จักรพรรดิ ฟู่เฉิงทันทีที่เขาเอ่ยห้ามปราม ครั้นเขาที่เห็นกระดูกศักดิ์สิทธิ์ของอี้เฉิน ขาวบริสุทธิ์ ราวกับหยกไขมันแพะ บริเวณใจกลางหน้าอกอี้เฉิน มีรอยแตกร้าวลุกลาม เกิดการเสียหายอย่างหนัก เขาหน้าดำทะมึนไม่น้อย จ้องมองไปที่จักรพรรดิ จ้าววังมังกร ด้วยสายตาเอาเรื่อง กลัวว่าวิชาสังสารวัฏ จะพังเสียหาย
จนจักรพรรดิจ้าววังมังกรบัดนี้ ใบหน้าที่มีความเดือดดาลโอหัง ของเขาต้องรีบเก็บสีหน้าไปอย่างฉับไว ตัวหดเล็กลงแคบ เมื่ออยู่ต่อหน้าโทสะของพลังที่ยิ่งใหญ่ ของจักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง แผ่รัศมีคลื่นที่น่าคร้ามเกรงออกมาซัดสาด ด้วยอายโทสะ
ทำให้จักรพรรดิ ฟู่เฉิงสูญเสียความเยือกเย็นไปชั่วครู่ ก่อนที่ จู่ๆ ม้วนภาพของจักรพรรดิที่เกิดจากหยดเลือด ของปู่ดวงเฮง จะขับเคลื่อนโลหิต ของเขาขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง โลหิตบริสุทธิ์ ของจักรพรรดิที่อยู่บนม้วนภาพ ไหลทะลักออกมาจากม้วนภาพ สร้างวงแหวนที่สลักด้วยโลหิต ลอยขึ้นมาเหนือหัว เหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ก่อนค่ายกลจะถูกขับเคลื่อน เผาผลาญ หยดเลือดบริสุทธิ์ ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ เป็นแหล่งพลังงาน ขับเคลื่อนค่ายกลกักขัง เหล่าจักรพรรดิทั้งสามเอาไว้ ในเสี้ยวพริบตา
ภาพเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเร็วมาก แม้แต่จักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง เขายังมีใบหน้าที่มืดทะมึน หากเป็นทางกลับกัน เขาเอาม้วนภาพ เข้าไปไว้ภายในทะเลปราณจิต จะต้องเป็นเขาที่บาดเจ็บหนัก อย่างไม่ต้องสงสัย
“ไอ้แก่ จักรพรรดิที่เกิดจากหยดเลือด เจ้าตายแล้วยังคิดจะขัดขวาง ข้าอีกเช่นนั้นหรือ?” จักรพรรดิฟู่เฉิง เขาแค่นเสียงขึ้นมา ด้วยความเดือดดาลเป็นโทสะ ครั้นเห็นบริเวณที่อี้เฉิน กับแม่นางอี้ฟางหรง อยู่บัดนี้มีค่ายกลส่งตัวขนาดใหญ่ ถูกขับเคลื่อนขึ้นมาอย่างเร็วจี๋ คิดจะส่งตัวอี้เฉิน กับอี้ฟางหรง กลับไปยังดินแดนเทพ
“พวกเจ้ารีบสลัดให้หลุด จากค่ายกลกักขังเร็วเข้า แล้วรีบไปหยุด การขับเคลื่อนค่ายกลส่งตัวนั้นเสีย” จักรพรรดิฟู่เฉิง ครั้นเขาสั่งการ ดาบสีดำสนิทดุจหมึก ปรากฏขึ้นมาในฝ่ามือของเขาอย่างฉับพลัน ก่อนมันจะปลดปล่อย ริ้วคลื่นความเฉียบคม อันตรายออกมาอย่างรุนแรง เมื่อมันกวัดแกว่ง ตัดสะบั้นออกไปทั่วห้วงจักรวาลอย่างบ้าคลั่ง หมายมั่นจะทลาย เถาวัลย์โลหิตนับไม่ถ้วน ที่ตรึงร่างของเขาไว้ พร้อมกับเผาผลาญโลหิตบริสุทธิ์ ของจักรพรรดิแก่ให้หมดไป
จักรพรรดิคนอื่นๆ ที่พยักหน้าให้จักรพรรดิ ฟู่เฉิง พวกเขาต่างก็โจมตีออกไป เบื้องหน้าอย่างรุนแรง จนมองเห็นแสงคลื่นปราณพลัง สาดกระจายออกไปทั่วห้วงจักรวาล แม้พวกเขาจะไม่ได้อยู่ใจกลาง ค่ายกลกักขังก็ตาม แต่ก็ยุ่งยากไม่น้อย กว่าจะหลบเลี่ยงค่ายกลกักขังเหล่านั้นไปได้
ครั้นเมื่อจักรพรรดิมนุษย์เกอซูหยาง เข้ามาขวางพวกเขาไว้ในเสี้ยวพริบตา เสียงระฆัง ดัง งง!! ตู้ม!! ออกมาก้องฟ้า พร้อมเสียงแค่นสบถด่าที่ดังออกมาลั่น “จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง เจ้าจะขวางพวกเราให้ได้ซินะ ไอ้เวร”
จักรพรรดิ ฟู่เฉิง ที่เห็นค่ายกลส่งตัวยิ่งใหญ่ แหวกห้วงจักรวาล ขึ้นไปราวกับเสาค้ำฟ้า จนเกิดแสงสีทองพร่างพราว ขับเคลื่อนวงแหวนเป็นชั้นๆ อย่างเร็วจี๋ จากระยะส่งตัวที่ไกลมากโข มันจึงใช้เวลาขับเคลื่อนไม่น้อย
จักรพรรดิ ฟู่เฉิงแค่นเสียงเหี้ยมออกมาก้อง ห่างคิ้วสั่นกระตุกขึ้นมาถี่ยิบ “รีบหยุดพวกอี้เฉินไว้เร็วเข้า!!” ก่อนจักรพรรดิ ฟู่เฉิง จะไม่เก็บซ่อนปราณพลัง สูบกลืนสรรพสิ่งของเขาไว้อีกต่อไป ‘ไม่คิดภายในวันเดียว เขาถึงกับใช้วิชา ระดับ ชั้นฟ้า ไปถึงสองครั้งสองครา ติดๆ กันเช่นนี้’ ปราณพลังหลายส่วน ถูกสูบกลืนหดหาย ไปจากทะเลความรู้ ของเขาอย่างมากมาย เมื่อจักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง กลางปีกทั้ง6ออกมากว้าง พร้อมหลุมดำที่หมุนวนในฝ่ามือ ปาออกไปเบื้องหน้าอย่างรุนแรง
ส่งการโจมตีหลุมดำ ที่อยู่ภายในฝ่ามือออกไปเบ่งบานเบื้องหน้า แรงหมุนดูดที่รุนแรง ส่งให้ห้วงจักรวาลแตกร้าวออกมาพังยับ หดบี้ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน เสียงที่ราวกับกระจกแตก ออกมาเป็นเสี่ยงๆ ดังออกมาสนั่นก้องฟ้า แม้แต่เหล่าจักรพรรดิคนอื่นๆ ที่อยู่โดยรอบ พวกเขายังต้องถอยห่าง หลุมดำที่ลอยออกมา มันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดสูบกลืนพลังงาน แถมขนาดของมันยิ่งขยายใหญ่ เบ่งบานขึ้นไปเรื่อยๆ
ภาพนั้นที่อี้เฉิน กับอี้ฟางหรง เห็นค่ายกลส่งตัวขนาดใหญ่ แสงที่พุ่งขึ้นสู่สวรรค์เก้าชั้นฟ้า เริ่มเกิดการบิดงอ อย่างหนัก จากแรงสูบกลืนได้ แม้กระทั่งแสงศักดิ์สิทธิ์ การขับเคลื่อนของวงแหวน ยังเกิดการล่าช้า หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าจะไม่มีใครรอดพ้น อี้เฉินกัดกรามกรอด เม้มริมฝีปากเอาไว้จนแน่น ดวงตาอิดโรยไม่น้อย จากอาการบาดเจ็บหนัก แถมเขายังสูญเสียปราณพลัง ภายในทะเลความรู้ ไปอย่างมากมาย
ครั้นอี้เฉิน คิดจะสืบฝีเท้า ออกไปจบเรื่องราว ด้วยตัวของเขาเอง จู่ๆ ฝีเท้าเขาก็ต้องหยุดชะงักกะทันหัน เมื่อบ่วงบาศแสงศักดิ์สิทธิ์ มัดตรึงร่างอี้เฉินไว้ อย่างแน่นหนา จากปราณพลังของอี้ฟางหรง “ท่านพี่ท่านคิดจะทำอะไร ถอยกลับมาเดี๋ยวนี้”
อี้ฟางหรงนางที่สืบฝีเท้าออกไป จากค่ายกลส่งตัวขนาดใหญ่ นางส่งปราณพลัง ทั้งหมดเข้าขับเคลื่อนค่ายกล ส่งตัวอี้เฉินอย่างเร็วจี๋ มองเห็นวงแหวนอักขระ ก่อตัวขึ้นมาเป็นชั้นๆ อย่างรวดเร็ว แม้แต่เสาแสงที่เคยบิดงอ ยังกลับมาตั้งตรงค้ำฟ้า ก่อนรอยยิ้มสุดท้าย ที่อี้ฟางหรงจะส่งไปให้อี้เฉิน บอกกล่าวตัวของอี้เฉิน “เจ้าจงมีชีวิตอยู่ต่อไป น้องพี่” ก่อนนางจะถูกหลุมดำสูบกลืนหายเข้าไปในเสี้ยวพริบตา พร้อมฝ่ามือ จักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง ที่บีบรัดฝ่ามือเข้าหากันดัง ปัง!! เก็บปราณพลังสูบกลืนกลับไปอย่างรวดเร็ว
อี้เฉินคำรามเสียง อ๊าก!!ออกมาดังก้องยาวไม่มีขาด ดวงตาที่แปรเปลี่ยน เป็นสีทับทิมเลือดอยู่ก่อนแล้ว ส่งเลือดไหลอาบพวงแก้ม ออกมาเป็นสาย จ้องมองจักรพรรดิ ฟู่เฉิง ด้วยสายตาโกรธแค้น
จักรพรรดิฟู่เฉิง พร้อมด้วยจักรพรรดิคนอื่นๆ ที่เห็นลำแสงค่ายกล กำลังจะส่งตัวของอี้เฉินจากไป พวกเขามีหรือจะยอมเช่นนั้น “ไม่!! ไม่!! มันจะหนีไปเช่นนี้ไม่ได้!”
เสียงคลื่นที่ตัดผ่าสวรรค์และโลก ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ต่างก็ปลดปล่อยการโจมตี ที่บ้าคลั่งออกมาดังก้อง แม้แต่ห้วงจักรวาลยังเกิดเสียงปริแตก ออกมาเป็นทางยาว แสงพร่างพราว ฉาบไปทั่วจักรวาลที่สั่นคลอน ส่งให้ค่ายกลส่งตัวอี้เฉิน เกิดการไม่เสถียรอย่างหนัก จากแรงสั่นไหวโยกคลอน แต่ก็ไม่อาจหยุดการส่งตัว ของอี้เฉินได้ แถมทิศทางนั้นเองก็ยากจะคาดเดา ก่อนร่างอี้เฉินจะหายวับจากไป
“เฮ้อ!! ไอ้เวรนั้นมันรอดไปได้เช่นนั้นหรือ?” จักรพรรดิจ้าววังมังกร ถอนลมหายใจออกมายาว เฮือกใหญ่ เขาลงแรงไปไม่น้อย ไม่คิดว่าจะฆ่าสังหารอี้เฉินไม่ได้ ก่อนเขาจะผลัก จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยางที่ยืนขวางออก “ต่อไปเกรงว่าจะเป็นตาของเจ้าแล้วซินะ” ครั้นเห็นว่าบัดนี้ จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ไม่มีกะจิตกะใจจะต่อสู้อีกต่อไป
จักรพรรดิแห่งความตาย เขาไม่คิดเช่นนั้น ครั้นเห็นอี้เฉินโดนคลื่นพลังการโจมตี ในคราสุดท้ายของพวกเขา มองเห็นร่างของอี้เฉินแตกสลาย ลุกลามออกไปทั่วอย่างรวดเร็ว “เกรงว่าร่างไอ้เด็กเวรนั้น จะตกไปอยู่แถว แม่น้ำสีทองแห่งกาลเวลา กลายเป็นเรื่องยุ่งยากเข้าเสียแล้ว จักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิงท่านจะเอาเช่นไรต่อดี”
ชายหนุ่มใบหน้าซีดเผือด จากการสูญเสีย ปราณพลังไปไม่น้อย เขาแค่นเสียงขึ้นมาทันที “หากมันยังรอดตายมาจากแม่น้ำแห่งกาลเวลาสีทองมาได้อีกถือว่า สวรรค์เข้าข้างมันแล้วกัน ..ส่วนเจ้า จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง เจ้ากลับไปยังดินแดนของเจ้าเสีย แล้วรอรับผลกรรมที่จะตามมา”
ครั้นสิ้นคำพูดของ จักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง ร่างเขาก็แหวกมิติจักรวาล หายวับกลับดินแดนจักรพรรดิ ไปในทันใด ภาพชายหนุ่มค่อยๆ แก่ชราลงไปช้าๆ ผมสีดำขลับ ขาวโพลนขึ้นมาในเสี้ยวพริบตา ก่อนเขาจะแค่นเสียง ออกมาจากในลำคอ ด้วยความไม่สบอารมณ์ “เหมือนว่าข้าจะสูญเสีย ปราณพลังไปกับการต่อสู้นี้ไม่น้อย เกรงว่าร่างกายนี้เอง เริ่มจะไม่ไหวอีกต่อไปแล้วเช่นกัน”
ก่อนจักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง เขาจะห้อตะบึง กลับเขตปกครองของเขา ไม่คิดว่าการลงแรงของเขาในครานี้ จะได้สิ่งตอบแทน มาน้อยเกินคาด วิชาสังสารวัฏ ของจักรพรรดิ9ภพที่เขาหมายตา ดันพลาดท่า หายสาบสูญไปเสียได้