โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 100 มนุษย์ ปะทะ ปีศาจ(2)

    “เซน…เจ้าอยู่ที่ไหน!”

    มารีนละเมอพร้อมกับสะดุ้งตื่นหลังจากที่บาดแผลของเธอถูกรักษาโดยพลังของวิหคอัคคีสวรรค์ หญิงสาวมองไปรอบตัวและค้นพบว่าตนเองตอนนี้นั้นกำลังถูกล้อมไว้ด้วยเปลวเพลิงสีแดงเข้ม อย่างไรก็ตามเปลวเพลิงนั้นไม่ใช่ของเธอแต่มันกลับไม่ให้ความรู้สึกร้อนเลยแม้แต่นิดเดียวเหมือนกับเป็นอากาศธาตุสำหรับเธอมากกว่า

    “เจ้าตื่นแล้วเหรอ ผู้สืบทอดของข้า”

    เสียงหวานใสและไพเราะของหญิงสาวได้ดังขึ้นข้างหูเธอ ก่อนที่เธอจะหันไปมองทางทิศของเสียงอย่างลนลานเพราะกลัวว่าจะเป็นศัตรู

    “ท่านคือ…”

    มารีนไม่รู้จะกล่าวคำพูดหรือถามอะไรก่อนดีเมื่อเห็นวิหคอัคคีสวรรค์ที่อยู่ในรูปร่างของนกตัวเล็กๆ อย่างไรก็ตามเธอนั้นรู้สึกถึงอำนาจของมันได้อย่างชัดเจน

    “ข้าคือเศษเสี้ยวของวิญญาณบรรพกาลหรือที่พวกเจ้าเรียกกันรากจิตวิญญาณวิหคอัคคีสวรรค์ ยินดีด้วยเจ้าได้ถูกเลือกสืบทอดพลังต่อจากข้า ข้าคาดหวังในตัวเจ้าอย่างมากในอนาคต”

    วิหคอัคคีสวรรค์กล่าวขึ้นมาพร้อมกับกระพือปีกเล็กๆ ของมันลอยตัวขึ้นมายืนบนหัวของหญิงสาว รูปร่างของมันเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้อย่างมากหลังจากให้หญิงสาวได้รับพลังของมันไปแล้ว ตอนนี้มันดูเหมือนลูกเจี๊ยบน่ารักเลยก็ว่าได้

    “ขอบคุณที่ยอมรับข้า…”

    หญิงสาวกล่าวอย่างสุภาพก่อนที่เธอจะนึกได้ว่าก่อนหน้านี้เซนและเธอนั้นตกอยู่ในอันตราย หลังจากที่เธอรับการโจมตีครั้งสุดท้ายนั่น เธอก็หมดสติไปในทันทีและไม่รับรู้อะไรอีกเลย พร้อมกับตื่นมาที่นี่และพบว่าตัวเธอได้รับสืบทอดพลังที่เธอต้องการแล้วเพียงแต่เซนนั้นหายตัวไป

    “ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าสหายที่มาด้วยกันกับข้าเป็นเช่นไร?”

    มารีนกล่าวถามด้วยน้ำเสียงกังวล ความไม่มั่นคงทางจิตใจของเธอนั้นส่งผลให้เปลวเพลิงที่ลุกอยู่รอบๆ สั่นไหวอย่างราวกับไม่อาจควบคุมได้ เมื่อวิหคเพลิงสวรรค์เห็นดังนั้นจึงรีบกล่าวทันทีว่า

    “ข้าได้ส่งสหายของเจ้าไปยังสถานที่หนึ่ง นั่นก็เพื่อจะช่วยเหลือชีวิตของเขา แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับเขาว่าจะมีชีวิตรอดกลับมาหรือไม่ นี่ก็ใกล้ได้เวลาที่เขาต้องกลับมาแล้ว…”

    เมื่อมารีนได้ยินดังนั้นก็เป็นกังวลทันที เธอต้องการจะกล่าวถามวิหคเพลิงสวรรค์ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชายหนุ่ม แต่ในเวลานั้นเองอยู่ๆ เบื้องหน้าของเธอห่างไปไม่ไกลมากนักก็เกิดการผันผวนของมิติกลางอากาศ

    ภาพเบื้องหลังนั้นเกิดการบิดเบี้ยวเนื่องจากความอัดแน่นของอากาศ ก่อนที่จะปรากฏประตูสีดำออกมา เมื่อมารีนเห็นประตูสีดำที่ปรากฏขึ้นเธอก็ร้องออกมาอย่างตกใจก่อนที่จะเตรียมท่าพร้อมสู้ทันที ประตูสีดำนั้นคือประตูสู่ยมโลกและทุกครั้งที่มันถูกบังคับเปิดออกมักจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นเสมอจากประสบการณ์ตรงของเธอ

    “อย่าตกใจไป นั่นคือประตูยมโลกที่ข้าเป็นคนเปิดขึ้นมาเอง ดูเหมือนสหายของเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่แม้ว่าเขาจะทำอะไรบ้าๆ มาในยมโลก”

    มารีนได้ยินเช่นนั้นเธอก็จ้องมองประตูยมโลกด้วยความใจจดใจจ่อทันที ประตูสีดำค่อยๆ ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมา

    เสื้อผ้าของชายหนุ่มขาดจนดูไม่ได้ นอกจากนี้ร่างกายของชายหนุ่มยังเต็มไปด้วยบาดแผลเล็กและบาดแผลใหญ่มากมาย ต่อให้คนโง่มองก็รู้ว่าเขากำลังอยู่ในสภาพสาหัสอย่างมาก

    เซนเดินซวนเซขาดความมั่นคงออกมาจากประตู เมื่อเดินพ้นเขตประตูแล้วชายหนุ่มก็ได้ใช้ดาบที่ดูไม่สมประกอบเล่มหนึ่งยันตัวของเขาเอาไว้แต่แรงกายของเขานั้นน้อยเกินไปเขาจึงกำลังจะล้มลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า

    มารีนได้เห็นดังนั้นก็รีบก้าวไปรับร่างของเซนไว้ในอ้อมอกของเธอทันที ก่อนที่เธอจะรีบตรวจดูสภาพของชายหนุ่มและพบว่าลมหายใจของชายหนุ่มนั้นรวยรินและเหมือนคนกำลังจะตายได้ทุกเมื่อ

    “มารีน…ในที่สุดเจ้าก็ฟื้น”

    เซนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้งและอ่อนแรง มารีนรีบหยิบยาฟื้นฟูออกมาจากกระเป๋าของเธอทันที เธอประคองศีรษะของเขาขึ้นก่อนที่จะค่อยๆ พยายามจะป้อนเม็ดยา อย่างไรก็ตามในจังหวะนั้นวิหคอัคคีสวรรค์ก็ได้กล่าวห้ามเธอเสียก่อน

    “หากเจ้าไม่อยากให้เขาทรมาน อย่าป้อนยานั่นให้เขาดีกว่า…ตอนนี้ร่างกายของเขากำลังถูกพิษจากยมโลกอยู่ พิษนั่นจะปฏิเสธยารักษาทุกชนิด แต่ไม่ต้องห่วงหากปล่อยเขาไว้สักสองสามเดือนบาดแผลของเขาจะหายไปเอง”

    มารีนเก็บยารักษาของเธอเข้ากระเป๋าก่อนที่เธอจะแสดงความโกรธออกมาอย่างจริงจังพร้อมกับกล่าวกับวิหคอัคคีสวรรค์

    “เหตุใดท่านจึงต้องส่งเข้าไปยังสถานที่อันตรายอย่างยมโลกกัน สถานที่นั่นแม้แต่ที่บ้านเกิดของข้ายังเป็นสถานที่ต้องห้ามที่กล่าวกันว่าไปแล้วไม่ได้กลับ ท่านมัน…”

    มารีนพยายามจะต่อว่าผู้ที่มอบพลังให้กับเธออย่างไรก็ตามในเวลานั้นเซนที่อ่อนแรงกลับกล่าวคำพูดบางอย่างกับเธอทำให้เธอใจเย็นลง

    “อย่าได้ต่อว่านาง นางช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่ได้มาพบเจอกับเจ้าตอนนี้หรอก…”

    “แน่นอนว่าไม่ใช่ความผิดของข้า ด้วยศักยภาพร่างกายของเขาสามารถอยู่ในยมโลกเขตแดนรอบนอกได้สบายๆ แต่เขาดันไม่ฟังคำเตือนของข้าและบุกรุกพื้นที่ข้ามเขต และถูกยมทูตไล่ล่า หากข้าเปิดประตูช้ากว่านี้เกรงว่าเขาอาจจะตายแล้ว”

    เซนไม่มีสิ่งใดจะกล่าว เขาเพียงยิ้มอย่างรู้สึกโล่งอกเท่านั้นในตอนนั้นสายตาของมารีนที่มองเซนด้วยความเป็นห่วงก็เปลี่ยนไปเป็นสายตาที่ดุร้าย เธอต้องการจะต่อว่าเซนอย่างไรก็ตามเซนในตอนนี้อาจจะรับฟังคำต่อว่าของเธอไม่ไหว

    “อย่างน้อยเจ้าก็ฝึกฝนสำเร็จ แม้จะใช้เวลาไปห้าร้อยกว่าปี พรสวรรค์การใช้พลังวิญญาณของเจ้ามันห่วยแตกจริงๆ แต่เจ้ากลับครอบครองพรสวรรค์ในการต่อสู้ นับว่าไม่เลวสำหรับเจ้าของวิชาที่ได้ผู้สืบทอดเป็นตัวเจ้า”

    เซนยิ้มอยู่ในใจและเป็นอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้ ว่าวิหคเพลิงสวรรค์นั้นได้ช่วยเหลือเขาเอาไว้และยังสอดส่องดูเขาแต่การสอดส่องบ้างบางเวลา การที่เขารอดชีวิตมาได้นั้นไม่ใช่ความบังเอิญแน่นอน

    และก็เป็นอย่างที่ชายหนุ่มได้คาดเดาจริงๆ วิหคเพลิงสวรรค์ติดตามดูเขาตั้งแต่วันแรกๆ ได้เห็นชายหนุ่มในสภาพที่สูญเสียตัวตนไป และเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นที่นั่น แต่มีสิ่งหนึ่งที่วิหคเพลิงสวรรค์นั้นไม่เข้าใจ

    ในภาพที่นางได้เห็นนั้น เซนมักจะหวาดกลัวที่จะต่อสู้และระวังตัวอย่างเสมอๆ ยิ่งตอนที่เผชิญหน้ากับตัวตนที่อยู่ในเขตแดนชั้นใน แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งเซนกลับกลายเป็นเยือกเย็นและราวกับสูญเสียความกลัวไป นอกจากนี้การกลับมาครั้งนี้ของเซนนั้นยังมองมาที่นางต่างออกไปจากทุกที ทุกครั้งเซนนั้นจะมองนางด้วยความหวาดระแวงเสมอเพราะออร่าที่ปลดปล่อยออกมารอบๆ นางนั้นแข็งแกร่งมาก แต่ในครั้งนี้ชายหนุ่มกลับมองด้วยความเฉยเมย

    วิหคอัคคีสวรรค์ที่ตกอยู่ในความคิดในขณะที่จ้องมองมาที่เซนซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยบาดแผลร้ายแรงนั้น ในตอนนั้นนางก็ได้คิดบางอย่างออกหากนางสามารถแสดงสีหน้าออกมาได้คงจะแสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมาอย่างแน่นอน

    “เจ้ามนุษย์หรือว่าเจ้า….”

    วิหคอัคคีสวรรค์ต้องการจะกล่าวถามเพื่อยืนยันบางอย่างที่เซนได้ทำผิดพลาดไป อย่างไรก็ตามในเวลานั้นชายหนุ่มได้กล่าวคำพูดขัดเธอเสียก่อน

    “ผ่านไปพันปี ท่านกลับกลายเป็นลูกเจี๊ยบไปซะแล้ว ความน่าเกรงขามของท่านดูลดน้อยลงไปนะ”

    เมื่อวิหคอัคคีสวรรค์ได้ยินสิ่งที่เซนกล่าวนางก็บ้าคลั่งทันทีเปลวเพลิงขนาดใหญ่ถูกพ่นออกจากปากเล็กๆ ของนาง แต่มันกลับถูกมารีนสลายไปได้อย่างง่ายดาย

    “ท่านกำลังจะทำอะไร!”

    มารีนดูเหมือนจะไม่พอใจอย่างมากในการกระทำของวิหคอัคคีสวรรค์ วิหคเพลิงสวรรค์ทำได้เพียงแค่ก้มหน้า หากมารีนไม่ยินยอมให้เธอโจมตีเซนเธอก็ไม่อาจจะทำได้ในตอนนี้เนื่องจากตอนนี้พลังของเธอได้เป็นส่วนหนึ่งของมารีนไปแล้วหลังจากยอมรับเธอ

    “ดูเหมือนจะหวังพึ่งมนุษย์นี่ไม่ได้แล้ว มารีนเจ้าต้องไปจัดการกับบอสในชั้นนี้ด้วยตนเอง พลังของเจ้าแม้จะยังห่างไกลจากระดับเทวะ แต่เพียงแค่นั้นก็พอจะจัดการบริวารปีศาจที่อ่อนแอได้สบายๆ แล้ว”

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน