บทที่ 25 ฉันเห็นคุณย่าทวดแล้ว
"เป็ไปไม่ได้! ผมไม่ได้ออกไปไหนเลย ยังอยู่ในที่มืดมิดนี่!"
ฉินเจว๋ะโจนเสียงแหบแห้ง
"จั้วเยี่ยน! จั้วเยี่ยนกำลังใช้ร่างของฉัน! ข้าง ๆ เขามีผู้หญิงผมดำหน้าม้าปิดตาอยู่ด้วยใช่ไหม? พวกเขากำลังจับมือกันอยู่ใช่ไหม?"
"ใช่"
"จับพวกเขาไว้! พี่สะใภ้ รีบจับพวกเขาไว้เร็ว! พวกเขาจะใช้ร่างของผมไปเที่ยวแล้ว! ร่างของผมถูกพวกเขาแย่งไปจริง ๆ ด้วย อ๊ากกกก พวกหลอกลวง! ผู้หญิงขี้โกง! เธอบอกว่าจะให้ิญญาของพวกเราอยู่ร่วมกันแท้ ๆ โกหก! ไอ้พวกขี้โกงที่แย่งร่างของฉันไป! ฉันตายแล้ว ฮือๆ ๆ ฉันต้องตายไปแล้วแน่ ๆ ทั้งที่ฉันยังหนุ่มแน่น ฉันยัง..."
"เงียบ!"
เจียงชิงฉือปวดหัวจนทนไม่ไหวกับเสียงโวยวายของเขา
เฉิงหย่าหนิงยังไม่เห็นเจียงชิงฉือ แต่ร่างกายกลับรู้สึกถึงพลังกดดันที่รุนแรงก่อน เธอหมุนตัวในทันที พร้อมกับปกป้องจั้วเยี่ยนไว้ด้านหลัง
ในวินาทีที่เห็นเจียงชิงฉือ ม่านตาของเธอสั่นระริก กัดฟันกรอดจนแทบแหลก
เพียงแค่มองเห็นปราดเดียวก็รู้ว่า เมื่อเทียบกับเธอคนนั้น ตัวเองไม่มีโอกาสชนะแม้แต่น้อย
"คุณมาช้าเกินไปแล้ว"
เธอฝืนใจพูดออกมา
"ฉินเจว๋ไม่สามารถกลับไปได้อีกแล้ว ถ้าคุณจะเอาแต่ใจ ก็ต้องฆ่าร่างของเขาก่อนเท่านั้น"
พวกผู้ฝึกตน ไม่ควรฆ่าผู้บริสุทธิ์
เธอจ้องมองเจียงชิงฉืออย่างมั่นใจ
ฉินเจว๋... ไม่สิ ตอนนี้เขาคือจั้วเยี่ยนแล้ว
จั้วเยี่ยนจูงมือเธอก้าวไปข้างหน้า ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กัน "ฉินเจว๋อยู่ข้างบน พวกเราไม่ได้ทำร้ายดวงิญญาของเขา แต่ถ้าปล่อยให้เนิ่นนานกว่านี้ ยันต์ของคุณอาจจะหมดฤทธิ์แล้ว"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่มีการข่มขู่ เพียงแค่อธิบายเตือนถึงความจริงข้อนี้
"พี่สะใภ้! พี่สะใภ้! พี่สะใภ้! ไม่ไหวแล้ว! เหลือนิดเดียวแล้ว นิดเดียวจริง ๆ! ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็โปร่งใสแล้ว!"
[โอ้แม่เ้า อาจารย์ไปดูฟันกระต่ายก่อนดีกว่า ต้องรักษาดวงิญญาของเขาให้มั่นคงก่อน แล้วค่อยมาคิดบัญชีกับพวกเขา]
[ไม่ได้นะ! ถ้าปล่อยให้พวกเขาหนีไป เราก็จะหาไม่เจออีก ถึงดวงิญญาจะมั่นคงแล้ว แต่ถ้ากลับเข้าร่างไม่ได้ก็เท่ากับสูญเปล่า!]
[แล้วจะทำยังไงดีล่ะ! อาจารย์รู้วิชาแยกร่างไหม?]
[ฉันอยากจะพูดสักหน่อย แต่ไม่รู้ว่าควรพูดดีไหม เพื่อนร่วมชั้นของฉันก็ชื่อฉินเจว๋เหมือนกัน…]
[แย่แล้ว... เื่ลึกลับพวกนี้เกิดขึ้นใกล้ตัวฉันแล้ว! ผู้หญิงที่ทำหอพักเป็ห้องไว้อาลัย กำลังตามรังควาญผู้ชายคนหนึ่งชื่อฉินเจว๋ หอพัก 304 อยู่ตึกห้า ฉันอยู่ตึกหก!]
[พี่น้องทั้งหลาย ไปดูกันเร็ว! รีบไปดู! นี่มันโอกาสที่จะได้เห็นพลังของอาจารย์กับตาตัวเองแล้ว!]
[วันนี้สอบเสร็จแล้ว ฉันกลับบ้านไปแล้ว... ดูไม่ได้เลย…]
[บ้าเอ๊ย!]
[เอ่อ เื่หอพักหญิงห้อง 304 ฉันก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน น่าจะเป็มหาวิทยาลัยเดียวกัน ฉันยังไม่ได้กลับบ้าน ตอนนี้อยู่ที่หอพักหญิงตึกสี่]
[อ๊ะ! สายสืบ! ตอนนี้คุณคือสายสืบเดียวที่พวกเรามี! รีบโผล่หัวมาเร็ว!]
[ไม่มีใครออกมาพูดแทนผู้เสียหายเลยหรือ? เคารพความเป็ส่วนตัวด้วยนะเพื่อน ๆ! ให้เกียรติฉินเจว๋หน่อย!]
[ฉันดูแล้ว ข้างล่างไม่มีใครสักคน ฉันอัพโหลดวิดีโอไว้ที่หน้าโปรไฟล์แล้ว พวกคุณไปดูกันได้]
หลายคนรีบไปดูวิดีโอที่หน้าโปรไฟล์ของเธอ และยืนยันว่าไม่เห็นแม้แต่เงาผี
มีเพียงผู้อำนวยการจ้าวที่กำลังติดตามการถ่ายทอดสดอยู่ในสำนักงานควบคุมความผิดปกติเท่านั้น ที่สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
ในค่ำคืนอันหนาวเหน็บและเงียบเหงา กิ่งไม้แห้งแกว่งไหวตามสายลม แต่ต้นไม้ไม่กี่ต้นหน้าหอพักหญิงหมายเลข 5 กลับไม่ขยับเขยื้อนราวกับหยุดนิ่ง
มีการตั้งค่ายกล ไม่มีใครสามารถมองเห็นสถานการณ์จริงภายในได้
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความ
[เด็กสาวที่เมืองจัวหย่าที่ใช้วิชาจับิญญาได้นั่น เป็คนที่เธอคอยติดตามอยู่ใช่ไหม? เธอรับประกันกับฉันว่าผีชายนั่นจะคอยดูแลไม่ให้เธอก่อเื่ไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น?]
ไม่ทันรอคำตอบก็ส่งข้อความหากวนฉีอีก
[ต้องดึงตัวมาให้ได้! ต้องหลอก... เอ่อ ไม่สิ ต้องว่าจ้างอาจารย์ชิงฉือมาให้ได้!]
…
[ในคลิปวิดีโอของคุณเป็มหาวิทยาลัยของพวกเราจริง ๆ! ดูเหมือนว่าฉินเจว๋จะเป็แค่คนที่มีชื่อเหมือนกันเท่านั้น]
[ไม่ใช่หรอก เจอเื่บังเอิญมากมายขนาดนี้ พวกคุณยอมเชื่อว่าเป็แค่คนชื่อเหมือนกัน แต่ไม่สงสัยเลยว่านี่มันแค่การแสดงเหรอ?]
[คุณไม่รู้อะไรเลย! กลับไปหาพวกสตรีมเมอร์จอมปลอมของคุณไปเลย!]
[ใช่แล้ว! อาจารย์ทำแต่เื่ใหญ่ช่วยชีวิตผู้คน พวกเราเป็ใครกัน จะคู่ควรให้เธอต้องมาแสดงละครให้ดูด้วยเหรอ?!]
[เมื่อไหร่อาจารย์ชิงฉือจะให้ตำแหน่งแอดมินห้องไลฟ์สักที จะได้เตะพวกน่ารำคาญแบบนี้ออกไป!]
[ฮึ! โลกใบนี้มันก็เป็แค่แฟนคลับขนาดใหญ่นี่เอง]
"ผมจะกลับมา"
จั้วเยี่ยนมองหน้าเจียงชิงฉือพลางพูดรับรองทีละคำว่า "ผมจะกลับมา! ผมจะไม่ทำร้ายร่างกายของเขา ผมจะคืนร่างให้เขาเอง"
เจียงชิงฉือมองออกในทันทีว่าเฉิงหย่าหนิงได้ร่ายคาถาพิเศษบางอย่างใส่จั้วเยี่ยน เธอไม่เคยเห็นคาถานี้มาก่อนและไม่รู้วิธีแก้
แต่จั้วเยี่ยนก็ไม่ได้ใช้เื่นี้มาข่มขู่
เขาเผชิญหน้ากับสายตาประเมินของเจียงชิงฉืออย่างตรงไปตรงมา มือยังคงกำข้อมือของเฉิงหย่าหนิงแน่น ขณะที่เล็บของอีกฝ่ายจิกลงไปในฝ่ามือเขาอย่างแรง
ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความคลั่ง หากไม่ใช่เพราะจั้วเยี่ยนคอยรั้งเอาไว้ เจียงชิงฉือเชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามคงจะพุ่งเข้ามาสู้กับเธอถึงตายไปแล้ว
"การเลี้ยงผีและการแย่งชิงร่างนั้นขัดต่อกฎ์ ฉันจะเชื่อใจพวกคุณได้ยังไง?"
"ใครจะ้าให้คุณเชื่อกัน! ฉันมาที่นี่เพื่อเก็บเขาไว้! ใครขวางทางฉัน ฉันจะฆ่าให้หมด!"
เฉิงหย่าหนิงกำลังจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ จั้วเยี่ยนจึงดึงตัวเธอไว้ และสามารถระงับความคลุ้มคลั่งของเธอได้อย่างง่ายดาย
"คุณสัญญากับผมไว้นะหย่าหนิง ใจเย็น ๆ"
"คุณก็เห็นแล้วนี่ ตราบใดที่ผมอยู่ที่นี่ ก็จะไม่มีอันตรายใด ๆ" จั้วเยี่ยนพูดอย่างจริงใจ "ถ้าไม่รีบขึ้นไปตอนนี้ ฉินเจว๋อาจจะไม่มีทางกลับมาได้อีกแล้ว ผมแค่อยากอยู่เป็เพื่อนเธอสักวัน ผมเข้าใจดี คุณเชื่อใจผมเถอะ"
"นี่เป็ความปรารถนาสุดท้ายของคุณงั้นเหรอ?" เจียงชิงฉือถาม
"ใช่" จั้วเยี่ยนพยักหน้าอย่างจริงจัง
"ด้วยความรู้ของฉัน ขอเรียกิญญาแห่ง์และพิภพจงติดตาม!"
เจียงชิงฉือร่ายคาถาด้วยนิ้วมือ หลังจากกระซิบเบา ๆ ผีเสื้อโปร่งแสงตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของเธอ มันกางปีกบินไปเกาะที่ไหล่ซ้ายของจั้วเยี่ยน
"อย่างช้าที่สุด 12 ชั่วโมง"
"พี่สะใภ้ พี่สะใภ้... ผมเห็นคุณย่าทวดแล้ว คุณย่าทวดมารับผมแล้ว... คุณย่าทวด คุณย่าทวดรอผมด้วย..."
เจียงชิงฉือกำหนดเวลาแล้ววิ่งขึ้นไปบนตึกทันที
มหาวิทยาลัยปิดเทอมแล้ว ในหอพักแทบไม่มีคนอยู่เลย แม้แต่ประตูใหญ่ก็ไม่มีคนเฝ้า เข้าออกได้ตามใจชอบ
ไม่จำเป็ต้องดูชั้นหรือเลขห้อง แค่ตามรอยพลังมืดไป เจียงชิงฉือก็พบห้อง 304 แล้วเตะประตูเปิดเข้าไปทันที
การตกแต่งภายในทำให้เธอต้องขมวดคิ้ว
"อย่าดึงผมสิ คุณย่าอย่าดึงผม... ผมต้องไปหาพี่สะใภ้ อย่าดึงผมนะ..."
"ฉินเจว๋"
เจียงชิงฉือะโเรียกหนึ่งครั้ง เสียงที่ฟังดูอ่อนแรงก็หยุดชะงักทันที "พี่สะใภ้! ผมอยู่นี่พี่สะใภ้! ย่าทวดอย่าดึงผมสิ พี่สะใภ้มาแล้ว!"
ในห้องได้ยินแต่เสียงแต่ไม่เห็นตัวคน เจียงชิงฉือรีบกวาดตามองรอบห้องอย่างรวดเร็ว ตามรอยเชื่อมโยงของยันต์ที่แทบจะมองไม่เห็น จนพบที่อยู่ของฉินเจว๋
...อยู่ในหัวหมู
หาที่ซ่อนได้เก่งจริงๆ
มิน่าล่ะถึงได้มืดมิดและมีกลิ่นคาวเหม็นขนาดนี้
"เหลือแสงสว่างเพียงน้อยนิดแล้ว เหลือแสงสุดท้ายเพียงนิดเดียวแล้ว พี่สะใภ้ ไฟแห่งชีวิตของผมกำลังจะดับ มันกำลังจะดับจริง ๆ แล้วพี่สะใภ้!"
"ฉันรู้แล้วว่านายอยู่ที่ไหน"
"จริงเหรอ? ปล่อยผมออกไปเร็ว ๆ สิ! เร็วเข้าพี่สะใภ้!"
"ยังไม่ได้"
เจียงชิงฉือกวาดตามองไปรอบ ๆ
"ตอนนี้นายอยู่ในสภาพิญญาที่ไม่มีร่าง ออกมาได้แค่สิบห้านาทีก็จะถูกยมทูตมารับตัวไปแล้ว"
"แล้วผมจะทำยังไงดีล่ะ? พี่สะใภ้ช่วยผมหน่อย แล้วทำไมจั้วเยี่ยนถึงอยู่ในโลกมนุษย์ได้ตลอดล่ะ?"
"พวกเขาทำสัญญาผูกมัดเอาไว้ ิญญาเลยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของยมโลก"
"นั่นมันอะไรกัน? งั้นคุณทำสัญญากับผมได้ไหม?"
"ไม่ได้"
น่ารำคาญจริง
"ฉันจะพานายไปอยู่ในร่างสิ่งมีชีวิตอื่นก่อน"
เจียงชิงฉือจ้องมองไปที่ไก่ตัวผู้ที่เอียงคอห้อยหัวอยู่
โดยทั่วไปแล้วพิธีบูชาจะต้องถวายสัตว์ห้าชนิดและปศุสัตว์หกชนิด
สัตว์ห้าชนิดนั้นหมายถึง เสือ กวาง หมี ลิง และนก ซึ่งค่อนข้างหายากที่จะหามาได้
พวกเขาจึงใช้ปศุสัตว์หกชนิดเป็หลัก ได้แก่ ม้า วัว แกะ ไก่ สุนัข และหมู
ตอนนี้บนโต๊ะในห้องมีหัวหมู เขาวัว ขาแกะ หางสุนัข และตัวไก่วางอยู่
โดยทั่วไปจะต้องมีสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวเพื่อเชื่อมต่อระหว่างหยินและหยาง
ไก่ตัวผู้ที่ขันยามรุ่งสางเป็ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
เจียงชิงฉือคว้าไก่ตัวผู้หงอนแดงตัวนั้นขึ้นมา ลูบคลำดูแล้วพบว่ายังมีลมหายใจอยู่ สภาพแบบนี้น่าจะถูกวางยาเอาไว้
"สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ? สิ่งมีชีวิตอะไร... เอ๊ะ?"
"ประตู์เปิด ประตูพื้นพิภพคลี่คลาย ิญญาที่แตกสลายออกจากร่าง เชิญดวงิญญามาเป็สื่อข้ามไป!"
ฉินเจว๋ยังถามไม่ทันจบ เจียงชิงฉือก็ใช้วิชาดึงิญญาย้ายร่างเขาจากหัวหมูไปยังร่างไก่เรียบร้อยแล้ว
"กะต๊าก? กะต๊าก ๆ?"