ขายพรมจรรย์

    ตอนที่ 2

             

            ลุงตอบให้หลานต้องถอนหายใจ  ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาเปิดเฟสบุ๊คหน้าโปรไฟล์ของเพื่อนสาวคนที่ตนกำลังพูดถึงแล้วส่งให้ผู้เป็๞ลุงดู

            อนันต์ยศรับเอาโทรศัพท์จากหลานมาเลื่อนดู แล้วก็ได้เห็นภาพของสาวน้อยหน้าใสผู้ที่ตรึงสายตาของเขาเอาไว้ได้๻ั้๹แ๻่เห็นแค่รูปครั้งแรก  เขาเลื่อนดูภาพของเธอซึ่งมีอยู่หลายๆอิริยาบถ  ทั้งในชุดนักศึกษาชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นแบบง่ายๆ หรือแม้แต่รูปแนวเซ็กซี่ที่เธอไม่จำเป็๲ต้องแต่งตัวโป๊  แต่แค่แสดงออกทางสีหน้าเท่านั้น ก็ทำให้คนไวไฟอย่างเขาแข็งขึ้นมาได้ทั้งๆที่อยู่บนโต๊ะอาหาร

            “ทำไม  เขาจะรับงานเหรอ”

            หนุ่มใหญ่ถามอย่างไม่อ้อมค้อม เพราะมันก็เป็๲เ๱ื่๵๹ที่รู้ๆกันอยู่ ๻ั้๹แ๻่เลิกกับภรรยาไปเมื่อแปดปีก่อน เขาก็ใช้บริการของเด็กพวกนี้มาโดยตลอด เพราะไม่อยากมีแฟนและไม่อยากไปเที่ยวผู้หญิงตามสถานบริการ  ซึ่งเด็กที่เขารับมาก็จะดูแลเป็๲อย่างดีตลอดระยะเวลาที่เขาพอใจ  ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็๲ระยะเวลาสั้นๆประมาณไม่กี่เดือน แต่ไม่เกินหนึ่งปีแน่นอน เพราะเขาไม่๻้๵๹๠า๱ให้มีความผูกพันเกิดขึ้น  เพราะเขาไม่๻้๵๹๠า๱ผู้มัดกับใคร  เขาเป็๲คนรักอิสระและขี้เบื่อ 

            “ครับ ตอนนี้ครอบครัวของไอ้แป้งกำลังมีปัญหาทางการเงินจนไม่มีเงินให้ไอ้แป้งจ่ายค่าเทอม”

            “มุกเก่าๆที่ได้ยินมาจนเบื่อ ความจริงมันก็แค่ข้ออ้างของคนประเภทเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ  งานหนักไม่เอา งานเบาไม่สู้  แต่อยากได้เงินเยอะๆก็เลยยอมขายตัวขายศักดิ์ศรีของตัวเองเพราะความสิ้นคิดทางสมอง”

            อนันต์ยศพูดแล้วก็ตักอาหารเข้าปากด้วยท่าทางเรียบเฉย  แต่คนฟังแอบสะอึกแทนคนที่ถูกพูดถึง

            “เอ่อ แล้วลุงใหญ่ยังสนใจอยู่ไหมครับ ผมจะได้ติดต่อให้”

            “แล้วเขาเรียกค่าตัวเท่าไหร่”

            “ครั้งแรกหนึ่งล้านครับ หลังจากนั้นเดือนละหนึ่งแสนตลอดอายุการว่าจ้างครับ”

            “เฮ้ย  หนึ่งล้านนี่ค่าอะไรว่ะ  แพงไปป่าว”

            อนันต์ยศอุทานด้วยความแปลกใจ รับเด็กมาดูแลก็ตั้งหลายคนแล้ว บางคนสวยกว่าดาราก็มี แต่ยังไม่เคยมีใครเรียกค่าตัวแปลกๆแบบนี้เลย

            “ไอ้แป้งบอกว่าเป็๞ค่าเปิดซิงครับ มันเป็๞สาวบริสุทธิ์”

            “ห้ะ สมัยนี้รุ่นนี้ยังมีสาวบริสุทธิ์เหลืออยู่อีกเหรอ ฉันนึกว่ายังเหลืออยู่แต่ในชั้นมัธยมต้นเท่านั้น”

            “แหม  ลุงใหญ่ก็ว่าไป”

            “แล้วแกว่ามันจริงไหมล่ะ”

            “มันก็จริงครับ ว่าแต่ลุงสนใจไหมครับ”

            “ฉันจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเด็กคนนั้นบริสุทธิ์จริงหรือไม่”

            “ก็ตกลงกันก่อนสิครับ ถ้าไม่บริสุทธิ์จริงเราก็ไม่ต้องจ่ายหนึ่งล้านส่วนที่ต้องจ่ายเดือนละแสนนั้น  ปกติลุงก็เคยจ่ายให้กับบางคนอยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ”

            คำพูดของหลานชายทำให้หนุ่มใหญ่เริ่มสนใจ เพราะเขาเองก็รู้สึกสนใจเด็กสาวคนนั้นเป็๲ทุนเดิมอยู่แล้ว  เ๱ื่๵๹จ่ายรายเดือนเดือนละแสนนั้นเขาไม่เดือดร้อนหรอก  เพราะก็เคยจ่ายอยู่บ่อยๆ

            “ทำไมแกเชียร์งานนี้จังว่ะ”

            “ก็ลุงเคยบอกว่าถ้าติดต่อไอ้แป้งให้ลุงได้  ลุงจะให้ทิปผมนี่ครับ”

            “แกนี่หัดเป็๞พ่อเล้าหรือว่ะ”

            “แหม  ลุง  น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่านะครับ  ไอ้แป้งได้มีเงินจ่ายค่าเทอม  ผมได้ทิปไปใช้ ลุงเองก็ได้กินเด็กคนที่อยากกิน วินๆกันไปทุกฝ่าย”

            “อืม งั้นก็ลองพามาดูแล้วกัน”

            อนันต์ยศว่าแล้วก็รวบช้อนส้อม ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนเดินจากไป

             

            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

             

            “นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะไอ้อัค”

            ปวรินทร์หงุดหงิดใส่เพื่อนที่พามานั่งรอเสี่ยตาบอดอยู่ในบ้านของเขา๻ั้๫แ๻่หัวค่ำแล้ว  แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้เจอ

            “พึ่งจะสามทุ่มเองไอ้แป้ง แกก็พูดเกินไป”

            อัคพลเกาหัวยิกๆด้วยความหงุดหงิดใจไม่แพ้กัน เขาพาปวรินทร์มาพบลุงของเขาตามที่ได้พูดกันไว้เมื่อวาน  แต่ก็ไม่ได้นัดไว้ล่วงหน้าอย่างเป็๞ทางการเพราะเห็นว่านี่เป็๞วันเสาร์  ลุงของเขาน่าจะอยู่บ้าน  ไม่ออกไปไหน แต่ผลคือ แม่บ้านบอกว่าลุงของเขาออกจากบ้านไป๻ั้๫แ๻่บ่ายสาม  ป่านนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับ  ติดต่อไม่ได้ด้วย  โทรไปก็ไม่รับ

            “สามทุ่มแล้วไง เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่  มันอาจจะนานกว่าเที่ยงคืนก็ได้”

            “เอาน่า  ไหนๆก็มาแล้ว  นั่งรอลุงของฉัน  ยังไงมันก็ต้องดีกว่าแกไปวิ่งหาคนอื่นแน่ๆ”

            เห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อน ปวรินทร์จึงทนนั่งรออยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารนั้นต่อไป

            ดูทีวีไป เล่นเกมส์ในโทรศัพท์ไปจนเกือบเที่ยงคืนจริงๆก็ได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาในบริเวณบ้าน อัคพลผุดลุกขึ้นทันทีด้วยความดีใจ

            “เย้  ลุงใหญ่กลับมาแล้ว”

            “ทำไมแกต้องดีใจขนาดนั้นด้วย”

            ปวรินทร์มองค้อนเพื่อน ภายใต้ท่าทางอันสงบเรียบเฉย แต่ใครจะรู้ความรู้สึกข้างในว่ามันตื่นเต้นและหวั่นกลัวมากมายขนาดไหน

            “ก็ฉันง่วงนี่หว่า อยากจะนอนแย่แล้ว เดี๋ยวแกนั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ฉันออกไปคุยกับลุงใหญ่แป๊บนึง”