หยดเลือดยังไม่ทันจางหายไป รองผู้อำนวยการอวี้หัวก็มาโผล่ข้างๆอันหลินในพริบตา
เขาสะบัดแขนเสื้อละอองเลือดหายไปจนหมดสิ้น จากนั้นก็เห็นชายหนุ่มที่ยืนตรงประหนึ่งมนุษย์เลือด
บัดซบบาดเจ็บขนาดนี้ ตายไปแล้วกระมัง!
รองผู้อำนวยการอวี้หัวชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ล้วงยาวิเศษออกมาส่งเข้าปากอันหลินอย่างไม่ลังเล
ขณะเดียวกันเขาก็ใช้วิชาเซียนรักษาที่ทรงพลังที่สุด รักษาอาการบาดเจ็บภายในของอันหลิน
เซียนพสุธาชางชิงก็ตามมาเช่นกันถามอย่างร้อนใจว่า “รองผู้อำนวยการอันหลินเป็นอย่างไรบ้าง”
การระเบิดของอันหลิน สร้างความตกใจให้เขาไม่น้อยเลย
บัดนี้เมื่อเห็นเลือดที่ปกคลุมทั่วร่างของอันหลินแล้วเขาก็รู้สึกกังวลยิ่งกว่าเดิม
“เขาเสียเลือดจนสิ้น เดิมทีร่างกายควรจะแหลกละเอียดทว่ามีพลังลึกลับบางอย่าง รักษาร่างกายของเขาเอาไว้ แต่แม้จะเป็นเช่นนี้อาการในตอนนี้ของเขาก็ย่ำแย่ยิ่งนัก ข้าจะส่งเขาไปที่โลงเย็นพันธนาการจิต!”อวี้หัวพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เซียนพสุธาชางชิงได้ยินก็ตกใจโลงเย็นพันธนาการจิตเป็นศาสตราวุธที่ใช้เพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณสลายนี่เป็นวิธีการขั้นสุดท้ายในการรักษาชีวิตของสำนักแล้วไม่คิดว่าอันหลินจะบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้!
“รองผู้อำนวยการ ให้ข้าไปด้วยเถอะ” ชางชิงเป็นห่วงอันหลินยิ่งนักยามนี้จึงเอ่ยปากขึ้นมา
“ใต้เท้า ข้าก็จะไปด้วย โฮ่ง!”
ต้าไป๋ก็วิ่งเข้ามา มองอันหลินที่กลายเป็นมนุษย์เลือดอย่างเป็นกังวลพูดกับเซียนสวรรค์อวี้หัว
อวี้หัวพยักหน้าแล้วพูดว่า“ก็ได้ พวกเจ้าตามข้าไปด้วยถึงตอนนั้นจะได้ดูแลอันหลินได้”
พูดจบ รองผู้อำนวยการอวี้หัวก็พาอันหลิน กลายเป็นลำแสงพุ่งออกนอกค่ายกลเซียนพสุธาชางชิงกับต้าไป๋ก็ตามไปติดๆ
ณ จัตุรัสหยกขาว เหล่านักเรียนได้เห็นฉากที่เกิดขึ้นกะทันหันก็เริ่มแตกตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณพระ ทำไมจู่ๆ อันหลินถึงระเบิดล่ะ”
“หรือจะเป็นผลข้างเคียงของท่าเมื่อครู่นี้”
“หากว่าเป็นเช่นนี้จริง คิดว่าท่านั้นคงเป็นท่าสังหารศัตรูหนึ่งร้อยเสียหายหนึ่งหมื่นเป็นแน่...เจ็บหนักขนาดนี้ เขาจะรอดหรือไม่”
“รองผู้อำนวยการอวี้หัวมาแล้ว อันหลินน่าจะไม่เป็นอะไร”
…
ขณะที่นักเรียนกำลังพูดคุยกันเซ็งแซ่ ผู้หญิงคนหนึ่งก็ลุกพรวดขึ้นมาวิ่งออกไปนอกจัตุรัส
อาการของนางยังหายไม่สนิท บัดนี้เมื่อเคลื่อนไหว แผลก็ปริอีกครั้งเลือดย้อมชุดนักพรต
ร่างอรชรไม่สนใจใยดีพุ่งออกจากค่ายกลรักษาของจัตุรัสไปทั้งอย่างนั้น วิ่งออกไปไกล
“สวีเสี่ยวหลาน! ข้าไปด้วย!”จู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากข้างหลัง
สวีเสี่ยวหลานเงยหน้างามเกลี้ยงเกลาขึ้นมองเห็นเซวียนหยวนเฉิงขี่กระบี่ตามมา
“อาการของเจ้าไม่เป็นไรหรือ” สวีเสี่ยวหลานถาม
“เจ็บเพียงเล็กน้อย เกิดเรื่องกับนักเรียนในห้องหัวหน้าห้องไม่สนใจไม่ได้ ไปกันเถอะ ศูนย์รักษาอยู่ไกลจากที่นี่พอสมควรข้าขี่กระบี่พาเจ้าไป”
เซวียนหยวนเฉิงยิ้มอ่อนโยน
“เช่นนั้นต้องขอรบกวนหัวหน้าห้องด้วย” สวีเสี่ยวหลานก็เป็นห่วงอาการของอันหลินมากเช่นกัน จึงพยักหน้าตอบตกลงโดยที่ไม่ลังเลเลยสักนิด
กระบี่คมพาเซวียนหยวนเฉิงกับสวีเสี่ยวหลานพุ่งขึ้นฟ้าอีกครั้ง กลายเป็นลำแสงเหาะไปยังศูนย์รักษา
...
ในป่าพันยอดขอบเขตของเขตแดนหดเหลือเพียงรัศมีสิบลี้แล้ว
เหล่าผู้แข็งแกร่งติดอันดับเซียนเริ่มต่อสู้ครั้งสุดท้ายนักเรียนกายแห่งมรรคแพ้ให้ผู้แข็งแกร่งระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณอย่างรวดเร็ว
นักเรียนระดับกายแห่งมรรคตกรบกันเป็นทิวแถวกระทั่งสุดท้าย ที่นี่ก็กลายเป็นสมรภูมิรบของนักพรตหล่อเลี้ยงวิญญาณไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายนี้คู่ที่น่าติดตามที่สุดคือหลิวเชียนฮ่วนกับหยางเฉิงอู่
พลังชีวิตของหลิวเชียนฮ่วนมีมหาศาลวิชาเซียนพิลึกพิสดารมีนับไม่ถ้วน จึงเอาชนะผู้แข็งแกร่งหล่อเลี้ยงวิญญาณติดต่อกันหลายคน หยางเฉิงอู่มีวิชากระบี่ไร้เทียมทานไม่มีใครกล้าประจันหน้า เขายิ่งรบก็ยิ่งฮึกเหิม สั่งสมพลังจนถึงขีดสูงสุดแล้ว
ขณะที่เขาคิดว่าจะได้รบครั้งสุดท้ายกับหลิวเชียนฮ่วนแล้วก็มีคู่ต่อสู้ที่ไม่คาดคิดโผล่มา
นางก็คือซูเฉี่ยนอวิ๋นผู้ที่เก็บตัวมาตลอดในบรรดานักเรียนใหม่
เมื่อหยางเฉิงอู่เห็นนางก็ตกตะลึงกับรูปโฉมของนาง คิดในใจว่าสมกับเป็นเทพีอันดับหนึ่งของสำนักแทบจะเทียบเท่าท่านที่อยู่บนวังจันทราแล้ว
นักพรตทั่วไปเมื่อเห็นซูเฉี่ยนอวิ๋นอาจจะไม่มีสมาธิ แต่ไม่ใช่หยางเฉิงอู่
เขาภักดีกับกระบี่ของเขาเท่านั้นสิ่งที่นอกเหนือจากกระบี่ เขาไม่สนใจเท่าใดนัก
นักพรตระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นปลายเจอกับนักพรตระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นต้นศึกนี้ไม่มีหวังแล้ว!
หยางเฉิงอู่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เริ่มต่อสู้กับซูเฉี่ยนอวิ๋นแล้ว
จากนั้นก็ถูกฟันแขนข้างหนึ่งขาด...
“อ๊าก!”
หยางเฉิงอู่กุมแขนอย่างเจ็บปวด พูดด้วยความพรั่นพรึงว่า “เจ้าใช้อาวุธอะไรกันแน่!”
กงจักรสีน้ำเงินกึ่งโปร่งแสง กำลังหมุนรอบซูเฉี่ยนอวิ๋นอย่างรวดเร็วแลดูวิเศษยิ่งนัก
“กงจักรแสงจันทร์ อาวุธเซียน” ซูเฉี่ยนอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ
หยางเฉิงอู่เบิกตากว้างบัดซบ อาวุธเซียนงั้นหรือ
ในแคว้นจิ่วโจวอาวุธเซียนเป็นของประจำสำนักของสำนักขั้นสูง ในมือของหญิงสาวคนนี้ก็มีด้วยงั้นหรือ!
หยางเฉิงอู่เสียท่าให้กับกงจักรแสงจันทร์เขาคิดไม่ถึงเลยว่าวงโคจรของกงจักรแสงจันทร์จะพิลึกเช่นนี้ยามเคลื่อนไหวราวกับทะลุข้ามมิติ พุ่งมาประชิดเขา ตัดแขนของเขาขาดในพริบตา
...
ซูเฉี่ยนอวิ๋นรู้ว่าอาวุธเซียนเมื่ออยู่ในมือของเซียนสวรรค์ระดับหวนสู่ความว่างเปล่าจึงจะปล่อยอานุภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดได้
เมื่ออยู่ในมือของนางปล่อยพลังออกมาได้แค่บางส่วนเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นการสิ้นเปลืองอย่างยิ่ง
แต่นางไม่มีทางเลือกเพราะพี่ฉางเอ๋อรักนาง จะยัดกงจักรแสงจันทร์ใส่มือนางให้ได้!
หากว่าหยางเฉิงอู่รู้สาเหตุที่นางได้อาวุธชิ้นนี้มาจะกระอักเลือดหรือไม่...
หยางเฉิงอู่เสียท่าเพราะประมาทไม่นานก็สงบสติอารมณ์ จู่โจมซูเฉี่ยนอวิ๋นอีกครั้ง
แม้อาวุธเซียนจะร้ายกาจแต่เมื่อต้องเจอกับความแตกต่างของระดับ ก็ไม่สามาถรับมือได้เช่นกัน
เมื่อผ่านการต่อสู้อย่างดุเดือดแล้วในที่สุดหยางเฉิงอู่ก็คว้าชัยชนะไป
สุดท้ายนักพรตสายพลังก็ชนะนักพรตสายไอเทมอยู่ดี!
มองร่างที่ถูกแสงทองคุ้มกันปกคลุมเบื้องหน้าหยางเฉิงอู่น้ำตารื้น กำกระบี่หักเล่มนั้นไว้แน่น มุ่งหน้าไปยังสนามรบสุดท้าย
ด้วยเหตุนี้หลิวเชียนฮ่วนจึงได้เจอหยางเฉิงอู่ที่เต็มไปด้วยบาดแผล
อาวุธของเขาหักไม่พอ มือยังถือแขนที่ขาดเอาไว้ข้างหนึ่งตามเนื้อตัวมีบาดแผลอีกหลายแห่ง อ่อนระโหยโรยแรง
หลิวเชียนฮ่วยอ้าปากน้อยๆดวงตาสีม่วงประหนึ่งลูกแก้วที่เปล่งประกายเปลี่ยนจากความตกใจเป็นดีใจ
“ล่าหัวอะไรเทือกนี้ ข้าชอบที่สุด!”
หลิวเชียนฮ่วนตะโกนประโยคจูนิเบียวออกมา จากนั้นก็ปล่อยลำแสงสุดท้ายทันที!
ครืน
คทาขนนกลอยคว้างกลางอากาศเสาแสงพลังดุจอาวุธเลเซอร์พุ่งออกไป ทะลวงร่างของหยางเฉิงอู่ในเสี้ยววินาที
หยางเฉิงอู่จู่ๆ...
ไม่สิแสงทองคุ้มกันปรากฏขึ้นรอบตัวเขาแล้วแม้แต่แขนที่ขาดของเขาก็ถูกส่งออกนอกค่ายกลพร้อมกันคิดว่าแขนของเขาน่าจะพอรักษาได้
หลังหลิวเชียนฮ่วนเอาชนะหยางเฉิงอู่แล้วอารมณ์ก็ไม่ได้ผ่อนคลายมากนัก
เพราะยังมีอีกคนไม่มาคนนั้นก็คือหวังเสวียนจ้านอันดับหนึ่งแห่งสำนัก...
“อืม น่ารำคาญนัก แม้จะใช้ท่าลับ แต่ก็รู้สึกว่าความเป็นไปได้ที่จะชนะไม่สูง”
หลิวเชียนฮ่วนทำหน้ากลัดกลุ้มเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดยามแพ้พ่าย นางก็ยิ่งทุกข์ใจ
ขณะที่นางกำลังรอคอยจู่ๆ เซียนกระบี่หลิงเซียวก็ปรากฏกายตรงหน้านาง
“ยินดีด้วย นักเรียนหลิวเชียนฮ่วนเจ้ากลายเป็นนักเรียนคนสุดท้ายในป่าพันยอดแล้ว (นอกจากเฉินเฉินแล้ว)เจ้าจะได้รับรางวัลพิเศษจากสำนักเรา ตอนนี้ตามข้าออกจากค่ายกลเถอะ!” เซียนกระบี่หลิงเซียวพูดพลางยิ้มอ่อนโยน
“หา ข้าเป็นคนสุดท้ายแล้วหรือ แล้วหวังเสวียนจ้านล่ะ”หลิวเชียนฮ่วนถามอย่างแปลกใจ
“อืม...หวังเสวียนจ้านแพ้อันหลินแล้ว แต่อันหลินก็บาดเจ็บเช่นกันถูกส่งตัวออกไปแล้ว” เซียนกระบี่หลิงเซียนอธิบายอย่างใจเย็น
หลิวเชียนฮ่วนตกใจยิ่งกว่าเดิมดวงตาสีม่วงคู่งามเบิกจนกลมกว้าง
“อะไรนะ! หวังเสวียนจ้านแพ้อันหลินแล้วหรือโอ้โฮ...อันหลินแข็งแกร่งปานนี้แล้ว เช่นนั้นต่อไปข้าจะใช้กำลัง บังคับเขาให้เล่นเกมกับข้าได้อย่างไร!”
มุมปากของเซียนกระบี่หลิงเซียวกระตุกนางควรจะพูดว่าทำไมอันหลินถึงแข็งแกร่งปานนี้ไม่ใช่หรือทำไมถึงนึกถึงเรื่องเกมได้ล่ะ
เป็นอย่างที่ร่ำลือกันข้างนอกสมองของหญิงสาวผู้คลั่งไคล้ไซเบอร์คนนี้ประหลาดยิ่งนัก...
เซียนกระบี่หลิงเซียวตัดสินใจแล้วนั่นก็คือปกป้องอันหลินให้ดีที่สุดจะปล่อยให้เขาถูกสาวน้อยผู้คลั่งไคล้ไซเบอร์คนนี้ทำอันตรายไม่ได้เด็ดขาด!