ลูกค้าที่นั่งอยู่ในร้านช่วงบ่ายมีไม่มากเท่าไหร่โต๊ะที่อยู่ด้านในก็ทยอยกลับทีละโต๊ะสองโต๊ะเจ้าของร้านขอตัวออกไปเทกแคร์ลูกค้าแต่เพียงชั่วประเดี๋ยวเดียวก็เดินสาวเท้ากลับมาโดยเร็ว พร้อมกับหน้าตื่นเล็กน้อย
“มาแล้ว...แม่ข้ามาแล้วไอ้เสือ”
พูดไม่ทันขาดคำ...เสียงเรียกของคุณกาญจนาที่ก้าวลงจากรถยนต์สัญลักษณ์ห้าแฉกสีดำสนิทก็ดังแว่วไม่ไกล
สิ่งที่กัลปพฤกษ์นึกแปลกใจกับการมาของมารดากลับไปตกอยู่กับรถยนต์คันหรูที่ไม่คุ้นตาก็ในเมื่อมารดาของเขาขึ้นเครื่องบินจากเชียงใหม่มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิแถมยังไม่ให้เขาไปรับ บอกว่าจะมาเอง ความเข้าใจของเขาก็คือคุณกาญจนาคงจะนั่งรถแท็กซี่มาแน่นอน
แต่เมื่อเห็นว่าไม่ใช่...เขาก็อดที่จะถามมารดาไม่ได้เมื่อเขาก้าวไปถึงตัว “แม่มายังไงครับ ใครมาส่ง”
คุณกาญจนายังไม่ทันตอบคำถามลูกชาย...หากแต่สาวลูกครึ่งกลับมายืนเคียงข้างพร้อมลายเสือแววตาของผู้สูงวัยกว่าจึงจับจ้องไปยังหญิงสาวตรงหน้าที่ไม่รู้จักรอยยิ้มเมื่อครู่เจือจางลง กลับมีรอยฉงนเข้ามาแฝงไว้แทนที่พร้อมกับคำถามที่ลูกชายก็พอรู้ว่า...คุณกาญจนาอยากจะถามอะไร
แต่ก็ไม่ทันความคิดของกัลปพฤกษ์เมื่อเขารีบชิงแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน “เมนี่ครับ...นี่คุณแม่ของผม”
สาวลูกครึ่งยกมือสวัสดีผู้สูงวัยตรงหน้าอย่างนอบน้อม...ยิ้มน้อยๆดูไม่มีฤทธิ์เดชเหมือนเช่นเวลาคุยกับเขา หรืออาจเป็นเพราะโดนเขาขู่เอาไว้ว่าคุณแม่ของเขานั้นนิยมความเป็นไทย...เธอจึงอยากแสดงให้เห็นว่าเธอนั้นก็เป็นคนเรียบร้อยรู้จักมารยาทที่จะเข้าหาผู้ใหญ่
ความใจดีจากตัวผู้สูงวัยตรงหน้าที่มานาลีคาดหวัง...เธอเอ่ยสวัสดีและแนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงหวานไพเราะ
“สวัสดีค่ะ...หนูชื่อเมนี่ชื่อจริงชื่อมานาลี”
“เธอเป็นใครอยู่ที่ไหนเหรอ”คุณกาญจนาเอ่ยเสียงเรียบ
“หนูเป็นแฟนกับ...”มานาลีตั้งใจจะเอ่ยตามจริงว่าตนเองนั้น มีความสัมพันธ์พิเศษกับลายเสือแต่ยังไม่ทันพูดจบประโยคดี กลับถูกกัลปพฤกษ์พูดแทรกขึ้น
ไม่พูดเปล่าชายหนุ่มถือวิสาสะโอบร่างบางของเธอเข้าแนบชิดกายจนเธอตะลึงงันกับการจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว
“แฟนผมครับ...เมนี่เป็นแฟนผมครับ”
หญิงสาวร้องเสียงหลงเมื่อทราบถึงการแนะนำสถานะของเธอกับชายหนุ่มด้านข้าง ที่ขี้ตู่เอาว่าเธอเป็น ‘แฟน’
“คุณพูดอะไรน่ะ...ฉันไม่ได้...”เธอรีบเถียง พร้อมกับหันไปมองตาลายเสือที่ยืนนิ่ง แต่ก็ไม่ทันพูดจบเมื่อคนรักของเธอกลับพูดไปในทิศทางเดียวกันกับเจ้าของร้าน
“ไม่ต้องกลัวหรอกเมนี่มาถึงขั้นนี้แล้ว...คุณแม่ท่านใจดีท่านรับได้...วันนี้ถือโอกาสมาแนะนำตัวครับคุณแม่” ลายเสือพูดอย่างนอบน้อม
หากแต่คนที่ยืนงงมากกว่าใครก็คือคุณกาญจนาที่จู่ๆลูกชายตัวดี ซึ่งไม่มีวี่แววจะแนะนำหญิงสาวคนไหนว่าเป็นแฟนหรือคนรักสักคน
แล้วยายฝรั่งผมทองนี่เป็นใคร?
คุณกาญจนาหน้าหงิกขึ้นทันใดที่รู้ว่าจู่ๆลูกชายคนเดียว กำลังจะพาผู้หญิงที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าที่ไหนมาเข้าบ้านออกหน้าออกตายิ่งเป็นสาวต่างชาติด้วยแล้ว คนที่นิยมอนุรักษ์ความเป็นไทยอย่างเธอไม่อาจยอมรับมานาลีได้ แต่ก็ยังไว้ตัว ก่อนจะเอ่ยปากถามในสิ่งที่ไม่เชื่อหู
“เธอเป็นแฟนกับลูกชายฉันเหรอ”คุณกาญจนาถามย้ำ
คราวนี้มานาลีเลยงงทำตัวไม่ถูกว่าชายหนุ่มสองคนกำลังเล่นตลกอะไรกับเธอ แต่หญิงสาวก็ยังไม่ทันตอบคำถามคุณกาญจนาก็หันหน้าไปถามลูกชายตัวดีอีกครั้ง
“แกกำลังจะเล่นตลกอะไรกับแม่...ฮึ! ตาปลา”
ลูกชายตัวดีสีหน้าเจื่อนลงเพราะข้อตกลงของเขากับลายเสือก็คือการขออนุญาตสมอ้างว่ามานาลีนั้นเป็นแฟนของเขาอันสืบเนื่องมาจากที่สัปดาห์ก่อน คุณกาญจนาได้โทรศัพท์มาเปรยกับเขาไว้ว่าตอนนี้กำลังหาว่าที่ลูกสะใภ้ไว้ให้แล้ว
กัลปพฤกษ์หัวเสียทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะโดนจับคู่ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นเป็นใครก็ไม่รู้ แล้วจู่ๆจะมาบังคับให้รักกันชอบกัน คนเจ้าชู้จอมดื้ออย่างเขาจึงบ่ายเบี่ยงและปฏิเสธการนัดเจอกับผู้หญิงคนนั้นมาตลอดอาทิตย์
เมื่อสบโอกาสมีมานาลีเข้ามาในจังหวะเดียวกัน แผนการยืมตัวหญิงสาวเป็นคนรักจึงสว่างแวบขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาทีแต่แผนการนี้ก็ไม่อาจทำให้คุณกาญจนาปักใจเชื่อลูกชายได้
“แม่ว่าเราคงต้องคุยกันยาวนะตาปลา”
เสียงเข้มเขียวของมารดาผู้ใจดี ทำเอาคนเป็นลูกหน้าหงอลงไปถนัดตาซ้ำร้ายผู้หญิงคนที่คุณกาญจนาหมายมั่นปั้นมืออยากได้มาเป็นศรีสะใภ้ตอนนี้กำลังเดินตามหลังเข้ามา
เจ้าของรถเบนซ์คันนั้นนั่นเอง...เธอคือคนที่คุณกาญจนาเลือกไว้ให้เขา
หญิงสาวผู้มาใหม่ยืนมองคนทั้งหมดด้วยแววตาสงสัยแต่ก็ยิ้มให้ทุกคนอย่างเปิดเผย แล้วรอยยิ้มนั้นก็ทำให้กัลปพฤกษ์ที่ยืนหน้าง้ำอยู่แอบลอบมองเพราะรู้สึกคุ้นตา
แต่สำหรับลายเสือ...เขาจำได้ถนัดตาว่าผู้หญิงที่เพิ่งโผล่หน้ามานั้น ก็คือคนที่เขาเจอเมื่อวันก่อนที่สถานีรถไฟใต้ดิน
หัวใจของลายเสือพองคับอกจนเต้นผิดจังหวะไม่นึกฝันว่าจะได้เจอเธออีกครั้ง เขาจึงเผลอยิ้มให้เธอด้วยความตื่นเต้นก่อนที่คุณกาญจนาจะเอ่ยแนะนำว่าเธอเป็นใคร
“นี่หนูแป้งร่ำ...”
...........................................