ถ้ามีคนกล่าวถึงโลกแห่งมหาปราณเบื้องล่างนั้นสิ่งที่ทำชาวยุทธนั้นนึกถึงเป็นสิ่งแรกๆได้
เห็นเพียงจะมีแค่
เรื่องของ 1 ลัทธิ 2 สำนัก 3 ตระกูล แห่งโลกมหาปราณเบื้องล่าง
ที่ในขณะนี้นั้น สำนักทั้ง 2 สำนัก ใกล้จะถึงเวลาของการเปิดรับสมัครสานุศิษย์ ซึ่งบุรุษทุกผู้คนนั้นนับเวลาถ้อยหลังรอการเปิดรับ ในเวลาอีกประมาณ 1 ปีที่ใกล้จะมาถึงนี้เห็นจะได้ ซึ่งในเรื่องของการเปิดรับสมัครนี้ ยังมีข่าวที่สำคัญยิ่งกว่าเป็นที่กล่าวขานและเล่ากันปากต่อปาก ถึง ข่าวของเรื่องสำคัญอีก 2 เรื่อง ซึ่งนั้นถูกปล่อยข้อมูลมาจาก บันทึกของจอมไร้เงา
เรื่องที่หนึ่ง นั้นคือ การเปิดรับสมัครศิษย์รับใช้หรือศิษย์ฝึกหัดของหอวิสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวยุทธที่มีเพศชายทุกๆคน ไม่ว่าจะอายุอานามของมันจะมากเพียงใด ก็ยังมีความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เนื่องด้วย ความงามของเหล่าศิษย์หญิงที่งดงามปานนางฟ้า นางสวรรค์ และ กริยาที่ทำให้ชายทุกคนนั้นต้องกลับหันหลังเพื่อมอง ด้วยสายตาหื่นกาม ด้วยรูปร่าง ทรวดทรง องคาพยพ นั้น ที่จะหาสตรีใดมาเทียบเทียมกับพวกนางได้อีก โดยมีเจ้าสำนักแซ่เหอนาม เหอเซวียนซู่ ที่เป็นเจ้าสำนักของหอวิสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ ที่กำลังเฟ้นหาและคัดสรรลูกศิษย์ฝึกหัดที่เป็นบุรุษเพศ จำนวน 1 อัตรา เพื่อไว้คอยรับใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันของนาง มีคำกล่าวคำเล่าลือจากบันทึกของ จอมไร้เงา ว่า เหอเซวียนซู่ เป็นคนจากโลกมหาปราณระดับกลาง ที่ลงมาขยายสาขา ที่โลกมหาปราณเบื้องล่าง และ คำกล่าวที่พรรณนา ถึงนางว่า
นางเซียนภูตหิมะ นิสัยของนางนั้นเป็นคนสุขุมนุ่มลึก เจ้าแผนการ ใจเย็นปานน้ำแข็งเทียบเคียงกับหิมะที่มิมีวันละลาย ส่วนกริยานั้นเรียบร้อย มารยาทสง่างาม สมเป็นสตรีชั้นสูงจากฟากฟ้า การแต่งกาย (เสื้อผ้าหน้าผม) นั้นมิต้องพูดถึง มิมีใครเทียบเพราะเนียบยิ่งปานนางเซียนในภาพวาด ซึ่งความงดงามของนางนั้นมิได้ด้อยไปกว่าเจ้าสำนักหอหยางพิสุทธิ์เลยแม้กระเพียกเดียว และนางยังมีพลังลมปราณถึงระดับ รวมปราณ ขั้นที่ 9 แล้ว ซึ่งอีกเพียงไม่นานนิดนางคงทะลุขึ้นระดับปราณขั้นราก ก็เป็นได้ ซึ่งมิรู้ว่าคำว่าไม่นานนั้น คือ กี่วัน กี่เดือน กี่ปี นั้นเอง เพราะจอมไร้เงามิได้บันทึกเวลาที่แน่นอนไว้
ซึ่ง ข่าวนี้เองที่ทำให้คู่แข่งของเหอเซวียนซู่ อย่าง เจ้าสำนักหอหยางพิสุทธิ์ ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาแต่ช้านานนั้น เริ่มเคลื่อนไหว และนี้เองที่เป็นข่าวที่ 2 ที่สะท้านสะเทือนทั่วโลกมหาปราณเบื้องล่าง เพราะการเจ้าสำนักของหอหยางพิสุทธิ์ หายตัวไปจะทำให้ กำลังรบที่มีพอพอกันกับลัทธิคาวโลหิตนั้นลดลงกึ่งนึง แต่นั้นเป็นเรื่องที่คนกังวลกันแต่ ข่าวในเรื่องที่ 2 ที่เขาเล่าขานกันทั่วยุทธภพนั้นคือ
เรื่องที่สอง เจ้าสำนักหอหยางพิสุทธิ์ เหมียงเหมียวอี้ หนีออกจากสำนัก เพื่อจะเตรียมหาลูกศิษย์ประจำตัวของนางเอง หรือจะเรียกให้เข้าใจง่ายๆนั้นคือ ศิษย์สืบทอดวิชาของนาง ซึ่งนี้เป็นยิ่งกว่าข่าวเรื่องที่ 1 อีกกระมั้ง เพราะ คำเล่าลือว่านางนั้น มักชอบแต่งตัวน้อยชิ้น ขี้เมา และ ชอบปลอมตัวประจำ นิสัยนางนั้นเป็นกันเองกับทุกๆคน แต่นิสัยเสียของนางคือนางนั้นชอบแกล้งผู้อื่น แต่มิเคยมีใครจับนางได้หรือมีคนเห็นนางสักเต็มๆตาสักครั้งเดียว เพราะนางมักจะชอบปลอมตัวไปแกล้งลูกศิษย์ในสำนักเป็นประจำแต่จะแกล้งแค่คนที่ชอบทำตัวเป็นอันธพาล ซึ่งนางมักปลอมเป็นคนแก่ บางทีก็เป็นชายหนุ่ม และ บางทียังปลอมเป็นคนคนเดียวกันกับที่นางอยากแกล้งเลยด้วยซ้ำแล้วไปแกล้งมัน ด้วยวิธีต่างๆนานา จนทุกคนนั้น ตั้งฉายาให้นางว่า
เทพเปลวไฟแห่งการลงทัณฑ์ (แกล้ง) ก็ตรงตามชื่อเลยนิสัยของนางนั้น ตรงกันข้ามแทบทุกอย่างกับ นางเซียนภูตหิมะ เพราะนางนั้นเป็นคนโผงผาง เปิดเผย มิค่อยชอบวางแผนมากนักยกเว้นตอนแกล้งคนอื่นๆเช่นลูกศิษย์ ชอบใช้กำลัง ใจร้อนปานภูเขาไฟระเบิดเทียบเคียงกับไฟที่มิมีวันดับ ส่วนกริยานั้นห้าว มารยาทมิได้เหมือนสตรีหรือแม่นางจากที่ใด สมเป็นผู้ที่เติบโตมาด้วยการฆ่าฟัน การแต่งกายก็อย่างที่ทุกคนนั้นรับรู้ นางชอบแต่งตัวน้อยชิ้น เป็นขี้เมา และ ชอบปลอมตัวประจำ นางนั้นมักจะเป็นกันเองกับทุกๆคน แต่ที่ขัดมโนภาพนึกคิดของชาวยุทธและนิสัยของนางก็คือ ความงดงามของนางนั้นเอง ที่ ถ้านางนั้นบอกว่านางนั้นเป็นอันดับ 2 คงมิมีผู้ใดในโลกมหาปราณเบื้องล่างที่เป็นอันดับ 1
ถึงแม้นางจะมีพลังลมปราณถึงระดับ รวมปราณ ขั้นที่ 9 แล้ว เทียบเท่ากันกับนางเซียนภูตหิมะ แต่จากบันทึกของจอมไร้เงานั้น มิได้บอกอะไรอีก เพียงแค่บอกว่าเจ้าสำนักหอหยางพิสุทธิ์ เหมียงเหมียวอี้นั้นคงจะทะลวงขั้นระดับพลังปราณได้ช้ากว่าเหอเซวียนซู่เพียงมิห่างกันมากนัก ไว้เพียงเท่านั้น
ซึ่งบันทึกของจอมไร้เงานั้นเป็นเหมือนข้อเท็จจริงเสมอ และ ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น มิมีผู้ใดที่สงสัยในบันทึกของจอมไร้เงาเลย แม้แต่คนเดียว ไม่แม้แต่ เหมียงเหมียวอี้ ที่ตอนนี้คงหายตัวไปเพราะอะไรมิมีใครทราบ หรืออาจจะเป็นเพราะบันทึกของจอมไร้เงาก็อาจจะเป็น 1 ในเหตุผลได้ ซึ่งมันทำให้หลายๆคนในยุทธภพต่างก็หาเหตุผลเพื่อสนับสนุนการที่นางนั้นหายตัวไป ว่า อาจจะไปเก็บตัวฝึกฝนบ้าง ไปแอบทะลวงระดับบ้าง เป็นเช่นนี้ และก็เล่าขานกันปากต่อปาก จนกระจายไปในทั่วยุทธภพแห่งโลกมหาปราณเบื้องล่างแล้ว ว่านางนั้นจะแพ้เหอเซวียนซู่ ในเรื่องของการทะลวงพลัง
ข่าวทั้งสองเรื่องนี้พึ่งเกิดได้ เมื่อ 7 วันก่อน ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่พระเอกของเราหรือกันจินั้นจะได้มาจุติในร่างของแกจุน ผู้สิ้นชีพด้วยยาพิษไปนั้นเอง

แถวตอกสลัมถิ่นทุรกันดานแห่งหนึ่ง ณ หมู่บ้านที่ห่างไกลจาก สำนักหอหยางพิสุทธิ์ แต่หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ทางขึ้นของสำนักหอวิสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์
“เฮ้ออออ !!! นี้ข้าหนีออกมาเที่ยวเล่นไกลถึงที่กันดานแห่งไหนกันเนี้ย ???
O_o? (ทำหน้าสะเหร่อ เอ๊ย ตั้งคำถามแบบหันซ้าย)
“เออ คุณยายเจ้าค่ะข้าขอสอบถามได้หรือไม่ว่าที่แห่งนี้คือที่ไหนหรือเจ้าค่ะ ?
บังเอิญมีคุณยายเข็นรถเข็นเดินขายของผ่านมาพอดี นางจึงสบโอกาสได้สอบถามพอดิบพอดี
“แม่หนูคงมิใช่คนแถวนี้กระมั้ง ณ ที่แห่งนี้มีชื่อว่า หมู่บ้านทรายขาว ซึ่งตั้งอยู่ตรงบริเวณเชิงเขาของสำนักหอวิสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์

?
“หา.... !!! นี้ข้าหนีออกมาเที่ยวเล่นไกลถึงที่กันดานแห่งนี้เลยหรือเนี้ย ???
O_o? (ทำหน้าสะเหร่อ เอ๊ย ตั้งคำถามแบบหันซ้าย)
“แต่ก็ยังดี ยังไงก็หนีออกมาได้สักที อยู่บำเพ็ญแต่ในสำนักจนข้าจะบวชเป็นแม่ชีได้แล้วกระมั้ง คงจะหาข้าไม่เจออีกสักพักใหญ่และนะ ฮิฮิ ข้าอุตสาห์ใช้เวลาตั้ง ครึ่งค่อนวันในการเดินทางโดยไม่ได้แวะพักเชียวนะ
“หึ! ดูสิว่าครั้งนี้พวกเจ้าจะหาข้าเจอได้อย่างไร ?
=w= (ทำหน้าตาให้น่ารัก แต่กวนตีน)
“ฮ่า ฮา ฮ่า ฮา ....”
คนผู้นี้เป็นใครแล้วหนีมาจากที่ไหน ใครจะมาตามจับ ซึ่งมันมิใช้ระยะทางน้อยๆเลยกระมั้ง ถ้าวัดจากระยะทาง คงจะได้ประมาณ 200-500 กิโลเมตร เห็นจะได้ แต่สำหรับพวกที่มีพลังปราณขั้นสูง ก็เห็นจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยไปเลยกระมั้ง
O_O (ตกใจในระดับหนึ่ง)
“ข้าได้ข่าวว่ายายน้ำแข็งใส ใจยักษ์นั้น จะทะลวงขั้นพลังลมปราณก่อนข้าเหรอ !!!
“เพ้ยยย ข้าเคารพท่านเสมอนะ ท่านจอมไร้เงา
“แต่ครั้งนี้ข้าจะมิยอมให้มันเป็นอย่างที่ท่านได้กำหนด และ บันทึกไว้เป็นแน่ หึหึ !!!!
=_=* (โกรธนะเฟ้ย หัวหยิกเลย)
“ข้าได้ข่าวอีก 1 เรื่องว่า ยายน้ำแข็งใส ใจยักษ์นั้นกำลังเฟ้นหาและคัดสรรลูกศิษย์ฝึกหัดที่เป็นบุรุษเพศ จำนวน 1 อัตรา เพื่อไว้คอยรับใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันของนาง งั้นเหรอ งั้นดี ข้าจะหาศิษย์สืบทอดของข้ามั้งดีกว่า แต่เราจะหามันจากไหนดีนะ
“ลองเอาวิธีที่ใช้เรานั้นใช้ประจำดีกว่า (หายตัววว ถุรยไม่ใช่และ)
“อิอิ คริคริ
“ข้าจะปลอมตัวเป็นยายแก่ หน้าตาหน้าเกลียดอัปลักษณ์
*0* (ปิ๊งด้วย กระแดะด้วย 555+)
“อืม !!! ในที่ถิ่นทุรกันดานแบบนี้ คงมิมีอะไรที่ยายแก่อย่างข้าจะขายได้ดีไปกว่า.... หมั่นโถว หรือ ซาลาเปา แล้วกระมั้ง
o_O? (ทำหน้าฉงนแบบหันขวา)
“อา...เฮ้อ ถ้าข้าจะขายหมั่นโถว ส่วนใหญ่ต้องเป็นโรงเตี๊ยมขนาดเล็กขึ้นไปสินะ ถึงจะขายได้ดี
“ข้าตัดสินใจได้แล้ว ฮิฮิ
=w= (ทำหน้าตาให้น่ารัก แต่กวนตีน)
เวลาตี 5.30
ณ บ้านของกันจิ จอมหื่น
“ว้าว นี้ระบบมันทำหน้าสถานะให้ข้ามาเป็น Resume แบบนี้ เลยเหรอวะ ?
O_o? (ทำหน้าสะเหร่อ เอ๊ย ตั้งคำถามแบบหันซ้าย)
“แล้วไหนจะยังคำพูดของเจ๊ซีโร่อีก น่าสงสัยจังวะ ??!!
“เจ๊แกจะเล่นอะไรอีกละเนี้ย เฮ้ออออออ !!!
=3= (แสดงอาการสงบนิ่งทางใน แต่ใจแอบบุ้ย ๆ)
“เหมือนข้าต้องทำภารกิจอะไรสักอย่างตามที่เจ๊แกให้มานะ
“ในขอดูหน่อยสิว่าข้าจะได้ภารกิจแบบไหน ?
….ติ๊ง....หน้าต่าง STATUS เปิดใช้งาน…..
“ระบบพัฒนาอาชีพและฝีมือระดับพระเจ้า วิเคราะห์ข้อมูลสำเร็จ
ซาลาเปานั้นถ้ากินตอนมันร้อนๆจะอร่อยเป็นอย่างมาก ซึ่งระบบวิเคราะห์พฤติกรรมของโฮสต์แล้ว ดังนั้น “โฮสต์ขโมยได้ ก็ต้องทำเป็นด้วย”
“คนขายซาลาเปาในตำนาน”
ระดับ : พระเจ้า” ตาม ค่าความฉลาดของท่าน
ประเมินผลความอร่อย : อาหารที่ได้สัมผัสแล้วนั้นจะมิมีวันลืมเลือน แม้มีเงินมากขนาดไหน ก็มิใช่ว่าจะได้กินมัน”
ภารกิจ : จงเป็นผู้ที่ร่ำรวยด้วยเงินทองและมีชื่อเสียง ตามที่จิตสถิตวิญญาณระบบแห่งความว่างเปล่านั้นต้องการ
ระยะเวลา (เส้นตาย) : -
ภารกิจจะสำเร็จก็ต่อเมื่อ : ตามแต่ความพอใจของจิตสถิตวิญญาณระบบแห่งความว่างเปล่านั้นต้องการ ถึงจะทำการปลดล็อคขั้นต่อไป
“ไหน ไหน
“ให้อัจริยะอย่างข้ากันจิคนนี้ได้ลองสัมผัสกับอาชีพคนขายซาลาเปาในตำนานหน่อยสิ
“พลาดแล้วเจ๊ให้คนหล่อเหลาอย่างข้าไปขาย คงจะขายดีเป็นแจกฟรีเลยคอยดูสิ ฮ่าฮ่าฮ่า
“ข้าอยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ๊ซีโร่ หน้าเงิน แกจะเอาอะไรมาให้ข้าขาย เพื่อทำภารกิจหาเงินให้เจ๊แกกัน เห้อ!!!
=O= (อ้อเหรอ~ อ้าปากแล้วพูด)
...ติ๊ด...ระบบประมวลผล…ดำเนินการเชื่อมต่อ
...อาชีพที่ 1 คนขายซาลาเปาในตำนาน ... ถ่ายโอนข้อมุลให้โฮสต์
...5 % ... 25% … 80% … 100%
...ระบบทำการถ่ายโอนข้อมูลเสร็จสมบูรณ์
“เชี้ย !!! แม่งสมจริงโครต
OoO ตกใจสุด ๆ อะ
“แม่งทำตรูหิวเลย
*0* (ปิ๊งด้วย กระแดะด้วย 555+)
*ในมโนภาพ ภายในหัวสมองของกันจินั้น
มีภาพสดใสของซาลาเปาในรูปแบบต่างๆ ทั้ง 5 แบบ ที่มีความเสมือนจริงเป็นอย่างมาก ซึ่งคำว่าเสมือนจริงนี้มันเป็นเพราะ ซาลาเปาที่เจ้ากันจิมันกำลังเห็นอยู่ภายในหัวสมอง ที่ระบบ ส่งภาพมาให้นั้น มันกำลังทำการส่งกลิ่นที่หอมหวนออกมา ซึ่งยิ่งเข้าใกล้ยิ่งส่งกลิ่นหอม และขณะที่มันถือซาลาเปา เข้ามาสูดดมใกล้ๆจมูกสุนัขของมัน ที่กำลังดูดซับกลิ่นด้วยความหิวโหยนั้น กลิ่นยิ่งหอมขจรไปสิบทิศจน ในโลกแห่งความเป็นจริง ท้องมันร้องดังโครกคราก น้ำลายก็ไหลออกจากปาก ซึ่งนี้น่าจะเป็น 1 ในความสามารถของระบบที่ทำภาพเสมือนจริง ที่โครตจะเหมือนของจริง เพื่อให้มันได้ รับรู้ว่า ซาลาเปาที่สมบูรณ์แบบในแต่ละชนิดนั้นมีกลิ่นที่ชวนน้ำลายสอได้ถึงขนาดไหน กับเส้นสีดำทอง พร้อมด้วยคำบรรยายสีทองมากมายอย่างแน่นหนาเต็มไปหมด
"เห้อ เห้อ อะไรจะสมจริงได้ปานนั้นกัน
แม้ว่ากำลังตกตะลึงกับระบบและไหนจะเป็นคำพูดของเจ๊ซีโร่ ที่พูดกำกวมอีก กันจิก็ยังตัดสินใจออกจากบ้านไปเดินเล่นคิดหาวิธี ที่จะขาย ซาลาเปาได้ง่ายๆ
*โครม.....
เสียงของอะไรมิรู้คว่ำลงจากการชนของมัน
“โอ๊ะ ขอประทานอภัยด้วยขอรับคุณยาย ข้ามิได้ตั้งใจขอรับพอดีข้ากำลังคิดหาวิธีขายซาลาเปาเพลินๆเลยมิได้มองทิศมองทางขอรับ
“มิเป็นอันใดหรอกพ่อหนุ่มน้อย
นางกล่าวเสร็จนั้นก็ยกรถเข็นซาลาเปาของนางขึ้นพร้อมๆกับดันรถเข็นของนางต่อไป
““ท่านยายช้าก่อนขอรับ
“เพื่อเป็นการชดเชยที่ทำให้ซาลาเปาอันหน้าอร่อยของท่านนั้น หล่นพื้นไป 1 เข้ง
“วันนี้ข้าจะช่วยท่านขายซาลาเปาเองให้หมดเองถ้าไม่หมดท่านไปพักที่บ้านข้าเลย ก็ได้ขอรับ แต่ท่านอาจจะผิดหวังนะขอรับ หึหึ
กันจิพูดด้วยความมั่นใจเต็มร้อยหรืออาจจะเกินร้อยไปแล้วด้วยซ้ำ แต่มันมิรู้หรอกว่าขณะที่มันกล่าวไปเรื่อยนั้นดวงตาของท่านยายขายซาลาเปากับวิ้งวับ เหมือน เสือที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
“ท่านยายเห็นเป็นอย่างไรบ้างขอรับ ?
O_o? (ทำหน้าสะเหร่อ เอ๊ย ตั้งคำถามแบบหันซ้าย)
“อา...เออออ...พ่อหนุ่มแน่ใจแล้วรึ ที่จะยอมสละเวลาของเจ้ามาช่วยยายแก่ๆอย่างข้าขายซาลาเปา มิใช้เจ้าจะเสียเวลาไปฝึกวิทยายุทธหรอกรึ
*O* ปิ๊ง ๆ (ส่งสายตาอ้อนวอน ปากอ้า)
“ท่านยายมิต้องเป็นห่วงในเรื่องนั้นนะขอรับ
“ข้าเพียงรับผิดชอบในการกระทำของข้าที่ทำซาลาเปาของท่านเสียหาย
“เออ...ถ้านั้นมันมิได้เป็นการรบกวนเวลาของพ่อหนุ่ม
“นั้นในวันนี้ ยายแก่อย่างข้านั้นขอฝากรถเข็นขายซาลาเปาไว้กับหนุ่มน้อยอย่างเจ้าด้วยแล้วกันนะจ๊ะพ่อหนุ่มน้อย
╮(╯▽╰)╭ (สบายใจเนื่องจาก ว่างจากสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่)
“ว่าแต่ท่านยายมีซื่อว่าอะไรหรือขอรับ
“ยายมีชื่อว่าเหมีย....เรียกว่ายายซุนก็ได้จร๊ะพ่อหนุ่ม
“ข้าน้อยกันจิ ขอรับ ยินดีที่ได้พบขอรับท่านยายซุน
.
.
.