จิ้นเหอช่วยถูหลังให้เหมือนทุกวันพร้อมนวดพระอังสา[1]ให้เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดให้องค์ชายและพระองค์จะชื่นชอบเป็พิเศษเกศา[2]สีดำเงางามถูกชโลมด้วยน้ำมันหอมอย่างดี
ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจว่าองค์ชายสามไม่เป็ที่โปรดปราณฮ่องเต้จริงๆ หรือ เหตุใดข้าวของที่มีถึงมีราคาและยากจะหาใช้ได้ง่าย แม้ข้าวของภายในตำหนักจะไม่มากแต่ทุกอย่างกลับเป็สิ่งจำเป็ที่ต้องใช้และต้องมี
หยางจินหลับตารับการปรนนิบัติของจิ้นเหออย่างชอบใจหลายเดือนมานี้เ้าตัวทำงานได้ดีไม่มีตกบกพร่องอาหารที่ดื่มกินเข้าไปล้วนเป็สิ่งที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ได้มีพิษภัยเหมือนที่ผ่านมา
“จิ้นเหอเ้าว่าขาเปิ่นหวางจะกลับมาใช้งานได้หรือไม่”
หยางจินลืมตาขึ้นมาและเอ่ยถามคนที่นวดไหล่ให้อย่างคาดหวังแหงนคอเล็กน้อยมองหน้าขันทีตัวน้อยที่ชะงักไปชั่วครู่มองเขานิ่ง ๆซึ่งเ้าตัวก็พัฒนาการขึ้นมากที่กล้าสบตาเขาขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังนอบน้อมสม่ำเสมอ
“ฝ่าาเื่นี้พระองค์มั่นใจหรือพ่ะย่ะค่ะว่าอยากกลับมาเดินได้อีกครั้ง”
จิ้นเหอเอ่ยถามอย่างกังวลเพราะแค่เดินไม่ได้ยังมีคนคิดจะสังหารแล้วเมื่อใดที่ข่าวลือออกไปองค์ชายสามหยางจินกลับมาเดินได้อีกครั้งชีวิตไม่ตกลงไปในหุบเหวยิ่งกว่าเดิมหรอกหรือ
“นั่นเป็สิ่งที่เปิ่นหวาง้าหากเ้ารักษาได้เปิ่นหวางจะมอบทุกอย่างที่เ้า้า”
จิ้นเหอมองลึกเข้าไปในแววตาซึ่งมีความจริงใจสำหรับรางวัลที่พระองค์กล่าวแต่แววตาที่เต็มไปด้วยเครียดแค้นชิงชัง มันเป็แววตาที่ไม่ยอมท้อแท้กับชีวิต
ซึ่งมันเป็ข้อดีของการรักษา หากไม่มีใจที่จะก้าวเดินต่อไปถึงรักษาไปก็ไร้ประโยชน์ เขาไม่ได้หวังให้องค์ชายสามหยางจินไว้ใจเขาเพราะชีวิตในวังหลวงไม่อาจเชื่อใจผู้ใดได้
“ฝ่าาพระวรกายของพระองค์สูงค่าจะให้ข้าบาทผู้ต่ำต้อยและมีความรู้อันน้อยนิดรักษาพระองค์ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
หยางจินมองสบตาแววใสซื่อของขันทีส่วนพระองค์แล้วหัวเราะในลำคออีกครั้งหากจิ้นเหอความรู้น้อยนิด หมอหลวงภายในวังหลวงไม่ใช่คนไร้ความสามารถหมดหรอกหรือหากหมอหลวงที่รักษาเขาได้ไม่ถูกสังหารไปก่อนป่านนี้เขาน่าจะหายแล้วแค่คิดความแค้นก็สุ่มอยู่ในอกจนแทบทนรอแก้แค้นไม่ไหว
“ฝ่าาน้ำเย็นมากแล้วเดี๋ยวไม่สบายพ่ะย่ะค่ะ”
จิ้นเหอบอกอย่างห่วงใยเมื่อน้ำอุ่นเย็นมากขึ้นก่อนจะประคองร่างนั้นให้ลุกขึ้นและอุ้มไปแต่งกายเหมือนทุก ๆ วันแม้องค์ชายสามจะให้ความช่วยเหลือเล็กน้อย ทว่าครั้งนี้ดวงตางดงามเหมือนหงส์เฝ้ามองเขาไม่วางตา
“จิ้นเหอเ้าไม่อยากให้เปิ่นหวางหายหรอกหรือ”
หยางจินช้อนตามองขันทีน้อยที่เขาให้ความสำคัญอย่างออดอ้อนดวงตากลมโตดูวูบไหวเพียงครู่ก่อนจะก้มหน้าต่ำลง หรือว่าแผนชายงามจะใช้ไม่ได้กับจิ้นเหอ?
“ฝ่าาถึงแม้ข้าบาทจะเป็ลูกศิษย์ของหมอปีศาจ แต่ว่าความรู้ที่มีนั้นน้อยนิดฝ่าาทรงไว้ใจให้ข้าบาทรักษาวรกายที่สูงค่าของพระองค์หรือพ่ะย่ะค่ะ”
จิ้นเหอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลงขณะช่วยเช็ดเกศาที่เงางามให้อย่างช้า ๆ ความจริงองค์ชายสามหยางจินไม่ต้องเอ่ยถามความเห็นเขาด้วยซ้ำหากบังคับให้รักษานั้นเขาก็ไม่มีทางปฏิเสธได้อยู่แล้ว
“เปิ่นหวางอยากได้ความจริงใจจากเ้าหาใช่ทำเพราะความหวาดกลัวไม่ ชีวิตเปิ่นหวางมีผู้รับใช้สนิทแค่สามคนคือเ้า อวิ้นหลางและอวี้เหินเท่านั้นเปิ่นหวางไม่ได้้าข้ารับใช้มากมาย เปิ่นหวางเพียง้าข้ารับใช้ที่จริงใจเท่านั้น”
หยางจินเชยคางจิ้นเหอขึ้นมาสบพระพักตร์อีกครั้งพร้อมคำพูดจริงใจเพราะเขา้าเช่นนั้นจริง ๆ ไม่ต้องมีข้ารับใช้มากมายแต่มีข้ารับใช้ที่ยอมตายแทนเขาด้วยหัวใจได้เท่านั้นแม้ไม่เพียงพอสำหรับอนาคตเบื้องหน้า แต่มันเป็การเริ่มต้นที่ดี
“ข้าบาทเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
จิ้นเหอหลุบตาลงด้วยหัวใจสั่นระรัวใบหน้างดงามที่อยู่ใกล้ ๆ ขององค์ชายทำให้หัวใจเขาเต้นแรงผิดปกติ ดวงตาแน่วแน่และจริงใจของพระองค์เวลานี้ทำให้เขาเผลอจ้องมองด้วยความหลงใหลแต่เมื่อรู้สึกตัวจึงรีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
“เ้าไปพักเถอะ”
หยางจินที่กลับมานั่งบนรถเข็นเอ่ยบอกเสียงเรียบนุ่มก่อนจะหยิบหมากล้อมมาเล่นคนเดียวเพื่อฆ่าเวลาไปวัน ๆ จิ้นเหอมองตามอย่างกังวลก่อนจะผละจากไปตามคำสั่ง
หยางจินมองตามเงาร่างที่หายไปกับบานประตูใบหน้าที่เคยเรียบเฉยยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เขาไม่เชื่อหรอก ว่าแผนชายงามจะใช้ไม่ได้ผลกับจิ้นเหอขันทีคนก่อนยังหลงเขาจนโงหัวไม่ขึ้นจนกระทำการโง่เขลาปลุกปล้ำเขาให้หมายพิศวาสมัน
สุดท้ายก็ตายอย่างน่าสมเพช ผ่านมาหกปีกับมีขันทีตายตกเพราะความโง่เขลาของตัวเองมากกว่าสิบคนแต่คนที่เขา้ากลับวางตัวได้ดีเกินไป แต่แบบนี้เขารู้สึกรื่นเริงมากกว่า สิ่งใดได้มาง่ายๆ มันย่อมไร้ค่า
[1]พระอังสา หมายถึง บ่า ไหล่
[2]เกศา หมายถึง ผม