ลุงตอบให้หลานต้องถอนหายใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาเปิดเฟสบุ๊คหน้าโปรไฟล์ของเพื่อนสาวคนที่ตนกำลังพูดถึงแล้วส่งให้ผู้เป็ลุงดู
อนันต์ยศรับเอาโทรศัพท์จากหลานมาเลื่อนดู แล้วก็ได้เห็นภาพของสาวน้อยหน้าใสผู้ที่ตรึงสายตาของเขาเอาไว้ได้ั้แ่เห็นแค่รูปครั้งแรก เขาเลื่อนดูภาพของเธอซึ่งมีอยู่หลายๆอิริยาบถ ทั้งในชุดนักศึกษาชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นแบบง่ายๆ หรือแม้แต่รูปแนวเซ็กซี่ที่เธอไม่จำเป็ต้องแต่งตัวโป๊ แต่แค่แสดงออกทางสีหน้าเท่านั้น ก็ทำให้คนไวไฟอย่างเขาแข็งขึ้นมาได้ทั้งๆที่อยู่บนโต๊ะอาหาร
“ทำไม เขาจะรับงานเหรอ”
หนุ่มใหญ่ถามอย่างไม่อ้อมค้อม เพราะมันก็เป็เื่ที่รู้ๆกันอยู่ ั้แ่เลิกกับภรรยาไปเมื่อแปดปีก่อน เขาก็ใช้บริการของเด็กพวกนี้มาโดยตลอด เพราะไม่อยากมีแฟนและไม่อยากไปเที่ยวผู้หญิงตามสถานบริการ ซึ่งเด็กที่เขารับมาก็จะดูแลเป็อย่างดีตลอดระยะเวลาที่เขาพอใจ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็ระยะเวลาสั้นๆประมาณไม่กี่เดือน แต่ไม่เกินหนึ่งปีแน่นอน เพราะเขาไม่้าให้มีความผูกพันเกิดขึ้น เพราะเขาไม่้าผู้มัดกับใคร เขาเป็คนรักอิสระและขี้เบื่อ
“ครับ ตอนนี้ครอบครัวของไอ้แป้งกำลังมีปัญหาทางการเงินจนไม่มีเงินให้ไอ้แป้งจ่ายค่าเทอม”
“มุกเก่าๆที่ได้ยินมาจนเบื่อ ความจริงมันก็แค่ข้ออ้างของคนประเภทเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ งานหนักไม่เอา งานเบาไม่สู้ แต่อยากได้เงินเยอะๆก็เลยยอมขายตัวขายศักดิ์ศรีของตัวเองเพราะความสิ้นคิดทางสมอง”
อนันต์ยศพูดแล้วก็ตักอาหารเข้าปากด้วยท่าทางเรียบเฉย แต่คนฟังแอบสะอึกแทนคนที่ถูกพูดถึง
“เอ่อ แล้วลุงใหญ่ยังสนใจอยู่ไหมครับ ผมจะได้ติดต่อให้”
“แล้วเขาเรียกค่าตัวเท่าไหร่”
“ครั้งแรกหนึ่งล้านครับ หลังจากนั้นเดือนละหนึ่งแสนตลอดอายุการว่าจ้างครับ”
“เฮ้ย หนึ่งล้านนี่ค่าอะไรว่ะ แพงไปป่าว”
อนันต์ยศอุทานด้วยความแปลกใจ รับเด็กมาดูแลก็ตั้งหลายคนแล้ว บางคนสวยกว่าดาราก็มี แต่ยังไม่เคยมีใครเรียกค่าตัวแปลกๆแบบนี้เลย
“ไอ้แป้งบอกว่าเป็ค่าเปิดซิงครับ มันเป็สาวบริสุทธิ์”
“ห้ะ สมัยนี้รุ่นนี้ยังมีสาวบริสุทธิ์เหลืออยู่อีกเหรอ ฉันนึกว่ายังเหลืออยู่แต่ในชั้นมัธยมต้นเท่านั้น”
“แหม ลุงใหญ่ก็ว่าไป”
“แล้วแกว่ามันจริงไหมล่ะ”
“มันก็จริงครับ ว่าแต่ลุงสนใจไหมครับ”
“ฉันจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเด็กคนนั้นบริสุทธิ์จริงหรือไม่”
“ก็ตกลงกันก่อนสิครับ ถ้าไม่บริสุทธิ์จริงเราก็ไม่ต้องจ่ายหนึ่งล้านส่วนที่ต้องจ่ายเดือนละแสนนั้น ปกติลุงก็เคยจ่ายให้กับบางคนอยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ”
คำพูดของหลานชายทำให้หนุ่มใหญ่เริ่มสนใจ เพราะเขาเองก็รู้สึกสนใจเด็กสาวคนนั้นเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เื่จ่ายรายเดือนเดือนละแสนนั้นเขาไม่เดือดร้อนหรอก เพราะก็เคยจ่ายอยู่บ่อยๆ
“ทำไมแกเชียร์งานนี้จังว่ะ”
“ก็ลุงเคยบอกว่าถ้าติดต่อไอ้แป้งให้ลุงได้ ลุงจะให้ทิปผมนี่ครับ”
“แกนี่หัดเป็พ่อเล้าหรือว่ะ”
“แหม ลุง น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่านะครับ ไอ้แป้งได้มีเงินจ่ายค่าเทอม ผมได้ทิปไปใช้ ลุงเองก็ได้กินเด็กคนที่อยากกิน วินๆกันไปทุกฝ่าย”
“อืม งั้นก็ลองพามาดูแล้วกัน”
อนันต์ยศว่าแล้วก็รวบช้อนส้อม ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนเดินจากไป
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะไอ้อัค”
ปวรินทร์หงุดหงิดใส่เพื่อนที่พามานั่งรอเสี่ยตาบอดอยู่ในบ้านของเขาั้แ่หัวค่ำแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้เจอ
“พึ่งจะสามทุ่มเองไอ้แป้ง แกก็พูดเกินไป”
อัคพลเกาหัวยิกๆด้วยความหงุดหงิดใจไม่แพ้กัน เขาพาปวรินทร์มาพบลุงของเขาตามที่ได้พูดกันไว้เมื่อวาน แต่ก็ไม่ได้นัดไว้ล่วงหน้าอย่างเป็ทางการเพราะเห็นว่านี่เป็วันเสาร์ ลุงของเขาน่าจะอยู่บ้าน ไม่ออกไปไหน แต่ผลคือ แม่บ้านบอกว่าลุงของเขาออกจากบ้านไปั้แ่บ่ายสาม ป่านนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับ ติดต่อไม่ได้ด้วย โทรไปก็ไม่รับ
“สามทุ่มแล้วไง เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่ มันอาจจะนานกว่าเที่ยงคืนก็ได้”
“เอาน่า ไหนๆก็มาแล้ว นั่งรอลุงของฉัน ยังไงมันก็ต้องดีกว่าแกไปวิ่งหาคนอื่นแน่ๆ”
เห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อน ปวรินทร์จึงทนนั่งรออยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารนั้นต่อไป
ดูทีวีไป เล่นเกมส์ในโทรศัพท์ไปจนเกือบเที่ยงคืนจริงๆก็ได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาในบริเวณบ้าน อัคพลผุดลุกขึ้นทันทีด้วยความดีใจ
“เย้ ลุงใหญ่กลับมาแล้ว”
“ทำไมแกต้องดีใจขนาดนั้นด้วย”
ปวรินทร์มองค้อนเพื่อน ภายใต้ท่าทางอันสงบเรียบเฉย แต่ใครจะรู้ความรู้สึกข้างในว่ามันตื่นเต้นและหวั่นกลัวมากมายขนาดไหน
“ก็ฉันง่วงนี่หว่า อยากจะนอนแย่แล้ว เดี๋ยวแกนั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ฉันออกไปคุยกับลุงใหญ่แป๊บนึง”