ยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ

    บทที่ ๙๖ มังกรน้อยแสนซน (re-edition)

            ดรุณีน้อยสำนักบุบฝาเหมันต์กระจายตัวเข้าตรึงมังกรปราณตัวหนึ่ง มังกรปราณตัวนี้มีสีน้ำเงินสดใสร่างกายปกคลุมด้วยเกล็ดหนาเป็นผลึกน้ำแข็ง กำลังกระพือปีกโผบินอยู่กลางอากาศ รัศมีความเย็นปกคลุมเป็นเกราะทรงกลมอยู่รอบกายของมัน

            มันคือ .. มังกรปราณขั้วโลก !

            .. ฮ๊ากกกกก ! .. มังกรปราณอ้าปากกว้างพ่นสิ่งคล้ายอัคคีสีน้ำเงิน แต่สิ่งนั้นไม่ใช่อัคคี กลับเป็นวารีปราณบริสุทธิ์เย็นยะเยือก .. หากผู้ใดสัมผัสเข้า ร่างกายคงถูกแช่แข็งอยู่ไปจนถึงชาติภพหน้าแล้ว

            ศิษย์สำนักบุบฝาเหมันต์ห้อมล้อมมังกรปราณขั้วโลกเอาไว้ พวกนางแผ่พลังปราณวารีเยือกแข็งเข้ากักล้อมเจ้ามังกรปราณ จนเกิดเป็นชั้นน้ำแข็งสีขาวห่อหุ้มมังกรปราณเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง

            .. สยบความเย็นยะเยือก ด้วยความเย็นยะเยือกขั้นสูงกว่า !

            เจ้ามังกรปราณถูกผนึกจนไม่สามารถหลบหนีได้ .. รัศมีโดยรอบราวสามสิบก้าวก่อเกิดมวลอากาศอันหนาวเหน็บ ราวอยู่ในมิติของโลกน้ำแข็งเหมันต์

            “ศิษย์น้องเล็ก ! ลงมือโดยบัดดล ..” เสียงหัวหน้าขบวนศิษย์สำนักบุบฝาเหมันต์

            “ได้ !!!” ศิษย์ผู้หนึ่งตอบรับ เสียงสดใสราวหยดน้ำบริสุทธิ์ ที่หลอมละลายจากก้อนน้ำแข็งบนยอดเขาสูงหมื่นโยชน์

            ร่างระหงในชุดสีฟ้ากระโดดพลิ้วไปยังเจ้ามังกรปราณโดยทันใด มองเห็นหางเปียของนางสะบัดโบกไปมา แล้วจึงแหวกเข้าไปในวงรัศมีปราณเหมันต์เยือกแข็ง เข้าเผชิญหน้ากับเจ้ามังกรปราณตัวนั้น

            ฝ่ามือเรียวขาวราวหิมะประทับบนหน้าผากเจ้ามังกรปราณขั้วโลก

            ว๊าบบบบบ ! แสงสีน้ำเงินสว่างวาบออกจากฝ่ามือ .. เจ้ามังกรปราณขั้วโลกตาเบิกโพลง พลังปราณจากดรุณีน้อยนางนี้เย็นเยือกกว่าปราณมังกรของมัน

            .. ปราณวารีเหมันต์หมื่นปี !!!

            หน้าผากของเจ้ามังกรปราณเกิดเป็นผนึกน้ำแข็ง ดัง .. แกร็กกก ..

            .. แกร็กกก .. แกร็กกก .. น้ำแข็งขยายตัวออกไป จนทั้งหัวมังกรปราณเป็นก้อนน้ำแข็ง

            .. แกร็กกก .. แกร็กกก .. แกร็กกกกก .. พลังปราณวารีเหมันต์แผ่ลามแช่แข็งไปตามลำคอของมังกรปราณ ไล่ไปถึงลำตัว ออกไปยังสองปี ลามไปจนถึงสองขา แผ่ขยายไปจนถึงปลายหางของเจ้ามังกรปราณ

            .. เจ้ามังกรปราณขั้วโลกกลายเป็นตุ๊กตาน้ำแข็งแล้ว !

            ศิษย์สำนักบุบฝาเหมันต์นางนั้น นำมะเหงกเคาะลงกลางหน้าผากเจ้ามังกรปราณขั้วโลก ดัง .. ก๊องงง !

            .. เปรี๊ยะ ! เสียงก้อนน้ำแข็งแตกแยกตัว เกิดรอยร้าวขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

            .. เปรี๊ยะ ! เปรี๊ยะ ! รอยร้าวบนร่างมังกรปราณที่ถูกแช่แข็งยังขยายตัวออกไปไม่หยุด

            .. เปรี๊ยะ ! เปรี๊ยะ ! เปรี๊ยะ ! เสียงดังเสียดไปจนถึงไรฟัน ทั่วทั้งร่างของมังกรปราณเกิดรอยร้าวไปจนทั่ว

            .. เพล้งงงงงง !!! เสียงก้อนน้ำแข็งแตกดังสนั่น ร่างมังกรปราณแตกออกเป็นน้ำแข็งก้อนเล็กก้อนน้อย ลอยอยู่กลางอากาศ

            เพียงชั่วครู่ก้อนน้ำแข็งเหล่านั้นค่อยๆ สลายกลายไปเส้นแสงสีน้ำเงินสดใส แล้วรวมตัวดูดรั้งไปยังฝ่ามือศิษย์สำนักบุปผาเหมันต์ผู้นั้น

            มังกรปราณขั้วโลกสลายไปแล้ว .. นางทิ้งกายพลิกตัวสามตลบ สองเท้าสัมผัสพื้น ริมฝีปากสีชมพูยกยิ้มอย่างเย็นชา แต่ดวงตาเรียวงามยังทอประกายสุกใสดังดวงดาวบนท้องนภา

            นางจ้องมองป้ายมังกรเหินสีน้ำเงินที่อยู่ในมือ .. ชื่อของนาง .. ‘วาวา’ .. ปรากฏอยู่บนแผ่นป้ายอันนั้น

            สตรีชุดแดงเฝ้าดูเหตุการณ์อย่างจดจ่อ นางหันมากล่าวกับอุทัยว่า “ไม่ได้การ .. มีมังกรเพียงหกสิบสามตัว หากชักช้าต้องถูกผู้อื่นครอบครองแล้ว”

            กล่าวจบนางจึงระเบิดพลังปราณออกจากร่างกาย อุทัยได้แต่มองดูสตรีชุดแดงนางนั้นพุ่งร่างออกไปอย่างรวดเร็ว นางตรงเข้าหามังกรปราณสีเขียวตัวหนึ่ง ไม่ต่างจากยอดยุทธ์คนอื่นๆ ที่เข้าห้อมล้อมมังกรปราณเพื่อหาวิธีสยบพวกมันลงให้ได้

            ห่างไปไม่ไกลนัก ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ผู้หนึ่งสวมชุดยุทธ์สีคราม มันผู้นี้มีฝีมือสูงล้ำกำลังเผชิญหน้าอยู่กับเจ้ามังกรร้าย

            มังกรปราณอัสนี ! ตัวสีส้มแดง สูงเพียงสามศอกเศษ แต่มีความว่องไวประดุจสายฟ้า ทั้งยังพ่นวิชชุปราณเป็นสายฟ้าฟาดออกจากปาก .. ด้วยฤทธิ์สายฟ้าของมัน ทำร้ายยอดยุทธ์กว่าสิบคนนอนกองอยู่บนพื้น ทั่วร่างมีควันโขมงเหม็นไหม้

            ยอดยุทธ์ในชุดสีครามผู้นั้น ใช้ท่าร่างอันรวดเร็ว เข้าสกัดมังกรปราณอัสนี

            .. โฮ๊กกกก ! เจ้ามังกรปราณคำรามพ่นสายฟ้าฟาดออกจากปาก

            .. พลึบบบ ! พลึบบบ ! เปรี๊ยะ ! .. ประกายสายฟ้าพุ่งสะบัดส่งประกายวูบวาบ

            .. ตูมมมม ! สายฟ้าฟาดระเบิดลงพื้น ยอดยุทธ์ผู้นั้นหลบมาได้ แต่ร่างกายยังรู้สึกร้อนวูบวาบ

            เจ้ามังกรอัสนีเห็นเช่นนั้นจึงนำปีกของมันแหวกตัดอากาศเข้ามาอย่างเร็ว .. ควับบบ ! ควับบบ !

            ยอดยุทธ์ชุดสีครามกระโดดถอยออก มันหลบรอดอย่างเฉียดฉิว .. เจ้ามังกรปราณตัวนี้ทั้งรวดเร็ว ทั้งโจมตีได้อย่างดุดัน ในระยะเวลาอันสั้นยังไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ได้

            ยอดยุทธ์อีกสองคนแอบย่องเข้ามาด้านหลัง หวังฉวยโอกาสที่เจ้ามังกรกำลังสนใจต่อสู้กับผู้อื่น

            .. โฮ๊กกกก ! มังกรปราณอัสนีรู้ตัวหันขวับกลับมา คำรามพ่นสายฟ้าฟาดออกจากปาก .. พลึบบบ ! เปรี๊ยะ ! เปรี๊ยะ !

            .. ตูมมมม ! ตูมมมม ! สายฟ้าฟาดสีส้มระเบิดออก ทำยอดยุทธ์ทั้งสองร่างปลิวกระเด็นร่ำร้อง .. อ๊ากกกกกกกก !

            ยอดยุทธ์ชุดสีครามเห็นโอกาสเหมาะ จึงล่วงหยิบวัตถุวิเศษที่พกติดตัว สิ่งนั้นมีลักษณะเป็นตาข่าย จัดสร้างคล้ายแหที่ใช้จับสัตว์น้ำ เส้นใยสีใสถักทอมาจากไหมชนิดพิเศษ มีความเหนียวยืดหยุ่น ทนความร้อนได้นับพันองศา

            .. แหใยไหมตาข่ายฟ้า !

            เมื่อได้จังหวะมันจึงบิดสะโพกส่งแรงผ่านสองแขน ปลดปล่อยแหใยไหมออกไป .. ฟริ้ววววว .. แหใยไหมแผ่กว้างเป็นวงรัศมีกว่าหกศอก ลอยคว้างอยู่กลางอากาศราวสามารถครอบคลุมทั่วทั้งแผ่นฟ้า

            แหใยไหมทิ้งตัวลงด้านหลังของเจ้ามังกรปราณอัสนี ครอบคลุมส่วนปีกและลำตัวของมันไว้

            ฮ๊ากกก ! มังกรปราณอัสนีร้องอย่างตระหนก ร่างกายถูกแหใยไหมรัดรึง จนไม่สามารถขยับปีกและขาหน้าได้ มันพยายามดิ้นรนไม่ยอมหยุด แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากเส้นใยไหมที่เหนียวหนึบนั้น

            ฮั๊กกก ! ฮั๊กกก ! ฮ๊ากกก ! เจ้ามังกรปราณยิ่งดิ้น แหใยไหมก็ยิ่งยุ่งเหยิงวุ่นวาย .. มันดิ้นไปดิ้นมา จนขาข้างหนึ่งพลอยติดร่างแหไปด้วย

            เมื่อไม่สามารถทรงกายได้ จึงเสียสมดุลล้มลง ดัง .. โครมมมมมม !

            ยอดยุทธ์ชุดสีครามผู้นั้นไม่รอช้า วิ่งเข้าไปนำเท้าขวาเหยียบหน้าอกไว้ แล้วจึงใช้หมัดชกไปยังเจ้ามังกรปราณอัสนี

            .. ป๊าบบบ ! .. ป๊าบบบ ! .. ป๊าบบบ ! พลังหมัดชกออกอย่างรุนแรง พลังปราณกระทบถูกหน้าอกเจ้ามังกรจนยุบเป็นรูปหมัด

            ฮา ฮา ฮา .. ยอดยุทธ์ผู้นั้นหัวเราะอย่างสะใจ ระรัวหมัดชกอย่างบ้าคลั่ง

            เจ้ามังกรปราณอัสนีเสียท่าถูกแหใยไหมพันธนาการ ทั้งยังถูกยอดยุทธ์ผู้นั้นระดมหมัดต่อยไม่ยอมหยุด .. มันกลั้นใจฮึดสู้ ผงกหัวขึ้นมา พ่นสายฟ้าฟาดเข้าใส่

            .. ฮ๊ากกกกก .. พลึบบบ ! พลึบบบ ! เปรี๊ยะ ! .. ลำแสงสายฟ้าส่งประกายส้มวูบวาบ แล้วจึงระเบิดออกอย่างแรง .. ตู้มมมมมมม !!!

            อ๊ากกก ! .. ยอดยุทธ์ผู้นั้นร่ำร้องผงะออก ยังดีที่มันมีปราณคุ้มครองกายอันแข็งแกร่ง .. แต่กระนั้น แขนซ้ายของมันยังถูกสายฟ้าฟาดแผดเผาจนไหม้เกรียม

            ฮั๊กก .. ฮั๊กก .. ฮ๊ากกกก .. เจ้ามังกรปราณอัสนีส่งเสียงราวกำลังหัวเราะเยาะ

            ยอดยุทธ์ชุดสีครามกัดฟันกรอดๆ สบถด่าออกมา “ไอ้มังกร .. บัดซบ!”

            มันทั้งเจ็บปวดทั้งโมโห มือขวาข้างที่เหลือสะบัดออก .. ว๊าบบบบบบ .. หอกโลหะสีดำทะมึนยาวกว่าสี่ศอกปรากฏออกโดยทันใด

            มือขวากระชับหอกมั่น ท่อนแขนขวาหนีบด้ามหอกไว้กับสีข้าง ดีดกายหันปลายหอกพุ่งเข้าหาเจ้ามังกรปราณอย่างรวดเร็ว ..

            ยอดยุทธ์ผู้นั้นกู่ร้อง .. อ๊ากกกก !

            .. ฉึกกกกกก ! ปลายหอกบรรจุพลังปราณเต็มเปี่ยม พุ่งเสียบเข้ากลางอกมังกรปราณอัสนี

            ฮ๊ากกก ! ฮั๊กกก ! ฮั๊กกก ! .. มังกรปราณภายในแหใยไหมดิ้นพล่าน แหกปากร่ำร้อง ราวห้าลมหายใจเจ้ามังกรปราณก็เงียบสงบลง

            ร่างมังกรปราณเริ่มสลาย แปรเปลี่ยนเป็นเส้นแสงสายฟ้าสีส้มหลายพันเส้นแผ่กระจายออก แล้วจึงวิ่งมารวมตัวกันตรงหน้ายอดยุทธ์ผู้นั้น

            พลึบบบ ! พลึบบบ ! เปรี๊ยะ ! .. สายฟ้ารั้งรวมตัวกัน เป็นแสงสว่างเจิดจ้าจนแสบตา ก่อเกิดเป็นป้ายมังกรเหินสีส้มอยู่ภายใน

            ฮา ฮา ฮา .. ยอดยุทธ์ชุดสีครามหัวเราะลั่น “ป้ายมังกรเหินเป็นของสำนักหอกทมิฬแล้ว .. ฮา ฮา” แล้วจึงเอื้อมมือขวาไปหยิบป้ายมังกรเหินไว้

            เพียงนิ้วมือได้สัมผัสป้ายมังกรเหิน ก็มีบางสิ่งพุ่งเข้ามาหายอดยุทธ์สำนักหอกทมิฬ เป็นพลังปราณอันเข้มข้นแกร่งกร้าว

            .. เปรี้ยง ! พลังหมัดรุนแรงชกเข้าใบหน้าซีกซ้าย ยอดยุทธ์สำนักหอกทมิฬไม่ทันระวังตัว ทั้งแขนและร่างกายยังบาดเจ็บจากสายฟ้าฟาดของเจ้ามังกรอัสนีอยู่ก่อน

            อ๊ากกกกก ! ร่างยอดยุทธ์สำนักหอกทมิฬลอยละล่อง แล้วร่วงลงพื้นกระเด้งกระดอนไปห้าหกตลบ

            นักบวชร่างใหญ่ห่มผ้าสีเทาคว้าป้ายมังกรเหินอันนั้นไว้ “ป้ายอันนี้ ต้องเป็นของวัดภูผาธรรมเท่านั้น .. ฮา ฮา ฮา” .. มันผู้นี้ฉวยโอกาสชกศิษย์สำนักหอกทมิฬจนนอนหมอบยังลุกไม่ขึ้น

            ฮา ฮา ฮา .. นักบวชหนุ่มหัวเราะ จ้องมองป้ายมังกรเหินสีส้มในอุ้งมือ แต่มันต้องใจหายวาบเมื่อเห็นเงาวูบหลายสายพุ่งตรงเข้าหา

            “เจ้านักบวชโฉด ! คิดว่าง่ายดายเพียงนั้นหรือ” ยอดยุทธ์ผู้หนึ่งพุ่งเข้ามา ด้วยพลังปราณท่าร่างสุดแกร่ง เข้ามาขวางทางนักบวชวัดภูผาธรรมเอาไว้

            “ฮิ ฮิ ฮิ .. ส่งป้ายอันนั้นมาให้ข้า” ยอดยุทธ์อีกผู้หนึ่งกระโดดอ้อมมาทางด้านหลัง หมายช่วงชิงป้ายมังกรเหินจากนักบวชผู้นี้เช่นกัน

            ยอดยุทธ์ที่ด้านหน้ามาถึงก็สะบัดแข้งเตะใส่นักบวชหนุ่ม .. เปรี้ยงงง ! .. นักบวชนำแขนเข้าตั้งรับ แต่แรงเตะส่งมันกระดอนถอยหลังไปอย่างแรง

            ยอดยุทธ์ที่ด้านหลังรอโอกาส เมื่อได้จังหวะจึงปล่อยหมัดชกใส่ .. เปรี้ยงงง ! .. เข้ากลางหลังนักบวชหนุ่มอย่างจัง

            อ๊ากกกกก !!! นักบวชศิษย์วัดภูผาธรรมถูกชกจนหลังแอ่น กระอักโลหิตเป็นฟูมฝอย .. ป้ายมังกรเหินหลุดกระเด็นออกจากมือเสียแล้ว

            ยอดยุทธ์อีกสิบคนตรงเข้าช่วงชิงป้ายมังกรเหินอันนั้นโดยทันที .. การสยบมังกรปราณลงได้ มิใช่หมายความว่าจะได้ครอบครองป้ายมังกรเหินได้อย่างแน่นอน ยังมีผู้เยี่ยมยุทธ์อื่นๆ รอคอยโอกาสที่จะช่วงชิงป้ายนั้นไว้เป็นของตน

            เหตุการณ์ช่างชุลมุน .. อุทัยเกือบถูกฝูงชนเหยียบย่ำ ต้องเคลื่อนย้ายซ้ายทีขวาทีเพื่อหลบหลีกผู้คน มันเริ่มพิจารณามังกรปราณที่ยังเหลืออยู่อีกหลายตัว

            .. ตัวที่ใหญ่โตดุร้าย จะถูกยอดยุทธ์รุมน้อยหน่อย ยิ่งเจ้าตัวใหญ่สามหัวยังไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปยุ่ง

            .. ตัวเล็กย่อมลงมา จะถูกยอดยุทธ์จำนวนมากเข้าพัวพัน

            .. ส่วนตัวที่เล็กลงมาอีก จะมียอดยุทธ์นับร้อยๆ ทำการกักล้อมวิ่งไล่

            ขณะที่กำลังพิจารณาว่าจะลงมือกับมังกรปราณตัวใดดี ที่หน้าแข้งถูกบางสิ่งตะกุยเบาๆ อุทัยก้มหน้าลงมองถึงกับตกตะลึง !!!

            เฮ้ยยยย .. มังกรปราณ !!!

            .. มังกรปราณตัวเล็ก ! มีสีชมพูเข้มอมแดง สูงเพียงครึ่งแข้ง กำลังใช้แขนข้างหนึ่งสะกิดขาของอุทัยยิกๆ

            ดวงตากลมโตเงยมองมายังอุทัย .. เจ้ามังกรปราณหน้าตาบ้องแบ๊ว ลำตัวอ้วนกลม หางป้อม แขนขาสั้น มีปีกเล็กๆ สองข้าง มองดูเหมือนไม่สามารถพาตัวของมันโบยบินขึ้นได้

            มังกรปราณตัวนี้ต้องเป็นดวงจิตของมังกรทารกแน่แล้ว เกิดข้อผิดพลาดอันใด ป้ายมังกรเหินจึงแปรสภาพเป็นมังกรปราณที่มีรูปลักษณ์น่ารักน่าชังเช่นนี้

            ไม่เพียงเท่านั้น .. เจ้ามังกรปราณตัวน้อยยังกล่าวขึ้นว่า “นี่ ! นี่ ! .. มาเล่นกันเถอะ ..”

            อุทัยอ้าปากหวอ .. มันกล่าวอุทาน “มังกรพูดได้ .. เจ้า .. เจ้า .. พูดภาษามนุษย์ได้ ..”

            อ่า .. มังกรปราณตัวน้อยส่งประกายสายตาวิบวับ กล่าวว่า “ท่านต่างหาก ที่พูดภาษาเราได้ด้วย .. ยอดเยี่ยมเวยยยย .. มา มา มาเล่นกัน ..”

            เจ้ามังกรปราณขยับปีกคราหนึ่ง ร่างน้อยๆ ของมันก็ลอยขึ้น มาอยู่ตรงหน้าของอุทัย

            “นะ นะ .. มาเล่นกัน ..” มังกรปราณน้อยกล่าวราวเด็กกำลังหาเพื่อนเล่น

            “มาเล่นกัน เถอะ ..” ขยับปีกอีกทีหนึ่ง ร่างเจ้ามังกรน้อยก็ไหววูบมาอยู่ทางด้านซ้าย

            “นะ นะ นะ ..” ขยับปีกอีกหนึ่งที ร่างเจ้ามังกรน้อยก็วูบวาบมาอยู่ทางด้านขวา

            ผู้คนตั้งมากมาย แต่มิรู้เหตุใด เจ้ามังกรน้อยตัวนี้กลับมาถูกชะตากับอุทัย ร่างของมันเคลื่อนที่ไหววาบอยู่รอบๆ ทำการตื้อไม่ยอมเลิกรา

            อุทัยยืนเกาหัวแกรกๆ ไม่รู้จะจัดการอย่างไรดี .. หรือจะฟาดเจ้ามังกรปราณตัวนี้ให้สลบคามือ แล้วทำการสยบมันไว้ .. แต่มันก็ช่างน่ารักน่าชังเกินไป อุทัยมิสามารถหักใจทำร้ายเจ้ามังกรน้อยตัวนี้ได้

            ขณะยืนชั่งใจอยู่นั้น หางคิ้วของอุทัยพลันกระตุก .. ปรากฏพลังปราณอันรุนแรงสายหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาพวกมันทั้งคู่

            เฮ้ยยยย ! อุทัยมีสีหน้าฉงน กระโดดตัวลอยสูงกว่าสามศอก

            .. โครมมมม ! ดาบใหญ่บรรจุพลังปราณเปี่ยมล้น ฟันฟาดลงมาตรงพื้นที่อุทัยยืนอยู่เมื่อครู่

            หวาาาา ! เสียงเจ้ามังกรน้อย เกาะอยู่บนหัวอุทัย .. มันยิ้มร่า ราวกำลังเล่นสนุกอยู่กับสหาย

            ศิษย์สำนักดาบจ้าวยุทธ์ผู้หนึ่ง เป็นผู้ฟันดาบใหญ่ใส่อุทัย ปากกล่าวว่า “ส่งมังกรตัวนั้นมา .. ป้ายมังกรเหินต้องเป็นของข้า ..”

            อุทัยยังไม่ทันกล่าววาจา ก็มีกระบี่อีกเล่มหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาหา เสียงดัง .. วาบบบบ ! .. จนมันต้องพลิกร่างเบี่ยงกายกลางอากาศ จึงหลบรอดคมกระบี่มาได้

            ไม่เท่านั้น ยังมีทวนอีกสามเล่มพุ่งแทงมาจากสามทิศ .. ฉึกกก ! ฉึกกก ! ฉึกกก ! ร่างอุทัยไหววาบราวลูกปลาน้อยแหวกว่ายสายธารา ปลายทวนทั้งสามได้แต่ทิ่มแทงใส่อากาศธาตุ

            หวาาาาา ! อาาาาา ! อู่ววววว ! เจ้ามังกรน้อยที่เกาะอยู่บนหัวอุทัยร่ำร้องออกมาอย่างตื่นเต้น

            อุทัยทิ้งกายลง เท้าสัมผัสพื้นโดยไร้เสียง เมื่อหันมองรอบกายพบเห็นผู้คนจำนวนมากล้อมมันเอาไว้แล้ว

            ยอดยุทธ์สำนักดาบเจ้ายุทธ์ผู้เดิม ร้องตะโกนข่มขวัญ “ไอ้ขอทาน ! ส่งมังกรมานี่”

            ยอดยุทธ์ถือกระบี่เดินตรงเข้ามากล่าวว่า “.. น้องชาย ทิ้งมังกรปราณไว้ .. แล้วไสหัวไปซ่ะ ..”

            ยอดยุทธ์อีกสามคนถือทวนยาว ยืนกักไม่ให้อุทัยหลบหนี คนผู้หนึ่งกล่าว “ชิ .. ต้องถามทวนในมือพวกข้าดูเสียก่อน มังกรปราณตัวนี้ต้องเป็นของพวกข้า ..”

            เจ้ามังกรน้อยยิ้มกล่าว “หวา .. ข้าช่างป๊อปปูล่า .. ใครใครก็อยากเล่นด้วย ..”

            อุทัยกล่าว “อันใดคือ .. ป่อบบูล่า ..” มันถามด้วยความสงสัย

            เจ้ามังกรน้อยฉีกยิ้ม “ป๊อปปูล่า .. ภาษาของท่าน แปลว่า เป็นที่นิยมอย่างไรเล่า .. สงสัยเจ้าพวกนี้คงเป็นแฟนคลับของข้าเอง .. อิ อิ”

            อุทัยทำหน้าละเหี่ย มองไปรอบๆ บุ่ยปากกล่าวว่า “โน้นนนน .. แฟนคลับเจ้า มากันโน่นแล้ว”

            ยอดยุทธ์อีกหลายคนเข้ามาสมทบล้อมกักทั้งสองไว้ .. เจ้ามังกรปราณตัวนี้เป็นตัวที่เล็กที่สุดในบรรดามังกรปราณทั้งหมด ไม่แปลกเลยที่จะเป็นที่ต้องตาของยอดยุทธ์จำนวนมาก .. ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์สำนักต่างๆ เริ่มทยอยกันเข้ามา ชั่วครู่จากหลักสิบก็เปลี่ยนเพิ่มเป็นหลักร้อยคนแล้ว ..

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ ที่คุณอ่าน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271