คำเตือนที่จริงจังยิ่งทำให้จางหลินรู้สึกสงสัย “มีอะไรผิดปกติกับจิตวิญญาณยุทธ์ของข้าหรือไม่?”
หลี่เชียนเหม่ยและผู้เฒ่าหลิงมองหน้ากัน ก่อนที่นางจะพยักหน้าและกล่าวว่า “จิตวิญญาณยุทธ์ของท่านไม่ได้ไร้ประโยชน์อย่างที่ท่านคิด แต่ข้าไม่สามารถอธิบายอะไรได้มาก ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยของท่านเอง ท่านควรจะฟังคำแนะนำของข้า”
ดวงตาที่สั่นไหวของหลี่เชียนเหม่ยทำให้จางหลินจำต้องพยักหน้าอย่างหนักหน่วง
แม้จะไม่เข้าใจ แต่เขารับรู้ได้ถึงความประสงค์ดีในน้ำเสียงของนาง
หลี่เชียนเหม่ยที่เห็นดังนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “คุณชายจาง ท่านมีความคิดที่จะออกจากเมืองหยางโจวบ้างหรือไม่?”
คิ้วของจางหลินเลิกขึ้น เขาถามกลับว่า “แม่นางหลี่อยากจะเชิญชวนข้าเข้าร่วมกลุ่มของท่านหรือไม่?”
ใบหน้าของหลี่เชียนเหม่ยแดงก่ำอย่างเคอะเขิน ใครจะคาดคิดว่าเขาจะมองผ่านจุดประสงค์ของนางได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
เมื่อรับรู้ดังนั้นนางก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปกปิดอะไรอีกต่อไป “จะว่าเช่นนั้นก็ได้ เพราะข้ามองว่าพรสวรรค์ของท่านไม่ธรรมดา หากสามารถทำให้ท่านกลับมาฝึกฝนได้ อนาคตของท่านจะไม่หยุดอยู่ที่แคว้นฉู่อย่างแน่นอน”
จางหลินประหลาดใจเล็กน้อยที่บุคคลระดับหลี่เชียนเหม่ยจะประเมินเขาไว้สูงขนาดนี้
เขาพยายามชั่งน้ำหนักว่าควรจะทำอย่างไรดี หากเขาเข้าร่วมกลุ่มของหลี่เชียนเหม่ย ก็มีโอกาสที่เขาและตระกูลจางจะได้รับการคุ้มครองจากภูมิหลังของนาง
บางทีปรมาจารย์ซูหยานและชิงเหลียนเฟิงคงจะไม่กล้ายื่นมือเข้ามายุ่งกับตระกูลจางอีกต่อไป
แต่อีกใจหนึ่งเขากลับมองว่าวัตถุประสงค์ของหลี่เชียนเหม่ยยังไม่แน่ชัด แต่ที่เขาพอจะรับรู้ได้ก็คือนางประสงค์ดีต่อเขา และตักเตือนเขาเกี่ยวกับการเปิดเผยจิตวิญญาณยุทธ์
ฉะนั้นแล้วตัวแปรที่ทำให้นางตัดสินใจเชิญชวนคนไร้ประโยชน์อย่างเขาก็อาจจะมาจากจิตวิญญาณยุทธ์
ดูเหมือนว่าจิตวิญญาณพฤกษาของเขาจะมีความลับซ่อนอยู่ไม่น้อย
จางหลินลูบคางครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพูดว่า “ข้าขอไตร่ตรองดูก่อนได้หรือไม่?”
คำตอบของเขาทำให้ดวงตาของผู้เฒ่าหลิงมืดลง “หึ! ดูซิว่าเจ้าโง่เขลาเพียงใดที่กล้าจะปฏิเสธคำเชิญของคุณหนูน้อย!”
ประโยคนั้นทำให้การแสดงออกของหลี่เชียนเหม่ยเปลี่ยนไป รังสีเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากรูม่านตาของนาง “ผู้เฒ่าหลิง หากท่านพูดอะไรที่เป็นการเสียมารยาทอีกครั้ง ข้าจะถอดท่านออกจากการเป็นประมุขศาลาในทันที!”
ร่างกายของผู้เฒ่าหลิงสั่นสะท้านด้วยความกลัว เขาทำได้เพียงก้มหน้าลงและไม่กล้าพูดอะไรอีกต่อไป
“ตกลง ข้ารู้ว่ามันยากที่จะตัดสินใจละทิ้งบ้านเกิดของตน…” หลี่เชียนเหม่ยหันไปหาจางหลิน นางหยิบหยกสีขาวออกมาจากแหวนวิญญาณ ก่อนจะมอบมันให้แก่จางหลินด้วยรอยยิ้ม “แต่หากท่านเปลี่ยนใจ ท่านสามารถไปที่พระราชวังของฉู่จิงเหวินและแสดงหยกนี้ให้เขาเห็น เมื่อนั้นเขาจะนำทางท่านมาหาข้าเอง”
เมื่อได้ยินสิ่งที่หลี่เชียนเหม่ยเอ่ยออกมา สีหน้าของจางหลินก็เปลี่ยนไป!
ฉู่จิงเหวิน!
นั่นคือชื่อจริงของอ๋องผู้ปกครองแคว้นฉู่!
ไม่คาดคิดเลยว่าหลี่เชียนเหม่ยจะเรียกชื่อจริงของอ๋องฉู่อย่างสบายๆราวกับเป็นตัวตนที่ไม่ควรค่าแก่การใส่ใจ
นั่นหมายความว่าแท้จริงของแล้วสถานะของหลี่เชียนเหม่ยสูงส่งยิ่งกว่าอ๋องฉู่!
จางหลินมองไปยังหยกขาวบริสุทธิ์และเห็นว่าบนหยกขาวมีการสลักอักขระไว้ว่า『軒轅』
(軒轅 = ซวนหยวน)
จางหลินเขาพยายามสงบสติอารมณ์ เขาเงยหน้าขึ้นมาและประสานมือขอบคุณอย่างซาบซึ้ง “ขอขอบคุณแม่นางหลี่ที่ให้โอกาสคนไร้ประโยชน์อย่างข้า”
หลี่เชียนเหม่ยพยักหน้าอย่างอ่อนโยน นางหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบหนึ่งคำ จากนั้นนางก็ยืนขึ้นและริเริ่มประสานมือ “ข้าหมดธุระแล้ว คุณชายจาง ข้าต้องขอตัวก่อน”
จางหลินยืนขึ้นพร้อมกับกางพัดออกมา “ให้ข้าเดินไปส่ง”
จากนั้นทั้งสามคนก็เดินออกมาจากห้องรับรองแขก จางหลินได้พูดคุยและหัวเราะกับหลี่เชียนเหม่ยไปตลอดทาง โดยมีผู้เฒ่าหลิงเดินตามหลังทั้งสองคนด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง
ในขณะที่เขากำลังเดินออกมานั้น มีฝูงชนจากตระกูลจางมากมายจ้องมองไปยังทิศทางของจางหลินและอ้าปากค้าง เมื่อเห็นว่ามีหญิงสาวที่เปรียบดั่งเทพธิดาเข้ามาสนิทสนมกับนายน้อยผู้ไร้ประโยชน์
แม้ว่านางจะปิดใบหน้าด้วยผ้าบางๆ แต่นั่นก็มิอาจปกปิดความสง่างามทางกิริยามารยาทได้
โดยเฉพาะกับจางหยินเซียวที่เพิ่งจะกลับมาจากที่ไหนสักแห่ง ดวงตาของเขาเกือบจะหลุดออกมาจากเบ้าเมื่อเห็นว่าจางหลินไปสนิทสนมกับหญิงสาวที่เขาไม่มักคุ้นมาก่อน “เอ่อ…”
เมื่อถึงหน้าตำหนักตระกูลจาง จางหลินก็ประสานมือบอกลาแก่ทั้งสองคน “แม่นางหลี่ ผู้อาวุโสหลิง ขอให้พวกท่านทั้งสองเดินทางปลอดภัย”
หลี่เชียนเหม่ยพยักหน้าเบาๆ นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน “คุณชายจาง ข้าจะรอเจ้า…”
น้ำเสียงนั้นทำให้จางหลินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหัวใจเต้นแรง เขารีบพยักหน้าอย่างอบอุ่น “ตกลง”
หลี่เชียนเหม่ยหันหลัง นางพลันโบกมือก่อนที่ร่างของนางจะค่อยๆลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า และเผยให้เห็นปีกผีเสื้อสีครามสยายออกสร้างฉากที่งดงาม!
ด้วยการกระพือปีกเพียงครั้งเดียว ร่างของนางก็เหาะเหินหายไปในอากาศ
ผู้เฒ่าหลิงจ้องมองจางหลินอย่างดุเดือด เขารีบหันกลับไปและสยายปีกเพลิงสีทองและพุ่งตามหลังหลี่เชียนเหม่ยไปอย่างกระชั้นชิด
ตระกูลจางทั้งหมดที่เห็นภาพนี้ก็อดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด!
“พะ-พวกเขาเหาะได้! พวกเขาเดินบนอากาศได้!”
“หญะ-หญิงสาวผู้นั้นเป็นใครกันแน่?”
“เป็นไปได้อย่างไรที่คนระดับนี้มาปรากฏตัวขึ้นในตระกูลจาง?”
“.....”
เสียงซุบซิบจากใครหลายๆคนค่อยๆดังขึ้น แม้แต่ตัวของจางหลินเองก็ผงะไปครู่หนึ่งที่พบว่าหลี่เชียนเหม่ยและผู้เฒ่าหลิงสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้
ในแคว้นฉู่ผู้ที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีอำนาจสูงสุด และบุคคลที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้มีจำนวนน้อยจนสามารถนับได้ด้วยนิ้วมือ
การที่หลี่เชียนเหม่ยแสดงให้เห็นถึงการเหาะเหินเดินอากาศไม่ต่างจากการประกาศว่าภูมิหลังของนางนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด
จางหลินยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เขาก้มลงมองหยกขาวบริสุทธิ์ในมือพลางกล่าวอย่างเลื่อนลอย “แม่นางหลี่ ขอบใจเจ้ามาก หากมีโอกาส ข้าจะตอบแทนบุญคุณนี้อย่างแน่นอน”
จางหลินไม่รู้ว่าหลี่เชียนเหม่ยรู้อะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างตระกูลจางและตระกูลชิงมาบ้างหรือไม่ แต่การมาถึงของนางในครั้งนี้ไม่ต่างจากการมอบทางสว่างให้แก่เขาในสถานการณ์ที่มืดแปดด้านอย่างแท้จริง
ต้องเข้าใจว่าการปรากฏตัวของหลี่เชียนเหม่ยและผู้เฒ่าหลิง ทำให้สมาชิกตระกูลจางส่วนใหญ่เห็นพวกเขาว่าใช้ปีกพลังปราณในการเหาะเหินกลับไป ซึ่งการที่พวกเขาใช้ปีกพลังปราณได้แสดงให้เห็นถึงระดับพลังยุทธ์ที่ทรงพลัง ที่มีเพียงบุคคลสำคัญในแคว้นฉู่เท่านั้นที่จะแสดงความแข็งแกร่งในลักษณะนี้ได้
ซึ่งนั่นอาจจะเป็นข้อต่อรองที่ดีที่เขาจะใช้กับปรมาจารย์ซูหยานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
มันเหมือนกับว่าการมาของหลี่เชียนเหม่ยในครั้งนี้เป็นการแสดงความคุ้มครองต่อตระกูลจางอย่างไรอย่างนั้น
หากปรมาจารย์ซูหยานหรือแม้แต่ตระกูลชิงไม่สามารถยืนยันความสัมพันธ์ของจางหลินและหลี่เชียนเหม่ยได้ ต่อให้พวกเขาจะกระหายสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 เพียงใด แต่พวกเขาก็ไม่กล้ากระทำการอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าอย่างแน่นอน
เมื่อได้ทบทวนหลายสิ่งหลายอย่าง จางหลินก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “เช่นนั้นข้าก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตอบสนองต่อยาพิษของปรมาจารย์ซูหยานอีกต่อไป”
ก่อนหน้านี้เขาคิดจนหัวแทบระเบิดว่าควรจะทำอย่างไรกับยาพิษนี้ เขาควรจะแสดงอาการว่าได้รับยาพิษดีหรือไม่? นั่นเป็นสิ่งที่เขาคิดมาตลอด
แต่บัดนี้การมาถึงของหลี่เชียนเหม่ยได้ให้ข้ออ้างอื่นแก่ปรมาจารย์ซูหยานว่า มีผู้ทรงพลังได้ขับยาพิษในร่างกายของเขาออกไป ซึ่งนั่นจะทำให้แผนการขั้นตอนต่อไปของปรมาจารย์ซูหยานต้องหยุดชะงักลง
และเขาสามารถใช้หยกขาวบริสุทธิ์นี้ในการคุ้มครองตระกูลจางต่อไปได้ ขอเพียงแค่เขาบอกว่าเขาได้รับเชิญจากบุคคลที่มีภูมิหลังที่ทรงพลังด้วยตนเอง
บัดนี้โอกาสรอดครั้งใหญ่ได้มาส่งถึงประตูหน้าบ้านของตระกูลจางเลยก็ว่าได้