ขณะที่ตำรวจอาวุโสกำลังจะจับประตูรถ สายตาก็ดันประสบกับบางสิ่งที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์เพศหญิงบินผ่าน ที่สำคัญ กลางหลังของมันมีปีกสีดำขนาดใหญ่ประดับอยู่
จ่าหมานอ้าปากค้าง สองนายสิบเองก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน เลยได้แต่เอ่ยถามเสียงสั่น
“ นั่นมันตัวอะไรครับ จ่า ”
ตำรวจสูงวัยพูดไม่ออก เพราะสิ่งที่เห็น มันอยู่นอกเหนือความเข้าใจ แต่ไม่รู้ผีห่าซาตานตนใดบงการ จึงทำให้จ่าหมานตัดสินใจทำบางอย่างที่บ้าสุดๆ
“ ไม่ว่ามันจะเป็นตัวอะไร พวกเราก็ต้องตามไปจับคนร้าย ”
“ คิดดีแล้วเหรอ ลุงจ่า เพราะไอ้คนร้ายที่คิดจะจับ มันมีบางอย่างที่ไม่ใช่คนคอยติดตาม ” หนึ่งในสองนายสิบโต้แย้ง ทว่านายตำรวจกลับหันมาตวาด
“ ไอ้ห่าราก อย่ามาขี้ขลาดให้กูเห็น จำได้มั้ย โรงเรียนตำรวจสอนพวกมึงว่ายังไง ”
“ จำได้ครับ สอนให้ต่อสู้กับความกลัว และไม่ยอมแพ้ แต่ไอ้ตัวที่เห็น ไม่น่าจะอยู่ในหลักสูตรของโรงเรียนตำรวจ ดังนั้น ถ้าหลีกเลี่ยงได้ เราก็ควรจะทำ ”นายสิบอีกคนพยายามเกลี้ยกล่อม ทว่ามีหรือที่นายตำรวจอาวุโสจะรับฟัง เพราะเมื่อก่อน เขาเป็นมือปราบที่บู๊กระจาย จึงรีบขึ้นรถ พร้อมยื่นคำขาด
“ ไม่ต้องพูดมากแล้ว พวกมึงรีบขึ้นมา ถ้ายังขืนดื้อดึง กูจะให้สารวัตรสั่งขัง โทษฐานละเลยหน้าที่ ”
“ คะ……ครับ ”สองนายสิบไม่มีทางเลือก จึงยอมปฏิบัติตามคำสั่ง และในทันทีที่ทุกคนประจำตำแหน่ง จ่าหมานก็สตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วออกรถอย่างรวดเร็ว ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
“ ไม่ว่าจะเป็นตัวอะไร กูต้องจัดการให้ได้ แล้วเจอกัน ไอ้เลวแหกด่านและ……นังปีศาจ ”
……………………….
หัวใจของโชเฟอร์วัยกลางคนเต้นไม่เป็นส่ำ เพราะตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตน เขาไม่เคยแหกด่านตำรวจมาก่อน หรั่งจึงรีบปลุกปลอบ เพื่อไม่ให้สารถีเตลิดหนัก
“ อย่าตกใจ พี่ชายพยายามคุมสติไว้ เพราะไอ้ปีศาจกำลังไล่ตามเราอยู่ ”
โชเฟอร์วัยกลางคนรีบสงบใจทันควัน ด้วยชีวิตของตัวเองก็แขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นกัน สายตามองตรงไปที่ถนน และกดเท้าเหยียบคันเร่งจนมิด หวังจะให้รถกลางเก่ากลางใหม่เค้นความเร็วออกมาให้มากที่สุด
หรั่งโล่งอกไปหนึ่งเปราะ ที่พลขับของตนไม่สติแตก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์โดยรวมจะดีขึ้น เพราะยังมีปีศาจสาวบินตามมาติดๆ
“ มันบินซ้ายทีขวาที ทำให้เล็งลำบาก ต้องรอให้ใกล้กว่านี้ แต่ถ้าเข้าถึงตัวได้ เราจะเปลี่ยนมาใช้ไอ้นี่ ”หรั่งกำสปาต้าไว้ที่มือซ้าย แล้ววางแผนอยู่ในใจ ทว่าปัญหาใหม่ก็ตามมาติดๆ เมื่อได้ยินเสียงหวอของรถตำรวจ จากนั้นเสียงโทรโข่งก็ดังขึ้นมา
“แท็กซี่สีเขียวเหลืองหยุดรถเดี๋ยวนี้ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา ”
“ เหวอ พวกตำรวจตามเรามา ” โชเฟอร์วัยกลางคนกลับมาตกใจอีกครั้ง เพราะเริ่มตระหนักแล้วว่าเขากำลังจะได้เล่นเกม GTAในชีวิตจริง (เป็นเกมคอมพิวเตอร์แนวโจรหนีตำรวจ) แต่หรั่งกลับมองอีกมุม
“ ดีล่ะ ถ้ารถตำรวจไล่ตามมาอีกคัน น่าจะเป็นประโยชน์กับเรามากกว่า ”
เมื่อคิดได้ดังนั้น หรั่งก็ยกปืนขึ้นมา แล้วยิงไปที่รถตำรวจซึ่งกำลังวิ่งตาม โดยเล็งให้กระสุนพุ่งผ่านแบบฉิวเฉียด
“ ปัง…..”
“ เฮ้ย! แม่งยิงมาที่เรา ” สามผู้พิทักษ์กฎหมายโวยดัง และหักรถหลบจนเกือบเสียหลักเข้าข้างทาง แต่จ่าหมานก็สมกับเป็นอดีตตำรวจมือดี เลยประคองพาหนะเอาไว้ได้ ก่อนจะขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ด้วยความโกรธแค้น
" หน็อย…..ไอ้โจรกิ๊กก๊อก บังอาจลั่นไกใส่ข้า ไอ้น้องยิงกลับเลย มันจะได้รู้ว่าพวกเราก็มีปืน ”
สองนายสิบที่ติดตาม ก็นับว่าห่ามพอตัว เพราะทันทีที่สิ้นคำของเสือเฒ่า พวกเขาก็เปิดกระจก แล้วยื่นออกไปครึ่งตัว เพื่อยิงสวนทันควัน
“ ปัง ปัง ปัง…….”
“ จ้าก……พวกตำรวจยิงกลับมาแล้ว” โชเฟอร์วัยกลางคนร่ำร้องในใจ ใบหน้าซีดเผือด แต่สองมือพยายามบังคับพวงมาลัยให้นิ่ง เพื่อให้รถยังอยู่ในเส้นทาง ส่วนหรั่งรีบผลุบหายเข้ามาข้างใน จะได้ไม่ตกเป็นเป้ากระสุน
แน่นอนว่าห่ากระสุนนั้นไม่เพียงแต่ถูกแท็กซี่เขียวเหลือง แต่บางนัดก็กระทบร่างของปีศาจสาว ซึ่งบินอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างรถทั้งสอง และนั่นก็สร้างรำคาญให้กับมันไม่ใช่น้อย
“ ไอ้ตำรวจพวกนี้ อยากตายนักใช่มั้ย ”
เมื่อความโกรธของปีศาจสาวทะยานถึงขีดสุด เธอก็พุ่งเข้าใส่รถตำรวจอย่างรวดเร็ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่ฝ่ายมนุษย์จะหลบทัน
“ เพล้ง…….”
กระจกหน้ารถแตกเป็นเสี่ยง เนื่องจากไม่อาจรับแรงกระแทกของปีศาจสาวที่พุ่งเข้าใส่ แต่ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้นเอง จ่าหมานก็อาศัยสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดชั้นเลิศ เพื่อก้มหัวหลบกรงเล็บของอมนุษย์
“ ฉั้ว…..”
เลือดกระฉูดเป็นสายจากร่างกายที่ไร้หัว และพอปีศาจสาวบินทะลุกระจกหลังของรถตำรวจ เธอก็ทรงตัวให้ลอยตรงๆ ดวงตาเหม่อมองไปที่พาหนะตำรวจที่เริ่มปัดเป๋ ก่อนจะกระแทกฟุตบาทจนพลิกคว่ำ
“ หึ หึ หึ ” ปีศาจสาวหัวเราะเบาๆ มือบางหิ้วศีรษะของสองนายสิบอย่างละข้าง แน่นอนว่าเธอแสนเสียดายที่ไม่ได้หัวของจ่าสูงวัย ผู้ประจำที่นั่งคนขับ ทว่าเจอเข้าไปขนาดนั้น ตำรวจอาวุโสนั่นคงไม่รอด จึงหันไปมองแท็กซี่เขียวเหลืองที่ทิ้งห่างไปพอสมควร
“ หมดตัวกวนแล้ว หรั่ง เรามาสนุกกันต่อดีกว่า ”
………………………..
ท่ามกลางควันดำ ซากเศษเหล็ก เกิดประกายไฟที่ใกล้กับถังน้ำมันข้างรถตำรวจ และถ้าเพลิงนั้นมาถึง มันก็จะบอลม์พาหนะคันนี้ให้เป็นจุณในพริบตา แต่ก่อนจะถึงวาระนั้น ชายร่างเล็กบางก็ตะเกียกตะกายออกมาอย่างยากลำบาก เขาก็คือ……จ่าหมาน อดีตมือปราบ
“ อู้ย…….นี่มันเกิดอะไรขึ้น แล้วสิ่งที่โจมตีเราคือ.......ตัวอะไร ” นี่คือคำถามในใจของจ่าหมาน ทว่าไม่มีใครตอบเขาได้ เพราะสิ่งที่เกิดนั้นเหนือธรรมชาติจนเกินบรรยาย แถมในตอนนี้ ตำรวจสูงวัยยังหัวเดียวกระเทียมลีบ เพราะสองนายสิบที่เป็นลูกสมุน เหลือไว้เพียงแค่ศีรษะที่ถูกทิ้งบนพื้นข้างซากรถ
“ ห่าเอย ยังหนุ่มยังแน่นแท้ๆ พวกมึงไม่น่าตายแบบนี้เลย ” จ่าสูงวัยปลงอนิจจา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจ เพราะสองนายสิบนั้นมีวัยไม่ห่างจากลูกชายของเขา แต่แล้ว อดีตมือปราบก็ต้องตกตะลึง เมื่อเหลือบไปเห็นดวงไฟที่เข้าใกล้ถังน้ำมัน จึงรีบโกยหน้าตั้ง
“ เฮ้ย! ตายห่าแล้ว เผ่นก่อนล่ะโว้ย ”
“ ตูม……..”
รถตำรวจระเบิดเป็นเสี่ยงๆ บางชิ้นส่วนหลุดกระเด็นออกมา พร้อมเปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วงจนปกคลุมทั่วตัวถังรถ อันดูเหมือนกองไฟดวงโตที่เหล่าลูกเสือโลกใช้ชุมนุมสามัคคียามค่ำคืน
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก……..” จ่าหมานหอบถี่ เขาเหมือนแมวเก้าชีวิต เพราะสามารถหนีรอดภัยพิบัติได้อย่างหวุดหวิด และตอนนี้ กำลังลอยคออยู่บนคลองเน่าๆ จึงสบถเบาๆ ท่าทางขัดเคือง
“ บัดซบ ที่หนีมีตั้งมากมาย ทำไมต้องเลือกลงมาอยู่ในคลองเน่าๆด้วย สงสัยคนเขียนเรื่องนี้ คงจะเกลียดกูเข้าเส้น เลยให้แต่บทแบบนี้ ”
และนี่คือช็อตสุดท้ายที่จ่าหมานจะโผล่ออกมา เชิญท่านกลับไปมีบทบาทในนิยายเรื่อง Mad Sex ได้แล้วครับ และอีกอย่าง ขอเตือนว่าอย่าบ้ากามเกินไป ถนอมสังขารบ้างนะ ลุง เดี๋ยวจะตายคาอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า……..
……………………….
หรั่งและโชเฟอร์วัยกลางคนได้ยินเสียงรถระเบิดอย่างชัดเจน อันบ่งบอกว่าฝ่ายตำรวจน่าจะโดนปีศาจสาวเล่นงานเข้าให้แล้ว หนุ่มหล่อยอมรับว่าเป็นห่วงเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย แต่ไม่มีเวลาไปใส่ใจ ด้วยตัวเองก็ยังอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกว่า…..เป็นตายเท่ากัน
“ คงยื้อได้ชั่วครู่ ไม่นาน มันจะตามมาอีก ว่าแต่เราเหลืออาวุธอยู่เท่าไหร่ ” หรั่งสำรวจสิ่งที่ตนมี จึงพบว่าลูกโม่ของตนเหลือกระสุนเพียงสี่นัด ที่เอวเหน็บสปาต้าอีกหนึ่งเล่ม เลยหันไปถามเพื่อนร่วมตายที่กำลังซิ่งรถสุดชีวิต
“ พี่พอมีกระสุนเหลืออีกมั้ย หรือมีอาวุธอะไรอีก เพราะเท่าที่มี น่าจะต้านไอ้ปีศาจนั่นไม่ได้ ”
“ พะ…..พี่ก็มีคะ….แค่นั้นแหละ ว่าแต่อะ….ไอ้ตัวบ้านั่นจะตามเรามาอีก ใช่มั้ย แล้วตำรวจจัดการมันไม่ได้เหรอ” โชเฟอร์วัยกลางคนถามเสียงสั่น
“ เท่าที่คาดการณ์ ผมว่าพวกตำรวจน่าจะเสร็จมันไปแล้ว และตอนนี้ ไอ้ปีศาจคงใกล้จะบินมาถึงพวกเรา ” หรั่งตอบห้วนๆ ดวงตาคมเข้มจ้องมองไปด้านหลัง เพื่อเตรียมพร้อมรับศึก
ด้วยสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่เน้นแต่จะเอาชีวิตรอด จึงบันดาลให้โชเฟอร์วัยกลางคนรีบจอดรถทันควัน แล้วหันมาไล่หรั่งลงซะอย่างงั้น
“ ดีล่ะ ในเมื่อไอ้ผีบ้ายังไม่ตามมา ก็รีบลงจากรถเดี๋ยวนี้ กูไม่อยากตายพร้อมมึง กูยังมีลูกเมียให้ดูแล ไหนจะพ่อแม่ที่บ้านเกิดอีก ”
หรั่งอยากร้องค้านใจจะขาด เพราะดีร้ายยังไง ปีศาจสาวย่อมไม่ปล่อยให้โชเฟอร์หนีรอด เนื่องจากชายวัยกลางคนจัดเป็นพยานสำคัญที่ใช้ยืนยันการมีตัวตนของมัน ทว่าเวลาก็มีไม่พอให้ทำความเข้าใจ จึงได้แต่กล่าวเตือน ด้วยความหวังดี
“ ถ้าพี่ขับต่อไปอีกหน่อย ให้ทิ้งรถไว้ แล้ววิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด ทางที่ดี พยายามเข้าตามตรอกซอกซอย โชคดีครับ ขอโทษที่ทำให้พี่มาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ” หรั่งหมายความตามนั้นจริงๆ จากนั้นก็วิ่งหายเข้าไปในซอยข้างทาง ทิ้งให้โชเฟอร์วัยกลางคนงุนงงกับคำเตือน
“ ไอ้หน้าหล่อเป็นบ้าหรือเปล่า ปีศาจนั้นตามมึงไม่ใช่หรือ แล้วมันจะมายุ่งกับกูทำไม ”
กระนั้นโชเฟอร์วัยกลางก็รีบซิ่งต่อทันที เพราะถนนแถวนี้ค่อนข้างอ้างว้าง และชวนหลอนอยู่ไม่น้อย
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/darksidewriter.versionend.of.the.alley