียวกับเอเลนที่พลังเวทย์เหลืออีกเพียงเล็กน้อยร่อนกายลงพื้นทรุดร่างลงนั่งด้วยใบหน้าอิดโรยอย่างที่ไม่เคยมาก่อน

    แม้จะได้รับชัยชนะแต่ก็เป็นชัยชนะที่ไม่ได้รับมาโดยง่ายการต่อสู้ในวันนี้ทำให้เอเลนสามารถพัฒนาตัวตนจนแข็งแกร่งขึ้นไปได้อีกขั้นหนึ่ง

     

    *******************************************************************

    ช่วงบ่นท้ายตอน

    แวะเอาตอนใหม่มาส่งครับ ตอนต่อไปเป็นบทส่งท้ายของเนื้อหาช่วงนี้แล้วจ้า

    Zero Times